0 Views

เมื่อพลิกไปที่หน้าแรกของทักษะเทพอสูรคู่ดวงตาสีแดงที่มีเลือดไหลออกมาดูเหมือนราวจะกระโดดออกจากหน้า ภาพประกอบของมนุษย์ที่ยืนตรงกับร่างกายส่วนบนของเทพอสูรเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ดูตึง และศีรษะที่มีเส้นผมสีขาว

การศึกษาภาพประกอบของทักษะเทพอสูร ภาพนี้ให้ความรู้สึกของการอยู่ในนรกที่กำลังคลานขึ้นมาบนพื้นผิวด้วยพลังแห่งการฆ่าอย่างบ้าคลั่ง และทะเลโลหิตที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกของหวงเสี่ยวหลง และสายตาของเขากลายเป็นสีแดงเช่นโลหิต ความสับสนและเจ็บปวด หวงเสี่ยวหลงเริ่มสูญเสียจิตใต้สำนึกของเขาตกอยู่ในความกระหายเลือด จู่ ๆ เบื้องหลังเขาปรากฎวิญญาณงูสองหัวขึ้นมาสู่ท้องฟ้า – เสียงคำรามดังสนั่นจนสั่นสะเทือนไปทั่วท้องฟ้า ความหงุดหงิดจากดวงตาสีแดงนี้ก็จางหายไปขณะที่เขาฟื้นตืนสติขึ้นมา หัวใจของเขาก็สั่นระรัวอย่างกับมันกำลังจะระเบิดออกมาจากหน้าอกของเขา

ในเวลานี้ภาพประกอบของเทพอสูรที่เป็นรูปของมนุษย์ผู้หนึ่งได้บินออกมาจากหน้าหนังสือด้วยประกายแสงที่สดใสระหว่างการจ้องมองของหวงเสี่ยวหลงภายในความคิดของหวงเสี่ยวหลงได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะการบ่มเพาะ

ชั้นแรกของทักษะเทพอสูร

“นรกที่แท้จริง จุดเริ่มต้นของปีศาจ …… ” เมื่ออ่านทวนข้อความของทักษะขั้นแรกของทักษะเทพอสูรภายในจิตใจ หวงเสี่ยวหลงพบว่ามันช่างลึกซึ้ง และลึกลับ

ในอีกโลกของทักษะการบ่มเพาะมันได้มีการจัดแบ่งออกเป็นสี่อันดับคือสวรรค์ ปฐพี  เร้นลับและมนุษย์ (ในต้นฉบับใช้ว่าyellow TL ตรวจจากหลายที่ก็ยังเป็นเหลืองเลยแก้ไขเป็นมนุษย์)และแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็นระดับต่ำ กลางและระดับสูง เขาสงสัยว่าทักษะเทพอสูรเป็นทักษะในระดับใด

หลังจากนั้นไม่นานหวงเสี่ยวหลงก็พลิกไปที่หน้าที่สอง ในหน้าที่สองมีภาพมนุษย์ในอวตารของเทพอสูรอีกภาพหนึ่ง ปรากฏอยู่ แต่ส่วนนี้ต่างกันเล็กน้อย ในภาพประกอบที่สองของทักษะเทพอสูรมีปีกสีดำสองข้างที่ด้านหลังซึ่งเป็นปีกสีดำที่ดูเหมือนกำลังคลุ้มคลั่ง และกระจายตัวออกมาทำให้เกิดกลิ่นอายที่ครอบงำ และลิ้มรสภาพการสังหารหมู่

เช่นเดียวกับประสบการณ์ของหน้าก่อนหน้านี้ เมื่อเขาพลิกไปยังหน้าที่สอง บรรยากาศที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นจากนรกก็ก่อตัวล้อมรอบหวงเสี่ยวหลง วิญญาณของงูสองหัวของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ข้างหลังเขาปราบปรามความกระหายเลือดที่หลอกลวงความรู้สึกของหวงเสี่ยวหลง และขั้นที่สองของทักษะเทพอสูรได้รับการตราตรึงไว้ภายในใจของเขา

หน้าที่สาม หน้าที่สี่ หน้าที่ห้า …

 

หวงเสี่ยวหลงพลิกไปทีละหน้า ทีละหน้ากับทุกหน้าที่ทำการพลิกภายในใจของเขาจะเกิดขั้นตอนต่อไปของทักษะเทพอสูร หวงเสี่ยวหลงใช้เวลาไปอย่างช้า ๆ หลังจากหนึ่งชั่วยามผ่านไป ก่อนที่เขาจะพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย

หนึ่งหน้าสุดท้ายแทนที่จะเป็นภาพประกอบกลับเป็นการเขียนตัวอักษรที่ยอดเยี่ยมอยู่เต็มหน้า

“รับมือกับหัวใจที่ล่วงหล่นลงสู่นรก หลังจากได้รับจากการฆ่าผู้คน ผู้ที่ได้รับการสืบทอดทักษะเทพอสูรจะได้รับการยอมรับว่าเป็นลูกศิษย์ของข้าทันทีซึ่งถือว่าเป็นผู้ปกครองนิกายประตูเทพอสูร เมื่อเทพอสูรปรากฏจะอยู่ยงคงกระพัน! ”

คำพูดนี้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยจักรพรรดิคนแรกของนิกายประตูเทพอสูร ‘เหลียนหวู๋กวง’

เมื่อเทพอสูรปรากฏจะอยู่ยงคงกระพัน!

หวงเสี่ยวหลงก็ยังคงตกตะลึง! จักรพรรดิคนแรกนิกายประตูเทพอสูรเหลียนหวู๋กวงดูแล้วเหมือนเป็นคนบ้ามากกว่าใช่มั้ย? ระหว่างสวรรค์กับปฐพียังกล้าที่จะประกาศตัวว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพันตลอดไป แต่สิ่งที่เหลียนหวู๋กวงเขียนนั้นก็หลังจากที่ได้ฝึกฝนทักษะเทพอสูร หรือว่าเขาจะอยู่ยงคงกระพันจริง ๆ!?

คำพูดง่าย ๆ แต่มันดูเย่อหยิ่ง และดูโดดเดี่ยว!

 

ในเวลานี้เศษกระดาษก็หลุดออกมาจากกระดูกสันของหนังสือนอกเหนือจากแผ่นกระดาษแล้วยังมีแหวนสีเข้ม ที่ดูลึกลับและน่าแปลกใจ หวงเสี่ยวหลงหยิบของทั้งสองสิ่งมาจากบนพื้นดิน

จากคำอธิบายที่เขียนขึ้นบนกระดาษ หวงเสี่ยวหลงรู้ว่าแหวนวงนี้ถูกเรียกว่า ‘แหวนเทพอสูร’ และมีดสีดำทั้งสองเล่มที่แขวนอยู่บนผนังเรียกว่า ‘มีดคู่เทพอสูร’

สิ่งที่หวงเสี่ยวหลงไม่ได้คาดหวังก็คือแหวนเทพอสูรวงนี้เป็นวงแหวนเชิงพื้นที่มิติที่มีอยู่ในตำนานเท่านั้น ตามที่พ่อของเขาเคยกล่าวว่าในอาณาจักรหลัวถงนั้นทั้งหมดมีเพียงจักรพรรดิที่มีไว้ในครอบครองเพียงหนึ่งวง แม้แต่ปู่ของเขาหวงฉี่เต๋อก็ไม่สามารถเป็นเจ้าของได้!

จากคุณสมบัติของแหวนเชิงพื้นที่มิติอาจทำให้เกิดการฆ่าฟันก็ได้

ครู่ต่อมาหลังจากปราบปรามความตื่นเต้นภายในใจของเขาได้ หวงเสี่ยวหวนทำตามคำสั่งที่ระบุไว้โดยกัดนิ้วและหยดเลือดลงไปบนแหวนเทพอสูร

เมื่อหยดของโลหิตสด ๆ ลงไป แสงสว่างส่องออกมาจากแหวนสีดำแล้วลอยขึ้น และไหลลื่นลงเข้าไปบนนิ้วของหวงเสี่ยวหลงบนมือซ้ายของเขาด้วยตัวมันเอง ดูเหมือนกับมันกำลังจมลงหายเข้าไปไปสู่ร่างของหวงเสี่ยวหลง เมื่อหวงเสี่ยวหลงคิดถึงเรื่องนี้ก็จะปรากฏเป็นรูปลักษณ์ของแหวนออกมาอีกครั้ง

การรับรู้ถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในแหวนเทพอสูร หวงเสี่ยวหลงมีความยินดีอย่างมากกับการมีพื้นที่มิติมากกว่าเจ็ดสิบจางภายในแหวนเทพอสูร นี้จะกลายเป็นความสะดวกสำหรับเขาในการพกพาสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องกังวลเหมือนคนอื่น

หลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงหันไปรอบ ๆ มองไปที่มีดคู่สีดำเงาบนผนังด้วยการกระโดดออกไปเพียงเล็กน้อย เขาก็หยิบมีดคู่ลงมาได้ ดูเหมือนเมื่อสัมผัสมันจะก่อให้เกิดเสียงกระหึ่มแปลก ๆ ที่แทรกซึมเข้าไปภายในจิตใจของผู้คนทำให้เกิดความรู้สึกเต็มไปด้วยหนามที่ทิ่มแทงออกมา

หวงเสี่ยวหลงตรวจสอบมีดเทพอสูร ในมือของเขาสังเกตเห็นว่าลักษณะของใบมีดที่ชั่วร้ายนี้ในปัจจุบันมีการไหลของปราณสีดำจาง ๆ ให้ความรู้สึกของความหวาดกลัวที่น่ากลัว

หวงเสี่ยวหลงลองถือมีดเทพอสูรไว้ในมือ

“มีดเทพอสูรคู่นี้นั้นเหมาะมือดีทีเดียวจากนี้เป็นต้นไปเจ้าจงมาช่วยข้าเพื่อฆ่าศัตรูของข้า! ” หวงเสี่ยวหลงกล่าวขณะที่เขาถือมีดไว้ในมือ ราวกับว่ามันสามารถเข้าใจความหมายของคำพูดของเขาได้ใบมีดเปล่งประกายออกมาอย่างเริงร่า

เมื่อเห็นแบบนี้หวงเสี่ยวหลงคิดว่ามันอาจจะเหมือนกัน จากนั้นใช้วิธีการเดียวกันในการจดจำเจ้าของเขาหยดโลหติลงไปบนมีดเพียงไม่กี่หยด และเมื่อหยอดเลือดจางลงไป ก็มีแสงสีแดงออกมาจากใบมีดราวกับลอยขึ้นไปในอากาศ ด้านซ้ายและขวาของหวงเสี่ยวหลง บนแขนของหวงเสี่ยวหลงปรากฏลอยสักมีดสักสองเล่มเล็ก ๆ

หวงเสี่ยวหลงวางแผ่นกระดาษและตำราทักษะเทพอสูรไว้ในแหวน เพื่อความปลอดภัยและเตรียมพร้อมที่จะออกจากห้องนี้ไป อย่างไรก็ตามเขาหยุดชั่วคราวขณะที่เขามาถึงประตู และหันกลับไปมองที่เตียงหยก เขาจึงทำการเอาเตียงหยกเย็นออกไปด้วย

 

ก้าวออกจากห้องที่สามหวงเสี่ยวหลงวนไปรอบ ๆ ถ้ำอีกครั้งหลังจากยืนยันว่าเขาไม่ได้พลาดอะไรไปอีก เขาเดินไปที่ทางออก เขาไม่ได้วางแผนที่จะเอาไข่มุกที่ฝังอยู่ออกไป สำหรับเขา ๆ มีแผนจะใช้ถ้ำนี้ภายในอนาคตสำหรับการฝึกฝนของเขาซึ่งไว้เป็นสถานที่ที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำภายในหุบเขาแห่งนี้ นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่นำไข่มุกออกไป มันมีประโยชน์ในการรักษาถ้ำแห่งนี้

หลังจากนั้นเขาโผล่พ้นน้ำออกมาจากทะเลสาบ หวงเสี่ยวหลงว่ายไปเข้าฝั่ง และใส่เสื้อผ้าของเขาส่งผลไม้ยางเข้าไปเก็บไว้ภายในแหวนของเขา

“ซิ ซิ ซิ” ในขณะนี้ลิงสีม่วงตัวเล็ก ๆ ได้ดูดซับพลังงานทางจิตวิญญาณจากผลไม้หยางเสร็จสิ้นแล้ว และวิ่งไปหาหวงเสี่ยวหลงในท่าทางร่าเริง

หวงเสี่ยวหลงสังเกตเห็นว่าหลังจากที่มันได้ดูดซับผลไม้หยางไปสองผลขนของวานรกลืนวิญญาณสีม่วงกลายเป็นประกาย และดวงตาของมันสว่างขึ้น แต่ขนาดของร่างกายยังคงเล็กเหมือนเดิม

“เจ้าตัวน้อย ข้าคงจะต้องกลับไปแล้ว คราวหน้าข้าจะกลับมาพบเจ้าอีกครั้ง”  หวงเสี่ยวหลงเอนตัวไปข้างหน้ าและพูดกับเจ้าลิงม่วงตัวน้อย

แต่เมื่อหวงเสี่ยวหลงหันไปทิ้งเจ้าลิงตัวเล็ก ๆ สีม่วง มันก็ร้องเรียก และในพริบตาก็ขึ้นมาอยู่บนไหล่ของหวงเสี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลงมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง และติดตลกกล่าวว่า “เจ้าตัวเล็กอย่าบอกนะว่าเจ้าต้องการที่จะติดตามข้ากลับไปที่บ้าน?”

ไม่น่าแปลกใจลิงสีม่วงตัวน้อยร้องเสียงแหลม และพยักหัวเล็ก ๆ ของมัน

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าลิงสีม่วงตัวเล็ก ๆ นี้จะเต็มใจที่จะตามเขากลับบ้าน หลังจากได้รับการกล่าวย้ำแล้ว เขาก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ” เด็กชายและลิงออกจากหุบเขาทันที

ผ่านพื้นที่สีเขียว และภูเขาสีขาว หวงเสี่ยวหลงก็สงสัยกับตัวเองว่า คนเหล่านี้ถูกฆ่าเหลียนหวู๋ กวงหรือไม่? “

หลังจากออกมาจากหุบเขา หวงเสี่ยวหลงไม่ได้มุ่งไปที่ไหนอีก เขารีบเดินตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวง

ตอนที่เขาไปถึงคฤหาสน์ตระกูลหวงก็เป็นเวลาตอนเที่ยงแล้ว ขณะที่เดินเข้าไปในบ้านพักของเขา  หวงหมิ่นก็วิ่งเข้ามา น้องสาวตัวน้อยของเขาที่เพิ่งก้าวออกจากบ้านพักของเขา

“พี่ใหญ่เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา ?”  หวงหมิ่นถามแต่เมื่อมองขึ้นไปดวงตาของนางก็ตื่นตระหนกเมื่อเห็นลิงสีม่วงตัวเล็ก ๆ อยู่บนไหล่ของหวงเสี่ยวหลง นางปรบมืออย่างร่าเริงเกือบจะตะโกนออกมาดัง ๆ ว่า “ลิงน้อยน่ารัก! พี่ใหญ่เจ้าซื้อมาจากที่ไหน? “