0 Views

 

การเฝ้าดูชายคนหนึ่งทำร้ายอสรพิษเหนียวฉิงได้อย่างง่ายดายโดยใช้การชกเพียงครั้งเดียวผู้เชี่ยวชาญที่มีความแข็งแกร่งที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ ต่างก็ต้องประหลาดใจ รวมไปถึงหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด; กษัตริย์แห่งอาณาจักรยู้จิง – ฟ่านเจ๋อ

“องค์ชายรอง!”

“องค์ชายรองต้วนหวูเฮิน!”

ในหมู่บุคคลแรกที่ตะโกนด้วยความประหลาดใจคือเหล่าเสนาบดี และทูตจากอาณาจักรใกล้เคียง

“ต้วนหวูเฮิน!” หวงเสี่ยวหลงมองไปที่ร่างที่แข็งแกร่งเหนือผิวน้ำของทะเลสาบ นี่คือนักรบเหนือธรรมชาติระดับเก้า ต้วนหวูเฮินรูปร่างหน้าตาของเขาเป็นของผู้ชายอายุสามสิบที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่คมชัด ซึ่งดูเหมือนราวกับว่าเขาถูกแกะสลักด้วยมีดซึ่งเป็นแรงกดดันที่หนาวเย็น และไม่อาจมองเห็นได้สำหรับผู้ที่อยู่รอบตัวเขา ต้วนหวูเฮินไม่ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายใด ๆ โดยตั้งใจ แต่หวงเสี่ยวหลงผู้ยืนอยู่ห่างไปครึ่งลี้ยังคงรู้สึกกดดันจากกลิ่นอายของต้วนหวูเฮิน ความกดดันนี้มาพร้อมกับแรงผลักดันที่สามารถทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้าได้

ความรู้สึกที่มีต่อต้วนหวูเฮิน ในขณะที่เขายืนอยู่ตรงนั้นมีลักษณะคล้ายกับดาบแห่งขุมทรัพย์ที่งดงาม และความน่าเกรงขามซึ่งเหมือนคมดาบที่พร้อมจะหลุดออกมาจากฝักได้ตลอดเวลา

ทุกดวงตาที่จ้องมองต่างมีแสงแห่งความตกใจ ต้วนหวูเฮินที่ยืนอยู่ในอากาศกำลังเอามือของเขาไขว้ไปที่ด้านหลังของเขา ในขณะที่เขามองไปที่อสรพิษเหนียวฉิงในทะเลสาบด้านล่าง

“สัตว์วิญญาณข้าให้เจ้าสองทางเลือก หนึ่งมาเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของข้า หรือสองตายด้วยน้ำมือของข้า! ”

ศีรษะขนาดมหึมาโฉบไปมามันเป็นศีรษะของอสรพิษเหนียวฉิงที่กำลังโผล่ออกมาจากน่านน้ำตาของมันเรืองรองไปด้วยความโกรธอย่างรุนแรง และพูดกับต้วนหวูเฮินตามด้วยภาษามนุษย์ “ต้องการให้ข้าเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้า? มนุษย์มีแต่ชั่วร้าย … หยุดฝัน! ” ร่างทั้งร่างของมันโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ และลอยขึ้นไปสู่อากาศเหนือทะเลสาบรู้แจ้ง

ทั้งสองกรงเล็บที่อยู่ใต้ท้องของอสรพิษเหนียวฉิงมีขนาดพอ ๆ กับเนินเขาเล็ก ๆ

เมื่อลอยตัวเหนือทะเลสาบรู้แจ้ง น้ำในทะเลสาบก็หมุนวนขึ้นมาเหมือนอย่างพายุทอร์นาโดที่คดเคี้ยวไปทั่วร่างของอสรพิษเหนียวฉิง หวงเสี่ยวหลงสังเกตเห็นว่านับตั้งแต่ที่น้ำจากทะเลสาบลอยขึ้นมาล้อมรอบอสรพิษเหนียวฉิง น้ำกำลังถูกดูดกลืนโดยอสรพิษเหนียวฉิง เมื่อน้ำถูกดูดเข้าสู่ร่างกายมากขึ้นมีชั้นของเกราะน้ำที่ดูหนาขึ้นมาบนผิวของมัน

ในขณะเดียวกันบาดแผลบนท้องของมันที่เกิดจากต้วนหวูเฮินก็หายไปอย่างรวดเร็วตรงหน้าดวงตาของทุกคน

แม้ว่าตอนที่เขาเห็นการรักษาอาการบาดเจ็บของ อสรพิษเหนียวฉิงก็ตาม แต่ต้วนหวูเฮินก็แสดงท่าทีที่ไม่กระตือรือร้น

“ทะลายภูผา พลิกมหาสมุทร!”

ขณะที่การบาดเจ็บที่ท้องส่วนล่างหายเป็นปกติแล้ว อสรพิษเหนียวฉิงส่งเสียงคำรามดังสนั่น! น้ำของทะเลสาบรู้แจ้งพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้า และกลายเป็นคลื่นยักษ์ถาโถมไปยังต้วนหวูเฮิน

เมื่อคลื่นขนาดใหญ่มุ่งหน้าไปที่ต้วนหวูเฮิน มันก็ควบแน่นเป็นแถว และด้านปลายของแถวเกิดเป็นปลายแหลมเช่นปลายดาบ

เมื่อคลื่นปลายดาบที่แหลมคมเหล่านี้อยู่ห่างเพียงปลายนิ้วจากต้วนหวูเฮิน เขาก็ยกมือขึ้นและค่อย ๆ ชี้ไปข้างหน้า ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสามารถปิดกั้นพลังจากปลายนิ้วได้คลื่นเกิดพังทะลายลงกลายเป็นหยดน้ำที่กำลังสาดกระเซ็นลงสู่ทะเลสาบเบื้องล่าง

อสรพิษเหนียวฉิงรู้สึกประหลาดใจ และตกใจเมื่อเห็นการโจมตีอันยิ่งใหญ่ของเขา ในลักษณะที่เปราะบางภายใต้นิ้วของต้วนหวูเฮิน มันส่งพลังไปที่กรงเล็บเพื่อทำร้ายต้วนหวูเฮินด้วยแรงทั้งหมดที่มีสองกรงเล็บที่น่าสะพรึงกลัวส่งแรงกดดันออกมาทำให้มันระเบิดหินรอบ ๆ กลายเป็นชิ้น ๆ

ต้วนหวูเฮินเงยหน้าขึ้นมองดูกรงเล็บสีเขียวของอสรพิษเหนียวฉิงที่กำลังพุ่งผ่านอากาศมาทางตัวเขา เขากำหมัด และลงมือชกออกไป

บูม! 

เกิดระเบิดขึ้นเนื่องจากพลังที่สร้างขึ้นโดยการชก

ร่างกายขนาดมหึมาของอสรพิษเหนียวฉิงถูกส่งกระเด็นไปกระแทกกับภูเขาที่ห่างออกไป ภูเขาสั่นสะเทือน และก้อนหินก็ร่วงลงมาเหมือนแผ่นดินถล่ม

ต้วนหวูเฮินกระพริบผ่านหายตัวไป และไปปรากฏตัวอยู่ข้างๆ อสรพิษเหนียวฉิง เกือบจะในทันที เขาใช้ฝ่ามือเฉือนออกไปเหมือนคมมีด

เสียงกรีดร้องจากลำคอของอสรพิษเหนียวฉิงดังขึ้น ในขณะที่ปล่อยลมหายใจสุดท้ายออกมา เสาเลือดไหลพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้าสูงถึงหนึ่งร้อยจั้งย้อมสีทะเลสาบรู้แจ้ง และยอดเขาในพื้นที่ใกล้ ๆ  ขณะที่ร่างของมันตกลงไปในทะเลสาบ น้ำสาดกระเซ็นทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่

บริเวณโดยรอบเกิดความเงียบสงบ

ดูท่าทีที่สะดวกสบายของต้วนหวูเฮินในขณะที่ได้ฆ่าอสรพิษเหนียวฉิง หัวใจของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างมาก

นั่นเป็นสัตว์เหนือธรรมชาติที่แท้จริง สัตว์เหนือธรรมชาติเสียชีวิตตรงหน้าพวกเขา สัตว์เหนือธรรมชาติที่มีความหมายเหมือนกับภัยพิบัติ และความหวาดกลัวในสายตาของพวกเขา อย่างน้อยนั่นคือความรู้สึกที่พวกเขาได้รับ

หลังจากที่ฆ่าอสรพิษเหนียวฉิงเกิดแรงดูดดึงแกนของมันมาอยู่ที่ฝ่ามือของ ต้วนหวูเฮิน และแกนของสัตว์วิญญาณที่แวววาวได้ตกไปอยู่ในมือของเขาแล้ว แกนของสัตว์เหนือธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับผู้บ่มเพาะ ไม่เพียงแต่สามารถนำไปกลั่นเป็นยาเพื่อปรับปรุงการบ่มเพาะแต่ยังมีวิธีนำไปใช้อีกมากมายเช่นกัน

เก็บแกนสัตว์วิญญาณเข้าไปในแหวนจัดเก็บของเขาแล้ว ต้วนหวูเฮินรีบดำลงไปในน้ำของทะเลสาบรู้แจ้ง

เมื่อต้วนหวูเฮินหายไปด้านบนของทะเลสาบก็กลับมาเงียบสงบเหมือนกระจก

ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆได้ถูกฝังอยู่ในแผนการ และความปรารถนาของตนเอง

ถึงกระนั้นแม้หลังจากต้วนหวูเฮินดำลงไปใต้ทะเลสาบผ่านไปนาน กลับไม่มีใครกล้าที่จะเป็นคนแรกที่จะตามไป

ลักษณะที่โดดเด่นของต้วนหวูเฮินในการฆ่าอสรพิษเหนียวฉิงนับได้ว่าเป็นการสร้างปัจจัยป้องกันที่ดี การติดตามต้วนหวูเฮินเพื่อไปหาสมบัติไม่ใช่แค่เพียงการเอาชีวิตไปทิ้ง?

ถึงแม้ว่าสมบัติสวรรค์จะดึงดูดมากแค่ไหน แต่ชีวิตเล็ก ๆ ของพวกเขาก็มีความสำคัญมากกว่าอยู่ดี

ยังคงมีผู้ที่ไม่สามารถทนต่อเสน่ห์ของสมบัติได้ ในที่สุดก็มีคนนำทาง และบินลงไปที่ทะเลสาบรู้แจ้ง เมื่อหนึ่งคนผ่านไปสองสาม … ไปจนถึงสิบก็เริ่มตามลงไป!

ผู้เชี่ยวชาญเริ่มจัดกลุ่มของตัวเองเป็นกลุ่ม และเข้าสู่ทะเลสาบด้วยกัน

“ท่านจักรพรรดิ พวกเราควรจะ?” เมื่อเห็นว่าหลาย ๆ คนได้เดินหน้าไปก่อนพวกเขา เฟยฮาวได้ถามหวงเสี่ยวหลงสำหรับความคิดเห็นของเขา

หวงเสี่ยวหลงตอบด้วยเสียงเคร่งขรึม: “เอาล่ะ ข้าคงต้องตามลงไป!” หลังจากที่เขาพูดจบเรื่อง ทั้งเขา และเฟยฮาวบินไปที่ทะเลสาบ

สิ่งแรกที่พวกเขาสังเกตเห็นคือความหนาวเย็นของน้ำ

หวงเสี่ยวหลงงงงวยนิดหน่อย – น้ำของทะเลสาบรู้แจ้งนี้เย็นมาก ๆ เช่นน้ำแข็ง!

แม้ว่าบังเอิญว่าพวกเขาจะอยู่ในฤดูร้อนในขณะนี้ แต่น้ำของทะเลสาบรู้แจ้งก็เหมือนถูกแช่แข็งเหมือนเป็นช่วงของฤดูหนาว

ใกล้กับด้านล่าง หวงเสี่ยวหลงตระหนักว่าทะเลสาบใหญ่กว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ มันเหมือนกับมหาสมุทรมากกว่าทะเลสาบ และมันดูเหมือนจะแผ่กว้างไปทั่วทุกทิศทุกทางโดยมองไม่เห็นฝั่ง

หวงเสี่ยวหลงไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบเหนือธรรมชาติ แต่โดยการพึ่งพาพลังภายในของเขาและปราณฉีเขาสามารถอยู่ใต้น้ำได้สองถึงสามชั่วยามโดยไม่มีปัญหา

หลังจากเดินทางไปตามลำธารที่ไหลลงทะเลสาบ หวงเสี่ยวหลงกล่าวกับเฟยฮาวว่า “เราควรจะแยกกันออกค้นหา ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้กลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลเฟย และรอข้าอยู่ที่นั่น ”

“เรื่องนี้ … ” เฟยฮาวลังเลใจ

“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้า” หวงเสี่ยวหลงรู้ถึงความห่วงใยของเฟยฮาว และเขายังคงพูดจาหว่านล้อมต่อไปว่า “มันเป็นเรื่องที่ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ข้าจะกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลเฟยภายในเวลาสามวัน ถ้าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ”

“ขอรับ ท่านจักรพรรดิ!” เมื่อเห็นการยืนกรานของหวงเสี่ยวหลง เฟยฮาวไม่กล้าพูดอะไรอีก เขาทำได้เพียงยอมรับการตัดสินใจของหวงเสี่ยวหลง หลังจากทำการคำนับแล้วเขาหันกลับออกไป และไปอีกทางหนึ่ง

หลังจากแยกกับเฟยฮาวแล้ว หวงเสี่ยวหลงยังคงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก

เมื่อเขาอยู่นอกภูเขา เขาสามารถมองเห็นแสงพราวของสมบัติสวรรค์ที่ปรากฏอยู่ แต่เมื่ออยู่ในทะเลสาบกลับไม่มีแสงใด ๆ

 

ครึ่งชั่วยามหลังจากนั้น

หวงเสี่ยวหลงกำลังก้าวไปข้างหน้า จู่ ๆ มีกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้นขวางเส้นทางของเขา

คนจากนิกายดาบใหญ่!

ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงลดลงอย่างน่ากลัว และเขาก็หยุดลงอย่างกะทันหัน

ในเวลานี้ผู้คนจากนิกายดาบใหญ่ได้สังเกตเห็นการปรากฏตัวของหวงเสี่ยวหลง

จ้องมองไปที่หวงเสี่ยวหลงแสงที่โหดร้ายในดวงตาของหลินสือเริ้นวูบวาบออกมา ในขณะที่เขาปล่อยเสียงหัวเราะออกมา “ข้ามได้คาดหวังว่าจะได้พบเจ้าเร็วขนาดนี้ ศิษย์ของนิกายดาบใหญ่จงฟังคำสั่งของข้า ใครก็ตามที่ฆ่าเด็กคนนี้ได้ จะได้รับรางวัล! ”

รางวัล!

“ขอรับท่านผู้นำนิกาย!”

ผู้อาวุโส และสาวกโห่ร้องวิ่งลุยน้ำออกไปเพื่อเริ่มโจมตีหวงเสี่ยวหลง

การแสดงออกของหวงเสี่ยวหลงมืดลง แสงสีดำกระจายออกมาจากเงาของเขา และปีกของปีศาจบนหลังของเขากระพือขึ้นครั้งหนึ่งส่งผลให้หวงเสี่ยวหลงห่างออกไปหนึ่งร้อยก้าวในทันที

“อย่าปล่อยให้เด็กผู้นี้หนีไปได้!” หลินสือเริ้นโกรธมาก เขากระพริบผ่านออกไปด้วยความเร็วสูง ทำให้ลดระยะห่างระหว่างพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว