0 Views

เฝ้าดูการกระทำความบ้าคลั่งของหวงเหว่ย , หวงเสี่ยวหลงเยาะเย้ย และค่อย ๆ เดินไปหาเขา เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงที่กำลังเข้ามาใกล้ หวงเหว่ยผู้ซึ่งกำลังพูดพึมพำ และกรีดร้องอย่างฉับพลันก็หยุดลง กลัวที่แม้แต่จะลืมตาขึ้นขณะที่เขาค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง แต่เมื่อเขาเปิดปากอยากจะยอมรับความพ่ายแพ้ เงาของกำปั้นของหวงเสี่ยวหลงก็กระแทกเข้าไปที่ใบหน้าของเขาโดยตรง หวงเหว่ยร้องไห้ออกมาอย่างสับสนวุ่นวาย

การใช้ประโยชน์จากการโจมตีครั้งแรกที่สร้างรอยแผลไว้ หวงเสี่ยวหลงได้ขยับเข้าไปใกล้อีกครั้ง

หลังจากที่มีการชกไปหลายครั้ง หวงเหว่ยก็สับสน และก็ยิ่งสับสนไม่สามารถบอกได้ว่าทิศเหนือทิศใต้ทิศตะวันออกหรือตะวันตกอยู่ที่ไหน ใบหน้าของเขากลายเป็นหัวหมูขนาดใหญ่

หลังจากที่เฝ้าดูลูกชายของเขาแล้วในเวลานี้ หวงหมิงอยู่ด้านล่างของเวทีไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปหันหน้าไปหาพ่อของเขา หวงฉี่เต๋อและอ้อนวอนว่า

“ท่านพ่อเห็นแล้วใช่ไหม เราไม่ควรที่จะ …….. ?”

หวงฉี่เต๋อ ลังเลที่จะกล่าวแต่ในที่สุดก็กล่าวออกมาว่า “มันควรที่จะพอได้แล้ว เสี่ยวหลงยั้งมือเถอะ”

ได้ยินเสียงแบบนี้แล้วในขณะเสียงพูดของหวงฉี่เต๋อดังออกไป หวงหมิงเขาเห็นหวงเสี่ยวหลงชกหมัดสุดท้ายอย่างหนักลงไปที่หวงเหว่ยก่อนตะโกนออกไปว่า

“เจ้า!” หวงหมิงจ้องมองไปด้วยความโกรธแค้น

หวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “ท่านลุง หลานชายมือลื่น โปรดยกโทษให้ข้าด้วย!”

มือลื่น?

มองไปที่หวงเหว่ย ซึ่งกลายเป็นหัวหมูยักษ์ทุกคนต่างก็แสดงออกแปลก ๆ บนใบหน้าของพวกเขา

หลี่ลู่นั่งอยู่ข้างๆ หลี่มู่ไม่สามารถเก็บเสียงหัวเราะของนางไว้ได้อีก และเสียงดังเช่นเสียงระฆังดังขึ้นภายในห้องโถงใหญ่เป็นครั้งที่สอง

คิ้วหวงฉี่เต๋อขมวดเป็นปม ขณะที่เขามองไปที่หวงเสี่ยวหลงที่อยู่บนเวที ปากของเขาก็เปิดออก แต่เขาไม่สามารถหาคำพูดที่ถูกต้องได้ ในที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไรเขาก็เห็นหวงเสี่ยวหลงได้ผ่อนปรนให้แล้ว และการบาดเจ็บของหวงเหว่ยก็เป็นแค่แผลที่เนื้อหนังภายนอกเท่านั้น

หวงหมิงกำหมัดไว้แน่นเกือบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธ

ในขณะนี้เสียงของหวงเหว่ย  ตัดผ่านความเงียบในความเศร้าโศก ขณะที่เดินไปหาหวงหมิง “ท่านพ่อเขาตีข้าจริง ๆ เขาตีข้า!” นิ้วของเขาชี้ไปที่หวงเสี่ยวหลง น้ำตาพลั่งพรูไหลออกมาลงบนใบหน้าของเขา

ในท้ายที่สุดหวงเหว่ยก็เพิ่งเป็นเด็กน้อยวัย 7 ขวบถูกห้อมล้อมไปด้วยการเอาใจของผู้คน และถูกหวงเสี่ยวหลงทุบตีและจบลงด้วยใบหน้าที่ดูไม่เป็นมนุษย์

พวกเหล่าผู้อาวุโสและคนรับใช้ของคฤหาสน์ตระกูลหวงต่างส่ายหัวทำให้หวงหมิงรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก

ในการซ้อมประลองระหว่างหวงเหว่ย  และ หวงเสี่ยวหลงนี้จบลงด้วย หวงเหว่ยดูคล้ายหัวหมู หลังจากนั้นก็เป็นการซ้อมประลองของสาวกคนอื่น ๆ

แต่เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นในระหว่างการต่อสู้ระหว่าง หวงเหว่ย  กับหวงเสี่ยวหลงแล้วการซ้อมประลองที่ตามมาก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา งานชุมนุมประจำปีของตระกูลก็สิ้นสุดลง

เมื่อทุกคนกลับไปบ้าน พวกเขาถอนหายใจไม่หยุดหย่อนในใจของพวกเขาดาวที่ควรจะได้รับจากงานชุมนุมประจำปีของตระกูลในปีนี้กลายเป็นเรื่องตลกในขณะที่ หวงเสี่ยวหลงซึ่งไม่มีใครเคยให้ความสนใจกับการปรากฏตัวที่ส่องประกายมากที่สุด

เรือนรับรองทางเหนือ

ในห้องโถงใหญ่หวงเหว่ยโกรธมาก: “ถ้าไม่ใช่ว่าหวงเซี่ยวหลงวิ่งเข้าไปในหุบเขาเช่นสุนัขบางตัวที่โชคดีที่ได้กลืนกินผลไม้หยางสามผล เพียงความสามารถทางจิตวิญญาณการต่อสู้ไม่มีทางที่เขาจะสามารถก้าวไปสู่ ​​นักรบระดับสองได้! ข้าปฏิเสธที่จะยอมรับในเรื่องนี้ หวงเสี่ยวหลงข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าสำหรับงานชุมนุมประจำปีของตระกูลในปีหน้า ข้าจะแก้แค้นได้แน่นอน ความอับอายขายหน้าในครั้งนี้ข้าคืนให้กับเจ้ากลับไปเป็นร้อย ๆ เท่า! ” ใบหน้าของหวงเหว่ยซึ่งพ่ายแพ้คล้ายกับหัวหมูที่น่ากลัว และบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

หวงหมิงนั่งอยู่ที่นั่นไม่ได้แสดงสีหน้า แต่ในบางครั้งก็มีประกายแวววาวที่แกว่งไปมาในดวงตาของเขา

งานชุมนุมประจำปีของตระกูลปีนี้, หวงเสี่ยวหลงทำให้เขาเสียหน้ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดี

แตกต่างจากบรรยากาศที่มืดมนของเรือนรับรองทางเหนือ เรือนรับรองตะวันออกเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงที่มีความสุข

“ลูกที่ดี ครั้งนี้เจ้าไม่ทำให้พ่อของเจ้าผิดหวัง!” หวงเผิงยังคงหัวเราะออกมา กล่าวว่า “สะใจ สะใจ ข้าสะใจจริง ๆ!” ความคิดของการแสดงออกที่เห็ฯใบที่หน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของพี่ชายหวงหมิง หัวใจของเขาส่องแสงเต็มไปด้วยความยินดี

“เสี่ยวหลง มาให้แม่ดูเจ้าชัด ๆ สิ” ซูเย่วดึงหวงเสี่ยวหลงไปที่หน้า นางตรวจสอบตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มและพูดว่า: “เจ้า ทำไมถึงไม่บอกพวกเราว่าเจ้าก้าวผ่านไปสู่นักรบระดับสองแล้ว เจ้าทำให้แม่ และพ่อเป็นกังวลอย่างมาก ”

ไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไร, หวงเสี่ยวหลงทำได้เพียงยิ้มเท่านั้น

ถ้าพ่อแม่ของเขาพบว่าเขาไม่ใช่นักรบระดับสอง สงสัยว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร? แต่ หวงเสี่ยวหลงตัดสินใจที่จะรักษาความลับของเขาเอาไว้ หากมีใครรู้ว่าเขาอยู่ในระดับนักรบระดับสามก็อาจทำให้มีปัญหาที่ไม่ง่ายนัก

ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาคือนักรบระดับสองมันสามารถอธิบายได้โดยใช้ผลไม้หยางสามผลมาเป็นข้ออ้าง แต่จุดสูงสุดของนักรบระดับสามขั้นปลายจะเพิ่มความสงสัย และข้อสงสัยและหากคนอื่น ๆ ค้นพบว่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมอาจทำให้เกิดการฆ่าล้างตระกูลได้ ภัยพิบัตินี้อาจมาเยือนคฤหาสน์ตระกูลหวงก็เป็นได้

ในห้องโถงใหญ่ทางทิศตะวันออกหลังจากที่พ่อแม่ของเขา “จู้จี้” ในบางครั้งในที่สุดหวงเสี่ยวหลงได้รับอนุญาตให้กลับไปที่บ้านพักหลังน้อยของเขา

ทันทีที่เขาเดินเข้าไปร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของเขา หวงเสี่ยวหลงไม่ได้หลบ แต่ยิ้มและพูดว่า: “เจ้าตัวเล็ก เจ้าออกไปซนที่ไหนมาในสองวันนี้?”

เจ้าตัวเล็กนี้ก็คือวานรม่วงกลืนวิญญาณ (TL : จะใช้ชื่อแก้ไขนี้ตั้งแต่บทนี้เป็นต้นไปเพราะดูว่าเหมาะสมกว่า)

ครึ่งปีที่ผ่านมาร่างเล็ก ๆ ของวานรม่วงกลืนวิญญาณไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักนอกจากดวงตาของมันที่ดูฉลาดขึ้นแล้วยังมีสีน้ำเงินสดใสที่สว่างจ้า

“ซิ ซิ ซิ!” ลิงม่วงน้อยตัวหนึ่งขยับไปที่ไหล่ของหวงเสี่ยวหลงร้องเสียงแหลม และแสดงท่าทาง

“เจ้าพูดว่าเจ้าต้องการให้ข้าไปที่ภูเขากับเจ้าถูกไหม?” หวงเสี่ยวหลงถามลิงสีม่วงตัวเล็ก ๆ นี้ เป็นเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงก็พอจะเข้าใจภาษากายของลิงน้อย

“ซิ ซิ ซิ!” ความสุขที่ฝังตัวอยู่บนใบหน้าลิงตัวเล็ก ๆ ขณะที่มันพยักหน้าอย่างแรง

“เอาล่ะไปกันเถอะ!” หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าเห็นด้วยว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้ ออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวง พร้อมด้วยลิงสีม่วงตัวน้อย พวกเขามาถึงพื้นที่ที่เป็นเนินเขาภายใต้การนำทางของลิงม่วงตัวน้อย  สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเป็นงูหลามยาวกว่าสามจาง มันคืองูหลามดอกไม้ขนาดใหญ่! หวงเสี่ยวหลงไม่ทันได้เตรียมใจสูดลมหายใจของอากาศเย็นเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวกำลังมองไปที่งูหลามดอกไม้ขนาดใหญ่ เหตุผลที่เจ้าลิงน้อยนำเขามาที่นี่ ก็เพื่อให้เขาจัดการกับอุปสรรค!

จากการสังเกตของหวงเสี่ยวหลงและเจ้าลิงน้อย งูหลามดอกไม้ก็ยกศีรษะจ้องมองทั้งสองด้วยดวงตาที่หนาวเย็น พร้อมตวัดลิ้นยาวออกไปครั้งเดียวและรีบเลื้อยออกไปในทันที

หวงเสี่ยวหลงดูเคร่งขรึม; เขาจ้องมองไปที่งูหลามดอกไม้นี้ มันเป็นสัตว์ปีศาจขั้นสี่ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงขั้นสี่เท่านั้น แต่สำหรับจุดสูงสุดของนักรบระดับสามขั้นปลาย หวงเสี่ยวหลงก็ถือว่ามันยังมีความเสี่ยงสูง

หลบเลี่ยงการโจมตีครั้งแรกของงูหลามดอกไม้ ภาพเงาของหวงเสี่ยวหลงพาดไปด้านข้าง และเจ้าลิงม่วงน้อยเกาะอยู่บนไหล่ของเขากระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วพุ่งไปยังหัวของงูหลามดอกไม้ด้วยสองขาเหมือนเช่นดั่งก้ามปูใช้เล็บจิกลงไป

ได้รับการตีที่หัว งูหลามดอกไม้แสดงความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง ร่างของมันยาวเหยียด และปากของมันแผ่กว้างออกไปอยากจะกลืนกินลิงสีม่วงน้อย หัวใจของหวงเสี่ยวหลงเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ในขณะนี้ลิงสีม่วงตัวเล็ก ๆ เลี้ยวหนีออกไปไม่กี่จางในช่วงกลางอากาศช่วยให้หวงเซี่ยวหลงถอนหายใจออกมาได้อย่างสบายใจ

เปิดใช้ทักษะเทพอสูรแสงสีดำของรัศมีการถือครองบรรยากาศของการฆ่าก็เกิดขึ้นลมปราณหมุนวนไปอย่างรวดเร็วสร้างชั้นหมอกสีดำรอบ ๆ ตัวหวงเสี่ยวหลงดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงของเลือด และผมกลายเป็นสีขาวทั้งหมด หวงเสี่ยวหลงไม่โจมตีทันทีและแทนที่ด้วยการยืนจ้องด้วยดวงตาสีเลือดไปที่งูหลามดอกไม้ที่กำลังต่อสู้กับวานรม่วงกลืนวิญญาณอยู่ในขณะนี้

เมื่องูหลามกำลังบิดร่างของตัวมันเอง จู่ ๆ หวงเสี่ยวหลงผู้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ก้าวเดินออกมามีกลุ่มเมฆสีดำออกมาจากร่างของเขาดูเหมือนกำลังลอยขึ้นไป

ไม่ทราบว่ามีดคู่เทพอสูร ปรากฏในมือของเขาในตอนไหน ขณะที่เขาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านล่างของ หัวงูหลามดอกไม้ และด้วยคลื่นจากมือของเขาสองแสงสีดำก็ตัดผ่านไปในทันที

เสียงกรีดร้องออกจากปากพร้อมเลือดที่พุ่งพรวดพราดออกมาจากหัวของงูหลามดอกไม้ไหลลงบนพื้น และอีกสักครู่มันก็หยุดนิ่งหลังจากนั้น

ดวงตาและสีผมของเขาค่อย ๆ หวนกลับไปสู่สถานะเดิม และหวงเสี่ยวหลงดึงมีดกลับเข้าไปในอ้อมแขนของเขาก่อนที่จะเดินผ่านลิงม่วงน้อยไป