0 Views

 

หลังจากที่เฟยฮาวออกไป หวงเสี่ยวหลง และจอมพลฮ่าวเทียนยังคงรอเขาอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของเก้าสมาพันธ์การค้า

เช้าวันรุ่งขึ้นเฟยฮาวก็กลับมา กับศีรษะของเหม่ยเผิงเหลี้ยง

เฟยฮาวรายงานว่า: “ท่านจักรพรรดิ, เหม่ยเผิงเหลี้ยง และสาวกจากหอไร้เมฆาทุกคนได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว”

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าเบา ๆ ผลนี้อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว

“พวกเราจะเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงในวันหลัง” หวงเสี่ยวหลงกล่าวอย่างเคร่งขรึม แม้ว่าเรื่องของเหม่ยเซิน และลูกชายกับคนของหอไร้เมฆาจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ก็ยังคงมีบางเรื่องที่จะต้องอยู่จัดการซึ่งทำให้หวงเสี่ยวหลงตัดสินใจไม่รีบเดินกลับไป

“ขอรับ, ท่านจักรพรรดิ!” เฟยฮาว และจอมพลฮ่าวเทียนยอมรับการตัดสินใจของเขาอย่างสุภาพ

ก่อนที่แสงเช้าจะแผ่กระจายไปทั่วแผ่นดินข่าวเกี่ยวกับเหม่ยเซินก็แพร่ออกไปทั่วมณฑลต้าฉู่กวง เช่นเสียงฟ้าร้องทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นไปทั่วทั้งเมือง

เมื่อชาวเมืองทั่ว ๆ ไปได้รับทราบถึงเรื่องของเหม่ยเซินหัวหน้าสาขาหอไร้เมฆาถูกสังหารในเวลากลางคืน และเหล่าสาวกจากหอไร้เมฆาทุกคนได้ถูกกวาดล้าง!

ณ จวนผู้บัญชาการมณฑลต้าฉู่กวง

ผู้บัญชาการมีท่าทางที่น่าเกลียดบนใบหน้าของเขาในขณะที่มองไปที่ซากศพของเหม่ยเซินมิตรภาพของเขากับเหม่ยเซินเป็นสิ่งที่ดี

“ท่านผู้บัญชาการ พวกเราควรจะส่งทหารไปล้อมสาขาของเก้าสมาพันธ์การค้าหรือไม่ ?” หนึ่งในทหารประจำจวนผู้บัญชาการเดินเข้ามาที่ด้านข้าง หวูตงและถามว่า “หัวหน้าสาขาเหม่ยเซิน และคนเหล่านี้ถูกฆ่าโดยคนจากเก้าสมาพันธ์การค้า!”

“มันเป็นเรื่องจริง ? ท่านผู้บัญชาการแม้ว่าเก้าสมาพันธ์การค้าที่มีจอมพลฮ่าวเทียน สนับสนุนพวกเขาอยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ? แม้ต่อให้เป็นเจ้าชายหากละเมิดกฎหมายก็มีความผิดเทียบเท่าสามัญชน ข้าไม่เชื่อว่าเก้าสมาพันธ์การค้ากล้าที่จะลงมือเช่นนี้! ” อีกหนึ่งทหารประจำจวนผู้บัญชาการก็กล่าวออกมา

การแสดงออกของหวูตงรู้สึกท้อแท้อยู่ตลอดเวลา “แจ้งเรื่องนี้ไปยังท่านอุปราชแล้วรอให้ท่านอุปราชตัดสินใจ! ” หลังจากที่เขากล่าวว่า หวูตงได้ส่งคนสนิทคนหนึ่งของเขาไปแจ้งอุปราชหวู่ฟงในเรื่องนี้

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา หวูตงได้รับการตอบกลับของอุปราชหวู่ฟง และคำแนะนำเพิ่มเติม

การอ่านคำตอบจากอุปราชหวู่ฟง หวูตงก็รู้สึกโล่งอก

ห้าวันต่อมา

นับตั้งแต่หัวหน้าสาขาเหม่ยเซินของหอไร้เมฆา และสาวกสองร้อยกว่าคนถูกสังหาร และเรื่องราวเหล่านี้ก็ค่อย ๆ เงียบลง สิ่งที่ทำให้งงงันไม่ว่าจะเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ และขนาดเล็กของมณฑลต้าฉู่กวงก็คือการขาดการตอบสนองจากจวนผู้บัญชาการ ในขณะที่เก้าสมาพันธ์การค้ายังคงปลอดภัย และไม่เพียงแค่นั้นการค้าของเก้าสมาพันธ์การค้าก็เพิ่มมากขึ้นในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา

สิบสองวันต่อมาหวงเสี่ยวหลง เฟยฮาว และจอมพลฮ่าวเทียนได้ออกจากมณฑลต้าฉู่กวง และเดินทางกลับไปยังเมืองหลวง

ถึงหวงเสี่ยวหลงกลับมาถึงหลวงเมือง หวงเสี่ยวหลงมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์เทียนซวน

อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากที่เขาก้าวเข้าสู่คฤหาสน์เทียนซวน  ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ก็ได้มาถึง วัตถุประสงค์ของการมาเยี่ยมชมของพวกเขาเกี่ยวข้องกับการเข้าสู่สถาบันภายใน

นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์เทียนซวน ซุนจางลังเลก่อนที่จะพูดกับหวงเสี่ยวหลง “เสี่ยวหลงเมื่อวานก่อนหน้านี้เราได้มีการพูดคุยกับผู้อาวุโสของหอภายใน และเซี่ยงฉู่กับข้าได้เสนอการอนุญาติให้เจ้าเข้าสู่หอภายในของสถาบัน ส่วนใหญ่ของผู้อาวุโสหอภายในเห็นด้วย แต่ก็มีแค่ … ” ประโยคของซุนจางหยุดลงชั่วคราว

เซี่ยงฉู่กล่าวต่อว่า “มีเพียงสามคนที่คัดค้านการอนุญาตให้เจ้าเข้าสู่หอภายใน”

มีผู้อาวุโสกว่าสิบคนในหอภายใน ปรากฎว่ามีสามคนที่ไม่เห็นด้วยหมายความว่าหวงเสี่ยวหลงจะไม่มีสิทธิ์เข้าหอภายในเพราะกฎถูกตั้งเอาไว้ว่าต้องได้คะแนนเสียงถึงเก้าคะแนน

“สามผู้อาวุโส?” หวงเสี่ยวหลงไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้ สำหรับเขาหอภายในไม่ได้สำคัญอะไรเลย ประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือมีการจัดสรรทรัพยากรการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับศิษย์ของชั้นปีที่สามตามปกติเช่นการจัดสรรเม็ดยาจิตวิญญาณ ผลตอบแทน และผลประโยชน์อื่น ๆ อย่างไรก็ตามเม็ดยาจิตวิญญาณระดับสาม และสี่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับ มุกมังกรเพลิงจากเจดีย์หลิงหลงได้

ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์จากการแสดงออกของหวงเสี่ยวหลง ดูเหมือนหนุ่มน้อยคนนี้จริง ๆ ไม่ได้สนใจเรื่องของหอภายใน หนึ่งต้องรู้ว่าการเข้าสู่หอภายในเป็นความฝันของศิษย์สาวกทุกคน! มันนับเป็นเป้าหมายที่พวกเขามุ่งมั่นในการเข้าสู่ สถาบัน!

“ข้ออ้างของสามผู้อาวุโสที่คัดค้านการอนุญาตของเจ้าคือการที่เหล่าสาวกภายในของหอภายในต้องก้าวไปถึงนักรบระดับสิบในขณะที่เจ้ายังคงเป็นนักรบระดับเก้า” ซุนจางอธิบายเพิ่มเติม

“โอ้ใช่พวกเขาทั้งสามคนมีความเกี่ยวข้องกับท่านอุปราชหวู่ฟงเป็นอย่างมาก” เซี่ยงฉู่กล่าวเสริม อุปราชหวู่ฟง และจอมพลฮ่าวเทียนมีข้อขัดแย้งกันระหว่างพวกเขา ดังนั้นในความเห็นของเซี่ยงฉู่ เหตุผลหลักที่ทั้งสามคนนี้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องของหวงเสี่ยวหลงที่จะเข้าสู่หอภายในน่าจะเป็นผลงานจากฝีมือของอุปราชหวู่ฟงในที่มืด สำหรับการอ้างว่าหวงเสี่ยวหลงไม่ใช่นักรบระดับสิบ … ถูกใช้เป็นพื้นฐานของเหตุผลในการปฏิเสธ

“อุปราชหวู่ฟง!” สายตาที่ส่องประกายแวววาวในดวงตาของหวงเสี่ยวหลง ในขณะที่เขาย้ำชื่ออีกครั้งว่าเป็นฝีมือของอุปราชหวู่ฟง

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอุปราชหวู่ฟงดูเหมือนจะสร้างปัญหาให้กับเขาไปเสียทุกเรื่อง!

ทั้งหมดของเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงเพราะจอมพลฮ่าวเทียน ?

หรือบางทีสิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

หลังจากนั้นไม่นานซุนจาง และเซี่ยงฉู่ก็ออกจากคฤหาสน์เทียนซวนไป แต่ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไป หวงเสี่ยวหลงถามชื่อของสามผู้อาวุโส

เซียเหว่ย! เจียงเฮิงยี่! เฉิงฟงลี่!

เหล่านี้เป็นชื่อของผู้อาวุโสของหอภายใน

ใส่ชื่อเหล่านี้ลงในความทรงจำ หวงเสี่ยวหลงเปิดใช้งานแหวนผนึกเทพ และเข้าสู่สนามรบโบราณเพื่อฝึกฝน หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่ที่เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นกลาง ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเขากำลังจะก้าวไปสู่นักรบระดับสิบขั้นปลายที่อยู่อีกไม่ไกล

และมีเวลาอีกสี่เดือนจนกว่าการแข่งขันประจำปีของสถาบันจะสิ้นสุดลง และหวงเสี่ยวหลงได้ตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่นักรบระดับสิบขั้นปลายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่จะคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งในการแข่งขันมาไว้ในมือของเขาให้ได้! ขั้นต่อไปเขาจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิภายในจักรวรรดิต้วนเริน!

ในขั้นต้นแผนการของหวงเสี่ยวหลงก็คือก้าวสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติในปีหน้าก่อนที่จะเข้าร่วมงาน ด้วยวิธีนี้การมีส่วนร่วมในการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิจะทำให้เขามีตำแหน่งที่ดีในการแข่งขัน ตอนนี้เขาเปลี่ยนความคิดของเขาแล้ว

เขาต้องเข้าสู่สถาบันต้วนเรินโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจะต้องได้รับสมบัติสวรรค์อันดับที่ 4: มุกวิญญาณสัมบูรณ์!

หวงเสี่ยวหลงนั่งอยู่ภายในสนามรบโบราณ และใช้ทักษะเทพอสูรในขณะที่เขาดูดซับพลังงานจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่าง

มังกรสีดำ และสีฟ้าลอยอยู่เบื้องหลังของหวงเสี่ยวหลง และร่างกายของพวกมันเป็นประกายในขณะที่เกล็ดแต่ละชิ้นเติบโต หนาขึ้น และหนาแน่นขึ้น

เมื่อพลังของหวงเสี่ยวหลงเข้าใกล้ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติอย่างต่อเนื่องร่างกายของมังกรคู่ก็ยิ่งดูสมจริง และแข็งแกร่งขึ้น จากระยะไกลดูเหมือนว่าปฐมมังกรทั้งสองกำลังจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ

ผ่านไปอีกครึ่งเดือน

ในช่วงครึ่งเดือนนี้ หวงเสี่ยวหลงใช้เวลาส่วนใหญ่ในสนามรบโบราณ นอกเหนือจากการมุ่งความสนใจไปที่การบ่มเพาะทักษะเทพอสูรแล้วยังได้ฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นควบคู่ไปด้วย

สิ่งที่ทำให้หวงเสี่ยวหลงมีความสุขก็คือมีสัญญาณการเข้าสู่นักรบระดับสิบขั้นปลาย

การก้าวเข้าสู่นักรบระดับสิบขั้นปลายเป็นจุดแข็งที่เกือบจะใกล้เคียงกับขั้นนักรบเหนือธรรมชาติ!

ในเวลานั้นแม้ว่าปราณฉีของหวงเสี่ยวหลงไม่ได้บุกเข้าไปในนักรบเหนือธรรมชาติเพียงแค่มีการพัฒนาพลังภายในของเขาในขั้นของนักรบระดับสิบมันก็จะช่วยให้เขามีพลังภายในเป็นอย่างมาก

แสงสีส่องสว่างอย่างต่อเนื่องออกมาจากร่างของหวงเสี่ยวหลงเป็นชั้นคลุมเครือที่เกิดประกายไฟสีแดงปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของเขา ครึ่งเดือนของการฝึกฝนก่อให้เกิดปราณฉีจากโลกเบื้องล่าง ในเส้นลมปราณ และทะเลฉีของเขาที่จะพลุ่งพล่านไหลผ่านเส้นเลือดของเขา

ทันใดนั้นหวงเสี่ยวหลงก็เริ่มสั่นไหวจากนั้นเส้นลมปราณ และทะเลฉีของเขาขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

นักรบระดับสิบขั้นปลาย – ในที่สุดเขาก็ได้รับความก้าวหน้า !

หวงเสี่ยวหลงยังคงบ่มเพาะด้วยทักษะเทพอสูรเป็นเวลาอีกหลายชั่วยามก่อนที่จะหยุด และลืมตาขึ้นมา แสงเย็นที่ส่องประกายในดวงตาของเขาเหมือนปลายที่แหลมคมของใบมีด

หวงเสี่ยวหลง ออกจากสนามรบโบราณ

เขาก็เห็นคนผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาภายในห้อง ปรากฎว่าเป็นน้องสาวของเขาหวงหมิ่น เมื่อเห็นภาพเงาของหวงเสี่ยวหลง หวงหมิ่นได้กระพริบตาหลายครั้งด้วยความปิติยินดี และมุ่งหน้าไปยังหวงเสี่ยวหลง และกล่าวว่า “พี่ใหญ่ในที่สุดท่านก็ออกมาจากการฝึกฝน”

เมื่อเห็นใบหน้าของน้องสาวของเขา หวงเสี่ยวหลงอาจพอคาดเดาได้แล้วว่าต้องมีอะไรบางอย่างในใจของนาง และอาการปวดหัวก็เริ่มปรากฎออกมา

ประโยคถัดไปของหวงหมิ่น คือ “พี่ใหญ่ช่วยพาข้าไปเที่ยวที่โรงประมูลล้านสมบัติ!!”