0 Views

บทที่ 169 – วิกฤติซ้ำซ้อน (5)

[คุณเลเวล 56 ได้รับแต้มสเตตัส 5 แต้ม]

[คุณมีคุณสมบัติที่จะท้าทายบียอนชั้นที่ 5]

[น่าทึ่งมากคุณเป็นคนแรกในประวัติศาตร์ของดันเจี้ยนที่หนึ่งที่เอาชนะโอเกอร์ในการต่อสู้เพียงลำพังในครั้งแรก! ดันเจี้ยนจดจำคุณในฐานะนักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ คุณได้รับแต้มทักษะ 2 แต้ม แต้มทักษะในปัจจุบัน: 20]

[คุณได้รับฉายาผู้พิชิตโอเกอร์สองหัว แต้มสเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 2 ผลนี้จะคงอยู่แม้ว่าฉายาจะไม่ถูกสวมใส่]

[คุณได้เอาชนะโอเกอร์สองหัวเพียงลำพัง คุณได้รับรางวัลพิเศษ กางเกงหนังโอเกอร์]

[คุณได้รับ 350,000 ทอง]

[คุณได้รับรางวัลที่ซ่อนอยู่เพียงหนึ่งเดียว ยินดีด้วยค่าความโชคดีของคุณเพิ่มขึ้น 1]

[รางวัลลับ รอยสักโอเกอร์สองหัว]

ฉันรู้สึกยินดีมากที่ยังไม่มีใครประสบความสำเร็จการเอาชนะเพียงลำพังในครั้งแรกนี้ ยิ่งรางวัลเป็นรอยสักอีก! ฉันมีความสุขมาที่ได้รางวัลนี้ แขนของฉันได้เริ่มร้อนขึ้นในทันที มันดูเหมือนว่ารอยสักโอเกอร์ยักษ์ในตอนนี้จะปรากฏขึ้นบนแขนของฉัน เมื่อฉันถอดเกราะและตรวจสอบดู ก็ได้มีเส้นสีแดงวาดอยู่บนแขนของคุณ

[คุณได้รับรอยสักโอเกอร์สองหัว ความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 15% และวันละหนึ่งครั้งคุณจะสามารถใช้เพิ่มพลังของทักษะระยะประชิดได้ 50%]

“ฉัน…เต็มไปด้วยพลัง”

ฉันได้หยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อสามารถจะรู้สึกได้ถึงพลังที่ทะลุผ่านในร่างกายของฉัน จากนั้นฉันก็ใส่เกราะกลับไป รางวัลที่เร็นได้คืออะไรนะ? เพราะว่าเขาไม่ได้รางวัลสำหรับครั้งแรกมันก็อาจจะเป็นรอยสักโอเกอร์หนึ่งหัวงั้นหรอ?

ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันก็ไม่ได้มีธุระในห้องบอสแล้ว ไพก้าที่ยกเลิกรูปธรรมและกลับมาอยู่ในรูปแบบมังกรเตัวเล็กได้พันอยู่รบแขนของฉันในขณะที่ฉันเดินออกไปจากห้อง เมื่อโรเล็ตต้าเห็นฉันในร้านขายของประจำชั้น เธอก็กระดิกหูและต้อนรับฉัน แม้ว่าฉันจะเคยเห็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้วที่หูของเธอกระดิกแต่มันก็ยังคงตลกอยู่เสมอ ฉันคิดว่า ‘ฉันอยากจะรู้เกี่ยวกับโครงสร้างกล้ามเนื้อของเอลฟ์! มันจะเป็นไปได้ไหมว่าราชินีเอลฟ์จะมีโครงสร้างกล้ามเนื้อที่ต่างออกไป?’

“ชิน”

“ฉันกลับมาแล้ว”

“ชินเร็วมากเลย โอเกอร์สองหัวไม่ควรจะเป็นศัตรูที่ง่ายนะ”

“เมื่อเทียบกับออร์คลอร์ดแล้วโอเกอร์นั้นไม่นับเป็นอะไรเลย”

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

โรเล็ต้าได้ยิ้มออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ดูเหมือนว่าเธอจะนึกได้ถึงอะไรบางอย่างในขณะพูดออกมา “ชิน ตอนนี้ฉันพึ่งจะนึกออก ฉันลืมถามชินไป ฉันขอโทษนะที่ทำให้ชินยุ่งมากขึ้น แต่ฉันคิดว่าชินจะชอบมัน”

“ฉันไม่ต้องการคำบรรยายหรอกน่า”

“โอเค ถ้งงั้นถ้าชินสามารถจะต่อสู้กับบอสประจำชั้นได้มากกว่าสามครั้งชินจะทำไหม?”

“แน่นอนสิ”

ฉันได้หยักหน้าอย่างแรงและยื่นหน้าเข้าไปหาเธอ จากนั้นฉันก็รู้สึกอายจึงถอยออกมา แต่ว่าโรเล็ตต้าได้เอาของออกมาจากกระเป๋าแบบไม่สะทกสะท้านอะไร มันเป็นกระดาษที่เรื่องแสงสีทอง

“ต่อสู้กับบอสประจำชั้นสามครั้งทุกๆวันแต่ไม่เคยจะเหนื่อย! ร้านขายของประจำชั้นได้จัดทำไอเทมพิเศษนี้เพื่อคุณโดยเฉพ่ะ! สิบครั้ง! สิบครั้งต่อวัน! นี้คือตั๋วสำหรับนักสำรวจระดับสูงที่หาได้ยากมาก ตั๋วนี้มันเรียกว่า ‘สิบครั้งต่อวัน คุณและมอนสเตอร์…!’ ตอนนี้ตั๋วแต่ละใบจะมีราคาเพียง 100,000 เท่านั้น อย่าได้พลาดโอกาสนี้”

“ฉันจะซื้อมัน ดังนั้นช่วยเปลื่ยนชื่อของมันที เปลื่ยนเลยเดี๋ยวนี้”

มันเป็นชุดของคำง่ายๆ ใครกันที่เป็นคนตั้งชื่อมัน พาฉันไปหาคนๆนั้นเดี๋ยวนี้เลย

ชื่อของตั๋วมันค่อนข้างจะรบกวนฉัน แต่ว่าเพราะมันคือสิ่งที่ต่องการฉันก็จะต้องซื้อมัน ด้วยการใช้เงินทั้งหมดของฉันฉันได้ซื้อมันทั้งหมด 400 ใบ ตั้งแต่ที่ฉันได้รับเงิน 350,000 ต่อการจู่โจม เท่ากับว่าแต่ละครั้งมันจะให้กำไรคืน 250,000 ทอง

ถ้าฉันใช้เงินทั้งหมดบนโลกแทนที่จะเป็นดันเจี้ยน การเงินก็จะเกิดความผิดพลาดขึ้น มันยังรู้สึกว่ามันไม่สมจริงที่ทองจากดันเจียนสามารถไปแลกเปลื่ยนเป็นสกุลเงินของโลกได้

“ชินจะซื้อมันจริงๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่าสายตาของฉันไม่ได้พลาดไป! ดังนั้นนี้คือ ”สิบครั้งต่อวัน คุณและมอนสเตอร์…!”

“เปลื่ยนชื่อมัน!”

“ชินไม่ชอบมันหรอ? อเลนี่บอกว่ามันจะทำงานได้ดีที่สุด…”

“เอาล่ะ ฉันจะไปจัดการเธอเดี๋ยวนี้”

“อ่า อเลนี่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับชินในตอนนี้ ดังนั้นรอจนกว่าชินจะเลเวล 90! ไม่สิ เพราะชินคือนักสำรวจบียอนด้วย เลเวล 80 ก็น่าจะพอแล้ว”

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำโรเล็ตต้า…”

ผู้หญิงที่ชื่ออเลนี่ที่ดูจะอ่อนแอ เมื่อฉันคิดว่าเธอแข็งแกร่ง… แต่กลับถูกโรเล็ตต้าโบกมือไล่ด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วโรเล็ตต้าจะแข็งแกร่งแค่ไหนกัน? ราวกับว่าจะยุดความคิดของฉัน โรเล็ตต้าได้จ้องมองมาที่หน้าฉันอย่างแน่วแน่

“ชินโอเคไหม? การต่อสู้สิบครั้งต่อวันมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ฉันไม่ควรจะพูดแบบนี้ในฐานะคนขาย แต่ว่าชินจะเกิดอาการล้า…”

“ยิ่งฉันประหยัดเวลาในดันเจี้ยนที่หนึ่งมากเท่าไหร่ ฉันก็จะสามารถไปทุ่มเวลาที่บียอนได้มากเท่านั้น แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่ฉันควรจะทำ มันไม่ใช่เหตุผลที่เธอเอามันมาให้ฉันหรอกหรอโรเล็ตต้า?”

“นั่นมันก็จริง… แต่ว่า….”

หูของโรเล็ตต้าได้ตกลงเล็กน้อย ฉันได้ยิ้มและลูบหัวของเธอ

“ขอบคุณมากๆเลยนะ เธอคงไม่สามารถจะขายเจ้าสิ่งนี้ให้ใครก็ได้ใช่ไหมล่ะ?”

“ฉะ ฉันเป็นคนที่ขอให้ชินทำในสิ่งที่ยากแบบนี้เอง ดังนั้นมันก็ถูกแล้วที่ฉันจะสนับสนุนชินให้สุดความสามารถ… เฮะๆ”

“ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ”

“เอ๊ะ? ชินจะไปแล้วนะ? ทะ ที่ไหน? ไม่ใช่ว่าชินจะไปสู้กับบอสประจำชั้นหรอ?”

“มะ ไม่ มันมีคนที่ฉันจำเป็นจะต้องไปพบ…”

“…ผู้หญิง?”

ตาที่อ่อนโยนของโรเล็ตต้าได้เปลื่ยนการเป็นสายตาคมกริปที่หนาวเย็นของนักฆ่า มันน่ากลัวอย่างมาก

“นะ ในทางเทคนิดแล้วเธอเป็นผู้หญิงนะ”

“โอ้? ไปเจอกับผู้หญิงแทนที่จะต่อสู้กับบอสกประจำฉัน ฉันค่อนข้างอย่างจะรู้ทีเดียวว่าคนๆนั้นเป็นใคร หุหุ”

“โรเล็ตต้าเธอช่วยเอาขวานศึกกลับไปไว้ที่ร้านขายของแล้วก็ใจเย็นลงได้ไหม? เธอคนนั้นอายุเพียงแค่ 9 ขวบเองนะ”

“9 ขวบ!? มะ ไม่ ฉันอายุเกือบ 300 เท่า… อะ อะแฮ่ม”

ฉันได้ลบประโยคตะกี้้ออกไปจากหัวและนึกถึงประโยคว่า ‘โรเล็ตต้าอายุ 17 ปี’ เมื่อนั้นโรเล็ตต้าก็ถามออกมาด้วยน้ำตา

“ชินชอบผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าหรอ? นั่นมันไม่ถูกนะ ฉันไม่สามารถจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้!”

“ฉันเป็นเหมือนกับพ่อของเธอ มันไม่ใช่ในเรื่องที่โรเล็ตต้ากังวลหรอกนะ”

“…พ่อหรอ?”

“ใช่แล้ว”

โรเล็ตต้าได้ยิ้มออกมาและเอาขวานรบยักษ์ทั้งสองเล่มเก็บกลับไปในร้านขายของ การถืออาวุธแบบนั้นในมือแต่ละข้าง! เธอคนนี้น่ากลัวจริงๆ

“หุหุ ชินนี่น่าทึ่งจริงๆ ในตอนนี้ถ้าชินบอกฉันว่าใครเป็นแม่ ชินจะได้เห็นเฉพาะเลือด”

“เธอกำลังจะบอกว่าเธอไปฆ่าคนๆนั้นใช่ไหม? เธอจะไปฆ่าคนๆนั้นสินะ!?”

ในท้ายที่สุดฉันก็ไม่ได้พูดชื่อของฮวาหยาออกไป ฉันรู้ว่าโรเล็ตต้าไม่ได้จะไปทำร้ายเธอจริงๆ แต่ฉันก็กังวลว่าฮวาหยาจะมีปัญหาเมื่อเธอข้ามมาที่ดันเจี้ยนที่หนึ่งแล้วเจอเข้ากับโรเล็ตต้า แม้ว่าฉันจะไว้วางใจโรเล็ตต้า แต่เธอก็ไม่ได้คิดอย่างตรงไปตรงมาแน่ๆกับขวานรบคู่ของเธอ ฉันได้หลบการพุ่งจากเธอและรีบหนีไปที่สวนมาเรียน่า

“พ่อ”

“มาแล้วไอน่า”

ตามที่ฉันได้บอกกับฮวาหยาและไอน่าไปฉันจะกลับมาเร็วๆนี้ ในวินาทีที่ฉันมาถึง ฉันก็ได้รับการต้อนรับด้วยการหัวโขกของไอน่า เธอได้ยิ้มออกมาอยางยินดีและถูหน้าของเธอกับแก้มของฉัน สำหรับตอนนี้ไอน่าสามารถจะใช้มานาของเธอเพื่อเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเธอจะไม่สามารถเทเลพอตได้เหมือนกับเมื่อตอนที่อยู่ในปราสาทน้ำแข็งก็ตาม เธอนั้นดูคล้ายกับฮวาหยาในหลายๆทาง

ไม่ว่าพลังของเธอจะโดดเด่นแค่ไหน ถ้าเธอยังวิ่งต่อไปแบบนี้และล่ามอนสเตอร์ เธอก็จะพบกับการที่มานาหมดลง โชคดีที่พลังชีวิตและมานาจะถูกฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์เมื่อเคลียร์ชั้น ดังนั้นไอน่าจึงได้มาอยู่ชั้นที่ 22 เพียงแค่ในวันที่สอง เราอาจจะสร้างปีศาจที่ไม่น่าเชื่อออกมาก็เป็นได้

ฉันได้วางแผนที่จะมาในทันทีที่ฉันเสร็จสิ้นบียอนชั้นที่ 4 แต่ว่าฉันได้จบลงด้วยการใช้เวลาขึ้นไปอีก 3 ชั่วโมงเพราะไม่ต้องการที่จะเสียธาเลเรีย ฉันได้ยิ้มแหย่ๆออกมาด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย ในขณะนั้นฉันก็ลูบหลังของไอน่า

“ทำไมนายมาเร็วล่ะชิน? ไม่ใช่ว่านายบอกว่ามันอาจจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์หรอ?”

ฮวาหยาได้โผล่ออกมาข้างหลังของไอน่าและถามออกมา ดูเหมือนว่าเธอก็เพิ่งจะกลับมาจากดันเจี้ยน

“มันมี…เหตุผลที่ฉันต้องรีบหน่อยนะ”

“เหตุผลที่จะต้องรีบ?”

“ใช่แล้ว….นี้ก็เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้บอกเธอก่อน”

“แค่ฉันหรอ?”

“คนอื่นๆอาจจะยังไม่พร้อมกับมัน แต่ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นอะไรแม้ว่าถ้าฉันบอกเธอไป”

ฮวาหยาได้เพ้นหน้าอกของเธอซึ่งมันเห็นได้ชัดว่าเธอมีความสุขในสิ่งที่ฉันพูด เธอเป็นคนที่น่าชมเชยจริงๆ

“นายสามารถจะบอกฉันได้ทุกเรื่อง ฉันจะได้ยินสิ่งที่นายบอกออกมา หุหุหุ”

ฉันได้ลูบหัวไอน่าอยู่หลายครั้งเนื่องจากว่าเธอต้องการความสนใจจากฉัน จากนั้นฉันก็ส่งข้อความถึงฮวาหยา

[ศัตรูที่เราได้เจอในเหตุการดันเจี้ยนอันสุดท้ายมาจากกองทัพปีศาจในทวีปลูก้า รูเดียได้บอกฉันเกี่ยวกับมัน และฉันก็รู้มากกว่านั้น ดังนั้นฉันจึงแน่ใจ]

[ทวีปลูก้า…? ที่ๆรูเดียเคยอยู่หรอ?]

[ใช่แล้ว]

[เอ่อ… ไม่ได้หมายความว่ารูเดียก็รู้เรื่องนี้หรอ]

ทำไมเธอต้องทำเสียงเหมือนเสียใจด้วย? ในขณะที่ไอน่าทำใบหน้าโปกเกอร์ใส่ฉัน ฉันเลยจั๊กจี้เธอเป็นการแก้แค้น

“คิคิ หนูจั๊กจี้นะ”

[รูเดียมาจากทวีปลูก้า ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้ฉันได้รู้ตัวได้อย่างรวดเร็ว]

[มะ… ไม่เป็นไร ขอโทษที ฉันรู้ว่าฉันแปลกไปเมื่อครู่นี้ มันไม่เหมือนความใจเย็ฯของฉันตามปกตินะ ฉันจะแก้ไขมันเร็วๆนี้้แหละ]

แปลก ฮวาหยาที่ฉันรู้จะมีความอดทนที่ต่ำและตรงไปตรงมานี่นา… แน่นอนว่าฉันไม่ได้พูดมันออกไปเพราะอาจจะทำให้เธอโกรธ

[เข้าเรื่องเร็วๆเถอะ]

[มันดูเหมือนว่าโลกของเรากำลังถูกโจมตีด้วยกองกำลังทั้งสองฝ่ายในตอนนี้]

[….]

[เพราะแบบนั้นพวกเราเลยไม่เหลือเวลามากนัก ฉันจะบอกว่าหนึ่งในกองกำลังนั้นจะมาที่โลกอย่างสมบูรณ์ใน 2 ปี]

ฮวาหยาได้เงียบไป ฉันก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก มีเพียงไอน่าคนเดียวเท่านั้นที่ส่งเสียงในขณะที่กำลังเล่นอย่างมีความสุข ถ้าไม่มีเธอบรรยายกาศก็คงจะยิ่งกว่านี้

ครู่หนึ่งความเงียบของฮวาหยาก็ได้สิ้นสุดลง เธอได้พึมพำกับฉันและยื่นห้ามา ฉันได้สะดุ้งถอยออกมาเล็กน้อยและฮวาหยาก็ขมวดคิ้ว ฉันนิ่งไปโดยไม่ตั้งใจ สำหรับคนที่ใช้พลังไฟ เธอรู้ว่าวิธีการแช่แข็งงั้นหรอ!

“อะ อะไรหรอ!?”

“….นายโอเคไหม?”

แม้ว่าตอนนี้เธอจะกำลังขมวดคิ้วอยู่ เธอก็ยังมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่กังวล ฉันได้ยักไหล่ออกไป

“เอาล่ะ นี่คือเหตุผลที่ฉันจะต้องมุ่งไปที่ปีนขึ้นไปในดันเจี้ยน ฉันได้ยินมาว่าฉันสามารถจะทำอะไรได้บ้างถ้าฉันพิชิตดันเจี้ยนในสองปี แม้อย่างนั้นมันก็ยังเป็นเรื่องยากด้วยพลังของฉันเพียงคนเดียว ดังนั้น— หว่า”

ฮวาหยาได้ดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดของเธอ ฉันได้สะดุ้งไปและไอน่าก็ได้จบลงด้วยการถูกขนาบด้วยพวกเขาได้ขำออกมา

“มะ มีอะไรหรอ? ฉันไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ตกอยู่ในอันตราย! ทั้งโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย!”

“แต่ว่าในท้ายที่สุด พวกนั้นทั้งหมดจะเล็งมาที่นาย นายคือเป้าหมายของพวกนั้น เพียงเพราะว่าพลังที่ไม่รู้จักที่นายได้รับมา”

“ตะ แต่อย่างที่เธอรู้ ฉันค่อนข้างจะแข็งแกร่ง… ธะ เธอสามารถจะปล่อยฉันได้ไหม? โทษนะ แต่ว่ามีคนที่ฉัน…”

“นั่นไม่ใช่ธุระของฉันเลย”

ผู้หญิงคนนี้ไม่ฟังฉันเลย

“สิ่งสำคัญก็คือนายกำลังเครียดและฉันอยากจะกอดนาย”

“…เอาจริงดิ”

ฉันได้ตอบกลับสั้นๆ แต่พูดตามตรงนั้นฉันอาจจะตกหลุมรักเธอเล็กน้อย ไม่สิ มากเลยล่ะ ผู้หยิงคนนี้มีเสน่ห์ที่ทำให้ฉันลำบากจริงๆ

“ชิน นายจะไม่หนีไปใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว”

ไม่ต้องสงสัยในน้ำเสียงของเธอเลยมันราวกับว่าเธอรู้ว่าฉันจะทำอะไร ฉันอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ในเวลาเดียวกันเธอก็กอดฉันแน่นขึ้น

“เยี่ยม…จำเอาไว้นะฉันจะอยู่ข้างเดียวกับนายเสมอ ฉันจะไม่ปล่อยให้นายแบกรับทุกสิ่งเพียงลำพัง… ถ้า.. ถ้านายตาย ฉันก็จะยังอยู่เคียงข้างนาย นายเข้าใจในสิ่งที่ฉันหมายถึงนะ…?”

“ทำไมเธอ…ถึงเป็นขนาดนี้”

“ถ้านายไม่รู้ในคำตอบของคำถามนั้นจริงๆ ฉันก็จะเผานายในตอนนี้เลย… ฉันก็ตกใจเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้ฉันจริงจังที่สุดในชีวิตฉันแล้ว”

“ฉันไม่สามารถจะปฏิเสธได้…ใช่ไหม?”

“แน่นอน”

กดดันสุดๆ

ฉันไม่รู้ว่าเธอจะปลอบใจหรือข่มขู่ฉันกันแน่ แต่ว่าพูดตามตรง้ำหนักที่ฉันแบกอยู่ในใจมันได้เบาลงไปมาก ฉันได้ตัดสินใจที่จะขอบคุณเธอไปตรงๆ

“ขอบคุณนะ ฉันจะต้องพึ่งเธอแล้ว”

“ดีมาก ฉันดีใจนะที่นายรู้ว่าฉันมีค่า”

“หนูก็มีความสุขเพราะพ่อกับแม่มีความสุข”

ไอน่าที่อยู่ระหว่างพวกเราก็ได้ยื่นแขนสั้นๆของเธอและตะโกนออกมา พวกเราได้ระเบิดหัวเราะออกมาทันที จากนั้น….

“ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะมาเห็นฉากจบที่สวยงามแบบนี้นะ แต่ว่าฉันอยากได้ป็อปคอนหน่อยอะ”

“เอ้านี่ป็อบคอนวอร์คเกอร์ งั่มๆ”

“นี้…นี้มันใช่เวลากินป็อบคอนหรอ? พวกเขากำลังทำเหมือนเป็นครอบครัว ฉันไม่ยอมรับในเรื่องนี้”

“โอ โลก…”

สมาชิกกิลด์รีไวเวิร์ลทั้งหมดอยู่ที่นี่ พวกเราได้ตกอยู่ในความตกใจ

“ดะ ได้ยังไง!?”

“ฉันเพียงจะผ่านชั้นที่ 60 และกลับมาที่บ้านกิลด์เพื่อพักแต่เมื่อนั้นก็เห็นพวกนายสองคนกำลังถ่ายหนังเรื่องนี้อยู่นะ ฉันเลยอดที่จะคิดถึงคนอื่นไม่ได้ดังนั้นฉันเลยเรียกพวกเขามานะ”

“วอร์คเกอร์ นาย…”

เมื่อฉันได้หันไปมองฮวาหยา ฉันก็เห็นเธอซ่อนมือของเธอเอาไว้หลังจากยกนิ้วโป้งให้วอร์คเกอร์ ฉันเห็นแล้วนะฮวาหยา เมื่อฉันกำลังจะบ่นออกไปอย่างโกรธเคืองนั้นเอง…

[เหตุการการจู่โจมได้แตกออกในดันเจี้ยนที่หนึ่ง! ระดับ SS+ 500 คน ‘พลังบาซิลิส’ กิลด์ ‘แมงป่องทะเลทราย’ ได้ขอความช่วยเหนือจากกิลด์ระดับ D หรือสูงกว่าทั้งหมด! คุณสามารถเข้าร่วมเหตุการการจู่โจมได้ด้วยกันกับสมาชิกกิลด์ของคุณที่ตกลงจะเข้าร่วม]