0 Views

 

แม้ว่าหวงเสี่ยวหลงจะใช้ร่างเทพอสูร เพื่อเปิดใช้งานปีกของเทพอสูร และเงาปีศาจในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเทียบเท่ากับนักรบระดับสิบ เขาก็ยังไม่สามารถหลบหนีผู้ไล่ล่าของเขาไปได้ง่ายดายนัก หลินสือเริ้นเป็นจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลายอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะทะลวงเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติเขาสามารถตามติดหวงเสี่ยวหลงได้ในเวลาไม่นาน

เขาเตรียมที่จะโจมตีภายในระยะ 10 ก้าวที่ด้ารหลังของหวงเสี่ยวหลง อายสังหารลุกโชนขึ้นมาภายในสายตาของหลินสือเริ้น และเขารีบฟันออกไปด้วยดาบยาวของเขา

“ตาย!”

แสงจากดาบยาวกลายเป็นเหมือนมังกรที่กำลังคำราม และโจมตีไปที่ด้านหลังของหวงเสี่ยวหลง

เช่นเดียวกับการโจมตีของดาบที่กำลังจะฉีกด้านหลังของหวงเสี่ยวหลง ภาพเงาของหวงเสี่ยวหลงหายไปจากมุมมองของหลินสือเริ้นอย่างไม่คาดฝัน

ดาบพลาดเป้าหมายโดนแค่เพียงแนวปะการังที่อยู่รอบ ๆ ออกไปหลายร้อยก้าว ปะการังแตกเป็นชิ้น ๆ และถูกพัดพาไปตามกระแสน้ำ

“เขาหายไป? เขาจะหายไปได้อย่างไร? ” หลังจากอยู่ในความตกใจ หลินสือเริ้นร้องออกมาด้วยความโกรธ คลื่นเสียงแพร่ออกไปเป็นระลอกคลื่นใต้น้ำอย่างรุนแรง หลินสือเริ้นออกค้นหาไปในพื้นที่โดยรอบด้วยดวงตาที่บวมแดงคล้าย ๆ กับสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ

ในเวลานี้ผู้อาวุโสของนิกายดาบใหญ่ ได้พบกับหลินสือเริ้น

“ท่านผู้นำตรงนั่น!” ทันใดนั้นคนหนึ่งในกลุ่มผู้อาวุโสตะโกนชี้ไปทางด้านหน้า

หลินสือเริ้นได้มองออกไปอย่างรวดเร็ว และสังเกตเห็นร่างของหวงเสี่ยวหลงที่อยู่ห่างออกไปสองลี้

“สุนัขแซ่หวง, ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะสามารถหนีไปได้นานแค่ไหน!” หลินสือเริ้นสบถออกมาในขณะที่เขาพุ่งผ่านน้ำไปอีกครั้งเพื่อติดตามหวงเสี่ยวหลง ผู้อาวุโส และสาวกของนิกายดาบใหญ่ได้ติดตามไปโดยไม่รอช้าเข้าร่วมในการไล่ล่า

ในเวลาไม่ถึงอึดใจ หลินสือเริ้นเดินทางข้ามระยะทางมากกว่าครึ่ง แต่เมื่อเขาโจมตีออกไปอีกครั้งภาพเงาของหวงเสี่ยวหลงก็หายไปเป็นครั้งที่สองปรากฏขึ้นห่างจากจุดเดิมอีกสองลี้

ลำดับเหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีกมากกว่าสิบครั้ง ทุกครั้งที่หลินสือเริ้นลงมือทำร้ายหวงเสี่ยวหลง หวงเสี่ยวหลงก็จะหายตัวไปอย่างลึกลับ หลินสือเริ้นเกือบกลายบ้าด้วยความโกรธ และความโกรธของเขาดูเหมือนจะแผ่ออกไปข้างนอกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดภายในพื้นที่ใต้น้ำ

ผู้อาวุโส และสาวกที่ติดตามการไล่ล่ายิ่งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น

อีกครึ่งชั่วยามต่อมาในระหว่างการไล่ล่าที่ยาวนานเหล่าสาวกหลายคนก็หอบหายใจออกมา

ในน้ำการบริโภคปราณฉีมีขนาดใหญ่กว่าบนบก

หวงเสี่ยวหลงซ่อนอยู่ภายในพื้นที่แยกใต้น้ำสังเกตเหล่าสาวกของนิกายดาบใหญ่อยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้นเขาเอามีดคู่เทพอสูรออกมาไว้ในมือของเขาทันทีแล้วฟันไปที่คอของสาวกของนิกายดาบใหญ่

สาวกเหล่านี้อยู่ในขั้นนักรบระดับเก้า และไม่เคยคิดเลยว่าหวงเสี่ยวหลงจะมาหลบซ่อนตัวอยู่ข้าง ๆ ตัวของเขา และจะลอบโจมตีเขาอย่างกระทันหัน หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ ของความประมาทลำคอของเขาถูกตัดออกในทันที

เลือดสด ๆ ไหลซึมออกมาย้อมสีของน้ำให้กลายเป็นสีแดงเข้มรอบ ๆ ตัวเขา

“ศิษย์น้อง!” สาวกของนิกายดาบใหญ่จำนวนหนึ่งร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

พวกเขาโกรธมาก แต่ปฏิกิริยาของพวกเขาก็สายเกินไปเสียแล้ว หวงเสี่ยวหลงอยู่ห่างออกไปถึงสองลี้อีกแล้ว

ทุกครั้งที่พวกเขาหยุดเพื่อหายใจ หวงเสี่ยวหลงจะเริ่มโจมตีด้วยมีดคู่เทพอสูร

เมื่อถึงเวลาอีกครึ่งชั่วยามหกสาวกของนิกายดาบใหญ่ได้พบกับความตายภายใต้คมมีดของหวงเสี่ยวหลง

เมื่อดูเหล่าศิษย์สาวกของนิกายดาบใหญ่เหล่านี้ตายลงไปด้วยฝีมือของหวงเสี่ยวหลง หลิน         สือเริ้นรู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น ในขณะที่เขาโห่ร้องเหมือนสิงโตที่มีความพยาบาท แสงส่องประกายออกมาในสายตาของเขา เขาต้องการที่จะหั่นหวงเสี่ยวหลงออกเป็นชิ้น ๆ !

เหล่าสาวกทั้งหกคนนี้เป็นบุคคลสำคัญของนิกายดาบใหญ่ที่นิกายได้รับการยกย่องด้วยความพยายาม และมอบทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมให้แก่พวกเขา แต่ตอนนี้คนทั้งหกได้ตายไปแล้ว!

หัวใจของหลินสือเริ้นเหมือนมีเลือดไหลออกมาในขณะคิดถึงความสูญเสีย

……………………………….

อีกหนึ่งชั่วยามผ่านไป

หวงเสี่ยวหลงนั่งไขว่ห้างอยู่ในถ้ำที่ซ่อนอยู่ในแนวปะการังที่ด้านล่างของทะเลสาบรู้แจ้งซึ่งทำให้เขาสามารถฟื้นตัวได้ทันที ภายในเวลาไม่กี่อึดใจวินาทีปราณฉีทั้งหมดได้รับการฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์

เขาได้ฆ่าลูกศิษย์ของนิกายดาบใหญ่ไปแล้วเป็นจำนวน 8 คน และหลบหนีการไล่ล่าของหลินสือเริ้นไปด้วย

โชคดีที่หยู่เฉินไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น ถ้าเขาอยู่ด้วยหวงเสี่ยวหลงจะได้พบกับความยากลำบาก ต่อหน้านักรบเหนือธรรมชาติระดับสอง แม้ว่าเขาจะสามารถปกปิดตัวเองไว้ในกระเป๋าได้เขาก็จะไม่สามารถหลบหนีหรือหลบซ่อนตัวจากหยู่เฉินได้

แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ข้าจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะกลับขึ้นไปที่แผ่นดินภายในเวลาอีกครึ่งชั่วยาม! หวงเสี่ยวหลงพึมพำกับตัวเอง ตั้งแต่เวลาที่พวกเขาเข้ามาในทะเลสาบนานกว่าสองชั่วยามแล้ว อีกไม่นานหวงเสี่ยวหลงจะต้องกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ

“ข้าสงสัยว่าทางด้านเฟยฮาวเป็นยังไงบ้าง ?”

ในช่วงสองชั่วยามที่ผ่านมาเขาละเลยการค้นหาสมบัติสวรรค์ สิ่งที่ทำให้สร้างความหงุดหงิดให้แก่หวงเซี่ยวหลงก็คือการขาดการตอบสนองจากเจดีย์หลิงหลง

“มันเป็นไปได้ไหมที่สมบัติสวรรค์ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นแล้ว?” คิ้วของหวงเสี่ยวหลงขึงเป็นร่อง

เมื่อได้นึกถึงว่าสมบัติสวรรค์ตกไปอยู่ในเงื้อมือของคนอื่น นั้นมันจำเป็นจะต้องอยู่ในมือของผู้ที่มีจิตวิญญาณการเรียนรู้ระดับสิบสามหรือเหนือกว่า บางที … ? ชื่อที่ปรากฏในความคิดของหวงเสี่ยวหลง – ต้วนหวูเฮิน!

เฉพาะต้วนหวูเฮินจึงจะมีความเป็นไปได้สูงที่สุดเพราะเขาเป็นผู้ที่ได้ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบสามขึ้นไป

คิดถึงความเป็นไปได้หัวใจของหวงเสี่ยวหลงก็เกิดทรุดลง

ถ้าเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้แผนของเขาที่คิดจะทะลวงผ่านขั้นนักรบเหนือธรรมชาติได้ภายในระยะเวลาสามปีจะถูกทำลายลง คิดอีกทีหนึ่งถ้าต้วนหวูเฮินได้รับสมบัติสวรรค์ไปแล้ว เขาต้องเข้าสู่สถาบันต้วนเรินให้ได้หลังจากกลับไปแล้วค้นหา และควบคุมมุกวิญญาณสัมบูรณ์สมบัติอันดับที่สี่ หลังจากปรับแต่งแล้วจะเป็นอีกหนึ่งสมบัติสวรรค์ของเขา!

ถ้าสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นขณะที่หวงเสี่ยวหลงคาดการณ์ไว้มันจะกลายเป็นเรื่องลำบากสำหรับเขา

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังคิดถึงลำดับเหตุการณ์ เจดีย์หลิงหลงภายในร่างของหวงเสี่ยวหลงก็เกิดการสั่นสะเทือนเมื่อ ……

“นี่คืออะไร?” หวงเสี่ยวหลงเกือบกระโดดด้วยความปิติยินดี เขารีบลุกขึ้นยืน และรีบไปตามทิศทางที่เขารู้สึกได้

หลังจากนั้นไม่นานหวงเสี่ยวหลงก็หยุดลงที่จุด ๆ หนึ่งตามที่เขาได้รู้สึกมาก่อนหน้านี้นี่สมควรจะอยู่ที่ตรงนั้น

หวงเสี่ยวหลงมองไปรอบ ๆ อย่างรอบคอบ ในที่สุดดวงตาของเขาก็ตกลงไปบนภูเขาที่อยู่ไม่ไกล เขาขยับเข้าไปใกล้ และหยุดที่กำแพงของหิน

ภูเขาสูงประมาณเกือบสิบจั้ง และมีการแกะสลักฝังอยู่บนพื้นผิวของผนัง หวงเสี่ยวหลงศึกษาทีละตัวอักษร และรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าภาพแกะสลักเหล่านี้แสดงภาพฉากของสงครามโบราณ ในสงครามนั้นผู้เข้าร่วมมีลักษณะรูปร่างแปลก ๆ และมีเผ่าพันธุ์ที่มีทั้งสองขา, สี่ขา และแม้แต่หกปีกที่ต่อสู้ และฆ่าล้างกัน

การแกะสลักบนผนังของสงครามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งสร้างความสนใจให้แก่หวงเสี่ยวหลงมุ่งเน้นไปที่วงกลมสีทองที่ประดับประดาเหนือฉากต่อสู้

ไม่ว่าเขาจะตรวจสอบอย่างไรวงกลมที่ดูกลมกลืนนี้ดูแปลก และเด่นชัดต่อหน้าหวงเซี่ยวหลง

เมื่อหวงเสี่ยวหลงจ้องมองลงไปบนวงกลมสีทองสดใส การแกะสลักที่เงียบสงบครั้งแรกของวงกลมที่ฝังลงบนกำแพงภูเขาก็พลันสร้างการสั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศทุกทาง และความผันผวนที่น่าสะพรึงกลัวก็ถูกทำให้เกิดคลื่นที่รุนแรง

ประเภทของความผันผวนที่ไม่เหมือนใครนี้มีความคล้ายคลึงกับเจดีย์หลิงหลงแต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยในเวลาเดียวกัน และมันก็มีพลังมากขึ้น และน่ากลัวยิ่งกว่าบรรยากาศที่เจดีย์หลิงหลงเคยสร้าง

เจดีย์หลิงหลงในร่างของหวงเสี่ยวหลงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเช่นเดียวกับครั้งก่อนจิตวิญญาณการต่อสู้มังกรคู่ของหวงเสี่ยวหลงบินออกมาเอง และกระโจนลงไปบนวงกลมสีทอง

ในขณะที่มังกรคู่สีดำและสีฟ้าของหวงเสี่ยวหลงบินลงไปยังแหวนทองคำผู้เชี่ยวชาญทุกคนในบริเวณทะเลสาบรู้แจ้งอาจเห็นแสงที่สุกใสจากทะเลสาบที่อยู่ด้านล่างนี้

ห่างออกไปหลายสิบลี้ใบหน้าที่มีความสุขได้เกิดขึ้นกับต้วนหวูเฮิน เมื่อต้องเผชิญกับเสาหลักที่สว่างไสว เขากระพริบผ่านออกไปโดยการเร่งความเร็วไปในทิศทางที่หวงเสี่ยวหลงอยู่ ด้วยความเร็วที่มากมายทำให้เหลือเพียงภาพติดตาของตัวเองในขณะที่วิ่งผ่านอวกาศ

นอกเหนือไปจากต้วนหวูเฮิน, หยู่เฉินจากนิกายดาบใหญ่, หนิงหวังจากนักสู้ตระกูลหนิง และผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบเหนือธรรมชาติของอาณาจักรยู้จิง … บรรดาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้กำลังวิ่งไปในทิศทางที่หวงเสี่ยวหลงอยู่

การตรวจจับกลิ่นอายที่พุ่งตรงมายังตัวเขาจากทุกทิศทุกทาง หวงเสี่ยวหลงมีสีหน้าที่น่าเกลียดบนใบหน้าของเขาผลักดันโคจรรวบรวมปราณฉีให้ได้มากที่สุด มังกรสีดำและสีฟ้าพันรอบแหวนทองคำที่ต้องการจะกลับไปที่ร่างกายของหวงเสี่ยวหลง แต่แหวนทองคำก็สั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามที่ปล่อยพลังงานลึกลับออกมาจากมังกรคู่ที่แฝงอยู่

ในเวลานี้ต้วนหวูเฮินอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบลี้แล้วในเวลานี้