0 Views

 

“แม้ว่าหวงเหว่ย จะครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบก็ตามการกระทำของท่านปู่ก็มีส่วนช่วยเขา” ซูเย่วแย้งอย่างไม่พอใจ

“เมื่อถึงปลายปีตอนงานชุมนุมประจำปีของตระกูล เสี่ยวหลงของเราจะเป็นยังไง … ?” คำพูดที่แทบสำลักในลำคอของนาง เมื่อดวงตาของซูเย่วกำลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ข้าจะไปพูดกับท่านพ่อสักครั้ง!” ในขณะนี้หวงเผิงลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ

“ท่านพ่อ มันไม่จำเป็น!” หวงเสี่ยวหลงหยุดหวงเผิงอย่างกะทันหันแล้วพูดต่อว่า “ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาท่านปู่!”

หวงเผิง และซูเย่วหันไปมองลูกชายของพวกเขา

เมื่อหวงเผิงเปิดปากพูดเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง บนร่างลูกชายของเขาก็เห็นแสงสว่างสดใสของปราณฉี

“ปราณฉีแสงสว่างจากปราณฉี?” หลังจากที่มึนงงชั่วครู่หนึ่งหวงเผิง และซูเย่วก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อมองเห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่แสดงให้เห็นได้ชัดบนใบหน้าของพวกเขา

การเห็นแสงจากปราณฉีออกมาภายนอกหมายความว่าอย่างไร … ? ความคิดไหลผ่านหวงเผิง และความรู้สึกของซูเย่ว, นักรบระดับแรก! หลังจากที่ก้าวสู่ขั้นนักรบระดับแรกจะสามารถปลดปล่อยปราณฉีออกมานอกร่างกายได้ ถ้ามีใครบางคนประสบความสำเร็จในการสร้างปราณฉีจะยังคงไม่สามารถปลดปล่อยปราณฉีออกมาได้

“เสี่ยวหลงเจ้าจะบอกว่า เจ้าได้ก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกแล้วหรือไม่?” หวงเผิงถามด้วยเสียงที่สั่นสะเทือนถึงแม้ว่าเขาจะได้เห็นหลักฐานด้วยสายตาของตัวเอง เขาไม่กล้าแน่ใจกลัวว่ามันจะกลายเป็นภาพลวงตา

“ถูกต้องแล้วท่านพ่อท่านแ ม่ข้าได้ก้าวสู่นักรบระดับแรกแล้ว!” หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าเขาไม่ต้องการเห็นพ่อแม่ของเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานชุมประจำปีของตระกูลอย่างไม่รู้จบ เขาจึงตัดสินใจที่จะเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาส่วนหนึ่ง

เมื่อได้ยินคำยืนยันของลูกชายของพวกเขา หวงเผิง และซูเย่วก็เชื่อในความจริงต่อหน้าพวกเขา ใบหน้าของพวกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซูเย่ว หลังจากที่ต้องแปลกใจ และตื่นเต้นนางได้วิ่งไปกอดหวงเสี่ยวหลงแน่น ๆ พลางกล่าวว่า “ลูกชายที่ดี ลูกชายของข้าได้ก้าวขึ้นสู่นักรบระดับแรกแล้ว!

น้ำตาแห่งความปิติยินดีหล่นลงบนใบหน้าของซูเย่ว

ซูเย่วเป็นผู้หญิงที่ชอบยิ้มแย้มแจ่มใส และกอดได้อย่างแน่นหนาทำให้หวงเสี่ยวหลงรู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะหายใจไม่ออก ในที่สุดเขาก็สามารถปลดปล่อยตัวเองจากความยากลำบากหลังจากนั้นสักครู่ มันเป็นเพียงนักรบระดับแรกมันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เรื่องดังกล่าวยุ่งยากไปใหญ่? หวงเสี่ยวหลงคิดอย่างหดหู่ใจ

อย่างไรก็ตามเขารู้สึกได้ถึงความรักที่แท้จริงของหวงเผิง และซูเย่วที่มีต่อเขา

หวงเผิง และซูเย่วค่อย ๆ สงบลงหลังจากมีความสุข และความตื่นเต้นของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ ในภายหลัง

“เสี่ยวหลง เจ้าก้าวไปสู่นักรบระดับแรกได้อย่างไร?” หวงเผิงเปล่งเสียงถามด้วยความสงสัยในใจของเขาด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ดของหวงเสี่ยวหลงเพื่อจะก้าวไปยังนักรบระดับแรกจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น

ซูเย่วก็หันไปถามคำถามที่ลูกชายของนาง เห็นได้ชัดว่านางก็มีข้อสงสัยบางอย่างเช่นกัน

แทนที่จะพูดหวงเสี่ยวหลงหยิบเอาผลไม้สีแดงสองผลออกมาจากหน้าอกของเขาภายใต้การตื่นตระหนกของหวงเผิง และซูเย่ว

ความสดของผลไม้สีแดงฉ่ำทำให้ผู้คนตื่นตระหนก

“หรือว่านี่จะเป็นผลไม้หยาง?” หวงเผิง และซูเย่วทั้งสองร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ถูกต้อง” หวงเสี่ยวหลงหัวเราะ “หนึ่งเดือนที่ผ่านมาข้าบังเอิญไปพบผลไม้หยางในหุบเขาที่ภูเขาด้านหลังเข้า มีทั้งหมดห้าผล และข้าได้กินไปแล้วสามผล ”

ในตอนต้นมีผลไม้หยางอยู่ 5 ผลแต่หวงเสี่ยวหลงกินไปจริงเพียงผลเดียว

“สามผล!” หวงเผิง และซูเย่วหันหน้าจ้องมองกันและกัน ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่า “เหตุผลที่แท้จริง” ลูกชายของพวกเขาก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกในระยะเวลาอันสั้นนี้

“ดี! ฮ่าฮ่า เสี่ยวหลงไม่คาดฝันว่าเจ้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ ผลไม้หยางเป็นผลไม้ที่แปลกประหลาด ประโยชน์ของมันไม่น้อยไปกว่าหญ้า หัวใจแห่งเล่ยหลิง ที่ท่านปู่ซื้อให้หวงเหว่ย”หวงเผิงหัวเราะอย่างมีความสุข ” นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะในอนาคตของเจ้าอีกด้วย ”

แม้แต่ซูเย่วก็ยิ้มไปพลางฟังไปด้วย

“ท่านพ่อท่านแม่ผลไม้หยางที่เหลืออีกสองผลข้าอยากมอบให้ท่านทั้งสองกินเพื่อใช้ในการบ่มเพาะ” หวงเสี่ยวหลงกล่าว

เกิดรอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้าของพวกเขา และกำลังจะปฏิเสธหวงเซี่ยวหลงจึงรีบขัดจังหวะกล่าวว่า “ข้ากินผลไม้ไปแล้วสามผล แม้จะกินมากกว่านี้มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับข้าอีกมันจะดีกว่าถ้าหากท่านพ่อกับท่านแม่กินมัน ”

ได้ยินแบบนี้ หวงเผิง และซูเย่วไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว

หวงเผิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างดีว่า “ดี” แล้วหยิบผลไม้หยางสองผลไปจากมือของหวงเสี่ยวหลงเขาสูดดมเข้าไปลึก ๆ มองไปที่ผลไม้หยางพยายามที่จะปราบปรามความตื่นเต้นภายในใจ เขาติดอยู่ที่ชั้นปลายของนักรบระดับหกมานานมากกว่าหนึ่งปีแล้ว ด้วยผลไม้หยางเขาจะสามารถที่จะก้าวไปสู่ขั้นสูงสุดของขั้นตอนปลายนักรบระดับหกภายในสองเดือน

อันที่จริงเขาต้องการผลไม้หยางผลนี้

มองไปที่ผลไม้สีแดงเล็ก ๆ สีแดงสดในฝ่ามือการแสดงออกของซูเย่วแตกต่างจากของหวงเผิงสำหรับผลไม้หยางผลนี้น่าจะทำให้นางก้าวไปสู่นักรบระดับหกได้ในอีกไม่นาน

“เสี่ยวหลงเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเจ้าในการก้าวสู่นักรบระดับแรกในตอนนี้อย่าปล่อยให้คนอื่นได้รับรู้” หวงเผิงกล่าวกับลูกชายของเขาหลังจากตั้งสติได้แล้ว และกล่าวต่อไปว่า “ถึงแม้ว่าเจ้าจะประสบความสำเร็จหลังจากกลืนกินผลไม้หยาง แต่เจ้ายังคงต้องพยายามต่อไปมุ่งเน้นและมุ่งมั่นที่จะไปถึงขั้นกลางของนักรบระดับแรกให้ได้ภายในสิ้นปี”

ในความเห็นของหวงเผิงตราบเท่าที่ลูกชายของเขาไปถึงขั้นกลางของนักรบระดับแรก แม้ว่า หวงเหว่ยจะเป็นนักรบระดับแรก ในเวลานั้นการจะทำให้ทั้งสองมือของลูกชายของเขาพิการก็จะเป็นเรื่องยาก

ช่องว่างระหว่างนักรบระดับแรกขั้นกลางกับช่วงต้นจะมีความต่างกว่ากันเล็กน้อย

“ท่านพ่อท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังมั่” หวงเสี่ยวหลงกล่าว

หวงเผิง และซูเย่วรู้สึกสบายใจกับคำพูดเหล่านั้น

ไม่นานหลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงก็ขอตัวออกจากห้องโถงของเรือนรับรองตะวันออกกลับไปที่บ้านพักของเขา และเดินตรงกลับเข้าไปฝึกฝนต่อ หลังจากก้าวขึ้นสู่นักรบระดับสามแล้วความเร็วในดูดซับของงูสองหัวที่จะดูดซับพลังวิญญาณวิญญาณของโลกเบื้องล่าวงเพิ่มขึ้นมากกว่าในตอนแรกที่เริ่มฝึก ปราณฉีภายในร่างกายของเขาก็มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกวันจากการฝึกฝนปราณฉีในร่างกายของเขากลายเป็นเข้มข้น และมีพลังมากขึ้น

ในบ้านพักของหวงเสี่ยวหลงที่เขาอาศัยอยู่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของคฤหาสน์ตระกูลหวง นั่นคือเหตุผลที่ว่าหากไม่ใช่พ่อกับแม่และน้องสาวของเขา หวงหมิ่นก็แทบไม่มีใครเดินทางผ่านเข้ามาซึ่งทำให้ทุกอย่างสะดวกมากสำหรับหวงเสี่ยวหลงเพื่อให้ความสำคัญกับการฝึกฝน

กับหวงเสี่ยวหลงที่ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งไม่ว่าจะเป็นทั้งกลางวัน และกลางคืน ปราณฉีและพลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

สุดสูงสุดของขั้นต้นของนักรบระดับสาม!

ขั้นกลางของนักรบระดับสาม!

จุดสูงสุดของขั้นกลางของนักรบระดับสาม!

เวลาสามเดือนที่ผ่านไปปราณฉีของหวงเสี่ยวหลงได้ไปถึงจุดสุดยอดของขั้นปลายนักรบระดับสามแล้วในขณะที่เขาคิดว่าเขาสามารถที่จะทะลวงผ่านเข้าสู่นักรบระดับสี่ได้ แต่เพราะมีเวลาน้อยเกินไปอีกเพียงสองสัปดาห์ก็จะถึงเวลาสิ้นปี ‘งานชุมนุมประจำปีของตระกูล’

อย่างไรก็ตามนักรบระดับสองก็เป็นเหมือนเส้นอุปสรรคที่ยากลำบาก นักรบระดับสี่การจะทะลวงผ่านไปได้นั้นจะมีความยากมากขึ้นเมื่อเทียบกับนักรบระดับสองและสามที่ผ่านมา ความยากลำบากนั่นไม่อาจเอามาเทียบกันได้

ในคฤหาสน์ตระกูลหวง มีสาวกที่ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ดที่ติดค้างอยู่ที่จุดสูงสุดของนักรบระดับสามต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปีจึงจะสามารถบรรลุความสำเร็จที่ต้องการได้เพื่อก้าวไปถึงนักรบระดับสี่ แม้แต่ผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับแปดยังต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีที่จะก้าวต่อไปได้

สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

คฤหาสน์ตระกูลหวงก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และความรื่นเริงเพราะหลังจากสองวันของงานชุมนุมประจำปีของตระกูลจะเป็นรุ่งอรุณของปีใหม่ ทั้งคฤหาสน์ตระกูลหวงได้รับการตกแต่งประดับประดาอย่างหรูหรา ตรงกันข้ามกับส่วนที่เหลือของคฤหาสน์ตระกูลหวง บ้านหลังเล็ก ๆ ของ หวงเสี่ยวหลงดูเหมือนจะแห้งแล้ง และเงียบเหงา

“วันพรุ่งนี้เป็นงานชุมนุมประจำปีของตระกูล” หวงเสี่ยวหลงออกจากห้องของเขา หลังจากใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันในฝ่าไปยังขั้นตอนที่ยากในที่สุดที่ต้องเผชิญกับคอขวดที่จุดสุดยอดของลำดับที่สามจากรูปลักษณ์ของมันจะต้องใช้เวลาอีกสักพักก่อนที่เขาจะสามารถก้าวข้ามไปสู่ นักรบระดับสี่

หวงเสี่ยวหลงเดินออกจากบ้านพัก

“วันพรุ่งนี้จะเป็นงานชุมนุมประจำปีของตระกูล เจ้าได้ยินไหมว่าคราวนี้ท่านจ้าวคฤหาสน์ก็จะมาร่วมงานด้วย!”

“ปีนี้เป็นครั้งแรกของนายน้อยหวงเหว่ยที่เข้าร่วมงานชุมนุมประจำปีของตระกูล หลังจากปลุกจิตวิญญาณของเขาให้ตื่นขึ้นมาแน่นอนว่าท่านจ้าวคฤหาสน์จะต้องเข้าร่วมการชุมนุม ไม่เพียงแค่นั้นข้ายังได้ยินมาอีกว่า ท่านจ้าวคฤหาสน์ได้เชิญท่านผู้นำอาวุโสของครอบครัวหลี่มาด้วย! ”

“นั่นหมายความว่าท่านผู้นำอาวุโสของตระกูลหลี่ก็จะมาด้วย?”

ครอบครัวหลี่ และคฤหาสน์ตระกูลหวงถือว่าเป็นเสาหลักของมณฆลฉางหลาน ความสัมพันธ์ของผู้นำอาวุโสของตระกูลหลี่ หลี่มู่ และท่านจ้าวคฤหาสน์ หวงฉี่เต๋อมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอมา