0 Views

หวงหมิงหัวเราะเยาะภายในใจ ขณะที่มองไปที่หวงเผิงที่กำลังเดินจากไป เขาไม่เชื่อว่าหวงเสี่ยวหลงจะวิ่งเข้าออกไปแล้วกลายเป็นเช่นสุนัขอีกตัวหนึ่งที่น่าอัศจรรย์ซึ่งอาจช่วยให้เขาเอาชนะลูกชายของเขาได้อีกเป็นครั้งที่สองในงานชุมนุมประจำปีของตระกูลปีถัดไป

ดังนั้นจึงกล้าใช้หนึ่งร้อยเม็ดของเม็ดยาเสริมปราณฉี เพื่อหลอกล่อในเรื่องนี้!

ในห้องโถงหลัก เหล่าผู้อาวุโสแอบมองกันและกันไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

ในขณะนี้หวงเสี่ยวหลงกำลังรออยู่ที่เรือนรับรองทางทิศตะวันออก และแทบไม่ได้นั่งลงก่อนที่หวงเผิงจะกลับมาด้วยอารมณ์เศร้า

“ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้น?” หวงเสี่ยวหลงถาม

ซูเย่วยืนขึ้นจากเก้าอี้ และเดินไปหาหวงเผิง

แม้จะมีความผิดหวังหวงเผิงมีสติขณะที่เขามองไปที่ลูกชายของเขา แต่เขาเดินตรงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ และนั่งลงโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ หัวของเขาโค้งคำนับต่ำลงด้วยความโกรธในหัวใจของเขากระพรือลุกไหม้มากขึ้นแทนที่จะมอดดับลง

“นี่เป็นลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด!”

“ลำเอียงซึ่ง ๆ หน้า!”

ระลึกถึงการล้อเลียนของพี่ใหญ่หวงหมิง และความลำเอียงของท่านพ่อของเขาที่มีต่อหวงเหว่ย หวงเผิงได้แต่ปลดปล่อยเสียงจากความโกรธ ฝ่ามือของเขาฟาดไปที่เก้าอี้ข้าง ๆ เขาทำให้มันแตกเป็นชิ้น ๆ

ซูเย่วกลัวการกระทำที่รุนแรงของหวงเผิง

“ท่านพี่มีอะไรผิดพลาดหรือไม่? เกิดอะไรขึ้น? ” นางถามอย่างกระวนกระวาย

ยกหัวของเขาขึ้นมอง หวงเผิงมองไปที่ภรรยาของเขา ซูเย่วและลูกชายของเขา ความรู้สึกผิดที่เขารู้สึกก็หนักมากยิ่งขึ้น เมื่อเขาถอนหายใจออกมา ในตอนท้ายหวงเผิงเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องโถงหลักในก่อนหน้านี้ และเมื่อเขามาถึงส่วนที่หวงฉี่เต๋อให้สิทธิ์การเข้าใช้สระวิญญาณไปยัง หวงเหว่ยซึ่งควรจะเป็นของ หวงเสี่ยวหลงความโกรธของเขาก็พุ่งขึ้นมาทันทีอีกคราหนึ่งในฝ่ามือของเขาที่กระแทกไปที่เก้าอี้ตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

“การกระทำของท่านพ่อช่างลำเอียงมากยิ่งนัก! ในสายตาของเขามีเพียงหวงเหว่ยเป็นเพียงหลานชายของเขา! ”

เมื่อซูเย่วได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ก็เต็มไปด้วยความโกรธมากขึ้น และพูดอย่างขุ่นเคือง “เขายังคิดว่าเสี่ยวหลงเป็นหลานชายของเขาอีกหรือ? ”

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้พูดอะไร แต่ภายในใจแม้ว่าเขาจะเอาชนะหวงเหว่ยได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในช่วงงานชุมนุมประจำปีของตระกูลของตระกูล และเปิดเผยความแข็งแกร่งของนักรบระดับสองของเขา แต่ก็ดูเหมือนว่าปู่ของเขาหวงฉี่เต๋อไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาแม้แต่น้อย บางทีในสายตาของปู่คงมีแต่หวงเหว่ยที่สามารถที่จะก้าวไปสู่นักรบระดับสองได้ เนื่องจากด้วยความโชคดีเช่นสุนัขบางตัว และไม่สามารถเปรียบเทียบกับความสำเร็จของหวงเหว่ยได้ (TL : ที่ไม่มีอยู่จริง)

“และโจวกวงยังกล้าที่จะดูถูกเสี่ยวหลงของเรา แม้กล้าที่จะพูดว่าเสี่ยวหลงของเราจะทำให้สระวิญญาณกลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์หากให้เขาเป็นผู้ฝึกฝนภายใน” ซูเย่วยังคงพูดอย่างดุเดือดว่า “สนุขตัวนี้ดูเหมือนว่าหวงหมิงจะให้การสนับสนุนเขา ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่กล้าพูดคำคำนี้! ”

แม้ว่าโจวกวงจะเป็น ‘ผู้อาวุโสด’ ของคฤหาสน์ตระกูลหวงแต่เป็นเพียงสถานะที่ได้รับการยกเว้นและอำนาจของเขามีเพียงเล็กน้อยจริง ๆ แล้วมีมากกว่ายามที่เฝ้ายอดเขา เขายังคงเป็นคนรับใช้ที่อยู่ที่ส่วนหลัก

“เสี่ยวหลงให้อภัยพ่อของเจ้าด้วย”  เสียงของหวงเผิงฟังดูเศร้าในขณะที่เขาขอโทษลูกชายของเขาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพ่อของเจ้านั้นมันไร้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่ข้าจะทำให้เจ้าสูญเสียโอกาสที่จะได้เข้าไปฝึกฝนในสระวิญญาณแล้ว อาจทำให้เจ้าต้องพ่ายแพ้แก่ หวงเหว่ย!”

เมื่อหวงเสี่ยวหลงได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยิ้มอย่างไม่โอ้อวด “ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงในงานชุมนุมประจำปีของตระกูลปีถัดไป ข้าไม่เพียงแค่จะทุบตีหวงเหว่ยจนกว่าพ่อของเขาจะจำไม่ได้เท่านั้นแต่ข้าจะทุบตีเขาจนกว่ากระทั่งท่านปู่ก็จำเขาไม่ได้! ”

เนื่องจากท่านปู่หวงฉี่เต๋อเห็นหลานชายที่รักของเขา หวงเหว่ยเป็นเช่นสมบัติมากนัก มาดูกันว่า ‘ระดับเจ็ด’ จิตวิญญาณการต่อสู้ของหลานชายผู้นี้จะแสดงให้ท่านปู่ของเขาเห็นว่าสุนัขของเขาจะมีโชคที่ดีกว่าโชคที่เคยได้รับ!

ไม่เพียงแต่ในงานชุมนุมประจำปีของตระกูลของช่วงปีถัดไป ในทุก ๆ ปีของงานชุมนุมประจำปีของตระกูล เขาจะ “ก้าวหน้า” เหนือหวงเหว่ยและทำให้เขากลายเป็นหัวหมูยักษ์

หวงเผิง และซูเย่วคิดว่าลูกชายของพวกเขากำลังพยายามปลอบโยนพวกเขาไม่อยากให้พวกเขาเป็นกังวล ความรู้สึกผิดของหวงเผิงก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก

ภายใต้แนวคิดที่ว่าลูกชายของพวกเขาเป็นเจ้าของจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับ 7 ช่องว่างระหว่างเขา และหวงเว่ยจะเปิดเผยตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป ในช่วงเวลาหนึ่งปี หวงเหว่ยน่าจะสามารถบุกเข้าสู่นักรบระดับสามได้ ลูกชายของพวกเขาครอบครองเพียงจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ด ลูกชายของพวกเขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปีเพื่อการพัฒนาจากการนักรบระดับสองไปยังนักรบระดับสาม

ในปีหน้างานชุมนุมประจำปีของตระกูล ลูกชายของพวกเขาสามารถจะเอาชนะหวงเหว่ยได้จริง ๆ หรือ?

เว้นเสียแต่ว่าลูกชายของเขาจะโชคดีพอที่จะกลืนผลไม้หยางไปอีกสามผล หรือยาอายุวัฒนะที่คล้ายกันมิฉะนั้น … หวงเผิงถอนหายใจ ลูกชายของเขาจะโชคดีพอที่จะเจอสิ่งใดที่คล้ายกับผลไม้หยางได้อีกเป็นครั้งที่สอง?

เมื่อมองไปที่การแสดงออกของใบหน้าของพ่อและแม่ของเขา หวงเสี่ยวหลงสามารถคาดเดาได้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้มองในแง่ดีนักเกี่ยวกับการที่เขาจะสามารถเอาชนะหวงเหว่ยได้ในปีหน้า

“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าวางแผนที่จะไปฝึกฝนภายในภูเขาด้านหลังสักพักหนึ่ง” หวงเสี่ยวหลงกล่าวหลังจากคิดอยู่สักครู่หนึ่ง

การทำเช่นนี้จะช่วยให้เขาสามารถฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นได้สะดวกขึ้น การวิ่งไปมาตลอดเวลาเป็นความไม่สะดวก นอกจากนี้ในขณะนี้หวงเซี่ยวหลงไม่ต้องการให้ทักษะเทพอสูรถูกเปิดเผย

“ไม่ได้!” ขณะที่คำพูดออกจากริมฝีปากของหวงเสี่ยวหลง ซูเย่วก็คัดค้านทันทีโดยไม่จำเป็นต้องคิด

หวงเผิงยังช่วยพูดโน้มน้าวว่า “เสี่ยวหลง ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะไปที่ภูเขาด้านหลังเพื่อที่เจ้าจะได้ฝึกฝนอย่างสงบ แต่พลังของเจ้าอยู่ที่นักรบระดับสองเท่านั้น มันมีอันตรายมากเกินไป!”

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้คาดหวังว่าพ่อแม่ของเขาจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด ในสายตาของพวกเขา เขาเป็นเพียงเด็กเจ็ดขวบ ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะยอมให้เด็กอายุเจ็ดขวบออกจากบ้านเพื่อไปฝึกฝนวิชาได้หรอก

“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าจะอยู่ที่ขอบด้านนอกสุดของภูเขาด้านหลัง ตราบเท่าที่ข้าไม่ได้เข้าไปในส่วนที่ลึก มันไม่น่าจะมีอันตรายใด ๆ!” หวงเสี่ยวหลงพยายามขอร้องอีกครั้ง: “พวกท่านไม่จำเป็นที่ต้องกังวล ”

แต่แม้จะมีสิ่งที่หวงเสี่ยวหลงใช้เสริมกล่าวเพื่อชักชวนพวกเขา แต่หวงเผิง และซูเย่วก็ยังคงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

“พวกท่านจะอนุญาตคำขอของข้าได้ไหม ถ้าข้าสามารถเอาชนะหวงเหว่ยในปีหน้าได้?” หวงเสี่ยวหลงโยนฟางเส้นสุดท้ายออกไปด้วยไหวพริบ และถาม

“พ่ายแพ้ หวงเหว่ย?” ทั้งคู่มองไปที่ใบหน้าของหวงเสี่ยวหลง

“ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะหวงเหว่ยในงานชุมนุมประจำปีของตระกูลปีหน้าได้ ข้าจะอนุญาติให้เจ้าเข้าไปฝึกฝนในภูเขาด้านหลังได้!” หวงเผิงในที่สุดก็ตกลงด้วยเสียงที่เคร่งขรึม หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้และยังคงกล่าวต่อว่า “พวกเราสามารถทบทวนคำขอร้องของเจ้าในเรื่องนี้ได้อีกครั้งหลังจากที่เจ้าชนะหวงเหว่ยในปีหน้าได้”

“ตกลง!” หวงเสี่ยวหลงเห็นด้วย เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรได้ เขาจึงสามารถทำได้แต่รอไปอีกหนึ่งปีเท่านั้น

……………………………………

และในเวลานี้ในเขตพื้นที่ของเรือนรับรองทางเหนือ หลังจากที่เขาฟังพ่อของเขาอธิบายถึงสถานการณ์ที่ท่านปู่ของเขาประกาศออกมา ใบหน้าของหวงเหว่ยก็ปรากฎรอยยิ้มกว้าง ๆ ด้วยรอยยิ้มกว้าง ๆ ที่ว่า “ท่านปู่เป็นคนฉลาด และรู้ว่าเด็กคนนั้นหากได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสระวิญญาณจะนำไปสู่การสูญเสีย! ”

ตั้งแต่ที่เขากลับมาเรือนรีบรองทางเหนือจากห้องโถงหลัก หวงหมิงอยู่ในอารมณ์ที่ดีหัวเราะมาตลอดทาง เมื่อเขาฟังคำพูดของลูกชายของเขาว่า “ตั้งแต่ท่านปู่ของเจ้าได้ให้โอกาสกับเจ้า เจ้าจะต้องไม่ทำให้ท่านปู่ของเจ้าและข้าผิดหวัง แม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมแต่เจ้าก็ยังคงต้องใส่ใจในการฝึกฝนของเจ้าด้วย! ”

หวงเหว่ยยิ้ม และกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “ท่านพ่อโปรดมั่นใจได้เลยว่าเมื่อข้าเข้าไปภายในสระวิญญาณแล้วฝึกฝนอยู่ที่นั่น ข้าจะก้าวขึ้นสู่ นักรบระดับสามภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี!” การพูดถึงสิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นความเกลียดชังของหวงเหว่ยที่มีต่หวงเสี่ยวหลงเป็นอย่างมากและยังกล่าวว่า “ในงานชุมนุมประจำปีของตระกูลของช่วงปีถัดไป ข้าจะทำให้สุนัขตัวนั้นมาคุกเข่าต่อหน้าข้า และข้าจะทำให้ทั้งสองแขนและสองขาของเขาพิการ!”

……………………………………………………

ย้อนกลับไปในบ้านพักหลังเล็ก ๆ ของเขา หวงเสี่ยวหลงไม่ได้ฝึกฝนแต่อย่างใด แต่เขาหยิบกระดาษออกมาจากแหวนเทพอสูร

ตอนนี้เขาก้าวมาถึงนักรบระดับสี่ เขาจึงคิดที่จะเริ่มฝึกทักษะการต่อสู้

บันทึกบนแผ่นกระดาษเป็นทักษะการสู้ของดาบที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับมีดคู่เทพอสูร และมีอีกชุดของทักษะการต่อสู้ที่เรียกว่ากงเล็บปีศาจเทพอสูร

ในทักษะดาบเทพอสูรมีทั้งสิ้น 18 กระบวนท่า และแต่ละการเคลื่อนไหวจะแบ่งออกเป็นสามขั้นตอนโดยทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูรมีขั้นตอนน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การฝึกทักษะการต่อสู้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงได้หันความสนใจไปที่ภาพวาดของทักษะดาบเทพอสูร ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจฝึกทักษะดาบเทพอสูรก่อน

ออกจากห้องไปที่ลานหน้าบ้านพักของเขา หวงเสี่ยวหลงเรียกมีดคู่เทพอสูรออกมา และนึกถึงภาพวาดที่แสดงถึงอารมณ์ในการเคลื่อนไหวครั้งแรก และการไหลเวียนของปราณฉีภายในร่างกาย กับคลื่นของใบมีดหลายสิบใบโผล่ออกมาจากทุก ๆ ที่ หมุนวน และรวบรวมกลายเป็นสองไต้ฝุ่นขนาดเล็กและมีเสียงเสียดสีกันอยู่ภายในลานหน้าบ้านพักของเขา

ทักษะดาบเทพอสูร, กระบวนท่าที่หนึ่ง ความวุ่นวายของนรก