0 Views

จุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลาย!

ซูเย่วมีนิพจน์เช่นเดียวกับหวงเผิง ยกเว้นแค่ว่านางมีความสุขมากยิ่งกว่ารู้สึกแปลกใจ มองไปที่ลูกชายของนางบนเวทีดวงตาของนางก็มีหมอกน้ำตามาบดบัง: “เด็กคนนี้!”

รอยยิ้มสัมผัสไปทั่วใบหน้าของนาง และในที่สุดนางก็เข้าใจในสิ่งที่ลูกชายของนางหมายถึงเมื่อเขาบอกว่าเขาจะไม่ทำให้ผิดหวังไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ปรากฎว่าลูกชายของนางได้มาถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลายแล้ว! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาทำตัวราวกับว่าไม่มีอะไรต้องกลัว!

ในที่สุดหวงเหว่ยก็ได้รับความรู้สึกหลังจากถูกผลักดันกลับไปโดยหวงเสี่ยวหลง และเขาเริ่มโกรธมากยิ่งกว่าเดิม “ไม่ เป็นไปไม่ได้ นี่มันเป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลาย! ”

เขามีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบ เขาเป็นลูกชายของสวรรค์ และเขาได้รับเอาหญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปีมาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาใส่ใจพยายามทุ่มเทในห้าเดือนแห่งความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลาย!

สิ่งที่เกี่ยวกับ หวงเสี่ยวหลง? เขาเป็นเพียงแค่จิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ด!

หวงฉี่เต๋อ , หวงหมิง และคนอื่น ๆ กำลังคิดเช่นเดียวกับ หวงเหว่ย

ขณะนี้หวงเผิงมองขึ้นไปที่หวงฉี่เต๋อ  และอธิบายว่า “ท่านพ่อเมื่อสี่เดือนก่อน เสี่ยวหลง พบผลไม้หยางห้าผลในหุบเขาที่ภูเขาด้านหลัง”

“อะไรน่ะ? ผลไม้หยาง? ” หวงฉี่เต๋อ  และคนอื่น ๆ รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

“ถูกต้อง เสี่ยวหลงได้กลืนกินไปสามผล และอีกสองมอบให้ซูเย่วและข้า ตอนนี้ข้าก็อยู่ในช่วงจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลายเช่นกัน! ” หวงเผิงกล่าว และเขาได้เปิดเผยระดับของเขา

“กลืนผลไม้หยางลงไปสามผลเพื่อการบ่มเพาะ” หวงฉี่เต๋อมองเงียบ ๆ ไปที่หวงเสี่ยวหลงที่อยู่บนเวที

ทุกคนได้รับทราบถึง ‘เหตุผลที่แท้จริง’ เกี่ยวกับสาเหตุที่หวงเสี่ยวหลงสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลาย

ผลไม้หยางสามผล อ่า!

ผลไม้แต่ละผลเปรียบได้กับก้านของหญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงทีเดียว

“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเสี่ยวหลงจะมีโชคลาภมากเช่นนี้นี่เป็นสิ่งที่ดี” หวงฉี่เต๋อแสร้งหัวเราะด้วยความอึดอัดเล็กน้อย

หากทั้งผลไม้หยางทั้งามผลได้มอบให้กับหวงเหว่ยแทนที่จะเป็นเขา หวงเหว่ยก็จะก้าวเข้าสู่นักรบระดับสองไปแล้ว! หวงฉี่เต๋อคิดกับตัวเอง

แม้กระทั่งหลี่มู่ผู้นั่งถัดจากหวงเผิงก็คิดว่าการกระทำของหวงเสี่ยวหลงที่ดูดซับผลไม้หยางทั้งสามผลเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างมาก ทุกคนในเวลานี้ก็หายจากอาการตกตะลึง และค่อย ๆ นั่งลง

หวงเหว่ยกล่าวกับหวงเสี่ยวหลงบนเวทีว่า “ข้าคิดแล้วว่าเจ้าวิ่งเข้าไปในหุบเขาเช่นสุนัขบางตัวที่โชคดี และได้กินผลไม้หยางสามผล

หวงเสี่ยวหลงยิ้มพลางกล่าวว่า “แล้วพูดได้ว่าเหตุผลที่เจ้าก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลายไม่ได้เกิดจากหญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปี”

ใบหน้าของหวงเหว่ยแสดงความหงุดหงิดด้วยความอับอาย และเขาก็รีบพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่มีคำเตือนใด ๆ กับการโจมตีอีกครั้งไปที่หวงเสี่ยวหลง หวงเสี่ยวหลงรีบยกกำปั้นขึ้นมา และพุ่งเข้าไปชกกำปั้นของหวงเหว่ยทันที ผลักดันให้หวงเหว่ยถอยกลับไป และเขาก็กระโจนขึ้นเหมือนกระพือเตะไปที่ท้องของหวงเหว่ย  เช่นเดียวกับที่เคยเตะโจวซู่ตงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หวงเหว่ยได้กลับมากรีดร้องในรูปของกุ้งอยู่เหนือจากเวทีประมาณ 2 ถึง 3 จางก่อนที่เขาจะตกลงมาบนพื้น

ท้องของหวงเหว่ยรู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในของเขาเปลี่ยนตำแหน่งน้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาของเขาเพราะอาการเจ็บปวดอย่างมาก

“ห้าเดือนที่ผ่านมาเจ้าเคยบอกว่าเจ้าจะทำลายแขนทั้งสองข้างของข้าในระหว่างงานชุมนุมประจำปีของตระกูล?” เท้าที่ประทับไปบนใบหน้าของหวงเหว่ยทันทีหลังจากพูดออกมา

เสียงร้องไห้ที่น่าสังเวชออกมาจากหวงเหว่ย

ทำลายแขนทั้งสองข้างให้พิการบนแท่นหลักหวงฉี่เต๋อหันไปมองลูกชายคนโตของเขา    หวงหมิงเนื่องจากเขาก็ไม่รู้ในเรื่องนี้

หวงหมิงทำหลบสายตาของท่านพ่อของเขา ก้มหน้าลงในขณะที่พยายามจะซ่อนตัว

คราวนี้เสียงกรี๊ดโหยหวนอื่น ๆ ก็ยังคงดังออกมา หวงฉี่เต๋อหันกลับไปมองหวงเหว่ย เห็นว่า หวงเสี่ยวหลงเหยียบย่ำเท้าลงไปบนใบหน้าของหวงเหว่ย เขาต้องการเปิดปากเพื่อที่จะหยุด แต่เมื่อนึกถึงหวงเสี่ยวหลงที่ได้ถามคำถามก่อนหน้านี้เขาก็ชะงักไปชั่วครู่ หวงฉี่เต๋อก็หุบปากของเขาด้วยความขมขื่นในใจ ในที่สุดเขาก็เข้าใจคำถามของหลานชายของเขา

หวงเสี่ยวหลงเตะหวงเหว่ยสามครั้งไปบนใบหน้าของเขา รูปลักษณ์ของหวงเหว่ยซึ่งถือได้ว่าดูดีกว่าคนทั่ว ๆ ไปได้กลายเป็นหัวหมูไปแล้ว        เมื่อเห็นว่าลูกชายของเขาถูกตีจนจะจำไม่ได้แล้ว หวงหมิงกำหมัดไว้แน่น การแสดงออกที่ดูไร้ความรู้สึกของเขาถูกแทนที่ด้วยความโกรธและความหนาวเย็น และแสงคมชัดแวบวาบขึ้นในดวงตาของเขา

“อ่า ~!” สามลูกเตะต่อเนื่องจากหวงเสี่ยวหลงทำให้หวงเหว่ยร้องออกมาเหมือนสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งออกมาดัง ๆ เสียงคำรามจากปราณฉีทำให้ร่างกายของเขาตื่นตระหนก มีกลิ่นอายที่แตกต่างออกมาจากร่างของหวงเหว่ย

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนมึนงงกับดวงตาที่แทบจะโผล่ออกมาจากเบ้าตา

รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของบุตรชายของเขา การแสดงออกของความหงุดหงิดของหวงหมิงหลั่งไหลเข้าสู่ความปีติยินดี

“นายน้อยหวงเหว่ยกำลังพัฒนา!”

“นักรบระดับสอง นี่คือกลิ่นอายของนักรบระดับสอง!”

ผู้อาวุโสบางคนของคฤหาสน์ตระกูลหวงร้องอุทานออกมาดัง ๆ

นักรบระดับสอง!

กับการปะทะกันอย่างฉับพลันของปราณฉีรอบร่างกายของหวงเหว่ยที่เพิ่งผ่านไปยังนักรบระดับสอง หวงเผิง และซูเย่วตัวแข็งเป็นเหมือนหมุด การพัฒนาของหวงเหว่ยสู่นักรบระดับสองหมายถึงอะไร … ?

“ดี, ดี!” หวงฉี่เต๋อร้องอุทานออกมาด้วยความยินดีอย่างยิ่งที่เห็นหลานชายของเขา หวงเหว่ยคาดไม่ถึงว่าจะเข้าสู่นักรบระดับสองในระหว่างงานชุมนุมประจำปีของตระกูล นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ อ่า!

ย้อนกลับไปสองสามก้าวมองไปที่ความก้าวหน้าอันใหม่ของหวงเหว่ย, หวงเสี่ยวหลงก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจนัก (TL : ต้องเรียกว่าเฉย ๆ)

“นักรบระดับสอง หึ ” การแสดงออกของ หวงเสี่ยวหลงยังคงสงบราวกับว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ

ในขณะนี้หวงเหว่ยยืนขึ้นมาจากพื้น ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองไปที่หวงเสี่ยวหลงเหมือนเช่นฆาตกรกระหายเลือด เมื่อรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นกับปราณฉีภายในร่างของเขา หวงเหว่ยได้กล่าวคำเดียวว่า “ในชั่วพริบตาข้าต้องการให้เจ้าคุกเข่าลงและเลียเท้าของข้าเดี๋ยวนี้!”

เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถขจัดความอับอายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้

“จริงเหรอ?” หวงเสี่ยวหลงตอบด้วยท่าทีเฉยเมย

กรีดร้องด้วยความโกรธ หวงเหว่ยปรากฏตัวต่อหน้าหวงเสี่ยวหลงในทันที ทั้งสองกำปั้นที่พรั่งพรูไปด้วยปราณฉีได้ชกไปที่หวงเสี่ยวหลง หลังจากที่ก้าวไปสู่นักรบระดับสอง พลังของเขาไม่เพียงแต่เพิ่มขึ้นแม้แต่ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

หัวใจของพวกเขาแทบจะหลุดออกมาทางปาก หวงเผิง และซูเย่วกำลังจะขัดจังหวะทันทีทันใด หวงเสี่ยวหลงผู้ยืนอยู่บนเวทียกกำปั้นขึ้นขณะที่ปราณฉีพวยพุ่งไปรอบ ๆ ตัวเขาอีกครั้งพุ่งเข้าหากำปั้นของหวงเหว่ยในทันที

“ปัง!’ เสียงดังสนั่นดังขึ้นขณะที่หวงเหว่ยต้องกระเด็นออกไปข้างหลังเป็นครั้งที่สอง

“เกิดอะไรขึ้น?! เป็นไปไม่ได้ นี่มันเรื่องอะไรกัน? ”

นักรบระดับสอง! ปราณฉีของนักรบระดับสอง! ”

บรรดาผู้อาวุโส และผู้พิทักษ์ของคฤหาสน์ตระกูลหวง ที่เพิ่งนั่งอยู่ในที่นั่งช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยความตกใจ ภาพลักษณ์ที่ไม่เชื่อบนใบหน้าของพวกเขา ขณะที่พวกเขาจ้องมองอย่างหงุดหงิดไปที่หวงเสี่ยวหลงตาเกือบจะโผล่ออกมาจากเบ้าตาของพวกเขาเช่นกัน

ทั้งหวงฉี่เต๋อ  และหลี่มู่ก็ลุกขึ้นยืนด้วยความไม่เชื่อที่เขียนไว้ในสายตาของพวกเขา นี่คือเรื่องบัดซบอะไรแบบนี้? ไม่ใช่แค่สุนัขที่โชคดีเล็กน้อย!

หัวของหวงฉี่เต๋อหันไปทางหวงเผิง ขณะที่หวงเผิงdHตกใจและอธิบายอย่างไร้ประโยชน์: “ท่านพ่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน”  ลูกชายคนนี้ของเขาทำให้เขาต้องกังวลมากเกินไป ! ไม่เคยอยู่ในความฝัน พวกเขาไม่เคยคาดหวังว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของลูกชายของเขาไม่ใช่จุดสูงสุดของนักรบระดับแรกขั้นปลาย แต่กลับเป็นนักรบระดับสอง

นักรบระดับสอง! ขณะที่เขาเฝ้ามองดูลูกชายของเขาบนเวที ร่างกายของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้นในขณะนี้เขามีแรงกระตุ้นที่อยากจะรีบวิ่งขึ้นไปบนเวทีและกอดลูกชายเอาไว้แน่น ๆ

ความเย่อหยิ่งของความภาคภูมิใจโผล่ออกมาในหัวใจของหวงเผิง เด็กหนุ่มคนนี้ที่บ่มเพาะเพียงห้าเดือน และได้ก้าวไปสู่นักรบระดับสองคือลูกชายของเขา ลูกของหวงเผิงผู้นี้!

ซูเย่วยืนอยู่ที่จุดนั้นด้วยดวงตาสีแดงเล็กน้อย และการแสดงออกของนางก็เหมือนกับสามีของนาง

“ไม่จริง เรื่องแบบนี้มันต้องไม่เป็นความจริง นี่ต้องไม่ใช่เรื่องจริง!” บนเวทีหวงเหว่ยกรี๊ดร้องเหมือนคนบ้าจ้องมองไปที่หวงเสี่ยวหลงอย่างฉับพลัน