0 Views

หากมีใครที่รู้ว่าหวงเสี่ยวหลงไม่เพียงแต่สามารถสร้างปราณฉีได้ แต่ยังผ่านไปเป็น นักรบระดับแรกในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามก็อาจทำให้พวกเขารู้สึกกลัว

แม้กระทั่งหวงเสี่ยวหลงเองก็พบว่ามันยากที่จะเชื่อได้

แม้ว่าช่วงเวลาในตอนแรกของหวงเสี่ยวหลงจะมีข้อสงสัยว่าวิญญาณการต่อสู้ของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่จิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ด แต่ก็ยังคงเป็นเช่นนี้เมื่อพ่อของเขาให้คะแนนจิตวิญญาณการต่อสู้ แต่เมื่อความสามารถในการบ่มเพาะและความเร็วในการบ่มเพาะเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหนือกว่าปู่ของเขา หวงฉี่เต๋อที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้วานรทองคำหกปีก และใช้เวลาครึ่งปีในการพัฒนาเพื่อก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกในขณะที่เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งระดับของจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาย่อมต้องสูงกว่าเจ้าปู่ของเขา!

หรือว่าจิตวิญญาณการต่อสู้จะเป็นระดับสิบ? ไม่มีความเร็วในการฝึกฝนจิตวิญญาณการต่อสู้ใดจะน่ากลัวไปกว่าระดับสิบนี้ ริ้วรอยของความคิดผ่านไปในความคิดของหวงเสี่ยวหลง …

สุดยอดจิตวิญญาณการต่อสู้!

จิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยมในการต่อสู้มีอยู่เฉพาะในตำนานเท่านั้น

เหนือระดับสิบ ก็ยังมีระดับสิบเอ็ด และแม้แต่ระดับสิบสอง! ถึงแม้ว่าผู้คนไม่แน่ใจถึงระดับชั้นของจิตวิญญาณการต่อสู้เหล่านี้ว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ก็มั่นใจได้ว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของหวงเสี่ยวหลงเหนือกว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบอย่างแน่นอน

 

ช่วงเวลาต่อมาหวงเสี่ยวหลงสามารถสงบสติอารมณ์ของความตื่นเต้นภายในใจได้ และยังคงใช้ทักษะการบ่มเพาะของซวนฉิน งูสองหัวเกิดขึ้นมาอีกครั้งที่เบื้องหลังของเขาพร้อมกับอ้าปากเปิดกว้างเพื่อกลืนกินพลังงานจิตวิญญาณของโลกในขณะที่ปราณฉีไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณของหวงเสี่ยวหลง ตามเส้นทางลมปราณของนักรบระดับแรก

คราวนี้ความเร็วของปราณฉีในการไหลเวียนเร็วกว่าก่อนมาก และหวงเสี่ยวหลงรู้สึกได้ชัดเจนว่าปราณฉีภายในเส้นลมปราณของเขามีปริมาณมากขึ้น เข้มข้นขึ้น แม้ว่าความแตกต่างจะไม่ชัดเจน แต่หลังจากที่ปราณฉีถูกโคจรไปสิบครั้ง ความหนาแน่นของปราณฉีเพิ่มขึ้นเกือบครึ่งหนึ่งของความหนาแน่นเดิม

เมื่อถึงเวลาที่หวงเสี่ยวหลงเปิดตาของเขาแสงจันทร์ที่อ่อนโยนได้เหือดหายไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยแสงแดดที่ไหลผ่านมาทางหน้าต่างเข้าสู่ร่างเล็ก ๆ ของเขา

ภายใต้แสงแดดตอนเช้าที่อบอุ่น หวงเสี่ยวหลงเหยียดตัวลงอย่างลวก ๆ และลุกขึ้นจากเตียง ในระหว่างการฝึกฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาไม่เพียงแต่บุกเข้าสู่นักรบระดับแรกแต่เขาก็ได้มาถึง นักรบระดับแรกแล้ว

“นักรบระดับแรก” ดวงตาลึกของหวงเสี่ยวหวนมองดูดวงอาทิตย์ขึ้น ตามความเร็วในการฝึกฝนนี้ภายในสามวันหลังจากนี้ เขาน่าจะสามารถไปถึงขั้นปลายของนักรบระดับแรก หรือบางทีถ้าเป็นไปได้แม้กระทั่งก้าวเข้าสู่นักรบระดับสอง!

หวงเสี่ยวหลงเดินออกจากห้องไปที่ลานเล็ก ๆ หน้าบ้านพัก เขากำมือเล็ก ๆ ของของกลายเป็นกำปั้น แล้วรวบรวมปราณฉีของเขาในกำปั้น หวงเสี่ยวหลงชกไปที่หินขนาดใหญ่ที่มุมหนึ่งของลานเล็ก ๆ

“ตูม!” เสียงระเบิดดังออกมา และก้อนหินขนาดใหญ่กระเด็นออกไปทางด้านหลังและหลังจากตกพื้นยังคงกลิ้งออกไปไม่กี่จาง บางมุมของก้อนหินแตกกระเซ็นเป็นชิ้น ๆ และกระจัดกระจายอยู่บนพื้นดิน

หวงเสี่ยวหลงมองผลงาน และพยักหน้าด้วยความพอใจ โดยทั่วไปแล้วปราณฉีของนักรบระดับแรกมีความแข็งแกร่งไม่มากไปกว่าก้อนหินก้อนนี้ แต่ขณะที่เขาอยู่ในช่วงกลางของนักรบระดับแรก นั่นก็เป็นเพราะเขาได้รับการฝึกฝนจากคัมภีย์เปลี่ยนเส้นเอ็น พลังโจมตีของเขาก็เปรียบได้กับนักรบระดับแรกขั้นปลาย

จากน้ำหนักของหินก้อนนี้ควรจะหนักอย่างน้อยสามร้อยชั่ง

หวงเสี่ยวหลงยังสังเกตเห็นว่าหลังจากหนึ่งคืนของการปราณฉี กล้ามเนื้อในร่างกายของเขาแข็งแรง และมั่นคงมากขึ้น

นักรบระดับแรกถึงสามถูกจัดกลุ่มเข้าสู่ช่วงเริ่มแรกของการบ่มเพาะในขั้นเริ่มต้นนี้เมื่อปราณฉีไหลไปตามเส้นลมปราณก็จะปรับแต่งกล้ามเนื้อของร่างกาย เมื่อถึงเวลาที หวงเสี่ยวหลงมาถึงจุดสุดยอดของนักรบระดับสามกล้ามเนื้อของเขาจะได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเต็มที่ช่วยเพิ่มการสะท้อนความแข็งแรง และการป้องกันของเขาได้หลายเท่าเมื่อเทียบกับร่างกายในปัจจุบันของเขา

ในขณะนี้เสียงฝีเท้าเบา ๆ มาจากภายนอกลาน  หวงเสี่ยวหลงได้รับการแจ้งเตือนแล้วส่ายหัวเขายิ้มเมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนเป็นน้องสาวของเขาหวงหมิ่น

เสียงอ่อนโยนของหวงหมิ่นดังขึ้นมีเสียงว่า “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่!

หวงเสี่ยวหลงหันไปมองรอบ ๆ และเห็นว่าหวงหมิ่นวิ่งเข้าไปภายในลาน เมื่อนางไปถึงหวงเสี่ยวหลง  หวงหมิ่นกำลังหอบหายใจอย่างหนัก “พี่ใหญ่ ท่านแม่และท่านพ่อกำลังโต้เถียงกันอยู่”

“ท่านแม่กับท่านพ่อกำลังโต้เถียงกันอยู่? เกิดเรื่องอะไรขึ้น? “หวงเสี่ยวหลงงงงวยอยู่ครู่หนึ่ง จากความทรงจำของเขาท่านพ่อและท่านแม่ไม่เคยทะเลาะกันสักครั้ง

“ข้าไม่ทราบเหตุผล แต่ดูเหมือนว่ามันเกี่ยวข้องกับท่านลุงใหญ่” หวงหมิ่นกล่าว

“ท่านลุงใหญ่?” หวงเสี่ยวหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพูดว่า “เรารีบไปดูกันเถอะ” เขารีบออกจากลานเล็ก ๆ กับหวงหมิ่น

พวกเขารีบไปที่เรือนรับรองทางทิศตะวันออก อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งก่อนที่พวกเขาจะเดินไปถึงห้องโถงทางทิศตะวันออกจากระยะไกลก็ได้ยินเสียงของพ่อแม่ของพวกเขาทะเลาะกันดังสะท้อนออกมา

“พี่ใหญ่ เรื่องนี้มันไม่มากไปหน่อยหรือ!” เสียงของซูเย่วที่เต็มไปด้วยความโกรธก็ยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง

“หลังจากพิธีปลุกวิญญาณ เด็กทุกคนที่ได้รับการปลุกจะได้รับยาเสริมปราณฉี แต่เหตุใดยกเว้น เสี่ยวหลงของเราถึงมิได้รับ!”

การก้าวเดินของหวงเสี่ยวหลงหยุดชะงักลงทันที

ยาเสริมปราณฉี– เม็ดที่สอง หลังจากที่ปลุกจิตวิญญาณของตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จ ถ้ามีใครได้กินยาเสริมปราณฉี มันจะเร่งการพัฒนาปราณฉีให้เร็วขึ้น และแน่นอนว่าสำหรับนักรบระดับแรก ยาเสริมปราณฉีก็ยังจะช่วยในการยกระดับคุณภาพของปราณฉี

“น้องสะใภ้ โปรดอย่าได้พูดถึงยาเสริมปราณฉีอีกต่อไป? ข้าจะชดเชยให้กับเสี่ยวหลงในครั้งหน้า ” เสียงที่ฟังออกถึงความหงุดหงิดของหวงเผิงได้ดังออกมาจากภายในห้อง

“มีเด็กจำนวนยี่สิบหกคนในช่วงพิธีปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ และแม้กระทั่งผู้ที่มีวิญญาณระดับต่ำก็ยังได้รับยาเสริมปราณฉี แต่กลับยกเว้นเสี่ยวหลงซึ่งมีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ดที่ไม่ได้รับอะไรเลย! ” ซูเย่วขึ้นเสียงของนางด้วยความโกรธ

ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น? เสี่ยวหลงของเราเป็นหลานชายของเขาเช่นกันนะ! ”

คิ้วของหวงเสี่ยวหลงขมวดเข้าหากันเมื่อได้ฟังการทะเลาะวิวาทของพ่อแม่ เขาเข้าใจได้อย่างชัดเจน นอกเหนือจากเขา เด็กคนอื่น ๆ ทั้งหมดได้รับยาเสริมปราณฉีเพื่อช่วยการบ่มเพาะของพวกเขา

เมื่อสองปีก่อนหวงเสี่ยวหลง ได้ทะเลาะกับหวงเหว่ยตอนนั้นหวงหมิงไม่ได้พูดอะไร ดูเหมือนว่าความรังเกียจของท่านลุงหวงหมิงต่อหวงเสี่ยวหลงได้มีมานานแล้ว

แม้ว่าท่านปู่หวงฉี่เต๋อของเขายังไม่ได้ส่งมอบตำแหน่งจ้าวคฤหาสน์ไปยังท่านลุงของเขาแต่ด้วยตำแหน่งของหวงหมิงไม่ว่าเรื่องส่วนใหญ่ของคฤหาสน์จะเป็นเรื่องใดมักได้รับการจัดการโดยเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่แม่ของเขา ซูเย่วได้กล่าวว่าแม้กระทั่งผู้ที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับต่ำยังได้รับยาเสริมปราณฉี มีเพียงหวงเสี่ยวหลงที่เป็นหลานชายแท้ ๆ ของเขาที่ไม่ได้รับสิ่งใด  นี่คือการข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด!

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหวงเสี่ยวหลงก็ยังคงเป็นหลานชายของหวงหมิง  จำเป็นถึงขนาดที่หวงหมิงจะกระทำอย่างนี้หรือไม่?

การกระทำของหวงหมิงไม่เพียงแต่ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่พอใจต่อหวงเซี่ยวหลง นอกจากนี้ยังเท่ากับการทำให้พ่อแม่ของหวงเสี่ยวหลงเสียหน้า หวงเผิง และซูเย่วต้องเสียหน้าเป็นอย่างมากเมื่อเวลานั้นที่ได้อยู่ต่อหน้าของเหล่าผู้อาวุโสของคฤหาสน์ตระกูลหวง

“ข้าจะไม่ยอมให้มันจบลงแบบนี้ ข้าจะขอให้ท่านพ่อตัดสินความเป็นธรรมของเรื่องนี้! “ในห้องโถงซูเย่วพูดด้วยความโกรธเพราะนางไม่สามารถยอมในเรื่องนี้ได้

“เจ้าห้ามไป!” หวงเผิงตะโกนด้วยความโกรธ “สำหรับเรื่องเล็ก ๆ บางอย่างที่เจ้ากำลังจะทำให้เกิดปัญหาแก่ท่านพ่อ เจ้าคิดว่าข้ายังเสียหน้าไม่พออีกหรือ? ”

นอกห้องโถงเมื่อหวงเสี่ยวหลงได้ยินเช่นนี้เขาเงียบคิดทวนคำ ‘เรื่องเล็ก ๆ ใช่ไหม’ ? แวบหนึ่งประกายข้ามผ่านดวงตาของหวงเสี่ยวหลง ท่านลุงหวงหมิงยังคงครองตำแหน่งของผู้ดูแลของคฤหาสน์แต่เมื่อไรที่เขาได้รับอำนาจมาอย่างเป็นทางการแล้วสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น!

หวงหมิ่นเห็นหวงเสี่ยวหลงยังคงนิ่งเงียบนางยังรอโดยไม่มีคำถูกกล่าวออกไป นางได้แต่งุนงงอยู่สักครู่ก่อนที่จะมีปฏิกิริยา นางพยายามจับกุมมือของหวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่!

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้ตอบกลับ แต่ทั้งสองคนออกจากเรือนรับรองทิศตะวันออก แต่เหมือนเป็นบังเอิญในขณะที่เขาก้าวออกมาพวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับหวงเหว่ย ส่วนพวกที่เหลือคือแก๊งพี่น้องตามปกติของเขาซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยรังแกหวงหมิ่น

เมื่อเห็นพวกเขา หวงเสี่ยวหลง และน้องสาวของเขาที่กำลังออกมาจากเรือนรับรองทิศตะวันออก หวงเหว่ยตกใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเดินไปหาหวงเสี่ยวหลง พร้อมกับกลุ่มคนของเขา