0 Views

 

ยามลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะรายงานความจริง “เขาถูกหยางจ้านเฟยทำร้าย!”

“หยางจ้านเฟย!”

ผู้ที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่ต่างก็ต้องตกใจ และความรู้สึกที่โกรธบนใบหน้าของเฟยหรงก็ลดลงไปในระดับหนึ่ง

หวงเสี่ยวหลงสังเกตเห็นการแสดงออกที่ไม่เอื้ออำนวยภายในห้องโถงใหญ่ และทำได้เพียงแค่ถามว่า “ใครคือหยางจ้านเฟย?”

เฟยฮาวตอบอย่างสุภาพ: “หยางจ้านเฟยเป็นน้องชายของหยางอัน!”

“หยางอัน?” ความสัมพันธ์นี้เกินความคาดหมายของหวงเสี่ยวหลง

อัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของอาณาจักรยู้จิง, หยางอัน? ระหว่างทางที่มาที่นี่ ชื่อที่เขาได้ยินบ่อยมากที่สุดคือหยางอัน เขาไม่ได้คาดหวังว่าหยางจ้านเฟยจะเป็นน้องชายของหยางอัน!

“ตอนนี้นายน้อยของเจ้าอยู่ตรงไหน?” หวงเสี่ยวหลงหันไปถามยามของคฤหาสน์ตระกูลเฟย

เฟยฮาว, เฟยหรง และคนที่เหลือต่างก็หันไปมองที่ยาม

ยามรีบตอบว่า “ที่ถนนพันคุณธรรม”

“ถนนพันคุณธรรม?” หวงเสี่ยวหลงเปลี่ยนสายตาของเขาไปยังเฟยฮาว “ถนนพันคุณธรรมนี้อยู่ไกลจากคฤหาสน์ตระกูลเฟย?”

“มันห่างออกไปเพียงสามช่วงถนนไม่ได้ถือว่าไกลมากนัก!” เฟยฮาวตอบทันที

“งั้นพวกเราควรรีบไปดู” หวงเสี่ยวหลงยืนขึ้น

ต่อมาภายใต้การนำของเฟยฮาว เฟยหรง และคนอื่น ๆ ไปพร้อมกับหวงเสี่ยวหลง และกลุ่มของเขาไปปรากฏตัวขึ้นที่ถนนพันคุณธรรม ในระยะเวลาอันสั้น สิ่งที่ต้อนรับพวกเขาคือภาพของกลุ่มคนที่ล้อมรอบอีกกลุ่มที่อยู่ตรงกลาง กลุ่มที่ทำการล้อมรอบต่างหัวเราะเยาะเย้ย และหัวเราะเยาะอย่างมีความสุขซึ่งตัดสินได้จากการแสดงออกบนใบหน้าของพวกเขา

เมื่อกลุ่มของหวงเสี่ยวหลงของใกล้จุดศูนย์กลางของเหตุการณ์ เสียงดังที่แสดงถึงความเย่อหยิ่งเมื่อได้ฟังก็ดังออกมา “ด้วยใบหน้าที่น่าเกลียดของเจ้านั่นเหมาะสมของเถาจือ? อย่าคิดนะว่าคฤหาสน์ตระกูลเฟยของเจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ในสายตาของข้าคฤหาสน์ตระกูลเฟยไม่ได้มีอะไรเลย!”

“ข้าขอบอกเจ้า, เฟยหมิง, วันนี้บิดาของเจ้าคนนี้จะทุบตีเจ้าต่อไป! และมาดูว่าคฤหาสน์ตระกูล เฟยของเจ้ากล้าที่จะทำอะไร? พ่อของเจ้าเป็นแค่เสือกระดาษ! ”

ฝูงชนที่กำลังโอบล้อมต่างปล่อยเสียงหัวเราะดังออกมา

เห็นได้ชัดว่าเป็นคนรับใช้ และยามของหยางจ้านเฟยที่เขาพามาด้วย

“หยางจ้านเฟย ข้าขอสู้ตายกับเจ้า!” แผดเสียงของความโกรธตัดผ่านอากาศดังออกมา

และในเสี้ยวอึดใจต่อมาเกิดเสียงกรีดร้องที่แสนเจ็บปวดเกิดขึ้น

ใบหน้าของเฟยหรงเต็มไปด้วยความโกรธ และความโกรธก็ยังปะทุขึ้นมาจากภายในหัวใจของเหล่ายามของคฤหาสน์ตระกูลเฟย พวกเขาต่างวิ่งเข้ามาทะลายกลุ่มที่ล้อมรอบ และกระจายกลุ่มออกไป หวงเสี่ยวหลง และคนที่เหลือได้เห็นชายหนุ่มอายุยี่สิบห้า หรือยี่สิบหกปีนอนอยู่บนพื้นถนนที่มีคราบเลือดบนใบหน้าของเขา ในขณะที่มีสาวสวยวัยยี่สิบต้น ๆ พยายามยกชายหนุ่มขึ้นด้วยใบหน้าที่เป็นน่ากังวล  ในเวลาเดียวกันใบหน้าของนางมีความโกรธเกรี้ยวกราดพุ่งตรงไปที่ที่ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีทองอยู่ตรงข้ามกับพวกเขาออกไปไม่ไกลนัก

หญิงสาวสวยคนนี้ควรเป็นเถาจือ และชายหนุ่มคนนั้นในชุดผ้าไหมสีทองก็คือหยางจ้านเฟย

“เฟยหมิง เจ้าเป็นอะไรมากไหม?” เถาจือถามเฟยหมิงในขณะที่พยายามพยุงเขาขึ้นมา และถามอย่างใจจดใจจ่อ

เฟยหมิงเพียงแต่ส่ายหัว

ในเวลานี้ยามของคฤหาสน์ตระกูลเฟยได้ตัดเส้นทางผ่านฝูงชน และเฟยหรงได้วิ่งนำหน้าออกไป

“ท่านพ่อ!” เฟยหมิงเรียกออกมาเมื่อได้เห็นเฟยหรง แต่เมื่อเสียงของเขาตกลงไปนัยน์ตาของเขาก็เห็นภาพเงาอีกข้างหลังเฟยหรง เสียงของเขาสั่นเมื่อเขาร้องว่า “ท่านปู่!”

“ท่านปู่ท่านกลับมาแล้ว!” ไม่สนใจอาการบาดเจ็บของเขาเฟยหมิงรีบไปหาเฟยฮาว

เฟยฮาวพยักหน้า และกระพริบตาพร้อมยิ้มให้ ในขณะที่เขาจับตัวของหลานชายของเขาขึ้น และตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขา เฟยฮาวถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อาการบาดเจ็บของหลานชายของเขาไม่แย่เท่าที่เห็น ดูเหมือนว่าหยางจ้านเฟยยังคงรู้จักยั้งมืออยู่บ้าง

หยางจ้านเฟยตกใจมากเมื่อเขาเห็นเฟยฮาว ชายชราผู้นี้ได้หายตัวไปเป็นเวลาหลายปีแล้ว ในเวลานี้เขาได้กลับมาแล้ว? เขารู้ว่าเฟยฮาวอยู่ในระดับจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลาย

“ฮ่าฮ่า, การกระทำของยามตระกูลเฟยช่างมีประสิทธิภาพมาก แม้แต่ผู้นำก็มา!” หยางจ้าน         เฟยพูดจาอย่างหยาบคาย

“อย่าได้กังวลไปเลยชีวิตของเฟยหมิงไม่ได้อยู่ในอันตราย! แต่เขาอาจไม่ได้โชคดีเช่นนี้อีกในครั้งหน้า ” เขามองไปที่เฟยหมิง ในขณะที่เขาพูดคำเหล่านี้ว่า

“เมื่อเจ้าเห็นข้าในอนาคตก็จงหลบซ่อนอยู่ให้ห่างไกล มิฉะนั้นข้าจะทุบตีเจ้าทุกครั้งที่ข้าได้เห็นเจ้า! ”

“พวกเราไป!” หยางจ้านเฟยเดินออกไปพร้อมส่งสัญญาณด้วยมือทำให้เหล่าคนรับใช้ และยามที่อยู่ข้างหลังเขาเดินตาม

“ช้าก่อน!” เมื่อหยางจ้านเฟยกำลังจะออกไปพร้อมกับคนรับใช้และยามของเขาก็มีเสียงที่ดังก้องออกมา

ขาของหยางจ้านเฟยหยุดก้าวห่างจากพื้นดินเพียงหนึ่งชุน หัวของเขาหันมองย้อนกลับไปและเห็นคนที่พูดเป็นเฟยฮาว

เฟยฮาวเดินไปอย่างช้า ๆ ตรงไปที่ชายหนุ่ม

ถ้าเขาอนุญาตให้ชายหนุ่มคนนี้ที่ทำร้ายหลานของเขาจากไปเช่นนั้นแล้ว คฤหาสน์ตระกูลเฟยจะไม่มีหน้าอยู่ในเมืองหลวงยู้จิงได้อีกต่อไป!

หยางจ้านเฟยนิ่งสงบมองไปที่เฟยฮาวที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ “เจ้า…เฟยฮาว? เจ้าต้องการที่จะแก้แค้นให้กับหลานชายของเจ้าหรือ? ” แม้จะพูดออกไปอย่างนี้ แต่ดวงตาของเขากวาดผ่านเหล่ายามของคฤหาสน์ตระกูลเฟย

“เจ้าต้องการที่จะข่มขู่ข้าเพราะพวกเจ้ามีคนมากกว่า? ”

เฟยฮาวเปิดปากของเขาเกี่ยวกับการตอบ แต่อย่างฉับพลันหวงเสี่ยวหลงได้มาปรากฏตัวอยู่ถัดจากเขา

“ตราบเท่าที่เจ้าสามารถรับหนึ่งฝ่ามือจากข้า ข้าจะปล่อยให้เจ้าจากไป”

หยางจ้านเฟยจ้องมองอย่างดุเดือดไปที่หวงเสี่ยวหลง แต่ทันใดนั้นรอยยิ้มก็โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าของเขา

“เด็กน้อยเจ้าพูดอะไร? รับหนึ่งฝ่ามือของเจ้า? พูดอีกครั้งสิแล้วดูว่าบิดาผู้นี้ไม่ได้เข้าใจผิด ”

คนรับใช้ และยามที่อยู่ด้านหลังของหยางจ้านเฟยต่างส่งเสียงหัวเราะออกมา ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงยังคงไม่แยแส

“เด็กที่ยังไม่หย่านมเช่นเจ้าสามารถมาตัดสินใจได้อย่างไร? ” หยางจ้านเฟยกล่าวว่าหลังจากที่เขาพยายามหยุดยั้งเสียงหัวเราะ

“เขาเป็นนายน้อยของข้า คำพูดของเขาคือคำพูดของข้า!” ในเวลานี้คำพูดของเฟยฮาวก็ดังแทรกออกมา

นายน้อย!

หยางจ้านเฟยกำลังงูจ้องมองไปที่หวงเสี่ยวหลง เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเฟยฮาว ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

เฟยฮาวได้พูดถึงเด็กวัยรุ่นคนนี้ว่าเป็น นายน้อย!

ข้ารับใช้ และยามที่อยู่เบื้องหลังของหยางจ้านเฟยยังเฝ้าสังเกตการณ์หวงเสี่ยวหลงด้วยความตกใจในสายตาของพวกเขา

หยางจ้านเฟยรู้สึกแย่มาก ๆ เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าก็ชักอยากที่จะเห็นว่าเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ด้วยฝ่ามือเดียวได้อย่างไร!” แสงที่โหดเหี้ยมแวบเข้าผ่านดวงตาของหยางจ้านเฟย

ถึงแม้ว่าเฟยฮาวจะเรียกหวงเสี่ยวหลงว่าเป็นนายน้อย ซึ่งทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจในตัวของหวงเสี่ยวหลงอย่างจริงจัง หรือพูดให้ถูกต้องมากขึ้นก็อาจจะกล่าวได้ว่าเขาไม่เคยใส่ใจเด็กอายุสิบหกปีอยู่ในสายตาของเขาแม้แต่น้อย เขาไม่คิดว่าเขาจะพ่ายแพ้ในหนึ่งฝ่ามือ!

เมื่อมาถึงจุดนี้ฝูงชนก็ถอยกลับมาอย่างเห็นได้ชัด หยางจ้านเฟย และหวงเสี่ยวหลงยืนอยู่ตรงกลางพร้อมกับคลื่นพลังงานที่ผันผวนไปในอากาศ

ฝูงชนมุ่งเน้นไปที่ร่างทั้งสองที่อยู่ตรงกลางโดยเฉพาะเฟยหรง แววตาของเขามองตามหวงเสี่ยวหลงอย่างแน่นหนา ในขณะที่เขาต้องการรู้ถึงพลังของหวงเสี่ยวหลง

ชายหนุ่มคนนี้ทำยังไงถึงทำให้พ่อของเขายอมรับใช้?!

“ท่านพ่อ เขาเป็นใคร?” เฟยหมิงถามเฟยหรงพร้อมชี้ไปที่หวงเสี่ยวหลง ตอนนี้ท่านปู่ของเขาได้ยอมรับในที่สาธารณะว่าชายหนุ่มเป็นนายน้อยของเขา และสร้างความตกใจ และรู้สึกประหลาดใจ และเขารู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับเฟยหรง

“เจ้าพร้อมหรือยัง?” หวงเสี่ยวหลงถามด้วยท่าทางไม่ไยดีเมื่อมองไปที่ด้านตรงข้าม

“หมัดแสงศักดิ์สิทธิ์ล้านดารา!”

หยางจ้านเฟยจู่ ๆ ก็พุ่งออกมาทำพร้อมแอบลอบโจมตีก่อน กำปั้นของเขาชกไปที่หน้าอกของหวงเสี่ยวหลง การโจมตีมาถึงเกือบจะในทันทีที่ด้านหน้าของหวงเสี่ยวหลง และแสงของดวงดาวนับไม่ถ้วนส่องลงมาเหมือนเสาเป็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่กระจายตัวออกมาจากตรงกลาง

ทุกคนในปัจจุบันก็ตกใจ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าหยางจ้านเฟยจะเริ่มโจมตีในลักษณะนี้

รวมถึงเฟยหรงด้วย

“ระวัง!” เฟยหมิงโพล่งออกมาด้วยความกระวนกระวายใจว่าหยางจ้านเฟยเป็นถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับเจ็ดขั้นปลาย

เมื่อทุกคนคิดว่าการโจมตีของหยางจ้านเฟยจะทำร้ายหวงเสี่ยวหลงสำเร็จ  แต่หลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงก็ได้ลงมือ เขายกมือขึ้นและชกส่วนกลับไป

“บูม!” เสียงระเบิดดังขึ้นในอากาศ

หยางจ้านเฟยร้องโอดครวญออกมาพร้อมกับกระเด็นถอยหลังกลับไป และกระแทกอย่างแรงกับพื้นของถนน

หนึ่งฝ่ามือ!

ไม่มีคนใดแม้แต่คนเดียวที่กล้าที่จะเปล่งเสียงออกมาดัง ๆ

เฟยหรงรู้สึกแย่มาก ในขณะที่เฟยหมิงผู้ซึ่งตะโกนบอกหวงเสี่ยวหลงให้ระวังพร้อมอ้าปากค้างในรูปตัว O

ข้ารับใช้ และยามที่มาพร้อมกับหยางจ้านเฟยรู้สึกกลัวมาก พวกเขาลืมที่จะไปช่วยหยางจ้านเฟยขึ้นมาจากพื้นดิน

หวงเสี่ยวหลงเดินไปทางหยางจ้านเฟยอย่างช้า ๆ หลังจากที่เห็นความกลัวเขียนอยู่ทั่วใบหน้าของเขา ก้นของเขาขูดพื้นถนนเขากล่าวออกมาด้วยความกลัวว่า

“เจ้า…เจ้า…..เจ้า….จะทำอะไร ?!”

“ข้าจะทำอะไร?” หวงเสี่ยวหลงหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

…..