0 Views

 

หวงเสี่ยวหลงกำลังทนทุกข์ทรมานจากคลื่นแห่งความเจ็บปวดที่ปรากฎขึ้นอย่างเฉียบพลันที่เกิดขึ้นจากการที่เขาพยายามทะลวงผ่านกำแพงของนักรบระดับสิบ และด้วยความอดทนเขายังคงทักษะเทพอสูรในขณะที่ทำการดูดซับพลังงานทางจิตจากสนามรบโบราณควบคู่ไปด้วย

แสงที่ส่องเป็นประกายกระพริบอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจากร่างของหวงเสี่ยวหลง

ปราณฉี และทะเลฉีของเขาได้พลิกผันไปมาอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่าหวงเสี่ยวหลงจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อควบคุมพวกมัน แต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ความเจ็บปวดที่เพิ่มมากขึ้นนั้นกระทบร่างของเขาเหมือนกับคลื่นแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง

จากประสบการณ์ที่ได้จากการค้นพบในครั้งก่อน ๆ ของเขา หวงเสี่ยวหลงรู้ว่าเขาใกล้จะประสบความสำเร็จแล้วจึงไม่มีทางที่เขาจะยอมแพ้ได้ในตอนนี้!

ถ้าเขาล้มเหลวในการพยายามครั้งแรกมันจะมีโอกาสน้อยลงในช่วงความพยายามครั้งที่สองในการทะลวงผ่านไปยังนักรบระดับสิบ และมันจะยากขึ้นมากกว่าเดิม

ความพยายามที่สาม และสี่แทบจะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จอีกต่อไป

ด้วยอาการเจ็บปวดดังกล่าว หวงเสี่ยวหลงเริ่มมีเหงื่อไหลผ่านหน้าผากของเขา

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ เมื่อจู่ ๆ หวงเสี่ยวหลงเหมือนกำลังจะมีชีวิตใหม่ที่เจาะเปลือก และออกมาสู่โลกภายนอก ปราณฉีจากโลกเบื้องล่างไหลเข้ามาภายในเส้นลมปราณของเขา และปลดเขาออกจากความเจ็บปวดเพื่อเข้าสู่เส้นทางของเส้นลมปราณของนักรบระดับสิบ

อุปสรรคของนักรบระดับสิบในที่สุดก็พังทลายลง!

หวงเสี่ยวหลงกำลังมีความสุขสันต์!

การเดินทางไปตามเส้นทางของเส้นลมปราณของนักรบระดับสิบ  ปราณฉีของโลกเบื้องล่างแผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมของเส้นเลือดของเขา หลังจากโคจรครบรอบอย่างสมบูรณ์แบบแล้วปราณฉีของโลกเบื้องล่างก็ไหลเข้าสู่ทะเลฉี ขยายห้วงทะเลกว้างออกไปอีกระดับหนึ่ง

มังกรสีดำ และสีฟ้าโผล่ขึ้นมาที่ข้างหลังของเขาพวกมันล้วนต่างเติบโตขึ้นกลายเป็นเหมือนมังกรจริง ๆ และเป็นรูปธรรมมากขึ้น พวกมันไม่ได้ดูคลุมเครืออีกต่อไปแล้ว

เมื่อไรก็ตามที่หวงเสี่ยวหลงสามารถเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติได้ ทั้งมังกรสีดำ และสีฟ้าจะพัฒนาขึ้นเป็นครั้งที่สามกลายเป็นมังกรที่แท้จริง!

มังกรที่มีชีวิตจริง!

ปราณฉีของโลกเบื้องล่างยังคงดำเนินการโคจรต่อไปในแนวเส้นลมปราณใหม่ของหวงเสี่ยวหลง ในที่สุดเขาก็หยุดฝึกฝนทักษะเทพอสูร หลังจากโคจรครบสามรอบแล้วเขาได้ลืมตาขึ้นมา

“ตอนนี้ข้ากลายเป็นนักรบระดับสิบแล้ว” หวงเซี่ยวหลงลองใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขารวมกับมีดคู่เทพอสูร โดยใช้ทักษะดาบเทพอสูร และความสามารถในการต่อสู้ของเขา และแม้กระทั่งโดยได้ใช้การเปลี่ยนวิญญาณ หวงเสี่ยวหลงมั่นใจว่าเขาสามารถฆ่าจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลายทั่ว ๆ ไปได้

ถ้าเขาใช้การเปลี่ยนวิญญาณเขาคงจะสามารถต่อกรกับขั้นนักรบเหนือธรรมชาติระดับแรกได้

การย้ำความตื่นเต้นภายในใจของเขา หวงเสี่ยวหลงเดินออกจากลานที่พักของเขา สิ่งแรกที่เขาเห็นคือความห่วงใยของเฟยฮาวที่กำลังวิ่งเข้ามายังที่บ้านพักของเขาอย่างเร่งรีบ: “ท่านจักพรรดิ, คุณหนูรอง และแม่นางหลี่ลู่หายตัวไป!”

“อะไร?! เกิดอะไรขึ้น? “ใบหน้าของหวงเสี่ยวหลงมืดลง

เฟยฮาวตอบอย่างรวดเร็วว่า “ในตอนเช้าคุณหนูรอง และแม่นางหลี่ลู่ออกไปข้างนอก แต่พวกเขาไม่ได้กลับมาหลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว เผู้ใต้บังคับบัญชาได้สั่งให้คนออกไปตามหาพวกเขา บนถนนสันติ พวกเขาพบศพของทหารองครักษ์จากจวนจอมพลในขณะที่คุณหนูรอง   และแม่นางหลี่ลู่ยังหาไม่พบ! ”

หัวใจของหวงเสี่ยวหลงจมลง

ทหารองครักษ์ทั้งสี่ของจอมพลฮ่าวเทียนที่ส่งออกไปเพื่อปกป้องหลี่ลู่ และหวงหมิ่นล้วนเป็นนักรบระดับสิบทั้งหมด สามารถฆ่าทหารองครักษ์ได้โดยที่พวกเขาไม่ทันรู้ตัว …มีเพียง ผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่สามารถกระทำได้!

“ทั้งสี่คนนี้ตายอย่างไร?” หวงเสี่ยวหลงถาม

“พวกเขาถูกฝ่ามือพิษโลหิต!” เฟยฮาวตอบโดยไม่ชักช้า

จริง ๆ แล้วมันเป็นฝ่ามือพิษโลหิต!

ฆาตกรหายตัวไปเป็นระยะเวลาห้าเดือนหลังจากการทำลายล้างหมู่บ้านสกุลหลี่

“แจ้งไปยังฮ่าวเทียน  บอกให้เขาปิดประตูล้อมเมืองเอาไว้ และหาตัวฆาตกร!” หวงเสี่ยวหลงสั่งออกไปทันที “ไปเดี๋ยวนี้, พาข้าไปดูศพทหารองครักษ์ทั้งสี่”

ฮ่าวเทียนเป็นจอมพลเพียงคนเดียวของอาณาจักรหลัวถงที่มีอำนาจในการปิดประตูล้อมเมือง

“ขอรับ!” เฟยฮาวยอมรับอย่างสุภาพ และนำหวงเสี่ยวหลงไปที่ห้องโถงใหญ่

บนพื้นภายในห้องโถงใหญ่มีศพทั้งสี่ร่างของทหารองครักษ์ของจวนจอมพล เห็นได้ชัดว่าถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย เฟยฮาวนำพวกเขากลับมาหลังจากพบศพของพวกเขาบนถนนสันติ

เมื่อหวงเสี่ยวหลงเดินเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ แม่ และพ่อของเขา หวงเผิง และซูเย่วก็อยู่ที่นั่นด้วยพร้อมกับน้องชายของเขา หวงเสี่ยวไห่

เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงมาถึง หวงเผิง  และซูเย่วรีบไปที่ข้าง ๆ เขา

“เสี่ยวหลง เจ้าต้องช่วยน้องสาวของเจ้า และช่วยหลี่ลูกลับมา!” ซูเย่วพูดด้วยเสียงสะอื้นของนางคำพูดแทบจะสำลักในลำคอของนาง

“ท่านแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะ! ” หวงเสี่ยวหลงสัญญา แต่ปัญหาหลักคือการที่เขาไม่ทราบว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนในเวลานี้

เกิดอะไรขึ้นถ้าทั้งสองคน….. … ?!

คิดถึงความเป็นไปได้นี้หวงเสี่ยวหลงรู้สึกปวดร้าวภายในใจ

ตอนนี้เขาตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวของเขาหรือหลี่ลู่ทั้งคู่ก็มีความสำคัญอยู่ภายในใจของเขา

สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ หวงเสี่ยวหลงบังคับตัวเองให้สงบลง และเดินไปที่ร่างของทหารองครักษ์ของจวนจอมพล สังเกตรอบฝ่ามือสีเขียวที่ถูกทิ้งรอยประทับไว้บนหน้าอกของพวกเขาหวงเสี่ยวหลงทำการคาราวะไปยังศพของพวกเขา

พวกเขาช่างกล้าที่จะทำเช่นนี้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ไว้หน้าคฤหาสน์เทียนซวน และจวนจอมพลเลยแม้แต่น้อย!

ถ้าเขาพบพวกเขา หวงเสี่ยวหลงจะต้องให้เขาจ่ายออกมาในราคาที่สาสม!

คราวนี้จอมพลฮ่าวเทียนรีบวิ่งมาจากจวนจอมพล หลังจากที่ได้รับข่าวนี้

หวงเสี่ยวหลงมองไปที่จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวทั้งสองคนก่อนจะกล่าวว่า “ไปกันเถอะพวกเราจะไปที่ถนนสันติเดี๋ยวนี้!”

“ขอรับนายน้อย!”

หวงเสี่ยวหลงนำจอมพลฮ่าวเทียน , เฟยฮาว และส่วนที่เหลือออกจากคฤหาสน์เทียนซวน และวิ่งไปตามถนนสันติ เมื่อหวงเผิง และซูเย่วต้องการจะติดตามเขาไป เขาบอกให้รออยู่ที่คฤหาสน์เทียนซวนเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงที่อาจเกิดขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานหวงเสี่ยวหลง และกลุ่มคนของเขามาถึงที่เกิดเหตุ – ถนนสันติ

เมื่อมาถึงพวกเขาได้เห็นคราบเลือดบนพื้นดินหลายแห่ง แต่ก็แห้งไปเล็กน้อยแล้ว หวงเสี่ยวหลงหลับตาของเขา และยืนอยู่ในความเงียบสัมผัสกับสภาพแวดล้อมของเขา

จากจุดนั้นหวงเสี่ยวหลงได้ติดตามน้องสาวคนเล็กของเขา หวงหมิ่น และกลิ่นของหลี่ลู่ ‘

ทุกคนมีกลิ่นที่ไม่ซ้ำกันมันเป็นกลิ่นกายเฉพาะตัว

ตั้งแต่เขาก้าวผ่านนักรบระดับเจ็ด และมังกรคู่ที่เป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาได้พัฒนาขึ้นเป็นครั้งที่สองความรู้สึกของเขาในการรับกลิ่นสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

ครู่ต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็ลืมตาของเขาขึ้น และมองไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และหายไปในทันทีขณะที่เขาก้าวไปในทางสายนั้นนั้น วิ่งไปทางด้านใต้ของเมืองหลวง, จอมพลฮ่าวเทียน , เฟยฮาว และส่วนที่เหลือรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาในขณะที่พวกเขารีบติดตามไปอย่างรวดเร็วตามด้านหลังของหวงเสี่ยวหลง

วิ่งไปทางทิศใต้ หวงเสี่ยวหลงไม่ได้ปิดบังความแข็งแกร่งของเขา ความเร็วของเขาสร้างความตกใจให้แก่จอมพลฮ่าวเทียน , เฟยฮาว และทุกคนที่อยู่ข้างหลังของเขา

จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างมองหน้ากัน

ท่านจักรพรรดิ … เขาทะลวงผ่านนักรบระดับสิบสำเร็จแล้ว!

นักรบระดับสิบ!

เมื่อไม่นานมานี้ตั้งแต่จักรพรรดิทะลวงผ่านเข้าสู่นักรบระดับเก้า- ไม่ถึงปี! ในตอนนี้ได้ก้าวกระโดดไปยังขั้นนักรบระดับสิบแล้ว … อะไรคือระดับความเร็วในการบ่มเพาะนี้?

จอมพลฮ่าวเทียน และ เฟยฮาวงงงวยกับเรื่องนี้มาก

หากจอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวมีปฏิกิริยาแบบนี้ ทหารจากจวนจอมพล และกองกำลังของ คฤหาสน์เทียนซวนก็จะกลายเป็นโง่งม ในขณะที่พวกเขาจ้องมองไปที่เบื้องหลังของหวงเสี่ยวหลง

เร่งไปในทางทิศใต้ทันทีที่พวกเขาออกจากเมืองหลวง

มากกว่าหนึ่งชั่วยามต่อมาพวกเขาก็มาถึงบริเวณที่เป็นภูเขา

“ทุกคนแยกตัวกันออกไป และทำการค้นหา” หวงเสี่ยวหลงหันหลังกลับมา และออกคำสั่ง

“ขอรับนายน้อย!”

ทุกคนตอบกลับ และแยกตัวออกไปมุ่งไปหาในพื้นที่ต่าง ๆ

หลังจากครู่หนึ่งในป่าภูเขาอันไกลโพ้น คน ๆ หนึ่งในกลุ่มผู้ตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ: “พบคุณหนูรองแล้ว!”

ได้ยินเสียงนี้หวงเสี่ยวหลง และคนที่เหลือรีบวิ่งเข้าไปในพื้นที่ป่านั้น หวงเสี่ยวหลงเห็นหวงหมิ่นอยู่ที่นั่น มีคนใช้วิธีการบางอย่างในการมัดน้องสาวตัวน้อยของเขาเอาไว้ที่นี่ ทำให้นางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่มีร่องรอยของหลี่ลู่อยู่เลย

พวกเขาต่างรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นดวงตาของหวงหมิ่นแสดงความกระวนกระวาย แต่นางก็ยังไม่สามารถขยับตัวหรือพูดได้

หวงเสี่ยวหลงรีบไปหาน้องสาวของเขาในทันที