0 Views

 

หลังจากที่เขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังมณฑลต้าฉู่กวงแล้ว หวงเสี่ยวหลงได้ขอให้เฟยฮาวส่งคนไปตรวจสอบการเคลื่อนไหวของอุปราชหวู่ฟง, เสนาบดีเหว่ยไป๋ และขุนนางคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหอไร้เมฆา

เฟยฮาวรับคำสั่งจากหวงเสี่ยวหลงอย่างเคารพ

หลังจากที่เฟยฮาวออกไปจากห้องโถงใหญ่พ่อแม่ของเขา หวงเผิง และซูเย่วก็เดินเข้ามา

“เสี่ยวหลง ข้าได้ยินมาว่ามีปัญหาการค้าที่สาขามณฑลต้าฉู่กวง ?” หวงเผิงถามในขณะนั่งลงแต่ซูเย่วกลับมองไปที่หวงเสี่ยวหลงด้วยความกังวลใจ

ทั้งสองคนเข้ามาหาหวงเสี่ยวหลง หลังจากได้ยินว่ามีผู้มาสร้างปัญหาที่สาขาของเก้าสมาพันธ์การค้าทำให้พวกเขารู้สึกเป็นกังวล

หวงเสี่ยวหลงให้ความมั่นใจกับพวกเขาว่า “มันเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการค้าทำให้บางคนรู้สึกอิจฉา ความจริงที่ว่าพวกเขากำลังก่อให้เกิดปัญหาสำหรับพวกเราก็อยู่ในการคาดการณ์ของข้า มันเป็นเรื่องปกติมาก ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้ พรุ่งนี้เฟยฮาว และข้าจะเดินทางไปที่นั่น และแก้ปัญหาให้จบในทันที ”

ทั้งสองต่างพากันพยักหน้า

“เสี่ยวหลง เจ้าต้องใส่ใจกับความปลอดภัยของเจ้าเองเป็นสิ่งแรก” ซูเย่วกล่าวต่อว่า “บางทีเป้าหมายของพวกเขาคือการล่อให้เจ้าไปยังที่นั่นมากกว่า.”

คำเตือนของซูเย่วได้จุดประกายภายในใจของหวงเสี่ยวหลง หอไร้เมฆาตั้งใจมาหาเรื่องอย่างเห็นได้ชัด

“ขอบคุณท่านแม่ ข้าจะระวังให้มาก” หวงเสี่ยวหลงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลังจากพูดคุยกับลูกชายแล้วสักครู่ หวงเผิง และซูเย่วก็พากันออกจากห้องโถงใหญ่

หวงเสี่ยวหลงยังคงอยู่ในห้องโถงใหญ่เพียงลำพัง และครุ่นคิดคำพูดของท่านแม่ที่เพิ่งพูดไป

ถ้าหอไร้เมฆามีบางอย่างแอบแฝงอยู่ แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการจะทำเพื่ออะไร ล่อให้เขาออกไปแล้วฆ่าเขา ?  แสงแวววาวอันคมกริบ และหนาวเย็นผาดผ่านดวงตาของหวงเสี่ยวหลง

คืนนี้เป็นคืนที่สวยงาม

หวงเสี่ยวหลงเปิดใช้งานแหวนผนึกเทพ และเข้าสู่สนามรบโบราณ หลังจากกลืนมุกมังกรเพลิงแล้วเขาก็เริ่มฝึกซ้อมเหมือนเช่นเคย

แม้ในขณะที่เดินทางไปกลับในขณะที่ทำภารกิจเพื่อเลื่อนชั้นเรียน หวงเสี่ยวหลงไม่ได้หยุดฝึกฝน ห้าเดือนที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงก็ก้าวผ่านไปจนถึงนักรบระดับสิบขั้นกลางอีกครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นกลาง

ไม่นานนับจากนี้เขาสามารถบุกไปถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นกลางได้

นั่งอยู่ภายในสนามรบโบราณ หวงเสี่ยวหลงยังฝึกฝนทักษะเทพอสูรอยู่เป็นประจำในขณะที่มังกรคู่สีดำและสีฟ้ากลืนกินพลังทางจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่างที่พุ่งลงมาจากช่องว่าง

ปราณฉีของโลกเบื้องล่างได้ไหลไปตามเส้นลมปราณของเขา และพุ่งสูงขึ้นไปสู่ภายในทะเลฉีของเขา

เนื่องจากการกลืนมุกมังกรเพลิงที่เขาได้กินเข้าไปปราณฉีได้โคจรไปตามเส้นลมปราณของเขาและทะเลฉีได้เปลี่ยนเป็นสีดำ

อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้หวงเสี่ยวหลงไม่สามารถยืนยันได้ว่าปราณฉีของโลกเบื้องล่างของเขากลายเป็นปราณฉีชนิดอื่นทั้งหมดหรือไม่ จุดหนึ่งที่เขาแน่ใจก็คือความจริงที่ว่าในปัจจุบันปราณฉีของโลกเบื้องล่าง อย่างน้อยก็อยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนที่เขาจะเริ่มฝึกโดยใช้มุกมังกรเพลิง

เพราะพลังที่เขารู้สึกจากพวกมันอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน

ขณะที่หวงเสี่ยวหลงยังคงฝีกฝนทักษะเทพอสูร ปราณฉี และกลิ่นอายสังหารแพร่กระจายออกไปภายในสนามรบโบราณทำให้จิตใจ และจิตวิญญาณของเขาอ่อนล้า มันใกล้เคียงกับเวลาได้ผ่านไปหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาได้แหวนผนึกเทพมาไว้ในครอบครอง และเขาได้ฝึกฝนอยู่ภายในสนามรบโบราณนี้ทุก ๆ วัน ประโยชน์ที่เห็นได้มันชัดเจนมาก

พลังงานทางจิตวิญญาณในสนามรบโบราณไม่เพียงช่วยให้การบ่มเพาะของหวงเซี่ยวหลงเร็วขึ้น แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับจิตวิญญาณของเขา จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวทั้งสองคนเคยกล่าวว่าเป็นการยากที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติ ไม่เพียงต้องมีปราณฉีที่แข็งแกร่งพอที่จะทำลายกำแพงของขั้นนักรบเหนือธรรมชาติได้ ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากจิตวิญญาณอีกด้วยจึงจะประสบความสำเร็จ

ถ้าจิตวิญญาณ และความรู้สึก และความพยายามในการพัฒนาล้มเหลวปราณฉีภายในเส้นลมปราณ และทะเลฉีจะปั่นป่วนทำให้เกิดความเสียหายแก่การบ่มเพาะ

ผ่านเวลาช่วงค่ำ

หวงเสี่ยวหลงหยุดฝึกทักษะเทพอสูร และลุกขึ้นยืนแล้วก็เริ่มฝึกฝ่ามือผนึกเทพ

หนึ่งในสิ่งที่หวงเสี่ยวหลงได้สังเกตเห็นว่าในขณะฝึกฝ่ามือผนึกเทพในสนามรบโบราณนั้นใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวแต่ให้ผลเป็นสองเท่า

หลังจากใช้เวลาฝึกฝ่ามือผนึกเทพ หวงเสี่ยวหลงก็ออกจากพื้นที่รบในสมัยโบราณ

เมื่อเขาปรากฏตัวในห้องโถงใหญ่ เฟยฮาวก็ได้มารอเขาอยู่ก่อนหน้าแล้ว

จอมพลฮ่าวเทียนก็อยู่ด้วยเช่นกัน

เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงออกมา จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวก็ก้าวไปข้างหน้า

หวงเสี่ยวหลงกล่าวกับจอมพลฮ่าวเทียนว่า “ฮ่าวเทียน เจ้าจะมากับพวกเราเพื่อเดินทางไปยังมณฑลต้าฉู่กวง ”

“ข้าต้องไปด้วย ?” ไม่เพียงแต่จอมพลฮ่าวเทียนจะรู้สึกประหลาดใจกับคำสั่งของหวงเสี่ยวหลง แต่เฟยฮาวก็รู้สึกเหมือนกัน

ด้วยเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ เฟยฮาวเพียงคนเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะจัดการกับพวกเขา ตอนนี้ไม่เพียงแต่จักรพรรดิเดินทางไปพร้อมกัน แต่เขาบอกให้จอมพลฮ่าวเทียนเดินทางไปด้วยเช่นกัน?

“ข้ารู้สึกว่าเรื่องของหอไร้เมฆา ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เห็น” หวงเสี่ยวหลงกล่าวออกมา

จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างพวกเขา

“ท่านจักรพรรดิ ท่านกำลังจะบอกว่าหอไร้เมฆาจงใจสร้างเรื่องโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ท่านเดินทางไปยังมณฑลต้าฉู่กวง ?” ฮ่าวเทียนถามด้วยเสียงเคร่งขรึม

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า: “แม้ว่าข้าจะไม่สามารถยืนยันในเรื่องนี้ได้ แต่ก็เป็นการดีที่พวกเราความจะเพิ่มความระมัดระวัง อย่างไรก็ตามระหว่างทางเฟยฮาว และข้าจะเดินทางไปอย่างโจ่งแจ้ง แต่เจ้าจะต้องเดินทางไปพร้อมกับพวกข้าอย่างลับ ๆ ”

“ขอรับท่านจักรพรรดิ!” ทั้งสองคนต่างยอมรับคำสั่งอย่างสุภาพ

จากนั้นก็เห็นภาพเงาสองภาพจากคฤหาสน์เทียนซวนมุ่งหน้าออกไปในทิศทางของมณฑลต้าฉู่ กวง

การเดินทางออกจากเมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถงไปยังมณฑลต้าฉู่กวง อยู่ไม่ไกล อีกห้าวันต่อมาหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวก็ได้เดินทางมาถึงมณฑลต้าฉู่กวง

มณฑลต้าฉู่กวงเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีขนาดใหญ่จากหลายมณฑลของอาณาจักรหลัวถง และมีการเติบโตที่ดีที่สุดในหมู่มณฑลต่าง ๆ มณฑลต้าฉู่กวงกำลังคึกคัก และรุ่งเรืองเกือบจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถง

ถนนของมณฑลต้าฉู่กวงเต็มไปด้วยผู้คนไม่รู้จบ

เมื่อเข้าสู่ภายในเมือง หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวก็ได้มุ่งหน้าตรงไปยังเก้าสมาพันธ์การค้า

อีกหนึ่งชั่วยามต่อมาทั้งสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าด้านหน้าของเก้าสมาพันธ์การค้า

ทางเข้าของเก้าสมาพันธ์การค้าสาขามณฑลต้าฉู่กวงมีลักษณะโครงสร้างสองชั้นสร้างขึ้นในรูปของซุ้ม และสถาปัตยกรรมคล้ายกับอาคารยุโรปโบราณ การออกแบบได้รับการร้องขอโดยหวงเสี่ยวหลง

สาขาของเก้าสมาพันธ์การค้าทุกแห่งตั้งอยู่ทั่วอาณาจักรหลัวถงถูกสร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน

คนของสาขาของเก้าสมาพันธ์การค้าไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการมาเยือนของหวงเสี่ยวหลง และ เฟยฮาว ดังนั้นจึงไม่มีใครออกมาต้อนรับเมื่อหวงเสี่ยวหลงเดินทางมาถึง

เมื่อหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวเดินเข้าไปภายในห้องโถงก็ได้พบกับภาพของสาวกของเก้าสมาพันธ์การค้าที่ประจำอยู่ที่นี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีสีหน้าซีดจาง นอกจากนี้แขนขวาของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลมันเป็นหลักฐานของอาการบาดเจ็บของเขา

สังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามายังห้องโถง สาวกของเก้าสมาพันธ์การค้าผู้นี้ได้ยกศีรษะของเขาขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเขาเห็นว่าเป็นหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว การแสดงออกที่น่ารังเกียจของเขาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เขารีบลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ และรีบวิ่งไปหาหวงเซี่ยวหลง และเฟยฮาว “คาราวะนายน้อย ท่านเฟยฮาว!”

เหล่าสาวกของเก้าสมาพันธ์การค้าต่างรู้จักหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว

หวงเสี่ยวหลงอนุญาตให้สาวกคนนี้ลุกขึ้น และพูด

“หลี่ปิงอยู่ที่ไหน?” หวงเสี่ยวหลงถาม

หลี่ปิงเป็นหัวหน้าสาขาของเก้าสมาพันธ์การค้าสาขามณฑลต้าฉู่กวง

“หัวหน้าสาขาหลี่ปิงกำลังรักษาตัวอยู่ภายในห้องโถงด้านใน ผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้จะไปแจ้งให้ท่านหัวหน้าสาขา และคนอื่น ๆ ทราบทันที! ” สาวกคนนั้นตอบด้วยความเคารพ

เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงผงกศีรษะของเขาแล้ว สาวกคนนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปภายในห้องโถงด้านในเพื่อแจ้งให้หัวหน้าสาขาหลี่ปิง และคนอื่น ๆ ทราบหลังจากนั้นไม่นานสาวกคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ ผู้ที่นำพวกเขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีขนคิ้วหนา และไหล่กว้าง นี่คือ หลี่ปิงอย่างไรก็ตามเมื่อหลี่ปิงออกมาเขาต้องพึ่งพาไม้ค้ำ และเดินเบา ๆ อย่างช้า ๆ ในขณะที่สาวกคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างหลังเขาส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ และเต็มไปด้วยผ้าพันแผล

หลี่ปิง และสาวกที่เหลือเดินออกมาพร้อมกับดวงตาของพวกเขาส่องสว่างหลังจากได้เห็นหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวที่ตรงหน้าพวกเขา

“คาราวะนายน้อย ท่านเฟยฮาว!”

ทุกคนคุกเข่าลงคำนับหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว

หวงเสี่ยวหลงมองคนเหล่านี้ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังคุกเข่าต่อหน้าเขาเพื่อทากรคาราวะ และมีแสงที่หนาวเย็นส่องเข้ามาในดวงตาของเขา ก่อนที่เขาจะมาถึงเขาไม่ทราบว่าหลี่ปิง และเหล่าสาวกเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง