0 Views

 

ศิษย์พี่หวงได้ยินคำทักทายของเจียงเต็งที่ใช้เรียกเขา หวงเสี่ยวหลงก็ถึงกับรู้สึกตกตะลึง

“เสี่ยวหลง, เจ้ามานั่งทางนี่!” ในตอนนี้ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ทั้งสองต่างก็มีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของพวกเขา ในขณะที่พวกเขาลุกขึ้นยืน และชี้ไปที่หวงเสี่ยวหลงเพื่อให้เขานั่งลง

หลังจากที่ทั้ง 4 คนนั่งซุนจางยิ้ม และกล่าวว่า “เรื่องที่เกี่ยวกับการขอรับประเมินความก้าวหน้าของเจ้าได้ถูกตัดสินแล้ว เจ้าจงมุ่งหน้าไปยังบึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้ และฆ่าจระเข้เหล็ก แล้วกลับมาพร้อมกับของมัน ”

ได้ยินเรื่องนี้หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า

จระเข้เหล็กเป็นสายพันธุ์ของจระเข้ชนิดหนึ่ง แต่ความแข็งแกร่งในด้านรการป้องกัน และการโจมตีของมันดีมาก จระเข้เหล็กโดยเฉลี่ยมีความแข็งแกร่งพอ ๆ กับนักรบระดับเก้า และแม้แต่บางตัวที่มีพลังอำนาจสามารถเทียบได้กับความแข็งแกร่งของนักรบระดับสิบ สำหรับหวงเสี่ยวหลงการประเมินนี้ถือว่าง่าย

มันเป็นเพียงการเดินทางไปที่บึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

บึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้  อยู่ในปลายสุดของทางตอนใต้ของอาณาจักรหลัวถงไม่ไกลจากบึงน้ำที่เป็นพรมแดนของอาณาจักรหลัวถงหากข้ามไปจะเป็นดินแดนของอาณาจักรเป่าหลงที่เป็นที่ตั้งของนิกายดาบใหญ่

ถัดไปซุนจาง และเซี่ยงฉู่เน้นบางสิ่งที่หวงเสี่ยวหลงต้องให้ความสนใจ

ไม่นานหลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงออกจากห้องของอาจารย์ใหญ่ และกลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวนเพื่อแจ้งให้บิดามารดาทราบว่าเขาจำเป็นต้องออกไปปฏิบัติภารกิจที่บึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้ และในวันเดียวกัน

คราวนี้เมื่อไปที่บึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้ , หวงเสี่ยวหลงไม่ได้นำองครักษ์ หรือเฟยฮาวออกไปกับเขา มีเพียงลิงม่วงตัวเล็ก ๆ เท่านั้น

เกือบห้าปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับวานรม่วงกลืนวิญญาณตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่กับเขา มีพียงเฉพาะเส้นขนที่มันดูเงางาม และดวงตาของมันเป็นสีฟ้าสดใส โดยรวมแล้วมีเพียงปัจจัยที่น่ารักเท่านั้นที่เกิดขึ้น

ถ้าคนไม่ทราบว่าต้นกำเนิดของเจ้าลิงม่วงน้อยตัวนี้ มันก็น่าจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเช่นสัตว์เลี้ยงปกติ

ระดับการบ่มเพาะของลิงม่วงน้อยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์มันได้เทียบเท่ากับของหวงเสี่ยวหลง

เมื่อสามเดือนที่แล้ว หวงเสี่ยวหลงก้าวสู่ขั้นจุดสูงสุดของนักรบระดับเก้าขั้นปลาย และเจ้าลิงม่วงเล็กน้อยก็อยู่ในขั้นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหวงเสี่ยวหลงเพิ่งตัดผ่านนักรบระดับสิบ

มันก็ยังคงเป็นไปตามประมาณการของหวงเสี่ยวหลงภายในระยะเวลาสองเดือนข้างหน้าเจ้าลิงน้อยจะสามารถตามเขาได้ทัน

พบกับความเร็วของการบ่มเพาะที่น่ากลัวของเจ้าลิงน้อยสีม่วงแล้ว แม้กระทั่งหวงเสี่ยวหลงก็มีร่องรอยของความอิจฉาภายในหัวใจ ต้องรู้ว่าเขาสามารถพัฒนาไปสู่นักรบระดับสิบได้อย่างรวดเร็วได้นั้น เนื่องจากเขามีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และเขาก็สามารถที่จะปรับแต่งสมบัติสวรรค์ทั้งสองชิ้น อันได้แก่เจดีย์หลิงหลง พร้อมกับสมบัติสวรรค์ชิ้นล่าสุด, แหวนผนึกเทพ

แต่สิ่งที่เกี่ยวกับลิงสีม่วงตัวน้อย?!

จากการสังเกตของหวงเสี่ยวหลงดูเหมือนว่าเมื่อความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาจากพลังงานภายในร่างกายของมัน เมื่อกลืนกินแกนผนึกสัตว์ปีศาจความเร็วที่ดูดซับพลังงานของปีศาจภายในร่างกายของมันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากออกจากเมืองหลวงแล้ว หวงเสี่ยวหลง และลิงม่วงตัวน้อยก็มุ่งหน้าตรงไปยังบึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้

ถึงแม้ซุนจาง และเซี่ยงฉู่จะไม่ได้จำกัดเวลาในการประเมินก็ตาม แต่พวกเขาก็หวังว่าหวงเสี่ยวหลงจะกลับมาทันการเลื่อนไปสู่ชั้นปีที่ 3 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องนี้เกินความจำเป็น

ตอนแรกหวงเสี่ยวหลงไม่ได้ตั้งใจที่จะก้าวไปสู่ระดับชั้นปีที่ 3 แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้เพราะมีเพียงสามปีเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันในการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิได้

หวงเสี่ยวหลง และลิงน้อยได้ทำการฝึกซ้อมไปด้วยในระหว่างการเดินทาง

เจ้าลิงน้อยสีม่วงเป็นสหายของหวงเสี่ยวหลงที่ไม่เคยทำให้เขารู้สึกเบื่อ

อีกสองเดือนต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็มาถึงยอดเขาของหน้าผา มองออกไปข้างหน้าเขาถูกล้อมรอบไปด้วยหน้าผาสูงชันบางแห่งที่สูงกว่าหนึ่งร้อยจั้ง

นี่เป็นสถานที่ตั้งทางตอนใต้สุดของยอดภูผา และเป็นที่รู้จักกันในนามหน้าผาทางใต้

หวงเสี่ยวหลงซ่อนกลิ่นอาย และเดินไปข้างหน้าพร้อมกับลิงสีม่วงน้อย อีกไม่นานพวกเขาก็มาถึงด้านหน้าของพื้นที่ลุ่มที่ยืดยาวออกไป ปลายทางของหวงเสี่ยวหลงคราวนี้คือสถานที่แห่งนี้คือบึงน้ำบริเวณหน้าผาทางใต้

ยืนอยู่ที่ริมบึงที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขารู้สึกถึงความชุ่มชื้นภายในอากาศและมีพืชน้ำผสมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างกลิ่นเหม็นที่ระเหยเข้าไปในจมูกของเขา การซ่อนกลิ่นอายของพวกเขา, หวงเสี่ยวหลงและลิงม่วงน้อยยังคงเดินหน้าต่อไปยังบึง

แม้ว่าหวงเสี่ยวหลง และเจ้าลิงม่วงน้อยมีความแข็งแกร่งมาก แต่ภายในบริเวณบึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลายอยู่ ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสองก็ไม่เท่าไรหวงเสี่ยวหลงก็จะไม่ต้องกลัว แต่หากมีเป็นฝูงมันก็จะกลายเป็นเรื่องลำบาก

ขณะที่ทั้งสองเดินลึกเข้าไปภายในบึงด้วยความระมัดระวังของพวกเขาต่อพื้นที่โดยรอบก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น

การเคลื่อนไหวใด ๆ ภายในขอบเขตสามร้อยห้าสิบก้าวจะไม่สามารถหลบหนีไปจากดวงตาของหวงเสี่ยวหลงได้

อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปนานกว่าหนึ่งชั่วยาม พวกเขาก็ยังไม่เจอจระเข้เหล็กแม้แต่ตัวเดียว

บึงถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ นอกเหนือจากการสุ่มเสียงของแมลง และสัตว์ร้ายที่ไม่เป็นที่รู้จักในระยะไกลก็ไม่ได้มีอะไรอื่นเพิ่มเติมขึ้นมา

อีกสองชั่วยามต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็หยุดนิ่ง การดำเนินการต่อเช่นนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดี จระเข้เหล็กมักจะแฝงอยู่ที่ด้านล่างของบึง และไม่ค่อยเข้ามาใกล้ริมบึง หรือขึ้นมาบนบกทำให้ไม่มีโอกาสที่หวงเสี่ยวหลงจะลงมือฆ่าพวกมันได้

หรือว่าข้าต้องลงไปภายในบึงหวงเสี่ยวหลงลองคิดถึงอีกครั้งก่อนที่จะส่ายหัว และละทิ้งความคิดนี้ไป

บึงนี้ไม่ใช่น้ำธรรมดา มันหนา และเหนียว และเมื่อเขาเดินเข้าไปภายในบึงความแรงของเขาจะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ที่ด้านล่างจระเข้เหล็กยังอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ถ้าเขาวิ่งเข้าไปในความโชคร้าย และถูกล้อมรอบโดยกลุ่มจระเข้ก็จะต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหลบหนี

ในตอนท้ายหวงเสี่ยวหลงลองรออยู่ที่ริมฝั่ง

พวกเขาตัดสินใจที่จะรอให้จระเข้เหล็กพุ่งขึ้นมาเหนือบึง หรือขึ้นมาบนฝั่ง

วันหนึ่งผ่านไป

ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง

หวงเสี่ยวหลงมองไปที่ท้องฟ้า และเดินไปหาสถานที่ที่จะค้างคืนพร้อมกับลิงม่วงน้อย ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะพักในถ้ำที่อยู่ใกล้ ๆ ในกำแพงหน้าผา

ถ้ำมีขนาดกว้างขวาง หวงเสี่ยวหลงย่างสัตว์ที่เขาจับได้ เจ้าลิงน้อยนั่งรออย่างตื่นเต้นพร้อมน้ำลายที่กำลังไหลในขณะที่รออาหารสุก

เนื้อสัตว์นี้รสดีทีเดียว และด้วยสุราจากแหวนเทพอสูร ชายคนหนึ่ง และลิงตัวหนึ่งก็กลืนอาหารไปจนเต็มท้องของพวกเขา

เช้าวันรุ่งขึ้นหวงเสี่ยวหลง และลิงตัวเล็ก ๆ เดินไปตามริมฝั่งเพื่อค้นหาเหยื่อของพวกเขา

เวลาไหลผ่านไปหลายชั่วยามทำให้วันนี้ใกล้ถึงเที่ยง

มองขึ้นไปข้างบน ดวงอาทิตย์ที่ส่องประกายชัดเจน แต่ไม่มีร่องรอยของความอบอุ่นในร่างของหวงเสี่ยวหลง ในบึงมีแต่ความชื้นที่ชื้นเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะเป็นตอนเที่ยงก็ตาม

ขณะที่หวงเสี่ยวหลงยังคงเดินไปตามริมฝั่งทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เห็นได้ชัด ในใจกลางของบึงมีวัตถุสีดำที่ยาวประมาณ 25 – 30 จั้งคล้ายกับจระเข้เลื้อยข้ามพื้นผิวของบึง

จระเข้เหล็ก!

ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงสว่างขึ้น

แต่ที่จระเข้เหล็กอยู่นั้นมันอยู่ห่างออกไปเกือบ 70 จั้ง หากต้องการที่จะฆ่าจระเข้เหล็กที่อยู่ห่างออกไปมากขนาดนี้แล้วกลับมาที่ริมฝั่งอย่างปลอดภัยนับเป็นเรื่องที่ยาก

เมื่อถึงจุดนั้นหวงเสี่ยวหลงไม่สามารถพิจารณาสิ่งต่าง ๆ มากมายได้ ในทันทีที่มีดคู่เทพอสูรปรากฏตัวขึ้นภายในมือของเขา ในขณะที่ปีกของปีศาจปะทุขึ้นจากหลังของเขา เขากระพริบหายไป

ในขณะเดียวกันหวงเสี่ยวหลงก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือจระเข้เหล็กดูเหมือนมันจะรู้สึกถึงตัวเขา และศีรษะใหญ่ของมันโผล่ออกมาจากน่านน้ำพร้อมอ้าขากรรไกรของมันเปิดกว้าง มันไม่ได้กัดหวงเสี่ยวหลง แต่มันปล่อยพิษที่เป็นของเหลวสีเขียวออกมา

ของเหลวที่เป็นพิษเป็นประกายอยู่ท่ามกลางแสงแดดมันปล่อยกลิ่นเหม็นที่น่ากลัว

เห็นเช่นนั้นร่างของหวงเสี่ยวหลงได้พลิกกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาหลีกเลี่ยงของเหลวที่เป็นพิษ กระพริบอยู่ในอากาศ และมีดคู่เทพอสูรในมือของเขาเฉือนลงไปบนดวงตาของจระเข้เหล็ก มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ครู่ต่อมาร่างของหวงเสี่ยวหลงพุ่งลง และกวัดแกว่งมีดคู่เทพอสูร ใบมีดทั้งสองข้างแทงลงมาจากด้านบน ด้วยการลากผ่านเป็นแนวนอนข้ามศีรษะของมันเกิดเลือดสีเขียวพุ่งออกมา

ด้านบนของศีรษะของจระเข้เหล็กเป็นจุดอ่อนที่ทำให้มันเสียชีวิตได้ และในเวลาเดียวกันนี้หวงเสี่ยวหลงก็จบชีวิตของจระเข้เหล็กได้ในทันที

อย่างไรก็ตามหลังจากที่จระเข้เหล็กเสียชีวิตก่อนที่หวงเสี่ยวหลงจะเอาแกนสัตว์ร้ายออกมาได้ เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองของสหายของพวกมัน จระเข้เหล็กจำนวนนับไม่ถ้วนก็โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นผิวของบึง