0 Views

 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันสำหรับหวงเสี่ยวหลงไม่จำเป็นที่จะต้องรีบเร่งไปที่ทะเลสาบรู้แจ้ง เขายังคงฝึกซ้อมภายในบ้านทุกวัน และรอเวลาที่เขาจะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

ความจริงก็คือมันจะไร้ประโยชน์แม้ว่าหวงเสี่ยวหลงจะรีบไปที่ทะเลสาบรู้แจ้ง เนื่องจากต้องรอคอยช่วงเวลาที่สมบัติสวรรค์จะปรากฎขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นกองทัพของราชอาณาจักรยู้จิงยังคงยืนเฝ้าอยู่ในพื้นที่ และยังไม่ได้ถอนตัวออกไป สมบัติสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็สามารถครอบครองได้เช่นเดียวกับเจดีย์หลิงหลงหนึ่งในสิบอันดับสุดยอดของสมบัติสวรรค์จำเป็นต้องใช้คนที่มีพรสวรรค์ในจิตวิญญาณการต่อสู้ ระดับสิบสามหรือสูงกว่า

ดังนั้นห้าวันก็ผ่านมา และผ่านไป

ในวันที่ห้าขณะที่หวงเสี่ยวหลงกำลังฝึกฝนอยู่ที่บ้าน เฟยฮาวเข้ามาหาเขา และรายงานว่า “ท่านจักรพรรดิ ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ได้พบว่าคนของนิกายดาบใหญ่ของอาณาจักรเป่าหลงได้มายังที่นี่!”

นิกายดาบใหญ่!

เกิดมีประกายขึ้นภายในดวงตาของหวงเสี่ยวหลง “ใคร?”

เฟยฮาวตอบอย่างสุภาพว่า “ทั้งหยู่เฉิน และหลินสือเริ้นก็ได้อยู่ที่นี่เช่นกัน พวกเขานำเหล่าผู้อาวุโส และศิษย์สาวกของนิกายดาบใหญ่จำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่! ”

นิกายดาบใหญ่ก่อนหน้า – มีผู้นำชื่อหลิวเว่ย!

หลังจากที่หลิวเว่ยถูกสังหารในคฤหาสน์ตระกูลหวงโดยจอมพลฮ่าวเทียน น้องชายของเขา หลินสือเริ้นได้เข้ายึดตำแหน่งผู้นำของนิกาย และในเวลานี้อย่างไม่คาดฝันทั้งสองคนได้มาที่นี่!

“นอกจากนิกายดาบใหญ่แล้ว ผู้นำของนักสู้ตระกูลหนิง หนิงหวังก็ได้เดินทางมาที่นี่อีกด้วย!” เฟยฮาวกล่าวเสริม

“โอ้ ผู้นำของนักสู้ตระกูลหนิง หนิงหวังก็ยังมา” หวงเสี่ยวหลงมองไปที่เฟยฮาว

“ขอรับ แล้วยังมีนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงของอาณาจักรทะเลเมฆ ผู้นำนิกายของพวกเขานำคนจำนวนมากมาที่นี่!” เฟยฮาวพยักหน้าพร้อมกับกล่าวต่อว่า “รวมทั้งหอเมฆาสลายของอาณาจักรทะเลเมฆก็ได้เดินทางมาด้วยเช่นกัน ”

เฟยฮาวรายงานเกี่ยวกับรายละเอียดของพวกเขา และรวมถึงบเรื่องภายในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

หอเมฆาสลายเป็นหอการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรทะเลเมฆ และมีอิทธิพลครอบคลุมเหนืออาณาจักรทะเลเมฆทั้งหมด พวกเขาได้เปิดสาขาของหอเมฆาสลายขึ้นมากมายภายในอาณาจักรใกล้เคียงอีกด้วย

“ดูเหมือนว่าในเวลานี้จะมีผู้คนเดินทางเข้ามาภายในอาณาจักรยู้จิงมาเป็นจำนวนมาก”  เฟยฮาว รายงานพร้อมกับรอยยิ้มที่จางหายไปจากใบหน้าของหวงเสี่ยวหลง หวงเสี่ยวหลงมีความยินดีแทนที่จะกังวล; เช่นเดียวกับที่เขากล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากมีคนเข้ามามากเท่าไรความวุ่นวายก็จะยิ่งมากขึ้น

ในขณะที่เฟยฮาวกำลังเสนอรายละเอียดแก่หวงเสี่ยวหลงเกี่ยวกับข่าวการเคลื่อนไหวล่าสุดในทะเลสาบรู้แจ้งของอาณาจักรยู้จิง กษัตริย์ฟ่านเจ๋อยังได้ฟังรายงานจากจอมพลที่รับผิดชอบในการเฝ้าทะเลสาบรู้แจ้ง และร่องบนคิ้วของเขาก็ลึกมากขึ้น

“องค์กษัตริย์ในเวลานี้มีผู้คนเป็นจำนวนมากขึ้นที่มายังทะเลสาบรู้แจ้ง ไม่ว่าจะเป็นนิกายดาบใหญ่ของอาณาจักรเป่าหลง, นักสู้ตระกูลหนิง, หุบเขาเก้านกอมตะ และนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงของอาณาจักรทะเลเมฆ แม้แต่หอเมฆาสลายได้ส่งคนมาที่นี่ นอกจากนี้ บัดนี้ … ! ” จอมพลแห่งกองทัพที่เฝ้าทะเลสาบรู้แจ้งมีชื่อว่าเฉินตงเริ่มลังเลที่จะจบการรายงาน

“พูด! ” ฟ่านเจ๋อถามด้วยเสียงเคร่งขรึม

“ตอนนี้อาณาจักรเป่าหลง อาณาจักรทะเลเมฆ อาณาจักสี่ฤดู อาณาจักรโบราณ อาณาจักรเหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนร่วม และมาเพื่อแจ้งเตือนว่าถ้าพวกเราไม่ถอนกองทัพที่ประจำการอยู่รอบ ๆ ทะเลสาบรู้แจ้ง อาณาจักรที่มาทั้งหมดจะร่วมมือกัน และเข้าโจมตีอาณาจักรของเรา! “เฉินตงกล่าวออกมาในที่สุด

“อะไร?! พวกเขากล้า! อาณาจักรเล็ก ๆ เหล่านี้ช่างกล้ามาก ถ้าพวกเราไม่แสดงบางอย่างให้พวกเขาเห็น พวกเขาคงจะไม่ยอมหยุด! “เจ้าชายฟ่านยี่เจ๋อ ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของเจ้าชายก็โกรธเมื่อได้ยินเรื่องนี้

โดยปกติอาณาจักรเล็ก ๆ เหล่านี้มักจะแสดงความเคารพต่อหน้าอาณาจักรยู้จิงโดยไม่ต้องเอ่ยถึง แต่ตอนนี้พวกเขามีความกล้าที่จะร่วมมือกันข่มขู่อาณาจักรยู้จิง!

ได้เห็นแสงไฟจาง ๆ ในสายตาของกษัตริย์แห่งอาณาจักรยู้จิง ฟ่านเจ๋อ เป็นผลมาจากการแสดงอารมณ์ทำให้จอมพลเฉินตงก้มศีรษะของเขาในขณะที่ลูกปัดของเหงื่อปรากฏขึ้นที่หน้าผากของเขา

“เฝ้ายามทะเลสาบรู้แจ้งต่อไป แต่ถอยออกมาระยะหนึ่ง ปกป้องเพียงด้านใดด้านหนึ่ง และยกเลิกการห้ามคนเข้าไป ”

ปกป้องด้านใดด้านหนึ่งและยกเลิกการห้ามเข้าไป!

จอมพลเฉินตงรู้สึกลำบากใจ

ถึงแม้กองทัพจะไม่ถูกถอดถอนแต่มันก็เท่ากับการอนุญาตให้กองกำลังต่าง ๆ เข้ามาในทะเลสาบรู้แจ้งได้ตามต้องการ นี่เป็นการประนีประนอมกับอาณาจักรเล็ก ๆ ทั้งหมด

“ท่านพ่อ พวกเราไม่สามารถยกเลิกการห้ามคนเข้าไปได้!” เจ้าชายฟ่านยี่เจ๋อคัดค้านอย่างกังวล “สมบัติที่เกิดในทะเลสาบรู้แจ้งในครั้งนี้น่าจะเป็น … ”

“พอไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” กษัตริย์หาสนเจ๋อยกมือขึ้นโบกไปมาเพื่อตัดคำพูดของลูกชาย และพูดกับเฉินตง “ข้าจะส่งผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบเหนือธรรมชาติสามคนจากพระราชวังออกไปช่วยเจ้า ไม่ว่ายังไงสมบัติสวรรค์ในทะเลสาบรู้แจ้งไม่สามารถตกไปอยู่ในมือของคนอื่นได้! ”

สามนักรบเหนือธรรมชาติ!

ดวงตาของเฉินตงจางขึ้น และยอมรับด้วยความนับถือว่า “ขอรับ โปรดมั่นใจได้ว่าข้าเฉินตงจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด! ”

“ออกไปได้!”

ไม่นานหลังจากนั้นกองทัพทหารในบริเวณใกล้เคียงกับทะเลสาบรู้แจ้งได้ถอยกลับไปในทิศทางเดียว และข่าวเกี่ยวกับการห้ามเข้าก็ได้ถูกยกเลิกเกิดการแพร่กระจายข่าวออกไปอย่างรวดเร็ว เฟยฮาวได้นำข่าวนี้ไปบอกแก่หวงเสี่ยวหลงทันทีที่เขาได้รับ

“โอ้ในที่สุดก็ถูกยกเลิก” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกยินดีกับข้อความนี้

“ขอรับท่านจักรพรรดิ ตอนนี้พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบรู้แจ้งเลยหรือไม่ ” เฟยฮาวถาม

หวงเสี่ยวหลงคิดสักครู่ก่อนถามว่า “ตามการคาดการณ์ของเจ้าแล้วสมบัติสวรรค์ในทะเลสาบรู้แจ้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

เฟยฮาวได้ตกตะลึงกับคำถามของหวงเสี่ยวหลงทำให้เขาต้องนึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง และตอบว่า “น่าจะเป็นอีกสิบวัน”

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า: “หากเป็นแบบนั้น พวกเราต้องรอต่อไป”

เนื่องจากกองกำลังทหารได้ถอยออกไปพร้อมยกเลิกคำสั่งห้ามทำให้กองกำลังต่าง ๆ รีบเร่งในการแข่งขันกันเพื่อเข้าสู่ทะเลสาบก่อนเกิดช่วงเวลาที่วุ่นวาย แท้จริงแล้วมันไม่เหมาะที่จะเข้ามาในช่วงเวลานี้

 

สามวันผ่านไป

ช่วง 3 วันที่ผ่านมาความถี่ของเฟยฮาวที่จะมารายงานถึงสถานการณ์ล่าสุดแก่หวงเสี่ยวหลงเพิ่มมากขึ้นเป็นอัตราหลายครั้งต่อวัน

กับการไหลบ่าเข้ามาของนักรบเข้าไปยังทะเลสาบรู้แจ้ง การปะทะกันของความขัดแย้งกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น และเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และเข้มข้นมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่มีการออกคำสั่งห้าม สถานการณ์ในปัจจุบันอาจอธิบายได้ว่าเป็นแม่น้ำเลือด

ในวันที่สิบเมื่อหวงเสี่ยวหลงกำลังฝึกทักษะดาบเทพอสูรในบ้าน ในขณะนั้นเฟยฮาวเดินเข้ามาพร้อมกับการแสดงออกอย่างเคร่งขรึม สังเกตเห็นใบหน้าของเฟยฮาว, หวงเสี่ยวหลงหยุดการกระทำของเขาชั่วคราว

“ท่านจักรพรรดิ, ข้าเพิ่งได้รับข่าวมาว่าจักรวรรดิต้วนเรินได้ส่งคนมาที่นี่!” หยุดที่ด้านหน้าของ หวงเสี่ยวหลง, เฟยฮาวรายงานข่าวใหม่

“จักรวรรดิต้วนเริน!” หัวใจของหวงเสี่ยวหลงแทบจะหลุดกระเด็นออกมา  เขาตกใจมากกับข่าวนี้

แต่จักรวรรดิต้วนเรินตั้งอยู่ห่างจากที่นี่มากกว่าหนึ่งล้านลี้ แม้กระทั่งเมื่อพิจารณาถึงความเร็วของผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์ มันก็แทบจะเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมาถึงอาณาจักรยู้จิงจากจักรวรรดิต้วนเรินในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ผู้คนจากจักรวรรดิต้วนเรินก็ได้มาถึงแล้วจริง ๆ!

เกิดอะไรขึ้น?!

“ตระกูลราชวงศ์แห่งจักรวรรดิต้วนเรินใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักรบศักดิ์สิทธิ์” เมื่อรู้ถึงความสงสัยในหัวใจของหวงเสี่ยวหลง เฟยฮาวอธิบายเพิ่มเติม

“ระดับนักรบศักดิ์สิทธิ์?” นี่เป็นครั้งแรกที่หวงเสี่ยวหลงได้ยินเรื่องแบบนั้น

เฟยฮาวพยักหน้ายืนยันว่า “ขอรับ นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องมือบินที่สร้างโดยผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์ มันสามารถรถรับส่งผ่านพื้นที่ด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตามในจักรวรรดิต้วนเรินมีเพียงตระกูลราชวงศ์ที่มีอยู่หนึ่งชิ้น ”

หวงเสี่ยวหลงขมวดคิ้ว

เขาไม่ได้คาดหวังว่าตระกูลราชวงศ์แห่งจักรวรรดิต้วนเรินจะมีสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้ ด้วยการแทรกแซงของจักรวรรดิต้วนเรินในเรื่องนี้สิ่งต่าง ๆ ได้กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

“มีผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์มาหรือไม่” หวงเสี่ยวหลงถาม

เฟยฮาวส่ายหน้า “ข้ายังไม่แน่ใจว่ามีผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์มาถึงตอนนี้หรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าเจ้าชายคนที่สองของจักรวรรดิต้วนเรินอยู่ที่นี่เขามีนามว่าต้วนหวูเฮิน!”

“ต้วนหวูเฮิน?” หวงเสี่ยวหลงมองไปยังเฟยฮาว

“ขอรับ ต้วนหวูเฮินมีพรสวรรค์สูงสุดในหมู่เจ้าชาย และเจ้าหญิงของจักรวรรดิต้วนเริน ซึ่งเป็นที่โปรดปรานที่สุดของจักรพรรดิต้วนเริน” เฟยฮาวรายงานต่อว่า “การบ่มเพาะเพียงสองร้อยปีเขาได้ก้าวผ่านมาสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติระดับเก้า!”

นักรบเหนือธรรมชาติระดับเก้า!

แม้ว่านักรบเหนือธรรมชาติระดับเก้าจะไม่ใช่นักรบศักดิ์สิทธิ์แต่ก็ใกล้เคียงกับการดำรงอยู่ที่น่ากลัวของนักรบศักดิ์สิทธิ์

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าจิตวิญญาณของต้วนหวูเฮินคืออะไร?” หวงเสี่ยวหลงถามคำถามอีกข้อหนึ่ง