0 Views

Chapter 8 : ทหารรับจ้างฮุ่ยจง

 

โรงแรมทิวลิปตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนของวงในและวงนอกใกล้ๆ กับตลาดที่รุ่งเรืองที่สุดของถนนหมายเลข 6 เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและมีการเฝ้ายามมากที่สุด

 

บนดาดฟ้ามีบรรยากาศที่ชื้นและมืดต่อผู้ที่มองขึ้นไป ปืนกลต่อต้านอากาศยาน 50 กระบอกป้องกันโรงแรมที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แม้จะมีความย้อนแย้งแปลกๆ แต่มันแสดงถึงกำลังที่แข็งแกร่งของโรงแรม บนผืนดินที่ไร้กฏหมายแบบนี้ความปลอดภัยคือความสำคัญอันดับ 1

 

เฉพาะจากการหนุนจากทางการของถนนหมายเลข 6 เท่านั้นที่ทำให้สามารถติดตั้งปืนกลต่อต้านอากาศยานบนดาดฟ้าได้ มีเพียงผู้คนที่ร่ำรวยและสำคัญเท่านั้นที่อาศัยที่นี่ ดังนั้นปัญหาด้านความปลอดภัยจึงถูกเน้นจนถึงจุดสูงสุด อย่างที่ซุนเจียวได้บอกไว้ ถ้ามีผู้บุกรุกเข้าไปในห้องของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต กฏหมายอนุญาติให้ผู้บุกรุกถูกยิงได้ทันทีที่พบเห็น

 

เหตุผลที่พวกเขาอาศัยที่นี่คือเพื่อที่จะกำจัด “หาง” ที่ตามพวกเขา

 

พวกเขานั่งบนโซฟาสุดหรูขณะที่เจียงเฉินกลืนชิ้นส้มจากกระป๋องผลไม้ เขาคงไม่เคยกินสิ่งนี้มาก่อนเนื่องจากปริมาณของสารกันบูดและสารให้ความหวานข้างใน อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขากินแต่อาหารขยะมาตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา เขาจำเป็นจะต้องกินผลไม้บ้างเพื่อรับวิตามินและรักษาสุขภาพ

 

“อย่ามองผมอย่างนั้นสิ ผมจะเหลือไว้ให้คุณบ้างละกัน” เจียงเฉินกลอกตาเมื่อเห็นซุนเจียวจ้องที่ผลไม้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยาก เขาหันไปมองชายคนหนึ่งที่พื้น ที่กำลังมองมาที่ผลไม้เช่นกันและแซจินกลืนผลไม้ลงไป  “ทำไมเราไม่จัดการปัญหานี้ซะแล้วไปทานอาหารเย็นกันเลยล่ะ?”

ฮุ่ยเล่ยถูกมัดอยู่กับพื้นและรู้สึกว่ามีคนจ้องเขม็งจากด้านหลังเขา ความเย็นยะเยือกไหลลงไปตามสันหลังของเขา เขาจ้องไปที่ผู้ชายที่กำลังยิ้มอยู่บนโซฟา แต่กลับรู้สึกถึงได้ถึงความกลัวจากก้นหัวใจของเขา

 

หยาดเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาเต็มไปหมดบนหน้าผากของฮุ่ยเล่ยเมื่อเขารู้สึกได้ว่ามีปืนเล็งไปที่หลังหัวของเขา “ผ…ผม…พวกคุณจับคนผิดแล้ว! ผ ผมไม่ได้…”

 

ซุนเจียวเหวี่ยงลำกล้องปืนไปมาและเล็งไปที่หน้าของเขาอย่างไม่ลังเล ต่อมาเธอเหยียบบนหัวของเขาขณะที่สอบปากคำด้วยน้ำเสียงโหดร้าย “ฉันไม่ได้จะถามว่านายตามพวกเรามาหรือไม่ ฉันจะถามว่า…” เธอพูดช้าลงขณะที่มือเปิดสวิทช์ปืนไรเฟิลเลเซอร์ เสียงฮัมเบาๆดังก้องไปทั่วห้อง “…ใครส่งนายมาที่นี่?”

 

มันคือน้ำเสียงของนักล่าที่แม้แต่เจียงเฉินที่นั่งอย่างสบายบนโซฟายังสั่นกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำท่าทางอันตรายขนาดนี้หรือบางทีอาจจะไม่ใช่ครั้งแรก หลังจากที่ซุนเจียวจับฮุ่ยเล่ยได้ เขาก็พูดว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยโดยทันที นอกจากชื่อแล้วเขาก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นที่มีประโยชน์อีก เขายืนยันว่าเขาเป็นเพียงผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสลัมเท่านั้น

 

แต่ทำไมผู้อพยพถึงมาอยู่ในที่ที่รุ่งเรืองที่สุดในถนนหมายเลข 6 ล่ะ?

 

“ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย! พวกคุณกำลังใช้กำลังอย่างผิดกฏหมาย! พวกการ์ดไม่ปล่อยพวกแกไปแน่!” ฮุ่ยเล่ยตะโกนออกมาพร้อมกับสายตาที่เปิดกว้าง เขาไร้เดียงสาจนขนาดขู่เจียงเฉินได้ ไร้เดียงสาแต่โง่

 

ถ้าเจียงเฉินไม่เชื่อมือของซุนเจียว เขาคงเชื่อไปแล้วว่าฮุ่ยเล่ยคือคนธรรมดา

 

“แกมีเวลา 10 วินาทีในการตัดสินใจอีกครั้ง และแน่นอน เพื่อช่วยแกคิดฉันจะบี้ไข่ทีละข้างของแกในทุกๆ 10 วินาที” ซุนเจียวเตะฮุ่ยเล่ยพลิกและพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

“อย่านะ! ไม่!”  ฮุ่ยเล่ยร้องออกมาอย่างหวาดกลัวเมื่อเขามองไปที่ซุนเจียวอย่างสติแตกและพยายามที่จะขยับหนีจากเธอ

 

“9”

 

“ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆคุณผู้หญิง! ปล่อยผมไปเถอะ” ฮุ่ยเล่ยร้องขอชีวิต แต่ก็ไม่ได้เห็นความลังเลหรือเมตตาจากปีศาจสาวคนนี้เลย

 

“7” ทันใดนั้นซุนเจียวก็หยิบท่อนเหล็กขึ้นมา

 

“ผะผม…”

 

“1” ซุนเจียวยกมือของเธอขึ้น

 

“ม่ายยยยย!”

 

“เดี๋ยวก่อน” เจียงเฉินออกปากขัดจังหวะขึ้นมาทันที

 

ซุนเจียวหยุดในขณะที่ท่อนเหล็กยังคงค้างอยู่บนอากาศ

 

กลิ่นเหม็นสาบคลุ้งในห้อง เจียงเฉินสูดอากาศและมองไปที่ฮุ่ยเล่ยด้วยความรังเกียจ พวกเขายังไม่ทันได้เริ่มฮุ่ยเล่ยก็ฉี่ราดกางเกงซะแล้ว ถ้าเขาอยากจะกล้าหาญอย่างน้อยเขาต้องไม่ฉี่ราดตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อซุนเจียวพูดว่าเธอจะบี้ไข่ของเขา เจียวเฉินก็รู้สึกเสียววาบลงไปถึงเป้ากางเกงเช่นกัน การกระทำนี้มันช่างมีผลอย่างน่าตกใจกับผู้ชาย

 

“ผมไม่ชอบการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง” เจียงเฉินยิ้มให้ฮุ่ยเล่ย

 

ราวกับว่าเขาได้เห็นโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย ฮุ่ยเล่ยตะเกียกตะกายไปข้างหน้าของเจียงเฉินและคุกเข่าต่อหน้าเขา

 

“ขอบคุณมาก! ผ ผม….”

 

“แต่ถ้าคุณยังคงเสแสร้งต่อไปแบบนี้ ผมก็คงจะไม่ลังเลที่จะช่วยแนะนำอะไรบางอย่าง อย่างเช่นจับสุนัขกลายพันธุ์ที่กำลังหิวโหยมาจ่อที่ไข่ของคุณ ผมมั่นใจว่ามันจะต้องมีความสุขกับอาหารแสนอร่อยแน่ๆ”

 

คำพูดที่เลือดเย็นของเจียงเฉินแช่แข็งรอยยิ้มที่เพิ่งจะปรากฏบนหน้าของฮุ่ยเล่ย และเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่สิ้นหวังในทันที

 

ขาของเจียงเฉินก็สั่นเช่นกันทันทีที่พูดจบ ความคิดนี้ทำให้เขาเสียวแปล๊บลงไปที่เป้าเช่นกัน เจียงเฉินสบถในใจแต่ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์

 

“แน่นอนถ้าเปรียบเทียบเรื่องความรุนแรงแล้วผมชอบที่จะทำการตกลงกันมากกว่า ผมเป็นพ่อค้ามาโดยกำเนิดและถ้าคุณยินดีที่จะร่วมมือ นี่จะเป็นของคุณ”

 

คริสตัลสีม่วงสะท้อนแสงจางๆ ปรากฏต่อหน้าของฮุ่ยเล่ย ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความกลัวค่อยๆเปลี่ยนเป็นความโลภ

 

คริสตัล 1 ชิ้นที่มีค่าเท่ากับพลังงาน 100 หน่วยจะต้องมีค่าเป็นเงินมากมายในดินแดนร้างนี้แน่ๆ

 

“แน่นอนว่าคุณสามารถโกหกผมได้บ้างในบางเรื่อง แต่ถ้าผมเป็นคุณแล้วละก็ ผมคงจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ๆ หัวหน้าของคุณจะให้เงินคุณมากขนาดนี้ไหมล่ะ? แต่ผมให้ได้ถ้าคุณสัญญาว่าจะทำงานกับผม” เจียงเฉินดีใจที่ได้เห็นสีหน้าฮุ่ยเล่ยเปลี่ยนไป เขารู้ว่าแผนตำรวจดีตำรวจเลวทำงานอย่างไร

ปัญหาที่เหลือก็ง่ายๆ เพราะเขาได้ข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดมาจากปากของฮุ่ยเล่ยอย่างง่ายดายแล้ว

 

กลุ่มทหารรับจ้างฮุ่ยจงมีชื่อเสียงด้านการติดตามผู้คนและบุกรุกกลุ่มผู้รอดชีวิต พวกเขายังมีบริการป้องกันภัยให้กับกลุ่มลูกค้าพิเศษเป็นครั้งคราวอีกด้วย ทหารรับจ้างอยู่ที่โรงเรียนของเมืองซงเฉียง มันใช้กำแพงที่นั่นในการสร้างกองกำลังป้องกันที่แข็งแกร่ง การที่พวกมันเห็นเจียงเฉินเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้นเพราะทหารรับจ้างฮุ่ยจงเพิ่งจะเสร็จธุระการแลกเปลี่ยนที่ถนนหมายเลข 6 ไปในขณะที่ผู้นำกลุ่มนามชูเกียวผิงเห็นเจียงเฉินนำอาหารกระป๋องออกมาจากกระเป๋าเป้ของเขา ต่อมาเจียงเฉินถูกเชิญไปที่ห้องรับเชิญพิเศษในทันทีทำให้ชูเกียวผิงเกิดสนใจขึ้นมา

 

แน่นอน การที่จะมาเป็นหัวหน้ากลุ่มการค้าชูเกียวผิงจะต้องมีมันสมองในการวางกลยุทธ์ ชัดเจนว่าการลักพาตัวภายในถนนหมายเลข 6 เป็นไปไม่ได้เพราะถ้าละเมิดกฎหมายที่นี่ ศพมากมายข้างหน้าตลาดจะต้องเป็นผลลัพธ์ที่ตามมาที่ชูเกียวผิงจะต้องเจอแน่ๆ ทหารรับจ้างฮุ่ยจงจำเป็นต้องมีถนนหมายเลข 6 เพื่อความจำเป็นในการค้าอีกด้วย ไม่มีใครกล้าที่จะเป็นศัตรูกับถนนหมายเลข 6

 

แต่ถ้าพวกเขาลักพาตัวข้างนอกถนนหมายเลข 6 ก็จะไม่มีปัญหา กฏหมายบังคับใช้เฉพาะภายในกำแพงของถนนหมายเลข 6 เท่านั้น

 

ในหัวของชูเกียวผิงเต็มไปด้วยความโลภเมื่อได้เห็นกระเป๋าเป้ที่ตุงของเจียงเฉินแต่เขายังคงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เขารู้ว่ามีกองกำลังมากมายทำการแลกเปลี่ยนที่ถนนหมายเลข 6 ถ้าสร้างปัญหากับคนผิดกลุ่มแม้แต่ผู้บังคับบัญชาก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ ชูเกียวผิงไม่ได้ต้องการที่จะลักพาตัว พวกเขาจึงส่งไปแค่ไม่กี่คนในการติดตามเจียงเฉิน พวกมันส่งหนึ่งคนไปจับตามองและที่เหลือสืบหาประวัติ

 

หลังจากที่ได้เห็นเจียงเฉินเข้าไปที่ร้านวัคซีนและต่อมาก็คือร้านกระสุน ชูเกียวผิงก็เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใจและสนุก เขาเชื่อว่าพวกเจียงเฉินเป็นพวกนักเดินทางโดดเดี่ยวในดินแดนรกร้างนี้ เพราะว่าไม่มีกองกำลังที่แข็งแกร่งใดๆ จะแลกเปลี่ยนคริสตัลกับกระสุนปืน พวกเขามักจะมีสายการผลิตของตัวเอง

 

ตัวอย่างเช่นถนนหมายเลข 6 สลัมขนาดใหญ่ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นแดนสวรรค์ที่ปลอดภัย ภายในสลัมมีโรงงานขนาดใหญ่ที่มีสายการผลิตทุกอย่างที่ได้มาจากดินแดนรกร้างนี้ทั้งผืน บางอย่างยังถูกพัฒนาขึ้นอีกเพื่อใช้เป็นคริสตัลอาณุภาพสูง พวกเขาหลอมเหล็กเก่าๆมาทำเป็นกระสุน ผสมโปรตีนกลายพันธุ์กับไขมันเพื่อทำเป็นสารอาหาร และปลูกผักผลไม้จากปุ๋ยชนิดพิเศษ เพื่อที่จะมีชีวิตต่อไปในดินแดนร้างนี้ การผลิตเป็นสิ่งที่จำเป็น ทางการของถนนหมายเลข 6 รู้ความจริงข้อนี้อย่างดี

 

มันสำคัญไปยิ่งกว่านั้นเมื่อทุกๆ ร้านค้าของเมืองหวังไห่ถูกบุกรุกจนเกลี้ยงมากว่า 10 ปีแล้ว

 

เมื่อเขามั่นใจแล้วว่าพวกเจียงเฉินเป็นนักเดินทางที่โดดเดี่ยว ชูเกียวผิงจึงติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่มทหารรับจ้างในทันทีและจัดการจับตามองทั้งคู่ไว้ พวกเจียงเฉินทั้งสองดูร่ำรวยยิ่งกว่ากลุ่มใดๆ ที่พวกมันเคยบุกรุกมาก่อนซะอีก แม้ว่าตัวผู้หญิงจะทำให้ชูเกียวผิงรู้สึกอันตรายขึ้นมาเล็กน้อยแต่เขาก็มุ่งมั่นที่จะบุกเข้าไปเพื่อ “ทอง”

 

เจียงเฉินฟังคำสารภาพของฮุ่ยเล่ยเงียบๆขณะที่เขาเริ่มไตร่ตรอง

 

“ฮ่าๆๆ ลูกพี่ คุณไม่คิดเหรอว่าคุณควรให้คริสตัลผมตอนนี้เลย?” ฮุ่ยเล่ยยิ้มแต่สายตาของเขาจดจ้องไปที่คริสตัลด้วยความโลภ

 

คริสตัลที่มีค่าถึงพลังงาน 100 หน่วย! เขาสามารถตั้งต้นชีวิตใหม่ได้เลย

 

พลังงานหนึ่งหน่วยมีค่ามากพอที่จะซื้อสารอาหารได้ แต่ฮุ่ยเล่ยจะต้องการสารอาหารไปทำไมล่ะ? ต่อให้เขาไปในที่ที่แพงที่สุดของดินแดนร้างนี้อย่างโรงแรมนิวเรย์ มันยังเพียงพอที่จะอยู่ได้ทั้งเดือนเลย! ฮุ่ยเล่ยเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่ไหว แม้ว่าคริสตัลจะยังอยู่ในมือของเจียงเฉินก็ตาม

 

[ในเมื่อเขาต้องการฉัน ฉันก็จะไม่ตาย เขาจะต้องจ่ายให้ฉันมากกว่านี้ในอนาคตแน่ๆ]

 

ฮุ่ยเล่ยจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตของเขา เขานึกถึงภาพการนอนกลิ้งไปมาขณะที่มีเมดสาวสวยผมบลอนด์มาเสิร์ฟอาหารให้

 

ปืนพกสีดำดับฝันกลางวันของฮุ่ยเล่ยเมื่อเขาได้เห็นปลายของลำกล้องสีดำ

 

“ไอโง่เอ๊ย” เจียงเฉินถอนหายใจขณะที่เหนี่ยวไกปืน

 

ปัง! เลือดสาดไปทั่วทุกที่พร้อมกับของเหลวสีขาวที่แทรกอยู่ระหว่างมัน เจียงเฉินมองควันที่ลอยออกมาจากกระบอกปืนพก มือของเขาสั่น แม้ว่าเขาจะเตรียมใจไว้แล้ว และชายคนนั้นสมควรตายอยู่แล้ว แต่จากความผิดที่เขาก่อขึ้น การเห็นเลือดสาดขนาดนั้นก็ยังคงทำให้เขาปวดใจอยู่ดี

 

ที่ฮุ่ยเล่ยปิดปากของเขาสนิทก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เพราะว่าเขากลัวความสามารถของทหารรับจ้างฮุ่งจง ถ้าฮุ่ยเล่ยอยากจะหลบซ่อน คงเป็นไปไม่ได้ที่ทหารรับจ้างฮุ่ยจงจะพบเขา แม้แต่กองกำลังของถนนหมายเลข 6 ที่เหนือกว่าก็ยังคงยากที่จะตามหาคนคนหนึ่ง ดังนั้นถ้าเขาตัดสินใจออกจากที่นี่เขาไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของเขา แต่อย่างไรก็ตามเขาปิดปากเงียบเพราะชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งนั้นมันไร้ค่า เขากังวลว่าในทันทีที่เขาเอ่ยปากให้ข้อมูลออกไปเขาจะถูกสังหารทันที แต่เนื่องจากการปะปนกันของความกลัวสุดขีด และข้อเสนอที่สุดจะเหลือเชื่อจากเจียงเฉิน เปลี่ยนให้เขากลายเป็นนักเดินทางที่ถูกทิ้งกลางทะเลทรายที่เห็นโอเอซิส ต่อมาเขาก็ยอมบอกออกไปทุกอย่าง

 

ฮุ่ยเล่ยไร้เดียงสาจนขนาดทำข้อตกลงกับเจียงเฉิน เขาคิดว่าเขาสามารถเป็นสายลับสองหน้าในกลุ่มทหารรับจ้างฮุ่ยจงได้ อย่างไรก็ตามความภักดีเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับเขา เพราะว่าความภักดีที่แท้จริงไม่เคยมีอยู่จริงในดินแดนรกร้างที่เป้าหมายสูงสุดคือการมีชีวิตรอด

 

อย่างที่คาดไว้ แผนขั้นสุดยอดของเจียงเฉินจบลงทันทีที่ฮุ่ยเล่ยพูดจบประโยค คุณค่าของฮุ่ยเล่ยก็หมดลงทันที

 

ดังนั้น การตัดสินใจฆ่าสายลับในทันทีเป็นความคิดที่ดี เจียงเฉินไม่ได้กังวลว่าฮุ่ยเล่ยจะถูกพบ

 

เลือดกระเด็นไปโดนซุนเจียวด้วยเช่นกัน เธอขยะแขยงแต่ก็คุ้นเคยกับฉากความรุนแรงแบบนี้มาก่อนแล้ว เธอยักไหล่ “มันยากที่จะล้างคราบเลือดออกจากเสื้อผ้านะ คราวหน้าปล่อยให้งานแบบนี้เป็นหน้าที่ของฉันเองละกัน”

 

ร่องรอยแห่งความห่วงใยที่แอบซ่อนอยู่ในประโยคสุดท้ายของเธอจับใจของเจียงเฉินอย่างสุดซึ้ง

 

เขาหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบความคิดของเขา ต่อมาเขาปิดเซฟปืนและโยนมันทิ้ง

 

“ผมจะคุ้นเคยไปเอง”

 

รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าของซุนเจียวขณะที่เธอเข้าใกล้เจียงเฉิน เธอนั่งบนขาของเจียงเฉินและกอดเขา การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวนี้ทำให้เจียงเฉินตกใจ แต่ส่วนที่นุ่มที่สุดของซุนเจียวก็ทำให้ข้อสงสัยของเขาทั้งหมดหายไป

 

“นายจะอยู่ที่นี่ใช่ไหม?” เธอกระซิบข้างหูของเจียงเฉินด้วยริมฝีปากสีแดง

 

“คุณก็รู้นี่…?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสัยแต่จูงใจ เขากอดร่างที่น่าหลงไหลของเธอ มันเป็นความลับที่ลึกที่สุดของเจียงเฉินที่เขาไม่มีวันบอกได้

 

“ผู้หญิงอ่อนไหวมากนะ” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้ม “นายไม่เหมาะกับที่นี่แต่ฉันหวังว่านายจะไม่จากฉันไปนะ”

 

“ไม่มีวัน” เจียงเฉินพูดด้วยเสียงเบาๆ แต่หนักแน่น

 

เขาได้ตัดสินใจแล้วในคืนนั้น

 

แน่นอนว่าในตอนแรกเขาต้องการที่จะนำทองคำจากที่นี่ไปใช้ชีวิตอย่างเศรษฐีในโลกสมัยใหม่ แต่ในตอนนี้เขาไม่สามารถปลีกตัวของเขาออกจากโลกแห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

 

มีใครบางคนที่เขาเป็นห่วง มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปจากที่นี่ ถ้าในอนาคตจะมีหนทางเขาอาจจะสามารถพาเธอท่องเวลาไปที่โลกสมัยใหม่ได้ ดินแดนรกร้างนี้มันไม่ใช่ที่ที่ดีที่สุดที่จะอยู่แน่นอน

 

“ผมก็เชื่อคุณ” ประโยคนี้ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเขา

 

“ถ้าที่นี่ไม่เหม็นกลิ่นเลือดผมคงจะ “กิน” คุณซะตรงนี้เลย” ความรู้สึกและความสุขเอาชนะเจียงเฉินขณะที่เขากระซิบเข้าที่หูซุนเจียว

 

“แต่ฉันอยากจะอาบน้ำซะก่อน”

 

“ผมไม่ให้ไปหรอก” เจียงเฉินตบก้นของเธอและยิ้มเมื่อได้ยินเสียงร้องเบาๆของซุนเจียว

 

“งั้นก็มาอาบด้วยกันซะเลยสิ” ซุนเจียวกัดหูของเจียงเฉินอย่างซุกซน ขาที่ยาวเรียวของเธอรัดเขาไว้แน่น ด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนเธอได้พูดว่า “ขอฉันดูวัคซีนพันธุกรรมที่ทำให้นายแข็งแรงขึ้นหน่อยสิ”

 

เสียงครางและเสียงร้องตามดังขึ้นมา เสื้อผ้า กางเกง และชุดชั้นในกระจายไปทั่วพื้น… มีการต่อสู้ระหว่างผู้หญิงและผู้ชายเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำ

 

“ดูเหมือนว่าวัคซีนพันธุกรรมจะออกฤทธิ์ดีนะ เท้าของฉันไม่ได้แม้แต่จะแตะพื้นเลย” หลังจากนั้นชั่วขณะซุนเจียวหายใจเข้าเต็มปอดเมื่อได้สำเร็จกับความสุข เธอสะกิดที่หน้าอกของเจียงเฉินด้วยรอยยิ้ม

 

หน้าอกที่เคยแบนเรียบของเขาในตอนนี้มีกล้ามแล้ว แต่ในเมื่อวัคซีนพันธุกรรมมีผลเพียงการเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อไม่ใช่ลักษณะของกล้ามเนื้อ ร่างกายและความแข็งแกร่งของเขาจึงไม่ได้ดูแตกต่างจากก่อนนี้มากนัก

 

“พอใจไหมครับองค์หญิง?”  เจียงเฉินโอบกอดร่างกายที่บอบบางของเธอเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม เขาอยากจะตบก้นของเธออีกซักที

 

“เรียกฉันว่าราชินีของนาย” ซุนเจียวกล่าว เธอหลีกเลี่ยงมือของเจียงเฉินด้วยความซุกซนและต่อมาก็ห่มร่างกายของเธอด้วยผ้าขนหนู “ได้เวลาของธุรกิจแล้ว”

 

“เวลาอาหารเย็นเหรอ?” เจียงเฉินพูดด้วยรอยยิ้มขณะที่มือของเขาจับผ้าขนหนูไว้เช่นกัน

 

“แน่นอน แต่ก่อนอื่นเลย เราจะต้องจัดการชายผู้โชคร้ายข้างนอกนั่นก่อน”

 

เขามองซุนเจียวเดินออกจากห้องน้ำด้วยรอยยิ้มฝืนๆ มันบ้าไปหน่อยที่จะมีเพศสัมพันธ์กันโดยที่มีศพอยู่ในบ้าน

 

[ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองซะแล้ว ใช่ ควบคุมมากกว่านี้]