0 Views

ตอนที่ 3 เปลวอัคคีตกลงมาจากสวรรค์ (1)

 

ตึก!

 

ตึก!

 

อาชาผอมแห้งเหยาะย่างอย่างเชื่องช้าไปตามเส้นทางเปลี่ยวร้างกลางค่ำคืนอันมืดมิด กีบเท้าม้ากระทบพื้นเกิดเป็นท่วงทำนองอันอ่อนโยนเรียบเรื่อย

 

เย่เฉินมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ร่างกายอันอ่อนล้านั้นแนบพิงอยู่บนหลังม้า

 

เขานอนพังพาบอยู่บนหลังม้าตั้งแต่ที่เขาออกมาจากสำนักเจิ้งหยาง และไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหนได้ เพราะเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่ง เขาจึงอาศัยอยู่แต่ในสำนัก และไม่ล่วงรู้ร่องรอยของพ่อแม่หรือญาติมิตรคนใดในครอบครัวแม้แต่น้อย

 

เย่เฉินยึดถือสำนักเป็นเช่นบ้านของตนเอง ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายก็เป็นดั่งคนในครอบครัวของตนเองเช่นกัน

 

ทว่ายามนี้เขาถูกขับไล่ออกมาจากสำนักเสียแล้ว ทั้งไร้ที่พำนักและเดียวดายอย่างยิ่ง เย่เฉินขดตัวเข้าหากัน

 

เขาพึมพำออกมา “ที่ไหนจึงจะเป็นบ้านของข้า” เสียงของเขาสามารถได้ยินอย่างชัดเจนท่ามกลางความมืดมิดเปลี่ยวร้างในยามค่ำคืนเช่นนี้ เย่เฉินที่เหนื่อยล้าทั้งกายใจแทบจะหลับใหลสิ้นสติสมประดีไปด้วยนัยน์ตาทั้งคู่ที่มีเมฆหมอกปกคลุม

 

เหนือความคาดหมาย ในชั่วขณะที่เขากำลังจะปิดเปลือกตาลง ดวงดาราอันเจิดจ้าก็พลันร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างละลานตา

 

เย่เฉินผุดลุกขึ้นนั่งอย่างฉับพลันด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

เย่เฉินจ้องมองที่ท้องฟ้ายามราตรี ดวงตาของเขาหมุนกลอกมองตามดาวตกดวงนั้น ดาวนั้นเป็นสีทองเปล่งประกาย ประหนึ่งว่ามันได้ดูซับแสงสว่างจากดวงดาวนับล้านที่ผ่านมานับแต่ครั้งโบราณกาลอันไกลโพ้น รัศมีสีทองอันอบอุ่นนั้นทอประกายวาบผ่านเส้นขอบฟ้า

 

“ดาวตกงั้นหรือ?” สายตาของเย่เฉินมองไปยังเส้นโค้งอันงดงามวิจิตรนั้นอย่างตกตะลึงระคนชื่นชม

 

ตูม!

 

สุ้มเสียงราวกับสายฟ้าฟาดดังลั่นกึกก้อง เขาสามารถมองเห็นได้แม้แต่ประกายสายฟ้าที่แล่นแปลบปลาบอย่างต่อเนื่อง สายฟ้านั้นทำให้อาชาผอมแห้งตื่นตระหนกขึ้นมา มันโยกขยับกระเด้งกระดอนหน้าหลัง ส่งผลให้เย่เฉินตกลงมาจากหลังม้า

 

ตูม!

 

ดาราดวงนั้นตกลงมา แม้แต่พสุธาก็แตกแยกออกจากกัน คลื่นความร้อนหมุนควงตรงเข้ามาหาเขา เย่เฉินลุกขึ้นยืน รู้สึกถึงอุณหภูมิร้อนผ่าวในตำแหน่งนั้น ทั้งยังมองเห็นต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาลงไปอย่างรวดเร็ว

 

“ดาวตก นับเป็นปรากฏการณ์อันสะเทือนเลื่อนลั่นอะไรเช่นนี้!”

 

เย่เฉินก้าวเดินลงไปบนพื้นดินที่ไหม้เกรียม ขณะที่คลื่นความร้อนถาโถมเข้าใส่เขา

 

เมื่อเข้าไปใกล้ดาวดวงนั้น เขาก็ได้ค้นพบว่ามันไม่ใช่ดาวตก ทว่ากลับเป็นเปลวเพลิงสีทองขนาดเท่าฝ่ามือกลุ่มหนึ่ง

 

“อัคคีเที่ยงแท้?” เย่เฉินที่คล้ายตกอยู่ในความฝันประหลาดใจขึ้นมาครามครัน เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าดวงดาวนั้นจะเป็นเปลวอัคคี

 

แสงสีทองสลายหายวับไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงอัคคีเที่ยงแท้ที่อยู่ที่นั่นราวกับเปลวเทียน เดียวดายราวกับเด็กน้อยไร้บ้าน เปลวไฟนั้นกะพริบวาววาบ เย่เฉินไม่สามารถสัมผัสถึงความอบอุ่นใดๆ จากมันได้เลย

 

“เจ้าก็ไร้บ้านเช่นกันหรือ?” เขาและเปลวอัคคีต่างมีโชคชะตาดุจเดียวกัน ชายหนุ่มมิอาจอดกลั้นไม่ให้ตนเองยื่นมือออกไป แตะสัมผัสเปลวเพลิงนั้นอย่างอ่อนโยน

 

อัคคีกลุ่มนั้นคล้ายจะมีจิตวิญญาณ มันกระโจนเข้าใส่ฝ่ามือของเย่เฉิน ทำตัวรื่นเริงประหนึ่งเด็กน้อยไร้เดียงสา

 

“น่าสนใจอะไรเช่นนี้!”

 

เย่เฉินอดยืดนิ้วออกไปจิ้มเปลวเพลิงก้อนนั้นไม่ได้ และจู่ๆ มันก็กลายเป็นลำแสงสีทองสุกสว่าง พุ่งวาบเข้าไปในร่างกายของเขา

 

“เจ้า…” สายเกินกว่าที่เย่เฉินจะตอบสนองได้ทัน

 

ดูราวกับเปลวเพลิงซุกซนกลุ่มนั้นจะหมุนวนไปรอบร่างกายของเย่เฉิน และเข้าไปในจุดตันเถียนที่แตกสลายของเขา

 

ไม่นานก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในช่องท้อง เย่เฉินรีบตรวจสอบร่างกายของตนเอง

 

เขาได้มองเห็นภาพฉากอันน่าอัศจรรย์ จุดตันเถียนอันพังทลายของเขากลับฟื้นฟูขึ้นมาใหม่เพราะอัคคีเที่ยงแท้กลุ่มนั้น ด้วยความอบอุ่นที่ไหลแล่นไปทั่วทั้งร่างกาย เย่เฉินรู้สึกราวกับกำลังแช่อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์เจิดจ้าในฤดูหนาวอันเย็นเยียบ

 

“อะไรกันนี่” เย่เฉินอ้าปากค้าง

 

เจ้าอัคคีเที่ยงแท้กลับดูคล้ายยังสำรวจไม่เสร็จสิ้น

 

มันกระโดดขึ้นลงอยู่ในจุดตันเถียนของเย่เฉิน คล้ายรู้สึกว่าจุดตันเถียนของเขาคับแคบเกินไป เจ้าเปลวไฟก็จัดการขยายให้มันใหญ่ขึ้นอย่างเร่งด่วน เพียงปลดปล่อยแสงสีทองออกมา กลายสภาพเป็นทะเลเพลิงสีทองแล้วแผ่ขยายจุดตันเถียนของเขา

 

อ้า!

 

เย่เฉินกุมท้องน้อยไว้ รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นริ้วจากช่องท้องพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย เขากรีดร้องและเกลือกกลิ้งไปตามพื้นดินทันที

 

โพล๊ะ!

 

เสียงนั้นมาจากจุดตันเถียนที่เพิ่งฟื้นฟูขึ้นมากลับแตกออกอีกครั้งเพราะอัคคีเที่ยงแท้กลุ่มนั้น ภายในจุดตันเถียน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนกลายเป็นสีขาวโพลน ราวกับทั้งสวรรค์และโลกต่างหลอมรวมเข้ามาในจุดตันเถียนของเย่เฉิน ส่วนบนนั้นสลัวรางดูคลุมเครือ ส่วนช่วงล่างนั้นวาววาบด้วยประกายแสงสีทอง

 

ถึงบัดนั้นเอง ที่อัคคีเที่ยงแท้ได้หยุดยั้งการกระทำ และบินล่องไปมาราวกับกำลังสำรวจตรวจตราไปรอบๆ บ้านใหม่ของมัน

 

มันกระทำราวกับมิมีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งสิ้น ทว่าสำหรับกับเย่เฉินก็แตกต่างออกไปแล้ว

 

เขานอนคว่ำหน้าลงกับพื้น หอบหายใจและหลั่งเหงื่อออกจากทั่วเรือนร่าง เพราะความเจ็บปวดทรมานอันแรงกล้า เส้นเลือดสีฟ้าปูดโปนขึ้นที่หน้าผากของเย่เฉิน ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แม้แต่ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยว

 

มิมีผู้ใดทราบได้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ หลังจากนั้นความเจ็บปวดอันบาดลึกจึงค่อยกระจายตัวหายไปอย่างช้าๆ สัมผัสอันอบอุ่นพลันแผ่นซ่านไปทั่วเรือนร่างอีกครั้ง และเย่เฉินก็รู้สึกสดชื่นเปี่ยมกำลังวังชาขึ้นมา

 

**************************

แฟนเพจ จักรพรรดิยุทธ์อมตะอหังการ์ BDC –นิยายแปล