0 Views

แม้ว่าหวงหมิงนั่งอยู่ในห้องได้พบการมาเยือนของหวงเผิง กับ และหวงเสี่ยวหลง แต่เขาก็ยังคงนั่งและไม่ได้เชื้อเชิญหวงเผิงเข้ามาภายในห้องโถงแต่อย่างใด

“คารวะนายรอง” โจวกวงและลูกชายของเขาโจวซู่ตงเมื่อเห็นหวงเผิง พวกเขาก็ยืนขึ้นและทักทายกับหวงเผิงทันทีไม่กล้าที่จะนั่งเฉย ๆ เหมือนเช่นหวงหมิง

หวงเผิงพยักหน้าไปที่โจวกวง และลูกชาย และจากนั้นเขาก็หันไปหาหวงหมิง: “พี่ใหญ่”

หวงเสี่ยวหลงตามด้วยเสียงค่อนข้างไม่เต็มใจ: “ท่านลุงใหญ่”

ใบหน้าของหวงหมิงไม่ได้แสดงออกเหมือนปกติและพูดว่า: “น้องรอง เสี่ยวหลงเชิญนั่ง”

หวงเผิง และหวงเสี่ยวหลงนั่งลงบนเก้าอี้ที่ด้านข้าง ขณะที่หวงเผิงกำลังนั่งลง เขาคิดว่าเขาควรจะพูดคำร้องขอของเขาต่อหวงหมิงอย่างไร

“น้องรองเจ้ามาเยือนถึงที่นี่ในวันนี้ ไม่ทราบว่าเจ้ามีเรื่องอันใด?” ในขณะนี้หวงหมิงเริ่มเปิดประเด็นกล่าวถาม

หวงเผิงรู้สึกลังเลอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “พี่ใหญ่ข้าได้ยินมาว่าหวงเหว่ยได้กล่าวว่าในการประชุมประจำปีของตระกูลในปีนี้ เขาจะทำลายแขนทั้งสองข้างของเสี่ยวหลงดังนั้น …….ข้าจึง…….. ” คำพูดของหวงเผิงกล่าวติดขัดชะงักพูดไม่ทันจบ

“โอ้……มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” หวงหมิงดูมีท่าทีตกตะลึง

หวงเสี่ยวหลงกำลังมองไปที่ท่าทางการแสดงของลุงหวงหมิง และแอบหัวเราะภายในใจ แม้กระทั่งพ่อของเขาหวงเผิงยังเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งหมายความว่าข่าวดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลหวงไปแล้ว ไม่มีทางที่หวงหมิงจะไม่รู้เรื่อง

“หวงเหว่ย มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือไม่?” หวงหมิงหันไปถามลูกชายของเขา

หวงเหว่ยตอบด้วยตาที่ไม่กะพริบ และการแสดงออกทางสีหน้าที่ไม่ได้มีเปลี่ยนแปลง: “ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกท่านพ่อ”

หวงเหว่ยมองไปที่หวงเผิง และหวงเสี่ยวหลง ก่อนที่หวงเหว่ยจะกล่าวต่อว่า  “ในความคิดของข้ามีคนที่จงใจใช้ข้ออ้างนี้เพื่อสร้างปัญหาให้กับเรือนรับรองทางเหนือของพวกเรา ”

ใบหน้าของหวงเผิงดูหงุดหงิดเมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้ นี่หมายความว่าเขา และลูกชายของเขาเป็นคนสร้างปัญหา แสร้งมาที่นี่เพื่อก่อปัญหาให้กับหวงหมิงและลูกชายของเขาอย่างนั้นหรือ?

หวงเสี่ยวหลงกำลังเฝ้าดูหวงหมิง และหวงเหว่ย สองพ่อลูกเล่นรับลูกถามตอบเหมือนรู้เห็นกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว และเขาทำได้เพียงเย้ยหยันอยู่ภายในใจ

“เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?” ความโกรธของหวงเผิงเขาจึงหันไปหาหวงหมิง

หวงหมิงโบกมือและยังคงนิ่งเงียบไม่แสดงออกท่าทีใด ๆ  “ดี ในเมื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว น้องรองเชิญ พวกเจ้ากลับไปได้”

ไม่มีสิ่งใดแล้ว คำพูดดังกล่าว! ความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของหวงหมิงมีความชัดเจนมากว่า หวงเผิงก้าวมาสร้างปัญหาเอง

ย้ำความโกรธที่เพิ่มขึ้นของเขา  หวงเผิงกล่าวว่า “พี่ใหญ่เจ้ากำลังหมายความว่าพวกเราสองพ่อลูกแส่มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาให้กับเจ้าใช่หรือไม่?”

หวงหมิงขมวดคิ้วในขณะที่ใบหน้าของเขาดูเย็นชา: “แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงแล้วอย่างไรล่ะ? การปะทะกันระหว่างคนวัยเดียวกันของตระกูลเป็นเหตุการณ์ปกติ ”

หวงหมิงกล่าวอย่างไม่สุภาพ แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงสิ่งใดที่เกี่ยวกับหวงเหว่ยที่ต้องการทำให้หวงเสี่ยวหลงเป็นคนพิการ

หวงเผิงลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจ้องมองไปที่พี่ชายของเขา หวงหมิง: “เจ้ากำลังจะพูดว่าถึงแม้ว่าหวงเหว่ยจะทำให้หวงเสี่ยวหลงเป็นคนพิการ นี่เป็นเรื่องปกติอย่างนั้นเหรอ?!”

ด้วยการแสดงออกที่ไม่แยแสบนใบหน้าหวงหมิงยังคงกล่าวว่า “แล้วเจ้าหมายความว่าข้าควรที่จะไปห้ามไม่ให้มีการะประลองในระหว่างการชุมนุมประจำปีอย่างนั้นหรือไม่? การประลองตัวต่อตัวเป็นกฎที่ถูกกำหนดโดยท่านพ่อ เจ้าหมายความว่ากฎระเบียบที่กำหนดโดยท่านพ่อเป็นสิ่งที่ผิด? ”

แสงจากภายในดวงตาของหวงเสี่ยวหลงได้เห็นความตั้งใจของท่านพ่อของเขา ทุกคนในห้องโถงรู้ถึงความตั้งใจของท่านพ่อของเขา แต่หวงหมิงบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยใช้คำกล่าวอ้างว่าหวงเผิงขอให้เขาไปยกเลิกข้อกำหนดของท่านปู่ที่ได้ทำการกำหนดไว้เหมือนดังให้เขาทำในสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับเขา

โจวกวง และโจวซู่ตง สองพ่อลูกที่นั่งอยู่ที่นั่นไม่ได้พูดอะไร แต่ในสายตาของพวกเขามีแสงของความสุขที่เร่าร้อนอย่างเห็นได้ชัดเจน

ใบหน้าของหวงเผิงหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ เขากำหมัดทั้งสองข้างของเขาหายใจเข้าลึก ๆ และพูดกับหวงหมิงว่า “เสี่ยวหลงก็เป็นหลานชายของเจ้าเช่นกัน!”

หวงหมิงเงยคิ้วขึ้นมองไปที่หวงเสี่ยวหลง และพูดกับหวงเผิงว่า  “ข้าจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าเตือนข้าในเรื่องนี้หรือไม่? มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ว่าเขาเป็นหลานชายของข้า? แม้ว่าเขาจะเป็นหลานชายของข้า แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เจ้าจะมาขอร้อง! ”

หวงเผิงหัวเราะแม้ว่าเขาจะยังคงโกรธ  “ดี, ดี ดี” ตอนนี้ในที่สุดเขาก็ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของพี่ชายคนโตของเขา และความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นของหัวใจ แม้จะอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี แต่พวกเขาก็ไม่ต่างไปจากคนแปลกหน้า!

หวงสี่ยวหลงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกไปว่า “หวงหมิงเจ้าอย่าคิดว่าลูกชายของเจ้าจะสามารถทำให้ข้าพิการในระหว่างการชุมนุมประจำปีของตระกูลได้?

“จองหองมากไปแล้ว!” เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างหวงเสี่ยวหลงกล้าที่จะพูดเช่นนี้ หวงหมิงแสดงความโกรธลุกขึ้นยืน และยกมือขึ้นเพื่อตีไปที่หวงเซี่ยวหลง ฉวยโอกาสไปที่หวงเสี่ยวหลงกำลังเผลอ แต่ก็มีเงาเข้ามาขวาง และปิดกั้นระหว่างหวงหมิงกับหวงเซี่ยวหลง

“เฮอะ!” เสียงระเบิดดังขึ้น และภาพเงาที่ขวางอยู่ตรงหน้าของหวงเสี่ยวหลงก็กระเด็นออกไปทำให้เสียงดัง “ปัง ” ดังออกมา

“ท่านพ่อท่านไม่เป็นอะไรนะ?” หวงเสี่ยวหลงกำลังกังวล และเดินมายืนข้าง ๆ พ่อของเขา

หวงเผิงโบกมือให้ เขาสั่นศีรษะ: “ข้าไม่เป็นไร”

ในท้ายที่สุดหวงเสี่ยวหลงก็ยังคงเป็นหลานชายของหวงหมิง ถึงแม้ว่าเขาจะโกรธหวงเสี่ยวหลงเขาก็ยังควบคุมพลังของตัวเองเอาไว้ได้ มิฉะนั้นด้วยเพียงแค่พลังนักรบระดับหกของหวงเผิงจะไม่เพียงพอที่จะสกัดกั้นฝ่ามือจากหวงหมิงที่เป็นนักรบระดับเจ็ดเอาไว้ได้

หวงเสี่ยวหลงเห็นว่าพ่อของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บสูดลมหายใจไปด้วยความโล่งอก

ในเวลานี้หวงเหว่ยผู้ซึ่งอยู่ที่ด้านข้างยืนขึ้นมา และกล่าวว่า “ลุงรองถ้าเจ้าต้องการให้ข้าปล่อยหวงเสี่ยวหลง มันก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ตราบเท่าที่หวงเสี่ยวหลงคุกเข่าลงโขกศีรษะสามครั้งด้วยเสียงดัง ๆ และให้ข้าตบหน้าของเขายี่สิบครั้งเมื่อถึงวันชุมนุมประจำปีของตระกูลแล้วข้าจะปล่อยเขาออกไป! ”

คุกเข่าโขกศีรษะสามครั้งและตบหน้ายี่สิบที? คิ้วของหวงเผิงค่อย ๆ จางลง และเขามองไปที่ใบหน้าลูกชายของเขา

“ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ข้าหวงเสี่ยวหลงจะคุกเข่าลงต่อหน้าสวรรค์ และปฐพี แต่จะไม่คุกเข่าต่อหน้าใคร!”

จากนั้นก็หันไปหาหวงเผิง เขากล่าวว่า “ท่านพ่อพวกเราไปกันเถอะ! ”

 

คุกเข่าต่อหน้าสวรรค์ แต่จะไม่คุกเข่าต่อหน้าใคร! หวงเผิง ตกใจกับคำพูดนี้ แต่เขายิ้มอย่างชื่นชม: “ดี ช่างสมเป็นลูกของข้า! ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ! ” หวงเผิง และหวงเสี่ยวหลงหันหลังและก้าวเดินจากไป

หวงเหว่ย มองไปที่ หวงเผิงและรูปลักษณ์ของหวงเสี่ยวหลง และด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้นในหัวใจของเขา เขาตะโกนไปที่ด้านหลังของหวงเสี่ยวหลงว่า

“หวงเสี่ยวหลงเจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าที่จะทำลายแขนทั้งสองข้างของเจ้าในงานชุมนุมประจำปีของตระกูลหรอกนะ?”

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้หันหลังกลับไป ขณะที่เขาก้าวเดินออกไปจากทางเข้าเรือนรับรองทางเหนือกับพ่อของเขา

หวงหมิงมองทั้งสองร่างจากหายไปด้วยใบหน้าที่ดูซับซ้อน

“นายใหญ่ หวงเสี่ยวหลงไม่สุภาพกับผู้อาวุโสของตระกูล แม้แต่กล้าที่จะกล่าวชื่อของนายใหญ่ออกมาตรง ๆ ด้วยเรื่องนี้ก็ … ” ในเวลานี้โจวกวงรีบกล่าวเสริมเพื่อเติมฟืนเติมไฟ

อย่างไรก็ตามคำพูดยังไม่ทันกล่าวเสร็จสิ้น ฝ่ามือของหวงหมิงก็กวาดไปที่ใบหน้าของโจวกวงเหลือเพียงเครื่องหมายสีแดงห้านิ้วบนใบหน้าของเขา

หวงหมิงมองไปที่โจวกวง ใบหน้าของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนอีกต่อไป แต่ดวงตาของเขาเหมือนคมมีด: “นี่เป็นเรื่องระหว่างพี่น้องของข้า เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้ามาคล่องเกี่ยว!”

“ใช่ ใช่ นายใหญ่กล่าวถูกต้องแล้วเป็นข้าน้อยที่ผิดพลาดเอง!” โจวกวงตกใจและรีบขออภัยอยู่หลายครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน หวงเสี่ยวหลง และพ่อของเขา หวงเผิงก็กลับไปที่เรือนรับรองตะวันออก    ซูเย่วรู้ว่าหวงเสี่ยวหลงกับหวงเผิงกลับมาแล้วจึงรีบมาหาอย่างรวดเร็ว และถามด้วยความเป็นกังวลว่า “ได้เรื่องเป็นเช่นไร?”

หวงเผิงไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี จึงให้หวงเสี่ยวหลงเป็นผู้กล่าวแทน

“ท่านแม่ ท่านอย่าได้ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับข้าอย่างแน่นอน ”

หลังจากได้ยินคำพูดนี้ซูเย่วนั้นคิดว่าหวงเหว่ยได้ให้สัญญาว่าจะปล่อยหวงเสี่ยวหลงไปในระหว่างการประลองของงานชุมนุมประจำปีของตระกูล หัวใจที่ห่วงใยของนางก็คลายกังวลลงและยิ้มออกมาได้นางพูดว่า “ดีแล้ว มันเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว!”

หวงเผิงเปิดปากของเขาเหมือนต้องการจะพูดบางสิ่งบางอย่าง แต่มองไปที่รอยยิ้มที่มีความสุขของภรรยาของเขาในท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา