0 Views

เอี๊ยดด
ประตูที่ปิดสนิทได้เปิดออก
กองกำลังแอมเมอเรน ได้กลับมาที่ศูนย์บัญชาการใหญ่โดยมีโรอันนำอยู่ด้านหน้า
การต่อสู้เป็นชัยชนะของพวกเขา
โรอันเงยหน้าขึ้นมองไปที่ท้องฟ้า
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีดำและมืด
“เฮ้อ”
เขาถอนหายใจออกมา
ความรู้สึกของ โรอันตอนนี้ก็เหมือนกับท้องฟ้าที่มืดและดำ
เขาหันศีรษะไปมองเหล่ากองกำลังแอมเมอเรนของเขา
การสู้รบเป็นชัยชนะอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามถ้าการสู้รบยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้ เหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บจะมีมากขึ้นขึ้นและบางคนก็ตายไป
ทหารกำลังหมดแรงในการสู้รบครั้งต่อไป
ขนาดของกองกำลังเล็กเกินไป
ในตอนแรกกองกำลังแอมเมอเรน ได้รวมตัวกับกองกำลังโซลลพัพ และทำให้มีทหารอยู่ประมาณ 800 นาย
แต่ด้วยจำนวนของเหล่ามอนเตอร์ในพื้นที่เขตเทล นั้นอย่ในระดับที่มากเกินไป
เขาต้องการที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกกองกำลังให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม
‘จำนวนผู้อยู่อาศัยใน เขตเทลนั้นมีจำนวนน้อย’
ไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาสามารถเพิ่มจำนวนทหารได้
‘ถึงแม้ว่าเราจะสามารถขอกำลังทหารจากตระกูลแลนซ์ฟิล…. ‘
แต่ในกรณีนั้นกองกำลังอื่นจะถูกส่งมาที่นี่
อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้
เราต้องหาวิธีอื่น ๆ
โรอันมองไปที่ใบหน้าของผู้นำกองร้อย
“ผู้นำกองร้อยนำคนบาดเจ็บและคนเสียชีวิตรวบรวมไปที่ห้องประชุม”
“ครับผม!”
อัสติน, เซมิและผู้นำกองร้อยคนอื่นได้ตอบกลับเป็นเสียงเดียว แล้วพวกเขาก็ย้ายไปอยู่กับกองร้อยของตัวเองและก็เดินออกไป

โรอันมองไปที่พวกเขา

‘อืมม’

เขาเห็นเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บ

เขารู้สึกขมขึ้น

‘ถ้าเรามีหมอก็อาจจะช่วยเหลือในการรักษาพวกเขาได้’

แต่ไม่มีทางที่หมอจะถูกส่งเข้าไปในดินแดนที่แห้งแล้งแห่งนี้

‘เราต้องกำหนดรูปแบบการรักษาอย่างชัดเจน.’

มันเป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเหล่าทหาร

โรอันคิดถึงเรื่องต่างๆนาๆขณะเดินออกไป

สถานที่ที่เขาไปคือที่ทำการของเหล่าตัวแทน

มีบางอย่างที่เขาต้องตรวจสอบก่อนการประชุม

‘มันคงจะดีถ้าเรามีเวลาอีกสักหน่อย ก่อนที่จะมีการการอพยพที่โพสคีน

ก้าวเดินของเขาเริ่มเร็วขึ้น

ราวกับมีเปลวไฟปรากฏในดวงตาสองข้างของเขา

……………

“มีทหารเสียชีวิต มากกว่าที่เราคาดคิดไว้”

“และคนบาดเจ็บส่วนใหญ่นั้นปกติ”

รายงานของผู้นำกองร้อย

การต่อสู้ครั้งนี้เป็นชัยชนะที่สมบูรณ์และมีทหารตายจำนวนน้อย

แต่การแสดงออกของ โรอันและเหล่าผู้นำกองร้อยต่างมืดมน

อัสตินลังเลครู่หนึ่งแล้วก็พูดออกมา

“แน่นอนเราชนะสงครามหลายครั้งและจำนวนทหารที่เสียชีวิต และเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บนั้น อยู่ในระดับต่ำ แต่การต่อสู้ทีเกิดขึ้นสองถึงสามครั้งภายในหนึ่งวัน ทำให้การบาดเจ็บนั้นสะสมไปเรื่อยๆ ”

เซมิได้พูดต่อ

“และความเหนื่อยล้าของเหล่าทหารที่อยู่ในระดับที่เป็นอันตราย ถ้าเรารักษาปัญหานี้ไม่ได้ ขวัญกำลังใจของเหล่าทหารจะลดลงไปด้วย ”
โรอันพยักหน้า
เขาก็มีความคิดเช่นเดียวกับพวกเขา

“ไม่มีวิธีดีๆเลยหรือ?”

คำถามของโรอัน ทุกคนได้แต่ปิดปาก

ไม่ใช้ว่าเพราะพวกเขาไม่มีวิธีการเสนอ

แต่เป็นเพราะวิธีการที่ยากลำบากทั้งหมดจึงไม่สามารถพูดออกมาได้

โรอัน มองไปที่ใบหน้าของเหล่าผู้นำกองร้อยและกล่าวออกมา

“หรือว่าจะนำชาวบ้านจากภูมิภาคอื่นๆเข้ามา ?”

ไม่จำเป็นต้องไปไกล มีผู้คนจำนวนมากที่ที่เล่ล่อนอยู่ในดินแดนของ เคานต์เชส

นอกจากนั้น ผู้คนที่เดินเล่ล่อนอยู่นั้นส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกันหมด

หากพวกเขาได้รับที่ดินเพื่อทำฟาร์มและบ้านพวกเขาก็สามารถที่จะนำลูกชายวัยผู้ใหญ่อย่างน้อยหนึ่งคนเข้ากองร้อยได้

‘หลังจากการอพยพที่โพสคีน ได้ข้อสรุปเราจะต้องเพิ่มจำนวนของผู้อยู่อาศัย ‘

การนำผู้อาศัยในดินแดนอื่น ๆเข้ามานั้น มีประสิทธิภาพมากที่สุด

แต่

“พวกเราไม่รู้ว่าจำนวนของพวกเขาจะเยอะหรือจะน้อย”

“และขุนนางและพวกชนชั้นสูงจะไม่ยอม มองพวกเขาออกไปจากพื้นที่ของพวกเขาอย่างเฉยๆแน่”

เสียงโต้แย้งดังออกมาจากพวกเขา

แม้ในขณะที่โรอันได้เริ่มต้นด้วยการพูดความคิดของเขา เหล่าผู้นำกองร้อยคนอื่นก็เริ่มพูดความคิดของตัวเองออกมา

เซมิได้เคาะไปที่โต๊ะและพูดออกมาว่า

“ถ้าเป็นการซื้อทาส? ถ้าพวกเราบอกพวกเขาว่าพวกเขาจะสามารถกลายเป็นพลเมืองปกติได้พวกเขาจะต่อสู้กันอย่างกล้าหาญแน่ ”

เทนที่รับฟังอยู่ได้ส่ายหน้า

“พวกเราไม่ได้มีเวลาว่างที่จะทำในตอนนี้”

และรายได้ส่วนใหญ่ของกองกำลังได้นำไปลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ของฟอร์ด

จากนั้นพีทก็พูดออกมา

“ถ้าเป็นการทำข้อตกลงกับพวกทหารรับจ้าง? หลังจากสงครามสิ้นสุดลงพวกเขาจะไม่มีงานทำมากนักดังนั้นพวกเราจึงสามารถใช้งานได้โดยใช้ปริมาณเงินที่น้อยมากได้”
จากคำพูดเของเขาเหล่าผู้นำกองร้อยได้พยักหน้า
แต่อัสตินได้มีความสงสัยออกมา
“ถึงยังไงก็ตามพวกเราก็ต้องการเงินจำนวนมากสำหรับทหารรับจ้าง ถ้าหากพวกเรานำพวกเขาเข้ามา ขวัญกำลังใจของเหล่าทหารจะลดลงและมีโอกาสสูงที่ความสมดุลจะหายไป และจะเริ่มยุ่งเหยิง ”
มันเป็นความจริง
เป็นประจำสำหรับทหารรับจ้างที่หยาบคายและทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ทุกอย่างราบรื่น
‘ทหารรับจ้างเป็นเหมือนใบมีดสองขั้ว’
โรอันหายใจเข้าลึก ๆ
‘ถ้าใช้มันดีๆพวกเขาจะกลายเป็นอาวุธขนาดใหญ่ แต่ถ้าผิดพลาดก็สามารถตัดมือของตนเองได้’
มันลึกซึ้งกว่านั้น
การประชุมยังคงดำเนินต่อไป แต่ไม่สามารถคิดวิธีการที่ชัดเจนได้
และการขบคิดก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเช่นกัน
แล้วก็
“อืม …… ..”
คนที่เพิ่งพูดคือแฮร์ริสัน
เขาเป็นหัวหน้ากองร้อยที่เด็กที่สุดและเป็นคนที่มีประสบการณ์น้อยที่สุด
เขามองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรอบและพูดอย่างรอบคอบ
“และถ้าเป็นขอกำลังสนับสนุนจากตระกูลแลนซ์ฟิล?”
จากคำพูดนั้น เซมิได้ส่ายหัวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าทหารของ เคานต์ แลนซ์ฟิล มาน้ำหนักของผู้บังคับบัญชาก็จะขยับไปทางเขาและมันค่อนข้างจะกลายเป็นปัญ…… ”
“ไม่ เราไม่ได้หมายความแบบนั้น …… ”
แฮร์ริสันส่ายมือและขัดจังหวะเขา
เขามองไปที่ โรอัน และพูดว่า
“ถ้าเป็นการนำผู้คนในดินแดนของ เคานต์ แลนซ์ฟิล?”
“อา ……”
เหล่าผู้นำกองร้อยต่างอุทานออกมา
และโรอันก็เหมือนกัน

“เนื่องจากเป็นการโยกย้ายถิ่นฐานในดินแดนของเขาเองจึงไม่มีปัญหาใด ๆ ”

ในดินแดนของ แลนซ์ฟิล มีผู้คนเล่ล่อนไม่มากเมื่อเทียบกับสถานที่อื่น ๆ

ด้วยเหตุนี้พวกพวกเขาต้องโยกย้ายถิ่นฐานจากหลายพื้นที่

แม้กระนั้นก็ตามวิธีการนี้ง่ายกว่าการนำคนที่เล่ล่อนจากดินแดนอื่น ๆเข้ามา

เพียง แต่พวกเขาต้องการสิทธิ์ของ ไอโอ

‘ตอนนี้เราจะต้องส่งจดหมายไปหาเขา’

หากมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อยพวกเขาก็ต้องทดลองใช้

‘เรายังพยายามใช้วิธีการอื่นด้วย’

ซื้อทาส อพยพคนจากดินแดนอื่น หรือทำสัญญากับทหารรับจ้าง

แม้จะไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม การลองทำหลาย ๆ อย่างนั้นจะดีกว่า

“เหล่าผู้นำกองร้อยรวมรวบความคิดเห็นทั้งหมดไว้และรอดำเนินการต่อไป”

โรอันมองไปที่ใบหน้าของเหล่าผู้นำกองร้อย

“ผู้นำกองร้อย ดูแลสุขภาพและให้กำลังใจในการทำงานแก่เหล่าทหารของพวกเจ้าด้วย”

“ครับผม”

อัสติน, เซมิ, และคนอื่น ๆ ทั้งหมดได้โค้งคำนับ

โรอันกำหมัดของเขาแน่น

“มันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่กองกำลังแอมเมอเรน ของเรา …… ”

เขาเพิ่มพลังลงไปในน้ำเสียงของเขา

“อย่ายอมแพ้.”

เหล่าผู้นำกองร้อยต่างกลืนน้ำลายแห้งๆ

ความแน่วแน่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา

‘เชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชากองกำลัง’

ความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ ของสมาชิกกองกำลังนั้นเป็นเรื่องที่แน่นอน
‘ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ จะเกิดขึ้น ถ้าพวกเรามีผู้บัญชาการโรอัน พวกเราก็จะสามารถเอาชนะได้ทั้งหมด’
ความร้อนแปลก ๆ ได้เข้ามาในห้องประชุม

และนั่นคือความเร่าร้อนของพวกเขาเอง

…………………

อย่างแรกโรอันได้เขียนจดหมายสำหรับ ไอโอ

เนื้อหาเกี่ยวกับการโยกย้ายถิ่นที่อยู่และการเพิ่มจำนวนสมาชิกกองกำลังของเขาได้ถูกเขียนลงไป

ในเวลาเดียวกันเขาสั่งให้ตัวแทนของหน่วยงานที่ทำงานในภาคตะวันออกได้หาซื้อทาส และทำสัญญากับทหารรับจ้างและผลักดันการโยกย้ายถิ่นฐานของภูมิภาคอื่น ๆ อย่างลับ ๆ ให้ได้มากที่สุด

แต่การเงินของพวกเขายังมีไม่มากทำให้การทำงานนั้นไม่ได้เร็วเท่าไร

แต่โรอันยังคงพอใจกับเรื่องนี้

เนื่องจากสถานการณ์กำลังดีขึ้นและแม้ว่าจะดีขึ้นทีละนิด ๆ

ครืนนน!

กำปั้นของโรอันได้พังทลายลำต้นของต้นไม้ใหญ่

“เฮ้อ”

เขาถอนหายใจออกมา

บริเวณรอบ ๆ เละเทะไปหมด

ต้นไม้อยู่ภายในป่าที่ ไม่สามารถทนต่อการเตะและต่อยและพังทลายลงไป

โรอัน มุ่งเน้นไปในการฝึกเทคนิคการต่อสู้ของเรด ในป่าที่อยู่ใกล้กับกองกำลัง

‘การฝึกอบรมกองกำลังเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราไม่สามารถหย่อนตัวเองในการฝึกส่วนตัวได้’

เขากำลังดูแลหลายสิ่งในเวลาเดียวกันดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาฝึกส่วนตัว

แม้ว่าเขาจะยังคงฝึกฝนเทคนิคเฟรมดอร์ เทคนิคหอกโรอัน และเทคนิคหลายอย่างที่เขาจำได้ในหัวของเขา เขาก็ไม่ละเลยเทคนิคที่ทำให้เรดเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

แต่เนืองจากระดับของเทคนิคนี้สูงเกินไปและในปัจจุบันมีระดับของ โรอัน ทำให้ มีหลายส่วนที่ยากที่จะเข้าใจ

‘แม้ว่าจะยังคงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เทคนิคนี้สมบูรณ์แบบ …… .. ‘

แม้กระทั่งตอนที่เขาเพิ่งได้เรียนรู้พื้นฐานการเคลื่อนไหว การใช้เทคนิคมานาเขาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน
การเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปไม่มีการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นเลย มานาในร่างกายของเขาก็นุ่มนวลมากขึ้น และเขาสามารถใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ระดับของเขาตอนนี้น่าจะอยู่ในระดับของอัศวิน?
ระดับมานาของ โรอันได้เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากที่ มานาเอ่อล้นออกมา
เขาผ่านระดับของอัศวินฝึกหัดและมาถึงระดับของอัศวินระดับกลาง
แต่พลังของมานาจริงๆของเขาอยู่ในระดับเหนือกว่าอัศวิน
เทคนิคมานาเฟรมดอร์นั้นสุดยอดมาก
“ถ้าเราฝึกฝนอีกสักหน่อย เราก็สามารถปล่อยออร่าออกมาได้”
มันจะไม่เพียงแค่ปกคลุมหอกด้วยมานาเท่านั้น แต่เขาสามารถกลั่นมานาออกมาเพื่อสร้างออร่าได้
ถ้าเขาทำได้ จะไม่มีใครสามารถสู้กับโรอันได้ในแง่ของระดับของมานายกเว้นเหล่าอัศวินของพระราชวงศ์เท่านั้น
‘ไม่มีเทคนิคหอกไหนที่จะสามารถทำให้เกิดพลังของออร่าออกมาได้’
เทคนิคดั้งเดิมของ โรอัน คือท่าหอกของเพียร์สที่ใช้โดยทหารธรรมดาที่ไม่มีมานา
ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถใช้พลังแห่งออร่าได้อย่างเต็มที่
‘นี่คือเหตุผลที่เราต้องมุ่งเน้นในการฝึกเทคนิคการต่อสู้ของเรด’
มันเป็นศิลปะการต่อสู้เพียงอย่างเดียวที่สามารถทำให้เขาแสดงพลังอันแท้จริงของมานาได้
โรอันหายใจเข้าลึกและกำหมัดไว้
ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง!
เขาได้ต่อยออกไป 5 ครั้ง
บูม!
ต้นไม้ที่ล้มลงไปในที่สุด
ขณะที่เขาส่ายมือ เศษไม้ที่ติดตามมือก็ล่วงหล่นลงไป
ตอนนั้นเองได้มีบางสิ่งบางอย่างได้เข้าสู่สายตาของโรอัน
“หืม?”

ขณะที่เขาเพ่งมองไป เขาเห็นทิวทัศน์ที่อยู่ห่างไกลได้ไกล้เข้ามาราวกับว่ามันอยู่ตรงหน้าของเขา

‘ทหาร?’

กลุ่มทหารกำลังเข้าใกล้กองบัญชาการ

เขามองเห็นสัญลักษณ์บนธงที่อยู่ด้านหน้า

มันเป็นสัญลักษณ์ที่คุ้นเคยจริงๆ
ตระกูลแลนซ์ฟิล?

มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลย

พวกเขาได้มาก่อนที่จดหมายจะถึงมือเขา.’

โรอันส่ายหน้าแล้วเดินออกไป

เบื้องหน้าเขาเป็นกองบัญชาการ

องครักษ์ที่เป็นผู้ถือธงของตระกูลแลนซ์ฟิลก็สั่นกระดิ่ง

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

ก่อนที่เขาจะเดินเข้าสู่กองบัญชาการ อัสตินและเซมิ ก็วิ่งเข้ามา

อัสตินทำความเคารพก่อนจะรายงานในสิ่งที่เขารู้

“นั้นเป็นธงของตระกูลแลนซ์ฟิล”

โรอันพยักหน้าช้าๆ

“พวกเขามาทำอะไรที่นี่?”
เซมิถามกลับด้วยอาการอยากรู้เสียเต็มประดา

แต่โรอันไม่ตอบ

แต่กลับถอนหายใจแล้วออกคำสั่ง

“เตรียมตัวต้อนรับแขกด้วย”

“ได้ครับ เข้าใจแล้ว”

อัสตินและเซมิตอบพร้อมกัน

ทั้งสองคนเดินออกไปท่ามกลางทหารที่เดินกันขวักไขว่

ขอบคุณที่เตรียมการเสร็จเร็วกว่าที่เขาคิด

ผู้นำกองร้อยและสมาชิกกองร้อยมาถึงทีหลังโรอัน

มันเป็นภาพที่ตรึงตาเขามาก

เขาเห็นธงของตระกูลแลนซ์ฟิลผ่านเข้าไปในประตูทางเข้าศูนย์บัญชาการ

‘อา ………’

โรอันครางเสียงต่ำในลำคอ

ด้านล่างธงที่ปลิวไสว

มีชายผู้หนึ่งที่เป็นผู้นำกลุ่ม

โรอันรู้สึกคุ้นเคยกับชายผู้นั้น

โรอันถอนหายใจสั้น ๆ

‘เคานท์ แลนซ์ฟิล’

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

คนที่มาพร้อมกับธงของตระกูลแลนซ์ฟิล

นั่นไม่ใช่ใครนอกจากไอโอ แลนซ์ฟิล

……………..
พระอาทิตย์ตกดินในที่เขตเทลให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

ไอโอมองไปบนท้องฟ้าทางทิศตะวันตก เขาสะพายกระเป๋าใบใหญ่ที่หลัง

ดวงอาทิตย์ดวงโตสีแดงส่องแสงสุดท้ายไปตามทิวเขา

เขารู้สึกประหลาดใจเมื่อมองไปพบกับรั้วสูงและหอสังเกตการณ์ที่ตั้งตระหง่านล้อมรอบกองบัญชาการ

“มันเป็นค่ายที่มีโครงสร้างแข็งแรง”

ได้ยินดังนั้น โรอันที่อยู่ข้างหลังเขาก็พูดต่อ

“แต่ก็ดูเยอะเกินไปเหมือนกันครับ”

“ไม่ มันน่าทึ่งจริงๆ ”

ความรู้สึกของไอโอถ่ายทอดมายังสายตาของเขาราวกับยืนยันว่ามันเป็นความจริง

โรอันยิ้มจางๆ แทนการตอบกลับ

‘ทุกอย่างตรงหน้าเขาสร้างขึ้นเพียงระยะเวลาแค่เจ็ดเดือนเท่านั้น ……… ‘
ไอโอมองโรอันอย่างประหลาดใจ

‘เราทำถูกแล้วที่ส่งเขามาที่นี่’

เขานำอัศวินและเหล่าทหารมาหลังจากเขาได้เดินทางไปยังภาคตะวันออก

และเพราะว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มมอนสเตอร์แถบทะเลสาบทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

พวกเขาเคยลาดตระเวนที่เขตเทลหลังจากที่คิดว่าจะกวาดล้างพวกมอนสเตอร์

‘แต่เราคิดว่าสถานการณ์น่าจะเลวร้ายยิ่งขึ้น …… ‘

มันเป็นสรวงสวรรค์ของเหล่ามอนเตอร์

แต่ความคิดของไอโอได้เปลี่ยนไป

เขตเทลเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและสงบสุขกว่าเขตอื่นๆในดินแดนตะวันออก

เมื่อไอโอและพรรคพวกของเขาเข้ามาในเขตเทล พวกเขาไม่เคยได้เห็นมอนสเตอร์แม้แต่ตัวเดียว

‘เราเริ่มสงสัยว่าแล้วมันเป็นเขตเทลจริงๆใช่ไหม’

ไอโอยิ้ม เขาจ้องไปที่ตาทั้งคู่ของโรอัน

‘ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ต้องขอบคุณโรอัน เขาทำทุกสิ่งภายในเวลาเพียงเจ็ดเดือนเท่านั้นทั้งๆที่แท้จริงแล้วต้องใช้เวลาหลายปี’

ไอโอจับไปไหล่ของโรอัน

“โรอัน”.

“ครับ ท่านเคานท์”

“ขอบคุณจริงๆ”

จากคำพูดสั้นๆนี้ทำให้โรอันทำหน้างง

“เอ่อ ท..ท่านขอบคุณสำหรับอะไร …… ”

ไอโอยิ้มกว้างกับคำพูดตะกุกตะกักของโรอัน

“เพื่อยืนยันว่าเรามองคนไม่ผิด”

“อา …… ..”

โรอันอุทานออกมาในลำคอ

ไอโอตบบ่าโรอันแล้วพูดต่อ

“ข้าได้รับจดหมายตอนที่ข้ามาที่นี่”

เขาดึงซองจดหมายออกมา

มันเป็นจดหมายที่โรอันส่งให้เขาผ่านทางหน่วยงาน

อ่าห์….พวกเขาพบกันกลางทาง

โรอันเริ่มเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เขากังวลเกี่ยวกับปฏิกิริยาตอบกลับของไอโอ

แต่ตรงกันข้ามกับความคิดของเขา การแสดงออกของไอโอเป็นไปด้วยดี

เขายิ้มอย่างสดใสโดยไม่มีทีท่ากังวล

“เราจะโยกย้ายกลุ่มของผู้อยู่อาศัยไปยังเขตเทลตามที่เจ้าต้องการ”

ไอโอมองไปที่สภาพแวดล้อมรอบๆแล้วพูดขึ้นว่า

“จะไม่มีสถานใดที่ปลอดภัยกว่าที่นี่ แม้แต่ภายในเขตของฉัน”

นอกเหนือจากนั้นประชาชนจะได้รับการยกเว้นภาษีและจัดหาที่อยู่อาศัยให้

ทำเลของที่พักอาศัยก็เป็นปัจจัยนึงที่สามารถดึงพวกเขาเข้ามา

“ขอบคุณมาก”

โรอันโค้งคำนับในการตัดสินใจที่ชัดเจนของไอโอ

มันเป็นช่วงเวลาที่ปัญหาใหญ่ได้รับการปลดล็อค

ไอโอมองไปที่โรอันพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ

‘อพยพผู้คนไปยังเขตเทล……?’
รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น

‘นั่นเป็นแค่สิ่งที่เราต้องการ และถ้าบางทีโรอันสามารถพิชิตมอนสเตอร์ของภูมิภาคนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบละก็………… ‘

สายตาของเขามีความหวัง

‘ข้าจะเป็นผู้พาเขาไปที่พระราชวังเอง’

โรอันไม่ใช่ผู้ที่จะอยู่แค่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารได้อีกต่อไป

แม้ว่าเขาจะเคยกระทำการรุนแรงต่อขุนนางและถือว่าเป็นความผิดใหญ่ แต่การปราบปรามมอนสเตอร์ในเขตเทลก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรที่จะทำให้เขาได้รับการอภัยโทษ

‘โรอัน’

แววตาของไอโออ่อนลง เขาจ้องไปที่ใบหน้าของโรอัน

‘ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นโลกใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ไม่…………’

ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าโลกนี้สวยงามเพียงใด

เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วรัวพร้อมๆกับเลือดที่สูบฉีดแรงไปทั่วร่างกาย

‘ข้าจะเปิดโลกใบใหม่ให้เจ้าได้เห็น’