0 Views

มายืนข้างหน้าน้องสาวของเขา หวงหมิ่น, หวงเสี่ยวหลงตรวจสอบสภาพของนางซึ่งส่งผลให้เขาต้องขมวดคิ้ว จากการตัดสินของเขาเขาไม่สามารถมองเห็นถึงสิ่งที่เป็นวิธีที่ใช้ในการตรึงน้องสาวตัวน้อยของเขาไว้ในจุดนี้ ไม่ใช่วิธีสกัดจุดหรือการฝังเข็ม

จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวก็เดินเข้ามาเพื่อตรวจสอบสภาพของหวงหมิ่น และพวกเขาก็แสดงออกเช่นเดียวกับหวงเสี่ยวหลง เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังไม่แน่ใจถึงวิธีที่นางถูกตรึงเอาไว้ที่นี่

เมื่อหวงเสี่ยวหลงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ หวงหมิ่นก็ค่อย ๆ คลายจากการถูกตรึง และสามารถเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

“พี่ใหญ่!” หวงหมิ่นร้องไห้ออกมา

หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจ และรีบช่วยเหลือนางอย่างรวดเร็ว “เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”

หวงหมิ่นส่ายหัว “ข้าสบายดี”

หวงหมิ่นได้บอกกับหวงเสี่ยวหลงว่า “เมื่อเช้านี้ข้าออกมาพร้อมกับท่านพี่หลี่ลู่ และเมื่อพวกเราเดินผ่านไปทางถนนสันติ ชายวัยกลางคนสองคนก็ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าพวกเรา หลังจากที่ฆ่าทหารองครักษ์ของจวนจอมพลทั้งสี่นาย พวกเขาได้พาพวกเราไป พวกเขาพาพวกเรามาถึงที่นี่หลังจากออกมาจากเมืองหลวง ” หวงหมิ่นก็หยุดพูดเพื่อหายใจ

หวงเสี่ยวหลงไม่รีบเร่งเขารอให้นางดำเนินการพูดต่อไป

“เมื่อเรามาถึงที่นี่ ทั้งคู่พยายามสอบปากคำท่านพี่หลี่ลู่ พวกเขาถามนางว่าเอกสารแบบร่างของภูเขา และทะเลอยู่ที่ไหน ท่านพี่หลี่ลู่บอกว่านางไม่รู้จักสิ่งนี้ และบอกว่านางจะฆ่าพวกเขาเพื่อแก้แค้นให้แก่พี่ชาย พ่อ และปู่ของนาง ชายสองคนโกรธมาก และอยากจะฆ่าพวกเรา ”

ทุกคนได้ฟังอย่างตั้งใจ

“เมื่อชายสองคนกำลังจะฆ่าพวกเรา ผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสะบัดแขนออกมานางทำให้ชายสองคนต้องพ่ายแพ้”

“ชายสองคนนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง และต้องการที่จะหลบหนีออกไป หญิงสาวคนนั้นไม่ได้ฆ่าพวกเขา ในท้ายที่สุดผู้หญิงคนนั้นพาท่านพี่หลี่ลู่จากไป ”

“นางพาหลี่ลู่จากไป” หวงเสี่ยวหลงตกใจมาก

“ใช่ ผู้หญิงแสนสวยคนนั้นยังกล่าวเอาไว้ว่านางได้ค้นหาผู้สืบทอดแล้ว และความสามารถของ ท่านพี่หลี่ลู่เหมาะสมที่สุดที่จะได้รับการสืบทอดจากนาง ดังนั้นนางจึงต้องการที่จะรับท่านพี่หลี่ลู่เป็นศิษย์ของนาง ท่านพี่หลี่ลู่ก็ตอบตกลงที่จะไปกับนาง ” หวงหมิ่นพึมพำ:” ข้าอยากจะห้ามท่านพี่หลี่ลู่เพื่อให้นางอยู่กับพวกเราต่อ แต่ข้าไม่ทราบว่านางใช้วิธีอะไรหยุดการเคลื่อนไหวของข้า นางบอกว่ามันจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม แต่ถ้าใครอยากจะคลายผนึกของนางต้องให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์จัดการถึงจะยกเลิกผนึกของนางได้ ”

“ผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์!”

จอมพลฮ่าวเทียน, เฟยฮาว, คนที่เหลือ และแม้แต่หวงเสี่ยวหลงเองก็ได้แต่ตกใจ

ผู้หญิงคนนั้นกล่าวว่าเฉพาะผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถยกเลิกการผนึกของนางได้ … หมายความว่าผู้หญิงที่สวยงามคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?

แสงที่ดูไม่แน่นอนกระพริบภายในสายตาของหวงเสี่ยวหลง

อย่างไรก็ตามเขามีความสุขกับหลี่ลู่ที่นางมีโอกาสที่จะได้เป็นศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์ และหลี่ลู่ก็เต็มใจที่จะไปกับนางโดยสมัครใจ และยอมรับนางเป็นอาจารย์ของนางเพื่อที่นางจะได้เรียนรู้ทักษะการบ่มเพาะของผู้หญิงคนนั้น และทักษะการต่อสู้เพื่อแก้แค้น

“ผู้หญิงคนนั้นยังบอกอีกหรือไม่ว่านางพาหลี่ลู่ไปที่ไหน?” ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงถามเสียงของเขาฟังดูเคร่งขรึม

“นางบอกว่าถ้าพวกเราต้องการที่จะไปพบท่านพี่หลี่ลู่ พวกเราต้องไปที่เทพนักรบ” หวงหมิ่น ตอบ

“เทพนักรบ?” หวงเสี่ยวหลงงงงวย เขาหันไปทางจอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวแต่ทั้งสองคนมีรูปลักษณ์ที่เหมือนกันบนความสับสน จากปฏิกิริยาของพวกเขาทั้งสองไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของเทพนักรบนี้

มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจากความคาดหวังของหวงเสี่ยวหลง ทั้งจอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาว ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องเทพนักรบนี้มาก่อน

เขาอาจจะสามารถค้นพบด้วยตัวเองได้อย่างช้า ๆ เท่านั้น

เนื่องจากหลี่ลู่ถูกพาไปเป็นศิษย์ของผู้หญิงคนนั้น ความปลอดภัยของนางจึงไม่เป็นที่น่าวิตกอีกต่อไป พวกเขาเพียงแค่ไม่สามารถมองเห็นหลี่ลู่ได้อีก จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรในอนาคต เมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้งอาจจะเป็นเวลาสิบหรืออาจจะถึงยี่สิบปี ?

“พวกเรากลับกันเถอะ” หวงเสี่ยวหลงสั่ง และถอนหายใจออกมา

เขากับหวงหมิ่น และทุกคนมุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวน

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าหลี่ลู่อยู่ในที่ที่ถูกต้อง และยอมรับว่านางได้อาจารย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในฐานะนักรบศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่ได้ลดความรู้สึกสูญเสียภายในใจของเขา

สำหรับการแก้แค้นให้กับหมู่บ้านสกุลหลี่ หลี่ลู่จะทำด้วยตัวเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ นี่เป็นความปรารถนาของนาง

ดังนั้นเมื่อพวกเขากลับมายังคฤหาสน์เทียนซวน หวงเสี่ยวหลงบอกกับจอมพลฮ่าวเทียนเพื่อยกเลิกการปิดปะตูล้อมเมือง และหยุดการตามหาตัวฆาตกร

สามวันต่อมา

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้ฝึกฝนในช่วงสามวันที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดเรื่องและเกิดการเดินทางอย่างกะทันหันของหลี่ลู่ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลี่ลู่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขา และในเวลานี้นางได้ไปจากเขาทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่างเปล่าภายในใจ

หวงเสี่ยวหลงเงยหน้าขึ้นมองไปบนดวงจันทร์ตอนกลางคืน เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้นมันเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวกันที่ส่องสว่างเช่นเดียวกับคืนนี้

เสี่ยวหลง บอกข้าที ข้าจะตายไหม?

คำที่หลี่ลู่พูดในเวลานั้นหวงเสี่ยวหลงจำมันได้อย่างชัดเจน แม้อารมณ์เศร้าของนางก็ปรากฏชัดในดวงตาของเขาราวกับว่าฉากในคืนนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

ในเวลานั้นหลี่ลู่กอดหวงเสี่ยวหลง

ข้ากลัวมากที่ข้าจะไม่มีโอกาสได้เห็นเจ้าอีกต่อไป และในอนาคตข้าจะไม่ได้เจอเจ้าอีก!

หลี่ลู่ร้องไห้

ความทรงจำปรากฏออกมาเป็นฉาก ๆ

หวงเสี่ยวหลงถอนหายใจ และพูดพึมพำกับตัวเองว่า: “เทพนักรบ”

ห้าวันผ่านไป

หวงเสี่ยวหลงกำลังนั่งสมาธิอยู่ที่บ้านพัก เมื่อหวงหมิ่นเดินเข้ามาหวงเสี่ยวหลงสามารถรับรู้ได้ “พี่ใหญ่ท่านยังคิดถึงท่านพี่หลี่ลู่อยู่หรือไหม?”

หวงเสี่ยวหลงตอบโดยการพยักหน้า และถามกลับไปว่า “อีกสองวันการแข่งขันของสถาบันจะเริ่มขึ้น เจ้ามีความมั่นใจที่จะได้อันดับหนึ่งของชั้นเรียนหรือไม่?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงร้องขออาจารย์ใหญ่ซุนจางแก่พี่น้องของเขา หวงหมิ่น และหวงเสี่ยวไห่เพื่อให้ทั้งสองคนได้เข้าเรียนในสถาบันแสงดาราในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าทั้งคู่จะมีจิตวิญญาณการต่อสู้ในระดับที่ไม่สูงก็ตาม แต่พวกเขาก็ได้รับการหล่อเลี้ยงจากหวงเสี่ยวหลง และถูกแนะนำการบ่มเพาะโดยเฟยฮาว ความแข็งแกร่ง และความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาไม่เลวร้ายไปกว่าคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะภายในสถาบันแสงดารา

“แน่นอนพี่ใหญ่! คราวนี้น้องสาวของท่านจะคว้าอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน! ” หวงหมิ่น หัวเราะออกมาอย่างมั่นใจ

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้ากับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหวงหมิ่น การได้อันดับหนึ่งไม่น่าจะมีปัญหา

ต่อมาหวงหมิ่นก็ออกไปจากที่พักของหวงเสี่ยวหลง

หลังการการปรับอารมณ์ของเขาทำให้หวงเสี่ยวหลงเรียกแหวนผนึกเทพ และเข้าสู่สนามรบโบราณจากนั้นก็เริ่มฝึกฝนทักษะเทพอสูร และฝ่ามือผนึกเทพ

หลังจากฝึกฝนเป็นเวลาหลายเดือนความเข้าใจของหวงเสี่ยวหลงในทักษะการต่อสู้ฝ่ามือผนึกเทพได้ก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด

อีกสองวันผ่านไป

หวงเสี่ยวหลงตื่นขึ้น และมุ่งหน้าไปยังสถาบันแสงดาราพร้อมกับพี่น้องของเขา

หนึ่งปีผ่านไปนับตั้งแต่ที่เขามาที่สถาบันเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อหวงเสี่ยวหลงมาถึงก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเขาต้องใช้เวลาพูดคุย และชี้แนะแก่ศิษย์ของสถาบันแสงดาราที่มีน้อย

เมื่อเข้าสู่ห้องโถงศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับหลายปีก่อนเหล่าหญิงสาวที่ชอบเขากำลังกรีดร้อง และตะโกนชื่อของเขาออกมา

“หวงเสี่ยวหลง, ข้ารักเจ้า ~!”

คำสารภาพแห่งความรักได้มาพร้อมกับการเข้ามาของหวงเสี่ยวหลง ในขณะที่เขาจัดที่นั่งให้เรียบร้อย เขาได้ทะลวงผ่านนักรบระดับสิบแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องขอทดสอบความก้าวหน้าในชั้นเรียนอย่างเป็นทางการ

เมื่อลู่ไคเห็นหวงเสี่ยวหลง เขาเดินไปหา และยิ้มก่อนกล่าวว่า “ช่างหน้าประหลาดใจจริง ๆ เจ้าหายตัวไปเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว และได้ยินว่าเจ้าได้เดินทางไปที่อาณาจักรยู้จิง ?”

หวงเสี่ยวหลง พยักหน้า: “ใช่ ข้าได้เดินทางไปยังอาณาจักรยู้จิง”

เมื่อได้ยินคำยืนยันของเขา ลู่ไคได้ดึงหวงเสี่ยวหลงไปทางด้านข้างโดยสอบถามด้วยการกระซิบพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ข้าได้ยินมาว่าผู้หญิงในอาณาจักรยู้จิงมีความสวยงามมากแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยั่วยวนใจ”

หวงเสี่ยวหลงตะลึงกับคำถามของลู่ไค และพยักหน้าอย่างช้า ๆ และกล่าวว่า “อ่าเต็มไปด้วยอารมณ์เช่นนั้นจริง ๆ”

ดวงตาของลู่ไคสว่างขึ้น “วันหนึ่งข้าจะต้องหาโอกาสขออนุญาตพระราชบิดาของข้าเพื่อที่ข้าจะได้ติดตามทูตพิเศษไปยังอาณาจักรยู้จิงสักครั้ง”

หวงเสี่ยวหลงส่ายหน้าหลังจากที่ได้ยินคำพูดของลู่ไค