0 Views

“ซื้อมาจากที่ไหน” ฟังเสียงกรี๊ดร่าเริงของน้องสาวของเขา หวงเสี่ยวหลงส่ายหัวและหัวเราะคิดว่าวานรกลืนวิญญาณสีม่วงเป็นสัตว์วิญญาณที่หาได้ยากซึ่งก็ยังคงมีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าไม่สามารถหาซื้อได้ แม้ว่าเจ้าจะมีเงินเป็นจำนวนมากก็ตาม

“ซิ ซิ ซิ!” ลิงสีม่วงตัวน้อยร้องเสียงแหลมคมในการประท้วงไปที่หวงหมิ่นที่กำลังเรียกมันว่า ‘ลิงน้อย’ ซึ่งทำให้หวงหมิ่นใช้มือของนางเอื้อมออกไปต้องการที่จะเอามันมาเลี้ยง

หลังจากที่ตกใจชั่วครู่หนึ่ง หวงหมิ่นได้เบิกตาออกกว้าง และจ้องมองอย่างโกรธเคืองไปที่วานรกลืนวิญญาณสีม่วงนี่คือจุดเริ่มต้นของการประลองจ้องตาระหว่างลิงน้อยกับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ

ด้วยความยากลำบากในเวลาต่อมาหวงเสี่ยวหลงสามารถหลบหนีออกมาจากหวงหมิ่น และมองย้อนกลับไปยังภาพเงาของหวงหมิ่น หวงเสี่ยวหลงก็ถอนหายใจด้วยความเบาใจ

กลับมาที่ห้องเขาเอาเจ้าลิงน้อยออกจากไหล่ของเขาแล้วหยิบเอาเตียงหยกเย็นออกมาจากแหวนเทพอสูร และนั่งเหยียดขาอยู่บนเตียงเริ่มฝึกขั้นแรกของทักษะเทพอสูร

ไม่นานหลังจากที่เริ่มฝึกทักษะเทพอสูรความหนาวเย็นที่ไม่รุนแรงออกมาราวกับว่ามันมาจากนรกขุมที่ลึกที่สุดห่อหุ้มหวงเสี่ยวหลงภายในพลังจิตวิญญาณนี้ถูกกลืนหายไปโดยจิตวิญญาณงูสองหัวของเขา และจากนั้นก็นำเข้าไปสู่​เส้นลมปราณของหวงเสี่ยวหลง

เมื่อความหนาวเย็นที่ชั่วร้ายเข้าสู่ร่างของหวงเสี่ยวหลง เขาก็ได้แต่รู้สึกหวาดกลัวเหมือนถูกฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกลงไปหลายร้อยจาง หัวใจของหวงเสี่ยวหวนรัดกุม และเร่งเร้าไปกับความคิดและความตั้งใจของเขา เขาก็ยังคงยืนกรานที่จะฝึกฝนทักษะเทพอสูรเพื่อปรับแต่งความหนาวเย็นที่ได้รับ

พลังงานที่เยือกเย็นเหล่านี้เคลื่อนไหวไปอย่างช้ามากควบคู่ไปกับเส้นลมปราณของหวงเสี่ยวหลงทุก ๆ ก้าวที่ผ่านไปเลือดของหวงเสี่ยวหลงรู้สึกราวกับว่ามันกำลังจะแข็งตัวขึ้น

ฟันของหวงเสี่ยวหลงเริ่มสั่นแต่ยังคงตั้งใจพยายามฝึกฝนทักษะการบ่มเพาะขั้นแรกของทักษะเทพอสูรการทำซ้ำแล้วซ้ำอีก หลังจากนั้นเป็นเวลานานความหนาวเย็นที่ก็ได้ลดลง และพลังงานภายในร่างกายของเขาได้รับการขัดเกลาให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาที่พลังงานหนาวเย็นเปลี่ยนเป็นปราณฉีสำเร็จ หวงเสี่ยวหลงตระหนักว่าได้ใช้เวลาไปเพียงสองเค่อเท่านั้น เมื่อเทียบกับทักษะการบ่มเพาะซวนฉิน ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีกว่าถึงสิบเท่า!

การค้นพบครั้งนี้ทำให้หวงเสี่ยวหลงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก “ดูเหมือนว่าข้อความดังกล่าวเป็นความจริงแม้ว่าพลังงานทางจิตของโลกเบื้องล่างจะยากที่จะปรับแต่ง แต่เมื่อประสบความสำเร็จแล้วผลประโยชน์นี้ก็ยิ่งใหญ่มากเช่นกัน!”

บันทึกที่ถูกเก็บไว้ในกระดูกสันปกของทักษะเทพอสูร ระบุว่าการฝึกทักษะเทพอสูรคล้ายกับการสร้างการเชื่อมต่อกับพลังงานทางจิตของโลกเบื้องล่าง ที่ร่างกายของเขาร้อน อากาศเย็นที่หนาวเย็นโดยไม่ต้องสงสัยมันคือพลังงานทางจิตของโลกเบื้องล่าง

พลังงานจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่างเป็นพลังงานที่เหนือกว่าพลังระหว่างสวรรค์กับปฐพียิ่งคุณภาพของพลังวิญญาณยิ่งดีเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้ร่างกายมีสมรรถภาพมากยิ่งขึ้น

นี่คือช่องว่างระหว่างทักษะการบ่มเพาะที่แตกต่างกัน

ทักษะการบ่มเพาะที่ล้ำลึกจะทำให้คุณภาพของพลังงานจิตที่ดูดซึมสูงกว่าในโลกของจิตวิญญาณการต่อสู้ ผู้ฝึกฝนทักษะการบ่มเพาะระดับสูงสามารถที่จะท้าทายฝ่ายตรงข้ามด้วยความสามารถที่ก้าวกระโดดได้เนื่องจากปัจจัยนี้

จิตวิญญาณการต่อสู้จะเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งของบุคคล และความสำเร็จในอนาคต และคุณภาพของทักษะการบ่มเพาะก็ยังคงมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

เวลาบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งเดือนผ่านไป…………….

ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้นอกเหนือจากการฝึกฝนหวงเสี่ยวหลงยังคงฝึกฝนไม่เคยขาด แต่ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือแทนที่จะใช้ทักษะการบ่มเพาะซวนฉินของตระกูลหวง หวงเสี่ยวหลงได้เปลี่ยนมาฝึกฝนทักษะเทพอสูร และคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น

หลังจากเปลี่ยนทักษะการบ่มเพาะของเขาแล้วความเร็วในการฝึกฝนของหวงเสี่ยวหลงได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก หนึ่งเดือนหลังจากกลับมาจากหุบเขา เขาก้าวไปถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับสอง เมื่อไม่นานมานี้เขาก็สามารถพัฒนาไปสู่นักรบระดับสามได้

ในความมืดอันน่าหลงใหลในตอนกลางคืนแสงจันทร์สีเงินส่องสว่างออกมา

หวงเสี่ยวหลงนั่งไขว้ขาอยู่บนเตียงหยกเย็น พลังงานจิตวิญญาณจากโลกเบื้องล่างถ่ายเทลงมาจากช่องว่าง และถูกลืนกินโดยจิตวิญญาณงูสองหัว

ปราณฉีภายในร่างของหวงเสี่ยวหลงยังคงหมุนโคจรอย่างรุนแรงเหมือนคลื่นที่โหมกระหน่ำกับความรู้สึกเมื่อตอนที่เขาอยู่ในจุดสูงสุดของนักรบระดับแรกไปสู่นักรบระดับสอง

อย่างไรก็ตามการนักรบระดับามยังคงเป็นเรื่องที่ยากกว่า อุปสรรคด้านความต้านทานก็หนาขึ้น แต่ หวงเสี่ยวหลงยังคงยืนกรานพยายามที่จะฝ่า การต่อสู้ของเขากับอุปสรรคดังกล่าวไม่ทราบว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าไรแล้ว รอยร้าวเล็กน้อยปรากฏในอุปสรรคที่สาม

เมื่อตระหนักว่าอุปสรรคที่สามกำลังจะพังทลาย หวงเสี่ยวหลงรู้สึกตื่นเต้น และผลักดันต่อไปให้รอยร้าวขยายตัวมากขึ้นเมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นภายในร่างของหวงเสี่ยวหลง

เหมือนน้ำท่วมฉับพลันปราณฉีวิ่งเข้าไปในเส้นลมปราณขั้นที่สาม!

นักรบระดับสาม! ในที่สุดเขาก็ทะลวงไปสู่นักรบระดับสาม

หวงเสี่ยวหลงลืมตาขึ้นโดยไม่สามารถซ่อนความปีติยินดีภายในหัวใจของเขาเอาไว้ได้

เมื่อสำเร็จไปสู่นักรบระดับสามแล้วนักรบระดับสี่คงไม่ไกลเกินเอื้อม!

“เมื่อไรที่ข้าก้าวไปสู่นักรบระดับสี่ได้สำเร็จแล้ว ข้าจะสามารถเริ่มฝึกทักษะการต่อสู้ได้ และเมื่อข้าก้าวไปถึงนักรบระดับสี่ จิตวิญญาณของข้าก็จะพัฒนาขึ้นในเวลานั้นทักษะจากพรสวรรค์โดยธรรมชาติของข้าก็จะปรากฏขึ้น! ” หวงเสี่ยวหลงคิดในใจ

เมื่ออายุเจ็ดขวบจะถูกปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ให้ตื่นขึ้นมา แต่วิญญาณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเป็นเพียงแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้นเมื่อปราณฉีก้าวไปถึงนักรบระดับสี่ก็จะทำให้จิตวิญญาณการต่อสู้พัฒนาขึ้นเพื่อให้แข็งแกร่งมากขึ้นในขณะที่เจ้าของจิตวิญญาณการต่อสู้จะได้รับความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้นมา

ระดับของจิตวิญญาณการต่อสู้ที่สูงขึ้นความสามารถโดยธรรมชาติหลังจากการพัฒนาจะมีพลังมากขึ้น!

แต่นักรบระดับสี่เป็นเพียงข้อบ่งชี้ทั่วไปคนที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ในระดับต่ำตั้งแต่ระดับหนึ่งสองและสาม เนื่องจากจิตวิญญาณของพวกเขามีข้อจำกัดอยู่แล้วตามธรรมชาติ พวกเขาจะล้มเหลวในการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่นักรบระดับสี่ และถ้าหากไม่มีโชคหรือวาสนาที่ดีบางอย่างการจะทำลายผ่านไปสู่นักรบระดับสี่จะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่คนที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับต่ำไม่เคยได้รับการพัฒนาจิตวิญญาณใด ๆ เพื่อที่จะเกิดทักษะความสามารถพิเศษในชีวิตของพวกเขา สำหรับพวกเขาที่ไม่สามารถไปถึงนักรบระดับสี่ได้ ดังนั้นจิตวิญญาณของพวกเขาจึงไม่สามารถผ่านการพัฒนาได้

ลุกขึ้นจากเตียงหยกเย็น หวงเสี่ยวหลงก้าวออกไปจากห้องของเขา

ในเวลาของยามค่ำคืนอากาศที่เต็มไปด้วยหมอกอยู่ภายใต้ดวงจันทร์ และภาพเงาของหวงเสี่ยวหลงก็หายไปในทันที และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในภูเขาด้านหลัง เมื่อใช้ทักษะเทพอสูร ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงของโลหิต และผมสีดำของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นสีขาว ในขณะเดียวกันก็มีลมปราณสีดำที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารแผ่ออกมารอบ ๆ ตัว

ร่างกายนี้ได้รับการฝึกฝนทักษะเทพอสูร- ร่างเทพอสูร แต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงขั้นแรกตามคำอธิบายของตำรา เมื่อหวงเสี่ยวหลงใช้ทักษะเทพอสูรเขาจะสามารถแปลงร่างเป็น เทพอสูรได้จริง ๆ

หลังจากที่เปลี่ยนร่างเป็นเทพอสูร การเคลื่อนไหวของ หวงเสี่ยวหลงภายใต้แสงจันทร์ก็คล้ายกับเมฆสีดำลอยตัวออกไปอย่างกระทันหัน ร่องรอยของการโจมตีของฝ่ามือผ่านไปทางอากาศที่หนาวเหน็บไปทางต้นไม้ใหญ่ข้างหน้า ฝ่ามือที่ทะลวงผ่านลำต้นของต้นไม้หนา และทะลุออกมาจากอีกฟากหนึ่งผ่านต้นไม้ต้นที่สอง และต้นที่สาม

บนลำต้นของต้นที่สี่มีฝ่ามือของเด็กเล็ก ๆ เป็นรอยนิ้วจาง ๆ ผ่านเข้าไปในลำต้น

มองไปที่รอยฝ่ามือบนลำต้นที่สี่ หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าของเขาในความพึงพอใจ การก้าวเข้าไปสู่นักรบระดับสาม รวมกับพลังของโลกเบื้องล่าง พลังแห่งความชั่วร้ายพลังของฝ่ามือก็เพิ่มขึ้นประมาณสี่เท่า และด้วยพลังที่แท้จริงของเขา ทำให้เขาสามารถฆ่านักรบระดับสามได้อย่าง่ายดาย

หลังจากที่ก้าวขึ้นเข้าสู่ นักรบระดับสาม และตัวตนปัจจุบันของเขาเนื่องจากการได้รับประโยชน์จากจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่าง ร่างกายของหวงเสี่ยวหลงก็จะแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างมาก

ใช้เวลาฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นในภูเขาด้านหลัง หวงเสี่ยวหลงกลับมายังคฤหาสน์ตระกูลหวงเมื่อท้องฟ้าเริ่มสดใสขึ้น

…………………….

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหวง หวงเสี่ยวหลงถูกเรียกตัวไปที่ห้องโถงของเรือนรับรองทางตะวันออกโดยหวงเผิง

“ท่านพ่อท่าแม่เรียกหาข้าอยู่ใช่ไหม?” เมื่อเข้ามาถึงห้องโถงของเรือนรับรองทางตะวันออก หวงเสี่ยวหลงถามในขณะที่กำลังจะนั่ง

หวงเผิง และซูเย่วดูซับซ้อน และลังเล

“เมื่อวานนี้ หวงเหว่ยได้ก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกเป็นผลสำเร็จ” หวงเผิงในที่สุดก็เปิดปากของเขาขึ้นมา

ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงก็เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของพ่อแม่ในการเรียกเขามาในเวลานี้พวกเขายังคงกังวลเกี่ยวกับงานชุมนุมประจำปีของตระกูล

อย่างไรก็ตามในเวลาไม่ถึงสองเดือนหวงเหว่ยได้ก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกอย่างรวดเร็ว! ตรรกะนี้แม้ว่าหวงเว่ยจะมีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบเสือดำสามตา แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวไปสู่นักรบระดับแรกในระยะเวลาสั้น ๆ ได้เช่นกัน

“ท่านปู่ของเจ้าใช้เงินเป็นจำนวนมากในการประมูลเพื่อซื้อหญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปี!” หวงเผิงกล่าวต่อ

หญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปี!

หวงเสี่ยวหลงก็ตกใจแล้วก็เยาะเย้ย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในเวลาไม่ถึงสองเดือนหวงเหว่ยสามารถเข้าสู่นักรบระดับแรกได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่านปู่หวงฉี่เต๋อได้ใช้เงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะได้รับหญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปี สำหรับการบ่มเพาะของหวงเหว่ย หญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปีเพียงหนึ่งก้านแม้จะไม่มากนัก และเห็นได้ชัดว่าท่านปู่หวงฉี่เต๋อคิดว่า หวงเหว่ยจะกลายมาเป็นเสาหลักของคฤหาสน์ตระกูลหวงในอนาคต ดังนั้นจึงได้มีการใช้ทรัพยากรและความพยายามให้แก่การฝึกฝนของหวงเหว่ย ในขณะที่ตัวเขาเองก็เป็นหลานชายคนหนึ่งเหมือนกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงหญ้าหัวใจแห่งเล่ยหลิงอายุพันปี แม้แต่ยาเสริมปราณฉีเขาเองก็ไม่ได้รับแม้แต่เม็ดเดียว!