0 Views

พายุไซโคลนที่ปะทะกันได้ไม่นานนัก แต่ก็คดเคี้ยวไปรอบ ๆ ลานเล็ก ๆ ที่กินเวลาประมาณหนึ่งอึดใจมันก็ได้จางหายไป

หลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงก็ไม่ได้หวัดแกว่งมีดอีก แต่กลับมาวิเคราะห์ และรู้สึกอย่างไรเมื่อเกิดพายุแห่งนรก ขณะที่เขายืนอยู่ที่นั่นภายในใจของเขาคือขบวนพาเหรดที่ไม่มีวันสิ้นสุดของพายุไซโคลนหมุนวนที่เต็มไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างในเส้นทางของมันอย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวที่กระจัดกระจายสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากสายตาของเขา

สองเค่อได้ผ่านพ้นไปหวงเซี่ยวลองลงมืออีกครั้ง มือของเขาควงมีดอีกครั้ง คราวนี้มีแสงออกมาสิบแปดทิศทางออกมาจากใบมีดปรากฏออกมาจากทุก ๆ ที่ในการหมุนวนอย่างต่อเนื่องในทางอากาศ  อากาศเริ่มหมุนจนสร้างร่างของพายุสองลูกที่มีความหนาแน่น – สองเท่าของขนาดของพายุหมุนก่อนหน้านี้

อีกครั้งหวงเสี่ยวหลงยืนนิ่ง ๆ  เพื่อเทียบกับหนแรกความรู้สึกของความวุ่นวายของนรกจากรูปแบบ และวิธีที่มันหมุนตามที่มันเคลื่อนไปตามวิถีที่กำหนดไว้ และสุดท้ายทิศทางของมัน

อีกสองเค่อต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็ใช้มีดคู่เทพอสูรอีกครั้ง

และเพื่อให้มันเป็นวงกลมจึงฟันซ้ำแล้วซ้ำอีก

ทุกครั้งหลังจากที่เขาเฉือนออกมา เขาก็ยืนนิ่งอยู่ตรงจุดนั้นเช่นรูปปั้น เพื่อให้เข้าใจสาระสำคัญของการเคลื่อนที่ และโจมตีอีกครั้ง

ตั้งแต่เช้าจนเที่ยงจนถึงช่วงเย็น และจนถึงเวลาที่แสงแดดกำลังจะจางหายไป มีดในมือของหวงเสี่ยวหลงก็ยังพุ่งออกไป ความวุ่นวายของนรกด้วยพายุทั้งสองที่มีการหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาว่าเสียงของลมคล้ายกับเสียงร้องที่ดูคลุ้มคลั่งออกมาจากนรก ทำให้หัวใจเต้นสั่นได้

นอกเหนือจากนั้นความวุ่นวายของนรกในปัจจุบันสามารถใช้เวลาคงอยู่ได้เพียงห้าอึดใจ

ขณะที่เขาฟังเสียงร้องจากนรกที่จางหายไปจากความวุ่นวายของนรก ช่วยให้หวงเสี่ยวหลงหายใจด้วยความโล่งอก ตามทักษะจากในกระดาษ เมื่อความวุ่นวายของนรกถ้าสามารถสร้างปัญหาเช่นเสียงร้องจากนรกขึ้นมาได้ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จเพียงเล็กน้อย !

ถ้าผู้ก่อตั้งนิกายประตูเทพอสูรเหลียนหวู๋กวงรู้ว่า หวงเสี่ยวหลงใช้เพียงวันเดียวในการฝึกเพื่อบรรลุความสำเร็จเล็กน้อยในทักษะดาบเทพอสูร  กระบวนท่าที่หนึ่ง – ความวุ่นวายของนรก เขาจะพูดไม่ออกเลยทีเดียว

ในช่วงเวลาของ เหลียนหวู๋กวงเมื่อเขาได้รับทักษะมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาต้องใช้เวลามากกว่าสองเดือนในการฝึกฝน ความวุ่นวายของนรกก่อนที่เขาจะสามารถสร้างเสียงร้องจากนรกได้

แต่หวงเสี่ยวหลงใช้เพียงวันเดียว!

ทักษะการต่อสู้จะไม่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณการต่อสู้ แต่มันขึ้นอยู่กับความสามารถ และความเข้าใจของแต่ละคน ในชีวิตก่อนหน้านี้หวงเสี่ยวหลงเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบร้อยปี แนวคิดของทักษะการต่อสู้ก็คล้ายกับทักษะการต่อสู้ ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่นึกไม่ถึงว่าหวงเสี่ยวหลงจะต้องการเพียงวันเดียวในการฝึกฝนเพื่อให้บรรลุความสำเร็จเล็กน้อยในรูปแบบที่หนึ่งของ ทักษะดาบเทพอสูร

หลังจากเป็นเวลาย่ำค่ำ หวงเสี่ยวหลงหยุดการฝึกของเขา เขาเดินเข้าไปในห้องของเขา และนั่งสมาธิบนเตียงหยกเย็นโดยใช้ทักษะเทพอสูรเพื่อฝึกฝนการบ่มเพาะของเขา

นับตั้งแต่ที่เขาก้าวขึ้นสู่ลำดับที่สี่จิตวิญญาณการต่อสู้งูสองหัวของเขาไม่เพียง แต่กลายมาเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้คู่ที่มีพรสวรรค์อย่างยอดเยี่ยมขนาดร่างกายของมันก็ก้าวขึ้นไประดับหนึ่ง

ในช่วงที่จิตวิญญาณการต่อสู้ของหวงเซี่ยวหลงได้ตื่นขึ้นมาแล้วจิตวิญญาณการต่อสู้งูสองหัวมีความยาวเพียงสามฉื่อเท่านั้น (10ฉื่อเป็นหนึ่งจาง ๆ เท่ากับ 3.58 เมตร)

และกลายเป็นมังกรสีดำและสีฟ้า อยู่ที่เบื้องหลังของหวงเสี่ยวหลง ปากของมันเปิดกว้างเพื่อกลืนกินวิญญาณทางโลกเบื้องล่างอย่างไม่หยุดหย่อน แสงจากจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่างกลายเป็นสีเข้มขึ้น หนาขึ้น และใสกระจ่างขึ้นหลังจากที่ผ่านไปยังนักรบระดับสี่

จากร่างของมังกรดำและฟ้ามีแสงส่องออกมาเป็นสัญลักษณ์ของมังกร

… ..

เวลาบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเวลาหนึ่งเดือนก้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ทุก ๆ วันเป็นประจำเหมือนเดิม นอกเหนือจากการฝึกทักษะเทพอสูร และคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น แล้วจากทุก ๆ เช้า หวงเสี่ยวหลงจะฝึกทักษะดาบเทพอสูรในลานหน้าบ้าน หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเมื่อหวงเสี่ยวหลงลงมือโจมตีด้วยมีดคู่เทพอสูรแล้วปราณจากใบมีดมีแสงออกมาถึงสี่สิบใบมีด จากเดิมที่มีสิบแปดใบมีด และพายุไซโคลนที่เกิดจากความวุ่นวายของนรกมีขนาดเพิ่มขึ้นใหญ่กว่าเดิมถึงเท่าตัว

คืนหนึ่งที่ภูเขาด้านหลัง หวงเสี่ยวหลงต้องการทดสอบพลังแห่งความวุ่นวายของนรก ด้วยคลื่นจากมีดคู่เทพอสูรในมือของเขา ความวุ่นวายของนรกบินออกไปอย่างปั่นป่วน เมื่อความวุ่นวายของนรกหมุนไปรอบ ๆ ต้นไม้ทุกต้นภายในรัศมีสิบจางถูกตัด และลำต้นของต้นไม้ที่ถูกตัดเหล่านี้ถูกปกคลุมไปด้วยร่องรอยจากการฟันเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับที่มีคนใช้ดาบตัดพวกมันมากกว่าร้อยครั้ง

มองไปที่ต้นไม้บนพื้นดิน หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลังโจมตีของทักษะดาบเทพอสูรมีพลังโจมตีสูงมาก และแข็งแกร่งกว่าทักษะดาบของครอบครัวของเขาจากชีวิตก่อนหน้านี้ที่มีชื่อว่าทักษะเพลงดาบปีศาจแค้น

“แต่ด้วยความเร็วขณะนี้ถ้าจะก้าวไปถึงขั้นตอนความสำเร็จที่สำคัญความวุ่นวายของนรกยังต้องใช้เวลาประมาณหกเดือน” หวงเซี่ยวคิดอยู่ภายในใจ

ถึงแม้ว่าพลังการโจมตีของความวุ่นวายของนรกจะสูงขึ้นมาก หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลา 1 เดือน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคำอธิบายจากกระดาษแล้ว พลังของเขายังคงอยู่ห่างไกลจากความสำเร็จที่สำคัญ

การโจมตีของความวุ่นวายของนรกในครั้งนี้ เมื่อเทียบกับว่าถ้าเขาบรรลุผลสำเร็จที่สำคัญ พายุไซโคลนทั้องสองลูกของหวงเสี่ยวหลงจะสามารถเปลี่ยนทิศทางตามความต้องการของเขาได้

หลังจากฝึกซ้อมกันมาเป็นเวลานานที่ภูเขาด้านหลัง หวงเสี่ยวหลงค่อย ๆ ปรับอารมณ์ของเขา เขากางขาออกพร้อมยกแขนเหยียดขึ้นไปเหนือหัว ดูดซับกลิ่นอายทางจิตวิญญาณโดยรอบที่ดูเหมือนจะพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาแปลงเป็นความแข็งแกร่งภายใน เพื่อไปสะสมอยู่ภายในจุดตันเถียนของหวงเสี่ยวหลง

ช่วงเวลาหลังจากเข้าสู่ท่าทางการฝึกฝนของการเปลี่ยนแปลงร่างกาย ทำหวงเสี่ยวหลงสังเกตเห็นประกายแสงงจากแสงสีเหลืองสดใส ต่อมาร่างกายของเขาก็เกิดเสียงดังต่อไปแล้วเรืองแสงสดใส มีคลื่นจากภายในอากาศกระจายออกมาเป็นระลอกออกไปในสี่ทิศทางเป็นผลมาจากปราณฉีภายในระเบิดออกมาจากร่างกายของหวงเสี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลุงดึงฝ่ามือกลับมา และหยุดการฝึกฝน ตาของเขาเปิดขึ้นขณะที่เขาโคจรปราณฉีภายในไปเป็นรอบที่สามภายในเส้นลมปราณของเขาขยายและมีปริมาณเพิ่มขึ้น!

ในเวลานี้เขาจะสามารถฝึกในขั้นตอนที่สี่ – แปลงพลังแห่งดารา

จากชื่อมีคำแนะนำสำหรับขั้นตอนที่สี่ด้วยรูปลักษณ์ที่เท้าขวาของหวงเสี่ยวหวนก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้าส่วนเท้าซ้ายของเขาคล้ายกับเลขแปด (八) ร่างของเขาก้มลงเหนือเข่า มือซ้ายของเขาเหยียดเหนือศีรษะขึ้นไปบนฟ้าและในท่าทางนี้หวงเสี่ยวหลงเริ่มกำหนดการหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ พลังทางจิตวิญญาณวิ่งเข้าหาหวงเสี่ยวหลงอีกครั้งเพื่อให้เขาดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเขา

เวลาค่ำคืนได้ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ

เมื่อท้องฟ้าเริ่มกระจ่างขึ้น หวงเสี่ยวหลงเอามือซ้ายลงแล้วกลับสู่การยืนปกติ เสร็จสิ้นการฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเขา

หลังจากหายใจออกจากปากมีคลื่นของกลิ่นเหม็นที่น่าสยดสยองบางอย่างจากการฝึกฝนก่อนหน้าได้ถูกขับออกมา หลังจากนั้นเขาได้มุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวง  เมื่อถึง คฤหาสน์ตระกูลหวง ดวงอาทิตย์ก็สูงขึ้นไปในท้องฟ้า หวงเสี่ยวหลงมุ่งหน้าไปที่ห้องโถงทางทิศตะวันออก ก้าวเข้าไปภายในห้องโถง หวงเสี่ยวหลงเห็นทั้งหวงเผิง และซูเย่ว แต่อย่างไรก็ตามมันมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับบรรยากาศภายในห้องโถง ดูเหมือนว่ามันไม่ถูกต้อง หวงเสี่ยวหลงทำได้เพียงแค่ถามออกไปว่า “ท่านพ่อท่านแม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?”

“หวงเหว่ยออกมาจาก สระวิญญาณแล้ว!” หวงเผิงกล่าวพร้อมกับมองไปที่ลูกชายของเขา เสียงของเขาฟังดูอ่อนแอ “ข้าได้ยินมาว่าเขาก้าวไปถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับสอง!”

เฉพาะในขณะนี้หวงเสี่ยวหวนจำได้ว่าหนึ่งเดือนได้ผ่านพ้นไปแล้ว นับตั้งแต่เปิดสระวิญญาณ จุดสูงสุดของนักรบระดับสอง? ดูเหมือนว่าผลของการฝึกหนึ่งเดือนในสระวิญญาณก็ ไม่ได้เลวร้ายเท่าไร หวงเสี่ยวหลงเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ

“ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านไม่ต้องห่วงเรื่องงานชุมนุมประจำปีของตระกูลในปีหน้า” หวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “จริง ๆ แล้วข้าได้มาถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับสองเมื่อวานนี้แล้ว!”

หวงเสี่ยวหลงแผ่ปราณฉีของเขาออกมาหลังจากที่เขาเสร็จสิ้นประโยค

“นี่คือจุดสูงสุดของนักรบระดับสอง!” หวงเผิง และซูเย่วเต็มไปด้วยความตกใจจากปราณฉีที่ออกมาจากร่างของหวงเสี่ยวหลง

“เสี่ยวหลง, นี้ ?!” หวงเผิงจ้องไปที่ลูกชายของเขา มันอาจจะเป็นไปได้ว่าลูกชายของเขาแอบออกไปผจญภัยที่อื่นตามอำเภอใจหรือไม่? ถ้าไม่เช่นนั้นเขาจะก้าวไปข้างหน้าด้วยความเร็วดังกล่าวได้อย่างไร?

หวงเสี่ยวหลงหัวเราะพร้อมกับอธิบายว่า “ทางที่ดีพวกท่านอย่าได้ถามข้าในเรื่องนี้น่าจะดีกว่า”หวงเผิง และซูเย่วจ้องตากันพลางคิดว่าดูเหมือนว่าลูกชายของพวกเขามีความลับซ่อนอยู่มากมาย แต่เนื่องจากลูกชายของพวกเขาไม่ต้องการที่จะให้คำอธิบาย พวกเขาก็จะไม่ทำการซักไซร้ในเรื่องนี้

“เอาล่ะ เสี่ยวหลง ตราบใดที่เจ้าก้าวเข้าสู่นักรบระดับสามภายในสิ้นปีนี้แม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถเอาชนะหวงเหว่ย พ่อของเจ้าผู้นี้จะยังคงให้เจ้าออกไปฝึกฝนที่ภูเขาด้านหลังได้” หวงเผิงกล่าวในขณะที่เขามองไปลูกชายของเขา.