0 Views

 

ครู่ต่อมาซุนจาง และเซี่ยงฉู่ก็มาถึงยังหอศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับในปีก่อน ๆ หลังจากที่ทั้งสองคนมาถึงพวกเขาคนหนึ่งจะพูดคำพูดของการให้กำลังใจ และอธิบายกฎของการแข่งขันก่อนที่จะประกาศการเริ่มต้นของการแข่งขัน

และทั้งสองผู้สมัครที่เฉินเฟยหรง แนะนำสำหรับชั้นปียังคงเป็นหวงเสี่ยวหลง และลู่ไค

ในระหว่างการแข่งขันประจำปีของปีที่แล้ว ลู่ไคอยู่ในจุดสูงสุดของนักรบระดับเจ็ดขั้นปลาย และในปีนี้เขาก็สามารถผ่านไปสู่นักรบระดับแปดได้

บนเวทีลู่ไคเรียกจิตวิญญาณของเขา และใช้การเปลี่ยนวิญญาณในพริบตา เขาใช้หมัดสังหารมหัศจจรย์อย่างเต็มกำลังกับหวงเสี่ยวหลงโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

แม้ว่าลู่ไครู้ว่าเขาจะต้องพ่ายแพ้ แต่ในขณะที่เขาเป็นถึงเจ้าชายแห่งอาณาจักรหลัวถง, ลู่ไคยังคงต้องการที่จะท้าทาย และต่อสู้กับหวงเสี่ยวหลง แม้จะรู้ว่าหวงเสี่ยวหลงแข็งแกร่งแค่ไหน มิเช่นนั้นจะก่อให้เกิดผลเสียต่ออาณาจักร

การเฝ้าดูกำปั้นที่ใหญ่โตของลู่ไคที่กำลังเข้ามาถึงตัวเขาหลังจากลู่ไคใช้การเปลี่ยนวิญญาณ หวงเสี่ยวหลงยืนนิ่งอยู่บนเวทีโดยไม่ต้องขยับแต่อย่างใด ก่อนที่กำปั้นของลู่ไคจะไปถึงตรงหน้าอกของหวงเสี่ยวหลง

วูมมมเสียงดังปราศจากเสียงดังกระหึ่ม

ลู่ไค และฝูงชนต่างตกใจ และสับสน

ขณะที่ทุกคนจ้องมองออกไปต่างก็ยังคงสับสนวุ่นวายว่าทำไมหวงเสี่ยวหลงไม่หลบ และโจมตีกลับ ลู่ไคตกใจเมื่อพบกำปั้นของเขารู้สึกราวกับชนกับกำแพงเหล็ก เมื่อมันปะทะกับหน้าอกของหวงเสี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลงยืนอยู่ที่นั่นมั่นคงเหมือนเช่นภูเขา

“เกิดอะไรขึ้น!” ตาของลู่ไคเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ และรู้สึกหวาดกลัว

ในขณะนี้พลังที่น่าสะพรึงกลัวหลั่งไหลออกมาจากร่างของหวงเสี่ยวหลง และด้วยการสะบัดไหล่ขวา ลู่ไคก็ถูกกระแทกกลับออกไปจนสะดุดล้มลง

เกิดการส่งสียงสบสนจากฝูงชนดังขึ้นมา

แม้แต่ลู่ไคก็รู้สึกสับสนเช่นกัน

เขาได้ก้าวเข้าสู่นักรบระดับแปด และนอกเหนือไปจากนั้นจิตวิญญาณเขายังได้ใช้การเปลี่ยนวิญญาณพร้อมกับใช้ทักษะการต่อสู้ระดับปฐพี แม้แต่จุดสูงสุดของนักรบระดับแปดขั้นปลายก็ไม่กล้าที่จะรับหมัดของเขาโดยตรง แต่หวงเสี่ยวหลงรับได้!

ไม่เพียงแต่หวงเสี่ยวหลงใช้พลังที่ดูน่าพิศวงโดยไม่ต้องใช้การเปลี่ยนวิญญาณ เขายังสามารถทำให้เขาพ่ายแพ้ด้วยการสะบัดไหล่ ?

ลูไคส่ายหัว: “สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เขาคงหักผ่านนักรบระดับเก้า ?”

บางทีเขาอาจจะก้าวเข้าสู่นักรบระดับเก้า! ลู่ไคคิดได้เช่นนี้ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง

ทุกคนที่กำลังเฝ้าดูก็แน่ใจว่าหวงเสี่ยวหลงมีความก้าวหน้าในการบ่มเพาะพวกเขาต่างคิดเห็นเหมือนเช่นลู่ไค

บนเวทีดูเหมือนจะทราบผลลัพธ์แล้ว

ซุนจางหัวเราะ: “เด็กคนนี้เขาทะลวงผ่านเข้าสู่นักรบระดับเก้า ? เขาเร็วกว่าที่พวกเราได้ประเมินไว้ครึ่งปี! ”

“ใช่ แท้จริงแล้วยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนที่ชายหนุ่มคนนี้จะอายุครบสิบหกปี”

เซี่ยงฉู่มองอย่างอิจฉาไปที่ภาพเงาของหวงเซี่ยวหลงบนเวที

สิบหกปีก็กลายเป็นนักรบระดับเก้า!

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิต้วนเริน!

แปลกประหลาด หรือสัตว์ประหลาดเป็นนิยามที่สามารถจะอธิบายถึงหวงเซี่ยวหลงได้

หลังจากเอาชนะลู่ไค หวงเสี่ยวหลงได้กลายเป็นผู้ชนะตามที่มีการคาดเอาไว้ และเหตุการณ์นี้ได้เหมือนเช่นทุกครั้ง หวงเสี่ยวหลงเสียเอาชนะได้อย่างง่ายดาย และคว้าอันดับหนึ่งได้เป็นปีที่สอง อย่างไรก็ตามหนึ่งในสามคนที่แข็งแกร่งของสถาบันแสงดารา เฉินไชเซี่ยวได้ก้าวเข้าสู่จักรวรรดิต้วนเริน และได้ผ่านการทดสอบประเมินผลเพื่อเข้าเรียนในชั้นปีที่ 3 แล้ว

ไม่กี่ชั่วยามต่อมาการแข่งขันของสถาบันภายในปีนี้ก็จบลงอย่างราบรื่น

ตามประเพณีนอกเหนือจากรางวัลการแข่งขันตามปกติแล้ว ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ได้มอบเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูงแก่หวงเสี่ยวหลง

เหตุผลหลักที่หวงเซี่ยวหลงได้เข้าร่วมการแข่งขันของสถาบันไม่ใช่เพื่อการบ่มเพาะภายในหุบเขามังกรเพลิง แต่เพราะเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูง

เขาได้มอบเม็ดยาเหล่านี้ให้พ่อแม่ และพี่น้องของเขาทุกปี

ถึงแม้ว่ารายได้จากสมาคมการค้าเก้าขาของหวงเสี่ยวหลงจะได้รับเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทองทุกปี แต่สำหรับเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง

เมื่อซุนจาง และเซี่ยงฉู่ได้มอบเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูง หวงเสี่ยวหลงก็ได้สอบถามเกี่ยวกับการทดสอบการประเมินความก้าวหน้าระดับชั้นปีที่สาม

ซุนจางหัวเราะ และกล่าวว่า: “เจ้าผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำคือการก้าวเข้าสู่นักรบระดับเก้า และระดับความแข็งแกร่งของเจ้ามากกว่าศิษย์ชั้นปีที่ 3 อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะก้าวไปสู่ชั้นปีที่ 3 เจ้าต้องผ่านการทดสอบของสถาบันกฎข้อนี้แม้แต่พวกเราสองคนก็ต้องยึดถือมันด้วยเช่นกัน ”

เซี่ยงฉู่กล่าวว่า “ในปีนี้มันสิ้นสุดลงแล้วดังนั้นถ้าเจ้าต้องสมัครสอบประเมินผลได้ในปีหน้าเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นให้มาหาพวกเราใหม่ และเราจะจัดการให้เจ้าเอง ”

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า: “เอาล่ะข้าเข้าใจแล้ว”

เห็นว่าซุนจาง และเซี่ยงฉู่ทั้งสองคนเชื่อว่าเขาเพิ่งผ่านเข้าสู่นักรบระดับเก้า หวงเสี่ยวหลงไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่ได้บอกว่าแท้จริงแล้วเขาก้าวเข้าสู่นักรบระดับสิบพราะมันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าตกใจเกินไป

ในระหว่างการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเขาชนะเฉินไชเซี่ยว เขาอยู่ในขั้นนักรบระดับแปดเท่านั้น ถ้าคนรู้ว่าเขาผ่านไปถึงนักรบระดับสิบภายในเวลาไม่เกินหนึ่งปีบางทีข่าวนี้อาจดังไปไกลถึงจักรวรรดิต้วนเริน

ดังนั้นเมื่อหวงเสี่ยวหลงเปิดเผยว่าจิตวิญญาณของเขาสูงถึงระดับสิบสอง และมันเป็นปฐมมังกรดำ จักรวรรดิต้วนเรินควรได้รับทราบถึงเรื่องนี้แล้ว ความคืบหน้าของหนุ่มสาวที่มีพรสวรรค์เช่น หวงเสี่ยวหลงมักได้รับการให้ความสำคัญสูงสุด

ในทางตรงกันข้ามจักรวรรดิต้วนเรินจะไม่จงใจปกป้องหรือปลูกฝังคนอย่างหวงเสี่ยวหลงจนกว่าพวกเขาจะเข้าร่วมการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิ และประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ร้อยอันดับแรกจึงจะมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะลงทะเบียนเข้าสู่สถาบันต้วนเริน

หวงเสี่ยวหลงกลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวนพร้อมกับน้องสาว และน้องชายของเขา หวงหมิ่นและ หวงเสี่ยวไห่

น้องสาวของเขาหวงหมิ่นชนะการแข่งขันในระดับชั้นปี

ย้อนกลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวน หวงเสี่ยวหลงเข้าสู่สนามรบโบราณเพื่อฝึกฝนอีกครั้ง

เร็ว ๆ นี้อีกหนึ่งเดือนผ่านไป

อีกสองวันจะเป็นวันปีใหม่

คฤหาสน์เทียนซวนตกแต่งอย่างมีชีวิตชีวาเต็มอิ่มไปกับบรรยากาศที่ร่าเริง และรื่นเริง

เหมือนทุกปีใหม่หวงเซี่ยวหลงจะเลิกฝึกฝน และร่วมอยู่ฉลองกับพ่อแม่ และพี่น้องของเขา

ตอนนี้เขามีอายุถึงสิบหกปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาได้เกิดใหม่ในโลกนี้ แต่ส่วนใหญ่ใช้เวลาฝึกฝน และใช้เวลาพูดคุยกับครอบครัวน้อยมาก

“เสียดายที่หลี่ลู่ไม่ได้อยู่ที่นี่” ภายในห้องโถงใหญ่ทุกคนก็คุยกันอย่างมีความสุขเมื่อซูเย่วได้ กล่าวอย่างฉับพลันว่า: “ปีใหม่นี้จะดีกว่านี้ และมีชีวิตชีวามากขึ้นหากหลี่ลู่อยู่ร่วมฉลองด้วย”

หวงหมิ่นยังเห็นด้วยว่า “ใช่ ถ้าท่านพี่หลี่ลู่อยู่ที่นี่มันจะเยี่ยมมากขนาดไหน!”

บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ลดลงอย่างฉับพลัน

หวงเสี่ยวหลงยืนขึ้น และออกไปจากห้องโถงใหญ่ เดินไปตามถนนเขาเดินเล่นโดยไม่มีจุดปลายทาง ภายในใจเพียงต้องการที่จะเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ แม้อากาศหนาวมากแต่ยังคงมีคนจำนวนมากอยู่ตามท้องถนน และมันก็คึกคัก และมีชีวิตชีวา มีเสียงดังออกมาในทุก ๆ ที่

หวงเสี่ยวหลงได้สังเกตเห็นบ้านทั่วไปเหล่านี้เตรียมตัวต้อนรับปีใหม่ในอารมณ์ร่าเริง และในที่สุดก็ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ความจริงก็คือคนเราไม่จำเป็นต้องแสวงหาอะไรให้มากเกินไป เท่าที่พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวของพวกเขาได้ก็จะมีความสุขแล้ว

หลังจากเดินเล่นรอบเมือง หวงเสี่ยวหลงกลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวน

คฤหาสน์เทียนซวนยังคงสว่างไสว

แทนที่จะฝึกฝน หวงเสี่ยวหลงให้คำแนะนำแก่หวงหมิ่น และหวงเสี่ยวไห่

เกี่ยวกับปัญหาที่พวกเขาพบในการบ่มเพาะ

เร็ว ๆ นี้ปีใหม่ก็ได้ผ่านไปแล้ว

เริ่มปีการศึกษาใหม่ของสถาบันแสงดารา

หวงเสี่ยวหลงมุ่งหน้าไปยังสถาบันแสงดารา และเดินตรงไปยังทิศทางของห้องห้องอาจารย์ใหญ่ สิ่งที่หวงเสี่ยวหลงไม่ได้คาดหวังคือเจียงเต็งก็อยู่ภายในห้องด้วยเช่นกัน

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเจียงเต็งเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่สูงใหญ่ ด้วยการที่ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เจียงเต็งผู้มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม พยัคฆ์แสงสีชาด ได้ก้าวขึ้นสู่นักรบระดับเจ็ดขั้นปลาย ช่องว่างระหว่างเขากับหวงเสี่ยวหลงเป็นเหมือนสวรรค์และปฐพี หวงเสี่ยวหลงได้กลายเป็นบุคคลที่เขาสามารถชื่นชมได้จากระยะไกลเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าเจียงเต็งไม่ได้คิดจะสร้างปัญหาให้แก่หวงเซี่ยวหลงในเวลา และสถานที่นี้ เพราะโดยปกติเขาพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับหวงเซี่ยวหลง ดังนั้นจึงเป็นเวลาสองถึงสามปีนับตั้งแต่ที่พวกเขาพบกันครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้เจอกันอีกครั้ง

“ศิษย์พี่หวง!” เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงเดินเข้ามาเจียงเต็งกระโดดลุกออกจากที่นั่งของตัวเองเพื่อก้าวออกมาทักทายเขาในทันที