0 Views

 

เฟยฮาวส่ายหน้าก่อนกล่าวว่า “ไม่มีใครรู้ว่าจิตวิญญาณของต้วนหวูเฮินคือสิ่งใด เขาไม่เคยแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของเขาสักครั้ง”

หวงเสี่ยวหลงพิจารณาเรื่องนี้ ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณของต้วนหวูเฮิน หรือเขาควรจะบอกว่าคนที่รู้มีเพียงคนที่ตายแล้วเท่านั้น ดังนั้นไม่มีใครในโลกรู้ถึงจิตวิญญาณของเขาได้

อย่างไรก็ตามต้วนหวูเฮินผู้นี้สามารถบ่มเพาะจนถึงขั้นนักรบเหนือธรรมชาติระดับเก้าได้ภายในช่วงเวลาเพียงสองร้อยปี ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าระดับของจิตวิญญาณของเขาไม่ต่ำอย่างแน่นอน

ระดับสิบสอง ?!

เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงจมอยู่ในความคิด เฟยฮาวไม่กล้าทำเสียงรบกวนใด ๆ เพื่อขัดจังหวะ

“ท่านจักรพรรดิ, ตอนนี้พวกเราควรจะทำเช่นใด ?” ในไม่ช้าเฟยฮาวก็ถามด้วยเสียงเบา ๆ

หวงเสี่ยวหลงถูกดึงออกมาจากทะเลความคิดของเขา “เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบรู้แจ้งในวันพรุ่งนี้!”

แม้ว่าการแทรกแซงของจักรวรรดิต้วนเรินจะเป็นตัวแปรที่ไม่พึงปรารถนาให้เกิดขึ้นก็ตาม แต่ หวงเสี่ยวหลงก็ตั้งใจที่จะไปหาสมบัติสวรรค์ที่ปรากฏในทะเลสาบรู้แจ้ง!

นี่เป็นโอกาสสำหรับเขา!

หากได้รับสมบัติสวรรค์นี้ เขาก็จะสามารถทะลวงผ่านไปยังขั้นนักรบเหนือธรรมชาติด้วยความเร็วที่มากยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งในโอกาสที่จะช่วยให้สามารถต่อต้านศิษย์พี่เฉินเทียนฉี!

เฟยฮาวยอมรับคำสั่งของหวงเสี่ยวหลงด้วยความนับถือ และถอยจากไป

หลังจากที่เฟยฮาวจากไป หวงเสี่ยวหลงเข้าไปในพื้นที่ของเจดีย์หลิงหลง และกลืนมุกมังกรเพลิง และฝึกซ้อมต่อไป

………………………………..

ภูเขาเอ้อซานอยู่ใกล้กับทะเลสาบรู้แจ้ง

ภูเขาล้อมรอบทะเลสาบรู้แจ้ง และภูเขาเอ้อซานเป็นภูเขาที่สูงที่สุด และใหญ่ที่สุดในบริเวณแถบนี้ บนยอดเขาของภูเขาเอ้อซาน มีใครบางคนยืนอยู่ในขณะที่สวมเสื้อสีเหลืองทอง และดูเหมือนคนวัยกลางคนด้วยวัยสามสิบปีของเขา มีมังกรที่ดูมีพลังแปดตัวถูกปักไว้บนเสื้อคลุมสีเหลืองทองของเขา ชายวัยกลางคนยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ ด้วยมือทั้งสองที่กำลังไขว้ไปอยู่ที่ข้างหลังของเขา เขามองไปยังทิศทางของทะเลสาบรู้แจ้ง

ที่ด้านบนสุดของภูเขาเอ้อซาน เขาสามารถมองเห็นทะเลสาบทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าชายวัยกลางคผู้นั้นจะยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ แต่มีการแสดงออกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาจากร่างกายของเขาเผยให้เห็นรัศมีอันสูงส่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากใครบางคน ราวกับว่าเขาเป็นท้องฟ้าปกคลุมอยู่เหนือทุกสิ่ง

ในเวลานี้มีกลุ่มคนได้มาถึงยังจุดสูงสุดของเทือกเขาเอ้อซาน และพวกเขาก็หยุดเดินห่างจากชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีเหลืองทองประมาณห้าจั้ง แต่ละคนได้แสดงออกถึงความเคารพที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าของพวกเขา ในขณะที่พวกเขาทักทายว่า “ขอคาราวะต่อองค์ชายรองแห่งจักรรดิต้วนเริน!”

ท่ามกลางกลุ่มคนกลุ่มนี้คือกษัตริย์แห่งอาณาจักรยู้จิง ฟ่านเจ๋อที่เป็นหนึ่งในพวกเขา!

คนเหล่านี้มาจากอาณาจักรยู้จิง และคนจากอาณาจักรเพื่อนบ้าน

อาณาจักรยู้จิง อาณาจักรเป่าหลง และส่วนที่เหลือได้สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อจักรวรรดิต้วนเริน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฟ่านเจ๋อที่เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรยู้จิงจึงอ่อนน้อมต่อคนที่มาจากจักรวรรดิต้วนเริน

เมื่อกลุ่มคนเหล่านี้ได้รับรู้ถึงการมาของต้วนหวูเฮิน ทุกคนก็วิ่งมายังที่นั่นเพื่อแสดงความเคารพ

ต้วนหวูเฮินยืนอยู่พร้อมกับเอาด้วยของเขาไขว้ไปไว้ที่ด้านหลังเขา เสียงที่ดูเหมือนไม่แยแสลอยมากับสายลมอ่อน ๆ “ลุกขึ้น”

“ขอบคุณองค์ชายรอง” ฟ่านเจ๋อ และทุกคนต่างขอบคุณ และค่อย ๆ ลุกขึ้น

“แม้ว่าข้าจะอยู่ที่ทะเลสาบรู้แจ้งทุกคนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวล เมื่อสมบัติสวรรค์ปรากฏขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าข้าจะยอมให้ทุกคนเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ได้ ” ต้วนหวูเฮินประกาศออกมา

ได้ยินคำพูดเหล่านี้ทุกคนในกลุ่มมีความสุขอย่างเงียบ ๆ  นี่เป็นคำถามที่พวกเขากังวลมากที่สุด

“ขอบคุณองค์ชายรอง!”

ต้วนหวูเฮินโบกมือให้ “ทุกคนไปได้”

ยอมรับคำสั่งแล้วกลุ่มคนเหล่านี้ได้เดินทางจากไป

เมื่อทุกคนจากไปหมดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามต้วนหวูเฮิน, ซุนเหลียงเดินขึ้นไปหาเขาแล้วกล่าวว่า “องค์ชาย ท่านอนุญาตให้พวกเขาเข้าร่วมในการค้นหาสมบัติได้ เมื่อถึงเวลานั้นมันจะไม่เป็นไร … ?”

ต้วนหวูเฮินยังคงมีสีหน้าที่ดูนิ่งสงบ

“เหตุที่ข้าอนุญาตให้พวกเขาลองเสี่ยงโชคมันจะไม่ดี ? เจ้าคิดว่าสมบัติสวรรค์เป็นสิ่งที่ตัวตลกเหล่านี้สามารถครอบครองได้ ? ปล่อยให้พวกเขามีเศษเสี้ยวของความหวังมันจะไม่ดีกว่าหรือ ยังมีเวลาอีก 10 ปีกว่าจะถึงเวลาการเลือกศิษย์ของนิกายเทพนักรบ สมบัติสวรรค์ในทะเลสาบรู้แจ้งนี้จะต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น! ”

ซุนเหลียงกล่าวว่า “เมื่อสมบัติสวรรค์ปรากฏมีเพียงองค์ชายเท่านั้นที่สามารถครอบครองมันได้ และอีกสิบปีต่อมา องค์ชายจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิษย์ของนิกายเทพนักรบ!”

ต้วนหวูเฮินพยักหน้า แต่สายตาของเขาจ้องมองไปที่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น

ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง เมื่อยามค่ำคืนย่างเข้ามา และผ่านไปพร้อมกับเช้าวันใหม่

เมื่อแสงแรกสว่างขึ้น หวงเสี่ยวหลงก็จบการฝึกฝน และออกจากพื้นที่ภายในเจดีย์หลิงหลง

หนึ่งเดือนของการฝึกฝนที่มุ่งเน้นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง หวงเสี่ยวหลงเข้าถึงเขตแดนสายฟ้า เพิ่มมากขึ้นกลายเป็นอันตรายมากขึ้นเมื่อเทียบกับเวลาที่มันถูกใช้เพื่อเอาชนะหยางอัน

เมื่อออกจากเจดีย์หลิงหลง, หวงเสี่ยวหลงเห็นว่าเฟยฮาวกำลังรอเขาอยู่

หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวเดินทางออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฟย และมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบรู้แจ้ง

นอกเหนือจากเฟยฮาว และหวงเสี่ยวหลง พวกเขาไม่ได้นำคนไปด้วย ยิ่งพวกเขามีคนไปด้วยมากขึ้นการเดินทางครั้งนี้ก็จะยิ่งเพิ่มความสนใจที่ไม่จำเป็นมากขึ้น อีกหนึ่งชั่วยามต่อมาพวกเขาก็มาถึงยังทะเลสาบรู้แจ้ง

ยืนอยู่ตรงหน้าทะเลสาบที่มีสีครามคริสตัล หวงเสี่ยวหลงรู้สึกแย่มาก เมื่อสมบัติสวรรค์ปรากฎขึ้นเลือดของคนจำนวนมากจะทำให้สีของทะเลสาบที่สดใสนี้กลายเป็นสีแดง

“ท่านจักรพรรดิ, ลองหาสถานที่เพื่อพักผ่อนสักพักดีไหม” เฟยฮาวถามในภายหลัง

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า

เมื่อพวกเขาหันมองไปรอบ ๆ เกิดเสียงร้องที่ดูเศร้ามาจากทางด้านข้างทะเลสาบ บางครั้งก็มีเสียงของวัตถุที่แหลมคม และบางครั้งก็ฟังเหมือนคนที่ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก บางครั้งก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธที่กำลังรอที่จะแตกหักกับใครบางคน

“นับตั้งแต่การปรากฏตัวของปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีเสียงแปลก ๆ เหล่านี้เริ่มสะท้อนดังออกมาจากทะเลสาบรู้แจ้ง และความถี่ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นบ่อยมากขึ้นจนได้ยินเกือบทุก ๆ ครึ่งชั่วยาม” เฟยฮาวอธิบาย

หวงเสี่ยวหลงหันกลับมองไปที่จุดศูนย์กลางของทะเลสาบรู้แจ้ง ที่มีเสียงแปลก ๆ เกิดขึ้น พื้นผิวทะเลสาบเริ่มสงบ และกระเพื่อมขึ้นในความสับสนวุ่นวายคล้ายกับสัตว์ร้ายกำลังจะปลดปล่อยตัวเองออกจากก้นทะเลสาบ

และเมื่อถึงจุดนี้เจดีย์หลิงหลงภายในร่างของหวงเสี่ยวหลงก็สั่นสะท้าน และแสดงสัญญาณของการบินออกไป

หวงเสี่ยวหลงตกตะลึง เขารีบใช้ทักษะร่างทองหลิงหลงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเจดีย์หลิงหลงก็เงียบลงในทันที

พื้นผิวของทะเลสาบกลับมาสู่ความสงบเหมือนก่อนหน้านี้หลังจากที่เสียงร้องแปลก ๆ หยุดลง

“ไปเถอะ” หวงเสี่ยวหลงกล่าวกับเฟยฮาว

เขามีความรู้สึกว่าสมบัติสวรรค์จะปรากฏในอีกสองวันข้างหน้า ความถี่สูงของเสียงร้องแปลก ๆ ที่มาจากทะเลสาบเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงลางสังหรณ์ของเขา

พวกเขาพบจุดสูงที่จะพักผ่อนใกล้ ๆ กับทะเลสาบ ทั้งสองนั่งลงในขณะที่พวกเขารออย่างอดทนสำหรับการปรากฎของสมบัติสวรรค์

การมองลงมาจากยอดเขาบนภูเขาพวกเขาสามารถมองเห็นพื้นที่ของทะเลสาบรู้แจ้งได้ชัดเจนที่สุด มันเป็นจุดที่ดี

อย่างไรก็ตามเกือบจะทันทีหลังจากที่หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวนั่งลง กลุ่มที่ประกอบไปด้วยชายหนุ่มหญิงสาวประมาณยี่สิบคนที่แต่งตัวในชุดคลุมสีดำอ่อน ๆ กับรูปนกที่ดูลึกลับถูกปักบนชายผ้าของพวกเขาก็ได้มาถึง

เมื่อกลุ่มชายหนุ่ม และหญิงสาวเหล่านี้หยุดอยู่ตรงหน้าของหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่ม และพูดกับหวงเสี่ยวหลงว่า “น้องชายพวกเราเห็นสถานที่แห่งนี้ก่อนพวกเจ้า พวกเราขอให้พวกเจ้ารีบออกไปจากสถานที่นี้ เดี๋ยวนี้!! ”

“เห็นก่อน?” การแสดงออกของหวงเสี่ยวหลงยังคงเฉยชา “จะทำอย่างไรถ้าพวกเราปฏิเสธที่จะออกไป?”

“เจ้าเด็กชั่ว อย่าได้ทิ้งโชคของเจ้าในเวลานี้!” ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่ม “ศิษย์พี่หวูของเราบอกให้เจ้าออกไปดังนั้นเจ้าควรจะกตัญญู และรีบจากไปอย่างเชื่อฟัง ถ้าเจ้ายังไม่รีบออกไปในขณะนี้ อย่าได้ตำหนิพวกเรา! ”

“จะเสียเวลาพูดคุยกับพวกเขาไปทำไม รีบ ๆ ฆ่าพวกเขาไปซะก็หมดเรื่อง มันจะไม่ง่ายกว่าหรือ?” เมื่อถึงตอนนี้หญิงสาวคนหนึ่งจากกลุ่มก็เข้ามาพูดแทรก

ชายหนุ่มคนแรกที่พูดจ้องไปที่หวงเสี่ยวหลง และพูดว่า “น้องชายยเจ้าคงได้ยินแล้วถึงสิ่งที่พวกเขาพูด น้องชาย และพี่สาวน้องสาวของข้า ‘อารมณ์ไม่ดีเท่าข้า ในความเห็นของข้า พวกเจ้าควรรีบออกไป มันไม่คุ้มค่าที่จะเอาชีวิตของพวกเจ้ามาทิ้งไว้ที่นี่ ”

หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวได้พูดคุยกันอย่างรวดเร็ว และลุกขึ้นยืน