0 Views

กุบ กุบ กุบ!

เสียงม้าได้วิ่งออกไปพร้อมกับพื้นที่สั่นไปมา

รถโดยสารหรูหราที่มีอัศวินคุ้มกันได้วื่งผ่านถนนเส้นที่ยาวออกไป

“เหวอ!”

“ละ หลบ!”

คนที่เดินบนท้องถนนได้รีบหนีออกไปทางด้านข้างและหลบรถโดยสารที่พุ่งเข้ามา

สายตาของพวกเขาได้มองไปที่ด้านหลังของรถที่เคลื่อนห่างออกไป

“นั่นคือการรถม้าของ ดยุค เว็บเตอร์ใช่มั้ย?”

“นั้น มีธงปักอยู่ตรงนั้น ”

ชาวเมืองต่างพึมพำออกมาด้วยท่าทางตกใจ

เมื่อพวกเขามอง ก็รู้ถึงสิ่งต่างๆเช่นธง และสัญลักษณ์ของขุนนางได้หมด เนื่องจากพวกเขาเป็นพลเมืองของเมืองหลวงมิลเลอร์

“แต่เกิดอะไรขึ้น?”

“ใช่  แล้วมีขบวนรถมากกว่าสิบคันเข้าไปที่วัง ”

“แล้วทำไมต้องรีบกันขนาดนั้น?”

สายตาพวกเขามองตามไปที่รถม้าที่กำลังวิ่งไปที่พระราชวัง

มีความกลัวที่พวกเขาไม่สามารถซ่อนได้อยู่ในดวงตาของพวกเขาได้

เมืองหลวงมิลเลอร์ถูกปกคลุมด้วยเมฆแห่งความตึงเครียด

เพราะรถม้าของขุนนางจำนวนหลายหมื่นคันได้เข้ามาในราชสำนักเป็นเวลาสองวันแล้ว

และสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งนึงแล้ว

คือตอนที่ทำสงครามกับอาณาจักรเอสเทบและ ไบรอน

ในครั้งนั้นตระกูลชนชั้นสูงมากมายได้มาประชุมกันที่พระราชวัง

“จะมีสงครามอีกหรือ?”

คำพูดที่ไม่ต้องการได้ยินออกมาจากปากของใครบางคน

“อ่า, ไม่น่ามั้ง…… ”

เสียงของการไม่ยอมรับได้ออกมาจากปากของพวกเขา

แต่ความกังวลใจและความกลัวได้ปรากฏในสายตาของพวกเขามากยิ่งขึ้น

อึก.

ลูกกระเดือกของพวกขึ้นลงไปมา

ชาวเมืองได้มองไปที่พระราชวังด้วยความเงียบ

…………..

ปัง

ประตูหนาได้ถูกเปิดขึ้น

คนที่ปรากฏตัวเป็นชายชราสวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา

เขาเป็นหนึ่งในสี่ของดยุคแห่งอาณาจักรรินท์ และเป็นบุคคลที่มีพลังที่ยิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคทางตะวันตกของอาณาจักรรินท์ แบรดลีย์ เว็บเตอร์

“ขอโทษที่มาสาย เพราะผมกำลังกวาดล้างพวกมอนสเตอร์ในเทือกเขาเกล็น”

เขามีน้ำเสียงและท่าทางเร่งด่วน

เขาเดินเข้ามาและไปนั่งอยู่ตรงที่นั่งว่าง

มีขุนนางจำนวนมากนั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่

แบรดลีย์และดยุคคนอื่น ๆ อยู่ในที่นั่งชั้นบน

“โปรดดำเนินการประชุมต่อเลย”

เขาพูดด้วยน้ำสียงและท่าทางที่ไม่ค่อยพอใจ

ตรงกลางของที่นั่งด้านบน เป็นตัวแทนของขุนนางและตำแหน่งนั้น เป็นที่ของดยุคเอ็ดวิน วอลย์ซ่า นั่งอยู่

เอ็ดวินและแบรดลีย์ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นมิตรกันเท่าไร

ถ้าให้พูดอย่างถูกต้องท่ามกลางเหล่าดยุค เอ็ดวิน วอลย์ซ่า และ แบรดลีย์  เว็บเตอร์และ ลิส เคาเว่น มีความสัมพันธ์เป็นศัตรูทางการเมือง

เฉพาะฟรานซิส วิลสันที่ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับดยุคทุกคน

และทำให้เกิดสถานการณ์ที่ตึงเครียดในพระราชวังของอาณาจักรรินท์

กษัตริย์ปัจจุบัน เดนี่ วอน รินท์ มีมเหสีอยู่ 7 คนและพระองค์มีบุตรชายอยู่สามพระองค์

สามเจ้าชาย

ปู่ของพวกเขาคือ เอ็ดวิน, แบรดลีย์  และ ลิส

แต่ตัวกษัตริย์เอง เดนี่ ที่สาม นั้นไม่ได้สนใจการเมืองและอำนาจ

และท่านก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่ยอดเยี่ยมเท่าไร

เมื่อเทียบกับท่านแล้ว เจ้าชายทั้งสามได้มีความสามารถโดดเด่นและความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่

พวกเขาได้เกิดมาในช่วงเวลาเดียวกันทั้งหมด และตามสถานการณ์พวกเขาทุกคนอาจจะกลายเป็นกษัตริย์ได้

ด้วยเหตุนี้เหล่าขุนนางแห่งอาณาจักรรินท์ จึงได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยมี เอ็ดวิน, แบรดลีย์  และ ลิสเป็นศูนย์กลางของพวกเขา

“เหมือนกับที่เราบอกท่าน พวกมอนสเตอร์ได้เคลื่อนที่มาจากทะเลสาบพอสคิน เป็นที่รู้กันดีว่าพวกมันเป็นมอนสเตอร์ที่แปลกประหลาด และความพลังของของพวกมันก็ยิ่งแข็งแกร่งกว่าสัตว์ประหลาดธรรมดาอีกด้วย ”

นี่เป็นรายงานของเหล่าขุนนาง

หลังจากนั้น เหล่าขุนนางอื่นๆก็กล่าวว่า

“พวกมอนสเตอร์ที่อยู่บนพื้นดินกำลังเคลื่อนที่เข้ามาเพื่อหนีออกจากรอบๆทะเลสาบ ด้วยเหตุนี้ความเสียหายที่เกิดจากพวกมอนสเตอร์จึงไม่เพียงอยู่บริเวณรอบๆทะเลสาบ แต่จะเกิดไปทั่วอาณาจักร ”

มีรายงานหลายฉบับ

เอ็ดวิน ผู้ที่รับฟังอยู่ ได้ถามกลับด้วยท่าทางจริงจัง

“สาเหตุล่ะ?”

คำตอบถูกตอบออกมาอย่างรวดเร็ว

“จากความคิดเห็นประชาชนที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบ พวกเขากล่าวว่าทะเลสาบดูเหมือนจะมีฟองอากาศได้พุดขึ้นมาเป็นเวลาสี่วันก่อนที่มอนสเตอร์จะโผล่ออกมา นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไร เปิดเผยอีก ”

นั่นหมายความว่า สุดท้าย พวกเขาก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้

จากนั้นแบรดลีย์ที่เงียบ ๆ ได้หันศีรษะและมองไปที่ขุนนางที่อยู่ใกล้ๆ

“เราได้ยินมาว่าความเสียหายในพื้นที่นั้นไม่มีเท่าไร…… ”

แม้แต่ดยุคแห่งอาณาจักรก็ไม่สามารถพูดได้อย่างอิสระ

“ใช่. โชคดีที่เราสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ”

ขุนนางคนนั้นได้ตอบอย่างสุภาพ

เขาไม่ใช่ใครนอกจาก ไอโอ แลนซ์ฟิล

‘ทั้งหมดนี้เป็นเพราะโรอัน’

มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย

จริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับเขา ที่เหล่ามอนสเตอร์ได้ออกมาจากทะเลสาบและรอบๆ

แต่ โรอัน ผู้ที่ลาดตระเวนในเขตุเทล ได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เพื่อตั้งแนวป้องกันและการป้องกันการล่วงหน้า

ขอบคุณที่ตรงกันข้ามกับภูมิภาคนี้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า  อาณาเขตของตระกูล แลนซ์ฟิล จึงไม่ได้รับความเสียหายมากเท่าไร

“เจ้าบอกว่าคนที่ได้สร้างผลงานอย่างชัดเจน ชื่อโรอัน?”

แบรดลีย์ยังคงแสดงความสนใจ

ไอโอ พยักหน้าและตอบ

“ใช่ครับ เขาเป็นผู้บัญชาการกองกำลัง ที่ถูกส่งไปเนื่องจากเงื่อนไขบางอย่างและตอนนี้ได้ดูแลพื้นที่เขตเทล”

“อืมมม.”

ขุนนางหลายคนต่างอุทานในลำคอ

พวกเขายังรู้เรื่องเกี่ยวกับการกระทำของเขาอย่างชัดเจน

ความสามารถของโรอัน และกองกำลังแอมเมอเรน

เขาได้ปกป้องดินแดนแห่งหนึ่งโดยไม่มีความเสียหายโดยใช้เหล่าทหารเพียงพันเดียว?

‘จากการกวาดล้างในที่ราบพีเดี่ยน  สงครามกับอาณาจักร เอสเทลและ ไบรอน และการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์จากทะเลสาบ พอสคิน และเป็นคนที่

ได้ยินชื่อบ่อยๆ ‘

‘ถ้าเพียง เขาไม่ได้ต่อยขุนนาง ตอนนี้เขาจะเป็นขุนนางไปแล้ว?’

เขาเป็นคนที่มีความสามารถชัดเจน

‘เขาเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ของเคานต์ ไอโอ แลนซ์ฟิล’

พวกเขาทั้งหมดคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คล้ายกัน แต่แตกต่างกันเล็กน้อย

การแสดงออกของแบรดลีย์ดูแจ่มใสขึ้น

“เราได้ยินมาว่าเขากำลังบรรลุชัยชนะเพียงแห่งเดียว ในขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ กำลังทุกข์ทรมานจากความเสียหาย  ถ้าดูจากผลงานของเขาที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้?  พวกเราจะสามารถให้อภัยโทษได้อย่างสมบูรณ์และมอบหมายให้เขานำกองทัพไปที่ทะเลสาบ พอสคิน ”

นี่คือข้อเสนอข้อยกเว้น

แบรดลีย์เป็นคนที่มีความสนใจต่อไอโอ มากที่สุด ในท่ามกลางสี่ดยุค

แบรดลีย์กำลังคิดที่จะเป็นเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ ไอโอและโรอันด้วยผลงานครั้งนี้

ไอโอ โค้งคำนับ

“เขาเป็นคนที่มีความสามารถมากมาย ถ้าท่านเชื่อใจและมอบความไว้วางใจให้กับเขา ผม…… ”

ขณะที่ไอโอพูดอยู่

“เราคิดว่ามันจะเป็นการตัดสินใจที่เร่งด่วน.”

มีเสียงเย็นเหยียบดังออกมา

คนที่ขัดจังหวะเขาคือเอ็ดวิน

‘เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าทำตามที่พอใจหรือ’

ดวงตาของเขาเย็นเหยียบ

“ตอนนี้พวกเราจะเลือกวิธีการกำจัดพวกมอนสเตอร์และกวาดล้างพวกมัน”

เขาได้เปลี่ยนหัวข้อ

“ก็ดีนะ”

ลิสพูดออกมาราวกับว่ากำลังรอจังหวะอยู่

แบรดลีย์กำลังจะพูดอะไรอีก แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดออกไปป

ถ้าเขาทำผิดพลาดเขาจะได้รับการ และจะถูกดันไปจนมุม

“ตอนนี้ถ้าพวกเจ้ามีความคิดที่ดี ๆ ให้พูดโดยไม่ลังเลเลย”

คำพูดของเอ็ดวิน เหล่าขุนนางก็ได้เริ่มแสดงความเห็นทีละข้อ

แต่เมื่อกล่าวความคิดเห็นออกไปอย่างนึงก็มีความคิดเห็นด้านอื่น ๆ เข้ามา

การสู้รบเริ่มต้นขึ้นด้วยมีดยุคเป็นศูนย์กลาง

ไอโอกำลังมองไปที่สถานการณ์แล้วถอนหายใจสั้น ๆ

‘เฮ้อ เป็นแบบนี้อีกแล้ว ‘

ตอนนี้การประชุมดูยุ่งเหยิงเพราะการต่อสู้ของเหล่าดยุค

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถสรุปได้อย่างรวดเร็วเมื่ออาณาจักร เอสเทลและอาณาจักรไบรอนได้ บุกเข้ามาครั้งล่าสุด

“พวกเราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้!”

“ความคิดเห็นที่ท่าน พูดตอนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ!”

เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนั้นเอง

ประตูปิดสนิทก็เปิดขึ้น

“ดวงอาทิตย์ของอาณาจักร ตัวแทนของพระเจ้า ครี องค์กษัตริย์ เดนี่ ที่สามได้มาแล้ว ผู้ที่จงรักภัคดีต่ออาณาจักรนี้โปรดลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความเคารพด้วย ”

“องค์กษัตริย์ ”

“องค์กษัตริย์ ”

บรรดาขุนนางที่กำลังเถียงกันอยู่ได้ลุกขึ้นยืนและคำนับ

และนั่นก็เป็นเช่นเดียวกันกับ เอ็ดวิน, แบรดลีย์  และ ลิสและฟรานซิส

ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

เขายืนอยู่ที่ที่นั่งสูงสุดที่สามารถมองไปที่ห้องประชุมทั้งหมดได้

มันเป็นที่นั่งที่ประดับด้วยทองคำและมี แต่กษัตริย์องค์เดียวเท่านั้นที่สามารถนั่งได้

“โฮ่ โฮ่ โฮ่. พวกท่านทั้งหมดทำงานกันอย่างหนักจริงๆ ”

เดนี่ ที่สามหัวเราะออกมา

“การประชุมดำเนินไปด้วยดีหรือไม่?”

คำถามของราชา

“ใช่แล้วขอรับ องค์กษัตริย์”

ดยุคเอ็ดวินตอบหลังจากที่ก้าวขึ้นมาและจูบไปที่แหวนของ เดนี่ ที่สาม

แหวนที่หรูหราคือตราประทับของกษัตริย์และสัญลักษณ์แห่งอำนาจ

“โฮ่ โฮ่ โฮ่. ”

เขาหัวเราะอีกครั้ง

แต่หัวเราะไม่นาน

ท่าทางของของเดนี่ ที่สาม นั้นแข็งขึ้นเหมือนกับว่าการหัวเราะของเขาเป็นของปลอม

“ตอนที่เรากำลังฟังอยู่ข้างนอก พวกเจ้าทุกคนเสียงดังออกมาราวกับเป็ดและไม่มีแผนการที่เหมาะสมออกมาเลย แล้วบอกว่ามันกำลังดำเนินไปได้ดี?”

เมื่อได้รับการตำหนิจาก เดนี่ ที่สาม บรรดาขุนนางทั้งหลายก็เงียบลง

อย่างไรก็ตามความโกรธนี้มีไม่นาน

เดนี่ ที่สามเป็นบุคคลประเภทนี้

“โฮ่ โฮ่ โฮ่ อาจเป็นเพราะการเมืองด้วย เราเข้าใจถึงภาระทั้งหมดของพวกท่าน”

“เรารู้สึกอับอายยิ่งนัก องค์กษัตริย์”

ขุนนางตอบเป็นเสียงเดียว

พวกเขาทั้งหมดมีเหงื่อเย็นออกมา

จากนั้น เดนี่ ที่สาม ก็หลับตาลงและได้พูดออกมา

“นั่นเป็นเหตุผลที่เราจะบอกว่า เราก็มีวิธีการที่ดี”

เขามองไปที่ชายหนุ่มสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา

เหล่าขุนนางได้มองไปที่ด้านหลังของกษัตริย์เดนี่ ที่สาม

“และวิธีการนั้นจำเป็นต้องมีเจ้าชายทั้งสาม.”

ชายหนุ่มสามคน

ทั้งสามเป็นเจ้าชายของอาณาจักร รินท์

พวกเขาทั้งหมดดูสง่างามจริง

พวกเขาเกิดมาในปีเดียวกัน แต่เดือนต่างกันเท่านั้น

ด้านขวาของ เดนี่ ที่สาม เป็นเจ้าชายองค์แรกไซม่อน รินท์ ถัดไปคือเจ้าชายที่สองทอมมี่ รินท์และคนที่อยู่ถัดไปอีก คือเจ้าชายที่สามคัลลัม  รินท์

ปู่ของ ไซม่อน คือ แบรดลีย์, เอ็ดวินคือทอมมี่ และ ลิสคือคัลลัม

เดนี่ ที่สามได้ยิ้มอย่างสดใสและพูดว่า

“เรามอบหมายให้การปราบปรามทะเลสาบโพสคินนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าชายทั้งสามนี่”

“หา?!”

บรรดาขุนนางที่ฟังเงียบ ๆ ก็มีความรู้สึกประหลาดใจ

เดนี่ ที่สามพูดอย่างต่อเนื่อง

“ทางเหนือเป็นรับความผิดชอบของไซม่อน  ภาคกลางเป็นความรับผิดชอบของทอมมี่  และทางใต้เป็นความรับผิดชอบเป็นความรับผิดชอบของ คัลลัม”

“อ…องค์กษัตริย์  ความเคลื่อนไหวของเหล่ามอนสเตอร์นั้นรุนแรงเกินไป ถ้าเกิดการผิดผลาดขึ้นเจ้าชายทั้งสามจะไม่สามารถป้องกัน…… ”

เอ็ดวินยืนขึ้นและแสดงความคิดของเขา

“ดูเหมือนว่าดยุค วอยซา ไม่เชื่อในคำพูดของเรา”

ไซมอนถูกขัดจังหวะด้วยใบหน้าจริงจัง

“ไม่ ข้าน้อยไม่ได้หมายความอย่างนั้น …… .. ”

เอ็ดวิน หัวเราะกระอักระอ่วนและเงียบลง

ไซม่อนยิ้มสดใสและตีไปที่หน้าอกของเขา

“ไว้วางใจเราได้ เรามั่นใจว่าผลงานจะออกมาได้ดี ”

“ใช่? อา, ใช่ …… ”

เอ็ดวินมีความรู้สึกสับสน

เดนี่ ที่สามกำลังมองออกไปก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

“เรารู้ว่าพวกเจ้านั้นแตกแยกกันโดยยึดตามเจ้าชายทั้งสามและต่อสู้กันเอง หยุดความเป็นปฏิปักษ์นี้ไว้และไปที่สนามรบ เราจะให้รางวัลใหญ่แก่เจ้าชายที่มีผลงานที่ดีที่สุด ”

“อืมมม.”

ขุนนางหลายคนต่างอุทานออกมา

รอยยิ้มที่จาง ๆ ปรากฏขึ้นบนปากเดนี่ ที่สาม

“ที่นั่งของ แกรนด์ดยุค ยังว่างอยู่  พวกเจ้าไม่ทราบ แต่สิ่งที่มีอิทธิพล คือการกวาดล้างครั้งนี้…… .. ”

“อา!”

ในขณะนั้นขุนนางมองไปที่ เดนี่ ที่สามด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

จนถึงขณะนี้ เดนี่ ที่สามไม่เคยแต่งตั้งชื่อผู้ที่จะครอบครองตำแหน่งนี้

ด้วยเหตุนี้ขุนนางจึงตกใจมากกว่าเก่า

พวกเขาทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจ

ในทางตรงกันข้าม เดนี่ ที่สามได้แสดงออกว่าเขารู้สึกสนุกกับเรื่องนี้

เขามองไปที่ใบหน้าของเหล่าขุนนางและตะโกนต่ออัศวินที่คุ้มกัน

“ไปกันเถอะ! วันนี้เราจะออกไปล่าเหยี่ยว! ”

เขาเดินออกไปด้วยความราบรื่นและมั่นใจ

เดนี่ ที่สาม และเหล่าอัศวินหายตัวไปนอกห้องประชุม

ทุกอย่างได้เกิดขึ้นในทันที

“องค์กษัตริย์  ”

“องค์กษัตริย์  ”

เหล่าขุนนางได้โค้งคำนับ

ความเงียบได้ปกคลุมห้องประชุมไปสักพัก

ราวกับว่าพายุได้ผ่านไปแล้ว

เจ้าชายทั้งสามคนที่อยู่ในห้องประชุมมีท่าทีกระอักกระอ่วนพร้อมกับจ้องมองไปที่ใบหน้าของพวกเขา

‘พี่น้องของเรา มาสู้กันเถอะ’

‘เราจะสร้างผลงานที่สะดุดตามากพอ’

ถ้าเราทำผิดพลาดไป เราอาจจะหลุดออกจากการแข่งขันครั้งนี้ได้ ”

ในหัวของพวกเขามีแต่ความคิดที่ซับซ้อน

เอ็ดวินที่เห็นสถานการณ์ตั้งแต่ต้น

“หืมมม!”

เขารับรู้ได้ถึงความคิดทั้งหมด

“กษัตริย์จะมีคำสั่งให้เจ้าชายทั้ง 3 พระองค์ร่วมปราบปรามในครั้งนี้ด้วย”

แววตาของเขาสั่นไหว

และนั่นก็ไม่ได้หมายความถึงเอ็ดวินเท่านั้น

ตอนนี้ในหัวของ แบรดลีย์ และ  ลิส เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

‘เราต้องทำให้สถานการณ์พลิกกลับมาอยู่ฝั่งเราให้ได้’

‘เราจะต้องทุ่มเทแรงกายทั้งหมด’

‘ข้าจะต้องนำขุนนางที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามมาเป็นพวกให้จงได้’

บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไป

สถานการณ์ปกติเหมือนน้ำในทะเลสาบยามไร้คลื่นลม

แต่ใครจะรู้ว่าใต้น้ำนั้นปั่นป่วนไปด้วยพายุ

และการประชุมก็ได้ต่อเนื่องออกไปจนถึงค่ำคืน

……………

เขาเป็นคนที่เราไม่สามารถคาดเดาได้

ไอโอมองไปทางด้านซ้ายมือ

เขากำลังมองไปที่ชายหนุ่มผู้ที่กำลังควบม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม

ไซมอน รินส์

‘เขาเป็นหนึ่งในเจ้าชายที่ได้รับการสถาปนาจากกษัตริย์’

หลังจากจบการประชุม เหล่าขุนนางบางส่วนได้มาเข้าเฝ้าเจ้าชายที่ตนเองสนับสนุน

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามกฎการสืบทอดรัชทายาท ไอโอจึงไปเข้าเฝ้ารัชทายาทไซม่อนด้วยเช่นกัน

และแน่นอนว่านี่เป็นเพราะมิตรภาพที่แน่นแฟ้นของเขากับแบรดลีย์

ไซม่อนได้เป็นผู้วางแผนการปราบปราม

และเขาไม่เคยคาดหวังว่า เดนืที่สาม จะอำนวยความสะดวกให้

การปราบปรามนี้จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าชายไซม่อน

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำการปราบปรามครั้งนี้  ไซม่อนก็เป็นบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนจากขุนนางมากที่สุดอยู่ดี

แต่การที่เขาสร้างผลงานที่สำคัญชิ้นนี้ก็ยิ่งจะส่งผลดีต่อเขามากขึ้น

ไซม่อนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธการกวาดล้างครั้งนี้

‘โชคดี …… ..’

ความรู้สึกของไอโอเปลี่ยนไปมาก

เมื่อเจ้าชายไซม่อนให้ความสนใจโรอัน

ชื่อของโรอันได้รับความสนใจมากแม้กระทั่งในพระราชวังเอง

เขาได้รับความสนใจและถูกกล่าวถึงในเรื่องที่เขาได้รับชัยชนะติดต่อกัน

‘นี่เป็นโอกาสทองสำหรับโรอันด้วย’

ถ้าความสามารถของโรอันเข้าตาของเจ้าชายไซม่อนโดยที่ไอโอไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยละก็ เขามีโอกาสที่จะได้รับการอภัยโทษและไต่เต้าไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้น

“เมื่อเทียบกับเขตอื่นๆแล้วเขตเทลเป็นพื้นที่เงียบสงบมาก”

ไซม่อนกล่าว

เขามีความรู้สึกประหลาดใจ

พวกเขาได้ไปในผ่านหลายเขตในตอนที่ย้ายจากเมืองหลวงของมิลเลอร์ไปยังเขตเทล

ความเงียบสงบ ความเงียบ

หลายเขตได้รับความเสียหายรุนแรงเนื่องจากการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ทีมาจากทะเลสาบโพสคีน

แต่ในเขตเทลกลับไม่พบมอนสเตอร์แม้แต่ตัวเดียว

จะมีก็แต่ค่ายขนาดใหญ่และเล็กผุดขึ้นมา

บนถนนที่ราดด้วยกรวดและทรายทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

มันทำให้เขายิ่งรู้สึกประทับใจ

“ผู้ชายที่ชื่อโรอันเป็นคนแบบไหนกันแน่?”

ไซม่อนถามราวกับว่าเขาอยากรู้จริงๆ

“โรอัน ……”

ไอโอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะที่เริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรอันให้เจ้าชายรัชทายาทฟัง

“ฮะ! ดูเหมือนว่ารายงานทั้งหมดที่ส่งมาตกหล่นไปนะ ”

ไซม่อนรู้สึกทึ่งมากหลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

เขาได้อ่านรายงานเกี่ยวกับโรอันและเขตเทลมาแล้ว

“ข้าคิดว่าผลงานและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตเทลเกินความจริงไปหน่อย”

แต่หลังจากที่ได้ฟังทั้งหมดจากไอโอ เขากลับคิดว่าในรายงานนั้นเป็นแค่เพียงเศษเสี้ยวของความจริงทั้งหมด

“ข้าต้องการพบโรอันเดี๋ยวนี้”

ไอโอยิ้มแทนการตอบกลับ

ตอนนั้นเอง

“ข้าได้ยินเสียงตะโกน”

หนึ่งในอัศวินพิทักษ์ขมวดคิ้ว

ได้ยินเสียงเบาๆ จากบริเวณโดยรอบ

ไซม่อนเอียงหูฟังแล้วพยักหน้า

“ดูเหมือนว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา

เขาเอียงศีรษะไปทางไอโอพร้อมกับดึงบังเหียนขึ้น

“โรอัน ข้าคิดว่าเจ้าอยู่แถวนี้นะ”

เขาพูดด้วยอารมณ์ขันพร้อมกับเตะสีข้างของม้าบังคับให้มันออกวิ่ง

กุบ กุบ กุบ!

ในไม่ช้าเสียงฝีเท้าของม้าก็ดังไปทั่วบริเวณ

อัศวินพากันตามเจ้าชายไปอย่างรวดเร็ว

ไอโอควบม้าตามทันที

นานแค่ไหนไม่รู้

ในขณะที่พวกเขากำลังเดินขึ้นเนินเขา

ปู๊วววววววว!

ได้ยินเสียงแตรทรัมเป็ตได้ยิน

“อ่า … .!”

ไซม่อนและอัศวินทั้งหลายครางในลำคอ

เป็นการสู้รบเกิดขึ้นตรงที่ราบ

ไม่ การรบตอนนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

“กองกำลังทั้งหมดกำลังเคลื่อนที่ราวกับเป็นคนเดียว”

ความประหลาดใจ

ไซม่อนมองไปที่พวกทหารที่ได้ขับไล่พวกสัตว์ร้ายกลับมาอย่างรุนแรงและรู้สึกประหลาดใจ

ไอโอ ที่มาถึงที่หลัง ได้มองลงไปจากเนินเขาและยิ้มออกมา

“พวกเขาคือกองกำลังแอมเมอเรน  “