0 Views

 

 

จอมพลฮ่าวเทียนรายงานเสร็จสิ้น และใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความกังวล “กรุณาลงโทษผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ด้วย!” ในช่วงสองปีที่ผ่านมาเขาไม่สามารถหาข่าวหรือที่อยู่ของอาจารย์ของเขาได้ และสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกละอายที่ต้องเผชิญกับหวงเซี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลงส่ายหัว “เรื่องนี้ไม่สามารถตำหนิเจ้าได้ยืนขึ้นเถอะ”

จอมพลฮ่าวเทียน กล่าวว่า “ขอขอบคุณท่านจักพรรดิ!

หวงเสี่ยวหลงตกอยู่ในความครุ่นคิด

ถ้าไม่มีอุบัติเหตุสองปีก็เพียงพอแล้วที่หยูหมิงจะไปถึงที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูร ภายในทวีปเมฆดารา และเดินทางกลับมา อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้หยูหมิงไม่ได้กลับมา และนั่นอาจหมายถึงสิ่งเดียวเท่านั้นหยูหมิงต้องพบเจอกับปัญหาบางอย่าง

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถยืนยันได้ว่าการหายตัวไปของหยูหมิงจะเกี่ยวข้องกับศิษย์พี่หัวหน้าของ นิกายประตูเทพอสูร เฉินเทียนฉี แต่สิ่งที่เขามั่นใจก็คือในขณะนี้ เฉินเทียนฉียังคงไม่รู้ถึงเรื่องที่เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของเขา มิฉะนั้นเฉินเทียนฉีจะส่งคนมาที่นี่เพื่อฆ่าเขา และชิงแหวนเทพอสูรไป

อย่างไรก็ตามในไม่ช้าก็เร็ว เฉินเทียนฉีจะต้องรู้ถึงเรื่องของเขา ดังนั้นหวงเสี่ยวหลงต้องเตรียมตัวล่วงหน้าให้พร้อม

ความแข็งแกร่ง!! เขาต้องการความแข็งแกร่งมากขึ้น

แม้จะมีความสามารถพิเศษในการต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้มังกรคู่ และเทพสมบัติล้ำค่าอันดับ 9 เจดีย์หลิงหลงซึ่งมีส่วนช่วยให้ความเร็วในการบ่มเพาะที่ไม่น่าเชื่อของเขาเร็วกว่าคนปกติราวสิบถึงยี่สิบเท่าหวงเสี่ยวหลงก็ยังคงรู้สึกว่ามันช้าเกินไป

อย่างน้อยในความคิดของหวงเสี่ยวหลง เขาต้องการฝึกให้ไปถึงขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฉินเทียนฉีจึงจะสามารถที่จะป้องกันตัวเองได้

นักรบศักดิ์สิทธิ์!

ไม่ต้องกล่าวถึงอาณาจักรหลัวถง แม้แต่อาณาจักรเพื่อนบ้านก็ไม่มีผู้เชี่ยวชาญขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์ การเจาะผ่านไปให้ถึงขั้นนักรบศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่อดินแดนที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือจักรวรรดิต้วนเริน จักรวรรดิต้วนเรินมีผู้ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบสาม เมื่อหนึ่งร้อยยี่สิบสามปีก่อนขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นระดับนักรบศักดิ์สิทธิ์

คิดถึงเรื่องนี้ หวงเสี่ยวหลงถึงกับต้องขมวดคิ้ว

เมื่อถึงเวลานี้เขาต้องการที่จะเพิ่มพลังให้เร็วขึ้น และวิธีเดียวคือการครอบครองเหล่าสมบัติล้ำค่าของสวรรค์ให้มากขึ้น ในตอนนี้สถานที่แห่งเดียวที่มีสมบัติสวรรค์ที่เขารู้จักคือสถาบันต้วนเรินที่มีสมบัติอันดับสี่ มุกวิญญาณสัมบูรณ์

ในเวลานี้เขาจำเป็นต้องเร่งก้าวไปสู่นักรบระดับสิบ; ตราบเท่าที่เขาสามารถก้าวขึ้นสู่นักรบระดับสิบ เขามีความมั่นใจว่าเขาสามารถได้รับตำแหน่งอันดับหนึ่งของสถาบัน และดำเนินการเพื่อเข้าร่วมในการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิ

ในเวลานั้นเขามีโอกาสที่จะค้นหา และพิชิตมุกวิญญาณสัมบูรณ์

ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการเป็นศิษย์ของสถาบันต้วนเริน เขาจะได้รับอนุญาตให้ซื้อคฤหาสน์ภายในเมืองจักรพรรดิ ดังนั้นการโยกย้ายบิดามารดา และพี่น้องของเขาจึงไม่เป็นปัญหา และมันจะปลอดภัยกว่าการที่ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในอาณาจักรหลัวถง

เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงตกอยู่ในช่วงเวลาของการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง จอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวไม่กล้าขัดจังหวะ

ครู่ต่อมาหวงเสี่ยวหลงออกจากห้วงเวลาแห่งการครุ่นคิด และถามจอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวเกี่ยวกับข้อมูลเรื่องของนิกายดาบใหญ่แห่งอาณาจักรเป่าหลง และเรื่องของนักสู้ตระกูลหนิง

ทั้งสองคนรายงานสิ่งที่พวกเขารู้

ในปีที่ผ่านมานิกายดาบใหญ่ได้ส่งผู้คนมาฆ่าพ่อแม่ของหวงเสี่ยวหลงหลายครั้ง แต่ทั้งคู่ยังปลอดภัยภายใต้การคุ้มครองของทหารของจวนจอมพล และตั้งแต่ปีนั้นหวงเสี่ยวหลงได้ฆ่าหนิงเฟยน้องชายของหนิงหวังที่เป็นผู้นำตระกูลหนิงในระหว่างการทดสอบความก้าวหน้าในชั้นเรียนของเขาที่ชายแดนของอาณาจักรหลัวถง  หนิงหวังได้ส่งคนมาสังหารหวงเสี่ยวหลงและครอบครัวของเขาหลายครั้งแล้วเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อไรที่หวงเซี่ยวหลงบุกไปยังขั้นนักรบเหนือธรรมชาติได้สำเร็จ สิ่งแรกที่เขาจะทำคือทำลายนิกายดาบใหญ่ และนักสู้ตระกูลหนิง

หลังจากที่ถามเกี่ยวกับเรื่องของนิกายดาบใหญ่ และนักสู้ตระกูลหนิงแล้ว หวงเสี่ยวหลงก็ถามเกี่ยวกับเรื่องภายในของคฤหาสน์เทียนซวน

ตั้งแต่ปีแรกที่เขามาถึงเมืองหลวง หวงเสี่ยวหลงได้สั่งให้เฟยฮาวจัดหาทาสบางส่วนเพื่อปลูกฝังกองทัพของเขาเอง และในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาจำนวน และความแข็งแกร่งของข้ารับใช้ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และภายใต้การสนับสนุนของหวงเสี่ยวหลง พวกเขาได้ก่อตั้งเก้าสมาพันธ์การค้าขึ้นมา การค้าส่วนใหญ่จัดทำข่าวสารออกขายไปทั่วทวีป

ถึงแม้จะมีการจัดตั้งเก้าสมาพันธ์การค้าขึ้นมาได้เพียงสองปี แต่การดำเนินงาน และการบริหารจัดการก็ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจโดยสามารถเปิดสาขาภายในอาณาจักรหลัวถงได้อีกหลายสาขา

 

สิ่งพิมพ์ประจำวันถูกขายได้เกินหมื่น และมีกำไรหลายพันเหรียญทอง

ตอนนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคฤหาสน์เทียนซวนมาจากผลกำไรจากเก้าสมาพันธ์การค้า

“เฟยฮาว, ปีหน้าทำการขยายกิจการของเก้าสมาพันธ์การค้าออกไป ต้องมีสาขาในทุกมณฑล เจ้าจัดการกับรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ” หวงเสี่ยวหลงกล่าว

“ขอรับท่านจักรพรรดิ!” เฟยฮาวตอบรับอย่างสุภาพ

“มีอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของเก้าสมาพันธ์การค้า ก็คือองค์กรมือสังหาร เจ้าสามารถเลือกรับสมัครคนได้ ” หวงเสี่ยวหลงกล่าวต่อ เมื่อถึงเวลาแล้วเขาจะไปยังนิกายดาบใหญ่ และนักสู้ตระกูลหนิงแล้วเขาจะลงมือด้วยตนเอง

เฟยฮาวตอบรับเขาอย่างสุภาพอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นานจอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวก็ออกจากห้องโถงใหญ่ไป

เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากทั้งคู่ออกไป น้องสาวของเขา หวงหมิ่น และหลี่ลู่ก็เข้ามา หวงหมิ่นดึงและจับแขนของหวงเสี่ยวหลง เรียกร้องให้เขาพาพวกนางไปซื้อของ

เขาไม่สามารถหลบหนีไปได้

ทั้งเวลาช่วงบ่ายเขาใช้เวลาเดินเล่นไปรอบ ๆ เมือง และเมื่อเขากลับมาที่บ้านพักของเขา หวงเสี่ยวหลงเริ่มฝึกฝนทักษะเทพอสูรทันที

ทักษะเทพอสูรของหวงเสี่ยวหลงได้มาถึงระดับที่สาม และสามารถย่อขยายปีกของเทพอสูร ได้ เมื่อเขาเข้าไปถึงในระดับที่สี่ ดวงตาแห่งนรกจะเปิดที่หน้าผากของเขา ข้อดีของดวงตาแห่งนรกนี้คือสามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นของสิ่งต่าง ๆ ได้แม้จะผ่านการปกปิด และสามารถโจมตีทางวิญญาณได้ เมื่อถึงขั้นที่สี่ ร่างเทพอสูรของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม

แต่ตามการคาดการณ์ของหวงเสี่ยวหลง เขาจะต้องก้าวไปให้ถึงขั้นนักรบเหนือธรรมชาติเสียก่อน ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่ทักษะเทพอสูรในขั้นที่สี่

สิบวันผ่านไป

ในบ้านพัก หวงเสี่ยวหลงใช้เวลาฝึกทักษะดาบเทพอสูร และในตอนกลางคืนเขามุ่งเน้นในการฝึกฝนทักษะเทพอสูร และคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ส่วนทักษะร่างทองหลิงหลงเขาฝึกได้ถึงขั้นที่สอง นั่นหมายความว่าเขาสามารถดูดซับปราณมังกรไฟจากเจดีย์ได้มากขึ้น

หลังจากสิบวันผ่านไปปีใหม่เข้ามาใกล้

ทุกมุมของคฤหาสน์เทียนซวนได้รับการตกแต่งอย่างสดใสสร้างบรรยากาศที่ดูรื่นเริง

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลง คฤหาสน์เทียนซวนในช่วงสี่ปีที่ผ่านมามีการขยายตัว และพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพียงแค่องครักษ์มีจำนวนมากกว่าหกร้อยคน ในขณะที่ข้ารับใช้ และสาวใช้มีเกือบร้อยคน

วันปีใหม่กำลังจะมาถึง หวงเผิง และซูเย่วกำลังยุ่งอยู่กับการซื้อของ และเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับวันปีใหม่

ในวันส่งท้ายปีเก่า หวงเสี่ยวหลงได้ละทิ้งกิจวัตรประจำวันของเขาเพื่อมาอยู่กับครอบครัว และ หลี่ลู่พวกเขาได้ร่วมพูดคุย และหัวเราะอย่างสนุกสนาน ในวันแรกของปีใหม่ทั้งครอบครัวไปที่จุดชมวิวที่มีชื่อเสียงบางแห่งภายในเมืองหลวง

ปีใหม่ได้มาถึงแล้ว

และหวงเซี่ยวหลงยังคงฝึกฝนอย่างหนัก

ครึ่งเดือนหลังจากนั้น ในเวลาตอนกลางคืน

แสงจันทร์สาดส่องลงมาเหมือนสายน้ำ

หวงเสี่ยวหลงนั่งอยู่ภายในพื้นที่ของเจดีย์หลิงหลง และฝึกฝนทักษะเทพอสูรอย่างต่อเนื่อง และปราณฉีจากโลกเบื้องล่างได้เข้าสู่ทำภายในเส้นลมปราณ และทะเลฉีอย่างต่อเนื่อง

หวงเสี่ยวหลง มีความรู้สึกว่าคืนนี้เขาจะผ่านเข้าไปยังขั้นนักรบระดับเก้า

มังกรคู่สีดำและสีฟ้าโผล่ออกมาจากเบื้องหลังของหวงเสี่ยวหลง ม้วนตัวไปมาอยู่ในอากาศ แนวรัศมีของมังกรจากนักรบระดับสี่ นับตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่นักรบระดับเจ็ด มังกรคู่ของได้เติบโตขึ้น

เกิดความปั่นป่วนภายในเส้นลมปราณ และทะเลฉีของเขา อุปสรรคที่ขวางทางไปสู่นักรบระดับเก้า ค่อย ๆ บางมากขึ้น และทุกครั้งที่ปราณฉีของเขาพุ่งชนกำแพงคลื่นแห่งความเจ็บปวดได้เดินทางมาจากเส้นลมปราณของเขามันเจ็บปวดมากยิ่งกว่า เวลาอื่น ๆ ที่เขาได้ตัดผ่านมาอย่างน้อยก็มากกว่าความเจ็ดปวดครั้งก่อนถึงสิบเท่า

หวงเสี่ยวหลงทนทุกข์ทรมานในขณะที่พยายามผลักดันปราณฉีออกไปอย่างฉับพลัน

รู้สึกราวกับว่าเป็นเวลานานหลายศตวรรษที่ผ่านมาก่อนที่ร่างของหวงเสี่ยวหลงจะสั่นไหวอย่างฉับพลัน และมีเสียงแหวกออกมาจากภายในร่างกายของเขา

ปราณฉีรีบวิ่งเข้าไปในเส้นลมปราณของนักรบระดับเก้า และในเวลาเดียวกันปราณฉีภายในทะเลฉีของเขาได้ถูกบีบอัดลงในขณะที่มันรวมตัวกันมากขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของทะเลฉี

ในที่สุดก็ทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นนักรบระดับเก้า!

มังกรสีดำและสีฟ้าเบื้องหลังของหวงเสี่ยวหลง คำรามขึ้นไปสู่ท้องฟ้า เกล็ดของมังกรภายในร่างกายของพวกมันกลายเป็นหนาแน่นขึ้น และเจดีย์หลิงหลงสั่นสะเทือนออกมาในขณะที่มันโผล่ออกมาด้วยแสงอันสุกใส