0 Views

 

จากอาณาจักรยู้จิงมาถึงคฤหาสน์เทียนซวน หวงเสี่ยวหลงไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งแรกที่เขาจะได้ยินก็คือการฆ่าล้างตระกูลของหมู่บ้านสกุลหลี่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงได้ขอให้จอมพลฮ่าวเทียนช่วยปกป้องหมู่บ้านสกุลหลี่จากเงามืด แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถหลบหนีจากภัยพิบัตินี้ไปได้

ในเวลานี้จอมพลฮ่าวเทียนรีบมายังคฤหาสน์เทียนซวน หลังจากที่เขาได้รับแจ้งถึงการกลับมาของหวงเสี่ยวหลง

หลังจากทักทายหวงเสี่ยวหลงแล้วจอมพลฮ่าวเทียนได้รายงานทุกอย่างเกี่ยวกับการทำลายล้างหมู่บ้านสกุลหลี่

“ท่านจักรพรรดิ ข้าได้ติดตามพวกเขาไป และพบว่าผู้ร้ายหลัก…” หลังจากเสร็จสิ้นการรายงาน จอมพลฮ่าวเทียน เพิ่มข้อมูลนี้

“ฮ่าวเทียน ตามการตัดสินของเจ้า ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายอยู่ในระดับไหน?” เสียงของหวงเสี่ยวหลงดังขึ้น

“ตัดสินจากฝ่ามือพิษโลกหิตที่บริเวณทรวงอกของหลี่มู่ และหลี่เฉิงคนผู้นี้น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบเหนือธรรมชาติ” จอมพลฮ่าวเทียนพูดด้วยความทึ่งบนใบหน้าของเขา

“ผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบเหนือธรรมชาติ ” หวงเสี่ยวหลงขมวดคิ้ว

ในปีนั้นผู้ร้ายที่ฆ่าผู้นำกลุ่มเหยี่ยวเขียว เจียงเว่ยเป็นเพียงจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลาย บุคคลผู้นี้มีฝีมือรุดหน้าจนก้าวเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว ? หากเป็นเช่นนี้เรื่องก็จะลำบากมากกว่าที่เขาคาดไว้

ไม่สำคัญว่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ก้าวเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติแล้วหรือไม่

ในขณะนี้มีจอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวที่สามารถจัดการกับบุคคลเช่นนั้นได้

ช่วงเวลาต่อมาทั้งเฟยฮาว และจอมพลฮ่าวเทียนกล่าวขอโทษ

หวงเสี่ยวหลงบอกให้พวกเขาเพิ่มจำนวนกองกำลังของคฤหาสน์เทียนซวน โดยเฉพาะเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถดูแลความปลอดภัยของหลี่ลู่ได้

หลี่ลู่เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวของหมู่บ้านสกุลหลี่ และในความเห็นของหวงเสี่ยวหลง นักฆ่าคนนั้นคงจะถอนรากถอนโคนสายเลือดของตระกูลหลี่โดยเขาจะต้องมาฆ่าหลี่ลู่อย่างแน่นอน

ลึกลงไปในยามค่ำคืน แสงจันทร์ที่บริสุทธิ์ และสะอาดกำลังส่องแสงสว่างไสว

หวงเสี่ยวหลงยืนอยู่ในลานหน้าบ้านพักของเขามองขึ้นไปที่ดวงจันทร์ที่สว่างไสวในท้องฟ้ายามราตรี

ในเวลานี้เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลังของเขา และเขาหันกลับไปหาผู้ที่กำลังเข้ามา ผู้ที่มาก็คือหลี่ลู่นางสวมชุดสีม่วงเช่นดอกลาเวนเดอร์ ภาพของนางที่ก้าวเดินเข้ามาในเวลานี้เหมือนเช่นนางฟ้าลงมาสู่แดนมนุษย์

หลี่ลู่เดินมาจนกระทั่งนางอยู่ตรงหน้าของหวงเสี่ยวหลง

“เสี่ยวหลง” หลี่ลู่ได้กล่าวออกมาหลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่นางยืนลังเล: “ข้ามีเรื่องที่จำเป็นจะต้องบอกเจ้า”

“บอกข้า ?” หวงเสี่ยวหลงจ้องมองไปที่นาง

“ข้าได้ทะลวงผ่านนักรบระดับเจ็ดแล้ว” หลี่ลู่กล่าว

“นักรบระดับเจ็ด ?!” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย  ตามความสามารถของหลี่ลู่ นางไม่สามารถก้าวไปสู่นักรบระดับเจ็ดได้แม้ว่าจะมีผลไม้ปรง และมุกมังกรเพลิงรที่เขาให้ไว้ก็ตาม

หรือว่าหลี่ลู่อาจได้รับโคบางอย่างโดยบังเอิญหรือไม่?

สังเกตเห็นการแสดงออกที่สับสนของหวงเสี่ยวหลง หลี่ลู่รีบอธิบาย: “ขณะที่ข้าออกมาจากสถาบันเพื่อไปทำงานที่ภายนอก และข้าก็ได้ผลัดตกลงไปในสระน้ำ และเพราะข้าหิวมากข้าได้กินหญ้าเล็ก ๆ ที่ดูคล้ายเห็ด และผลทำให้ข้าทะลวงผ่านจากนักรบระดับหกไปยังนักรบระดับเจ็ด

ดวงตาทั้งสองของหวงเสี่ยวหลงกว้างขึ้นด้วยความไม่เชื่อว่าหลี่ลู่จะได้พบทรัพย์สมบัติที่ดีสิ่งนี้ทำให้นางสามารถสร้างความก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วจากนักรบระดับหกไปยังนักรบระดับเจ็ด ………… โดยไม่ทราบว่ามันเป็นเห็ดอะไร ?

แต่ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงยังขบคิดเกี่ยวกับเห็ดก็เกิดแสงไฟสว่างจ้าออกมาจากหลี่ลู่ และมีดาบสีดำยาวโผล่ขึ้นมาจากข้างหลัง จิตวิญญาณสีดำไหลออกมาเหมือนของเหลวที่ไหลลงบนพื้นผิวของดาบสีดำ

นี่คือลักษณะของจิตวิญญาณการต่อสู้ของหลี่ลู่, ดาบทมิฬศักดิ์สิทธิ์

อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาแสงพราวอีกสายก็กระจัดกระจายออกมา ที่ด้านหลังของหลี่ลู่ปรากฏดาบสีขาวที่ยาวกว่า ดาบสีขาวนี้เกือบจะโปร่งใสเป็นประกายในบรรยากาศที่ดูศักดิ์สิทธิ์ที่มีประกายไฟสีทองลอยอยู่เหนือมันซึ่งดูคล้ายกับภูติสีทองขนาดเล็ก

“นี่คือ?” คราวนี้หวงเสี่ยวหลงต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม

หลี่ลู่มีจิตวิญญาณของการต่อสู้อื่นนอกเหนือจากดาบทมิฬศักดิ์สิทธิ์ นางเป็นเหมือนเขาคนที่มีจิตวิญญาณคู่แฝด! นอกจากนี้พลังในการต่อสู้ของนางเหมือนกันกับเขาคือดาบสีดำ และดาบสีขาว!

หวงเสี่ยวหลงสามารถบอกได้ว่าดาบสีขาวโปร่งแสงเหนือล้ำยิ่งกว่าดาบทมิฬศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม?!

ทำไมเขาถึงไม่ทราบว่าหลี่ลู่มีจิตวิญญาณคู่มาก่อนหน้านี้?

“จิตวิญญาณการต่อสู้แบบที่สองนี้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเมื่อข้าทะลวงผ่านนักรบระดับเจ็ด มันถูกเรียกว่าดาบนักบุญศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบสอง ” หลี่ลู่อธิบาย

เพิ่งตื่นขึ้น!

หวงเสี่ยวหลงเข้าใจในที่สุด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงไม่รู้ว่าหลี่ลู่มีจิตวิญญาณการต่อสู้คู่แฝดมาตั้งแต่เริ่มแรก

ในอดีตเมื่อหวงเสี่ยวหลงอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิญญาณในห้องสมุดของสถาบันแสงดารา ก็เกิดมีสถานการณ์คล้ายกับหลี่ลู่ภายในโลกจิตวิญญาณาการต่อสู้ เด็ก ๆ ได้ปลุกวิญญาณของพวกเขาเมื่ออายุได้ 7 ขวบ แต่ยังมีกรณีที่ช่วงเวลาของการปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้บางอย่างก็อาจมีการตื่นช้ากว่าปกติ บางคนตื่นขึ้นเมื่อเจ้าของผ่านไปยังขั้นนักรบระดับสี่หรือนักรบระดับเจ็ด

ต่อมาจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ตื่นขึ้นมามันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเหนือกว่าจิตวิญญาณแรก!

บางส่วนของจิตวิญญาณการต่อสู้ที่สองที่ถูกปลุกขึ้น เมื่อเจ้าของผ่านขั้นนักรบระดับสี่ ในกรณีเหล่านี้จิตวิญญาณการต่อสู้ที่สองจะเป็นหนึ่งหรือสองระดับที่สูงกว่าจิตวิญญาณที่ถูกปลุกเป็นดวงแรก แต่เนื่องจากหลี่ลู่ได้ปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ที่สองหลังจากผ่านไปถึงขั้นนักรบระดับเจ็ดแล้วจิตวิญญาณการต่อสู้ที่สองของนางจึงกลายเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับ 12! ซึ่งสูงมากกว่าดาบทมิฬศักดิ์สิทธิ์ถึงสามระดับ !

แน่นอนสถานการณ์เช่นหลี่ลู่ก็หาได้ยากมาก ในประวัติศาสตร์ของโลกจิตวิญญาณาการต่อสู้ กรณีดังกล่าวสามารถนับได้โดยใช้นิ้วมือที่อยู่ในมือได้

เมื่อสังเกตเห็นดาบคู่ที่อยู่เบื้องหลังของหลี่ลู่แล้ว หวงเสี่ยวหลงก็มีความสุขกับนาง ตั้งแต่นางสามารถปลุกจิตวิญญาณของการต่อสู้ที่สองขึ้นมาได้ แม้ว่าความเร็วในการบ่มเพาะของนางจะไม่น่ากลัวอย่างเช่นเขา แต่มันก็น่าทึ่งมาก โอกาสก้าวเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

“เสี่ยวหลง บอกข้าที ข้าจะตายไหม ?” โดยไม่มีข้อบ่งชี้ใด ๆ หลี่ลู่กลับถามคำถามนี้

หวงเสี่ยวหลงก็ตกใจ แต่เขาตอบออกไปอย่างมั่นใจ: “อย่าได้เป็นกังวล ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าอย่างแน่นอน”

หลี่ลู่พยักหน้า และกอดหวงเสี่ยวหลงทันที และกล่าวว่า “ข้ากลัวมากที่ข้าจะไม่มีโอกาสได้เห็นเจ้าอีกต่อไป และในอนาคตข้าจะไม่ได้เจอเจ้าอีก ” เสียงสะอื้นของนางดังขึ้น

หวงเสี่ยวหลงตบหลังเล็ก ๆ ของนางเบา ๆ และปลอบโยนนางว่า “ไม่เป็นไรทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี จอมพลฮ่าวเทียนได้พบกับพวกนักฆ่าแล้ว พวกเราจะจัดการกับมัน … คฤหาสน์เทียนซวนจะกลายเป็นบ้านของเจ้าในอนาคต ”

หลี่ลู่สั่นเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองไปที่หวงเสี่ยวหลง

หลี่ลู่ออกจากที่พักของหวงเสี่ยวหลงภายหลังจากนั้น

กับภาพเงาของหลี่ลู่ที่ได้หายไปจากสายตาของหวงเสี่ยวหลง เขารีบเข้าไปในสนามรบโบราณและกลืนมุกมังกรเพลิง และเริ่มฝึกฝนทันที

มันเป็นเช่นนี้เหมือนทุก ๆ วัน และแล้วสามเดือนก็ได้ผ่านพ้นไป

ในช่วงสามเดือนนี้หวงเสี่ยวหลงอยู่แต่ในที่พัก และฝึกฝนอยู่ภายในคฤหาสน์เทียนซวน แทนที่จะออกไปยังป่าจันทราสีเงิน และตอนนี้เขาก้าวมาถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับเก้าขั้นปลายอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ขั้นนักรบระดับสิบ

สามเดือนผ่านไปด้วยความเงียบสงบ

หวงเสี่ยวหลงแนะนำให้หลี่ลู่อยู่แต่ภายในคฤหาสน์เทียนเซียน หลี่ลู่จะทำเพียงแค่ฝึกฝนอยู่ที่คฤหาสน์เทียนซวน และไปที่สถาบัน และกลับมาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากจวนจอมพลที่มาปกป้องนาง หลังจากปลุกจิตวิญญาณที่สองของนางแล้วความเร็วการบ่มเพาะของหลี่ลู่เพิ่มสูงขึ้น ภายในระยะเวลาสั้น ๆ สามเดือนที่ผ่านมาหลี่ลู่ได้มาถึงนักรบระดับเจ็ดขั้นกลางแล้ว

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือจอมพลฮ่าวเทียนไม่สามารถระบุตัวฆาตกรได้จากเครือข่ายข้อมูลของเขา ราวกับว่าคนผู้นี้หายไปในอากาศหลังจากที่ทำการฆ่าล้างหมู่บ้านสกุลหลี่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่นักฆ่าได้ออกไปจากอาณาจักรหลัวถงแล้ว

ถึงแม้จะไม่มีร่องรอยของคนในบริเวณใกล้เคียงก็ตาม แต่หวงเสี่ยวหลงก็ยังคงระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก

อีกสองเดือนต่อมา

หวงเสี่ยวหลงนั่งสมาธิในสนามรบโบราณ มังกรสีดำ และสีฟ้าบินโฉบไปมาอยู่ที่ข้างหลังของเขา ในขณะที่พวกมันกำลังกลืนกินพลังงานทางจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่างที่ไหลออกมาจากช่องว่างเหนือศีรษะของเขา จิตวิญญาณจากโลกเบื้องล่างไหลผ่านเข้าไปภายในเส้นลมปราณและทะเลฉีของเขา

ขณะที่หวงเสี่ยวหลงยังคงใช้ทักษะเทพอสูรเพื่อดูดซับปราณฉีจากโลกเบื้องล่าง เพื่อทะลวงผ่านอุปสรรคอีกครั้ง และทำอย่างต่อเนื่อง และต่อเนื่องเพื่อก้าวไปสู่ขั้นนักรบระดับสิบ มันเป็นเรื่องสำคัญมาก และยากกว่าการทำลายอุปสรรคของนักรบระดับเก้า กับปราณฉีที่โคจรอย่างต่อเนื่องเพื่อทะลวงผ่านอุปสรรค ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนมีเข็มหลายพันเล่มที่กำลังทิ่มแทงอวัยวะภายในของเขาทั้งหมดในครั้งเดียว มันช่างเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจกล่าวได้