0 Views

ปิศาจแห่งสนามรบ
นั่นคือชื่อเล่นที่มอบให้แก่โรอันระหว่างการกวาดล้างในที่ราบพีเดี่ยน
ชื่อเล่นนี้ได้รับเพราะเขาได้พบกับรังของพวกมอนเตอร์ได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่เพราะพลังหรือความสามารถ
แต่เป็นเพราะการพยากรณ์
อย่างไรก็ตามตอนนี้ โรอันดูเหมือนปิศาจจริงๆ
ฉั่วะ!
หอกทราเวียสได้ตวัดผ่านอากาศ
เนื่องจากเทคนิคมานาเฟรมดอร์ ทำให้มีแสงสีขาวล้อมรอบหอกของเขา
ฉั่วะ! ฉึก!
“กรี๊ซซซซซ!”
“ก๊าซซซ!”
เสียงร้องของเหล่ามอนสเตอร์ได้เริ่เปลี่ยนเป็นเสียงที่ดูโหดร้าย
ทุกครั้งที่หอกทราเวียสได้เคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวก็มอนสเตอร์หลายตัวล้มลงไป
หอกได้วาดออกไปเป็นเส้นตรง
เลือดได้ไหลออกมาตามเส้นนั้น
ฉั่วะ!
เลือดได้กระจายไปในอากาศ รอบๆสนามรบ
ในการเคลื่อนไหวมือของโรอัน มือธงได้ย้ายธงของไปมาอย่างรวดเร็ว
ฟุบ! ฟุบ!
ต่อจากนั้นเสียงของแตรและกลองก็ดังออกมา
ปรู๊นนน! ตึง! ตึง! ตึง!
กองร้อยทั้งสี่ทีมได้กระจายออกไปอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และได้ผลักดันเหล่ามอนสเตอร์ออกไป
กองกำลังแอมเมอเรน ได้มีพลังและแรงเหนือกว่าพวกมันอย่างมากมาย
แต่จำนวนของมอนสเตอร์นั้นสูงกว่าสองเท่า
การต่อสู้เริ่มรุนแรงขึ้นกว่าที่พวกเขาคิดไว้
“คนบาดเจ็บไปที่ด้านหลัง! แล้วรีบเติมรูปแบบทัพที่ทลายไปด้วย! ”
โรอันตะโกนด้วยแรงทั้งหมดไปที่ด้านหน้า
กองร้อยแต่ะกองจะมีการจัดการผ่านทหารตัวแทน10นาย
“ถ้าเราพ่ายแพ้หมู่บ้านจะถูกทำลาย”
โรอันตะโกนออกมาดัง ๆ
เขามีท่าทางมุ่งมั่น
เขาเพิ่มแรงเข้าไปในมือของเขา
และก็เป็นเช่นเดียวกันสำหรับสมาชิกของกองกำลังแอมเมอเรน
พวกเขาได้เข้าใจลักษณะนิสัยและความคิดของโรอัน ขณะที่ได้ร่วมรบในสนามรบอยู่กับเขาได้อย่างชัดเจน
‘พวกเราต้องปกป้องชาวบ้าน’
พวกเขาเป็นคนที่เราต้องปกป้อง
เหล่าทหารได้หายใจลึก ๆ
จำนวนของมอนสเตอร์ยังคงมีมากกว่าหนึ่งพัน ตัว
โรอันและสมาชิกกองกำลังได้มองไปที่พวกมันอย่างเยือกเย็น
ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเขาไม่สามารถหวังโชค
มีแต่ความพลังปะทะกับพลังเท่านั้น
“พุ่งเข้าไป!”
“ว้ากกกก!”
พวกเขาต้องการรับชัยชนะในศึกครั้งนี้
“ชีวววว์!”
“ก๊าซซซ!”
แนวหน้าของทั้งสองฝ่ายได้เข้าปะทะกัน
การสู้รบครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นที่ด้านหน้าหมู่บ้าน
ฉั่วะ!
หอกของโรอันได้กวัดแกว่งไปมาและได้วาดเป็นเส้นออกไป
…………….
“เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจยาวดังออกมา
โรอันได้ยืนอยู่ตรงกลางสนามรบ
‘มันจบลงแล้ว?’
เป็นการสู้รบที่โหดร้ายมาก
มากจนเป็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เขากลับมาสู่อดีต
บริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยซากศพของพวกมอนเตอร์
เลือดไหลผ่านเกราะ หอกและหมวกเหล็ก
“ไม่มีมอนสเตอร์ตัวใดที่ยังมีชีวิตอยู่”
“มอนสเตอร์ถูกทำลายล้างแล้ว”
เซมิและผู้นำกองร้อยหลายคนเข้าหาและทักทาย
พวกเขาทั้งหมดต่างดูไม่ค่อยดี
อย่างไรก็ตามความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจ ได้ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา
“กอบกู้ศพของเหล่าทหารที่เสียชีวิตในสนามรบและรักษาผู้บาดเจ็บ”
“ครับผม! เข้าใจแล้วครับ.”
จากคำสั่งของโรอัน ผู้นำกองร้อยได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทรงพลังและกระจัดกระจายออกไปทางด้านข้าง
ในไม่ช้าเหล่าทหารก็เริ่มเคลื่อนไหวรวดเร็ว ตามคำสั่งของเขา
โรอัน มองไปที่นั่นสักครู่แล้วเดินไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
เอี๊ยดดด!
ประตูที่ปิดสนิทเริ่มเปิดทันที ราวกับว่ากำลังรอเขาอยู่
เขาเห็นฮันส์และชาวบ้านร่องประตูที่กำลังเปิดอยู่
ทุกคนต่างเข้ามาหาด้วยท่าทางตื่นเต้น
โรอันเช็ดเลือดออกจากเกราะของเขาและยืนอยู่ตรงหน้าเหล่าชาวบ้าน
“ผมเป็นผู้บัญชาการกองกำลังโรอัน ของกองกำลังแอมเมอเรน”
เขาพูดพร้อมกับก้มหัวลงนิดนึง
ในขณะนั้นเอง ฮันส์และคนอื่น ๆ ก็ได้โค้งศรีษะลงเหมือนกัน
” ขอบคุณมาก!
“พวกเราสามารถที่จะรักษาชีวิตของเราได้เป็นเพราะท่าน”
“ขอบคุณมาก.”
โรอันเผยรอยยิ้มจางๆออกมา
“ผมดีใจที่ทุกคนปลอดภัย”
มันเป็นความจริง
เขาดีใจที่คนในหมู่บ้านปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม
“มีเหล่าทหารที่ เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่เราคิดในตอนแรก”
นี่คือโชคชะตาของเหล่าทหาร
พวกเขาเป็นหนึ่งในคนที่จบลงด้วยการตายเพื่อที่จะปกป้องเหล่าชาวบ้านไว้
‘เราจะไม่ลืมความตายของพวกเขา’
โรอันหายใจเข้าลึก ๆ
จากนั้นฮันส์ที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็ได้พูดด้วยเสียงเบาๆ ราวกับว่าเขากำลังกระซิบอยู่
“ท่านรู้ได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?”
โรอันยิ้มจางๆ และอธิบายเกี่ยวกับระบบลาดตระเวนและไฟสัญญาณในลักษณะง่ายๆ
ฮันส์ ผู้ที่ฟังอยู่ได้พยักหน้าด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
“เขามีระบบการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ”
ยิ่งเขาเห็นโรอันมากเท่าใด เขาก็รู้สึกเชื่อถือมากขึ้นเรื่อย
“อา ……”
จากนั้นเขาก็เห็นพวกทหาร กำลังเรียงศพของเหล่าทหารที่ถูกวางเรียงไว้ด้านหลังของโรอัน
ในเวลานั้นท่าทางของฮันส์เปลี่ยนไป
“ดูเหมือนทหารหลายคนได้เสียชีวิตเพราะพวกเรา ……… ดูเหมือนว่าท่านจะประสบความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับหมู่บ้านที่ไม่สำคัญหรือไม่จำเป็นที่จะต้องมีอยู่”
ฮันส์มองไปที่ชาวบ้าน
กองกำลังแอมเมอเรน ใช้แรงกันไปเท่าไรในการปกป้องหมู่บ้าน?
พวกเขาไม่สามารถลืมรูปลักษณ์ที่น่าสงสารของเหล่าทหาร
ชาวบ้านรวบมือทั้งสองข้างไว้ที่ทรวงอกและโค้งคำนับเล็กน้อย
โรอันส่ายหัวเล็กน้อย
“บทบาทของพวกเราคือการปกป้องชีวิตและทำให้เหล่าชาวบ้านนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดี”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยพลัง
“พวกเราไม่ต่างอะไรจากครอบครัว”
โรอันมองไปที่ใบหน้าของ ฮันส์ และชาวบ้าน
“เราและกองกำลังแอมเมอเรนของเราไม่เคยลืมครอบครัวนี้ได้”
แม้ว่าเขาจะเป็นราชันที่มีพลังและร่ำรวย แต่เขาก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในถ้าราชันได้ทิ้งขว้างพลเมืองของตน
‘นั่นคือราชันที่แท้จริง’
นี่เป็นหลักการหนึ่งของราชันที่เขาคิดไว้และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
นั่นคือความรักที่มีต่อพลเมืองของเขา
“อ่า … ..”
ฮันส์และชาวบ้านปล่อยคำอุทานออกมาต่ำ
‘ข้ารู้ว่าเขาเป็นคนดี … ‘
เมื่อ โรอันมาถึงหมู่บ้านในตอนแรกพร้อมกับกองกำลังแอมเมอเรน
เขาได้สร้างรั้วที่สูงขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นและสร้างหอสังเกตการณ์ให้
และยังได้จัดวางระบบในการป้องกันไว้
ตอนนี้ พวกเขารู้สึกว่าโรอันแตกต่างจากผู้บัญชาการทั่วไปที่เคยพบมาจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ทราบว่าคนที่มียิ่งใหญ่เช่นนี้ จะนำชีวิตของเขามาปกป้องคนธรรมดาอย่างพวกเรา
ฮันส์รู้เหตุผลว่าเหตุใดเหล่ากองร้อยจึงเคลื่อนที่โดยไม่ลังเล เลยจากคำสั่งของโรอัน
‘ถ้าเป็นของเขา พวกเขาก็สามารถเชื่อมั่นและปฏิบัติตามเขาได้’
เขารู้สึกเช่นนั้น
ตอนนั้นเองโรอันก็พูดออกมา
“หัวหน้า ผมมีอะไรจะบอกเป็นการส่วนตัว ”
เขาพูดด้วยท่าทางระมัดระวังและคำพูดที่แตกต่างจากที่เคย
ฮันส์พยักหน้า
“ได้ ไปที่บ้านของผมเถอะ ”
เขาเป็นผู้มีพระคุณในชีวิตของเขา
เขากำลังวางแผนที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด
ฮันส์เดินไปข้างหน้าและโรอันเดินตามเขาไป
ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในรั้วพวกเขาเห็นหมู่บ้านเก่าแก่ แต่ดูสะอาด
เด็ก ๆ มองเขาด้วดวงยตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้
เหล่าผู้หญิงดึงเด็กเหล่านั้นเข้าสู่อ้อมกอดของพวกเธอ
เป็นทัศนียภาพที่เงียบสงบจริงๆ
‘เราทำได้ดีในการปกป้องพวกเขาโดยใช้ชีวิตของเราแขวนบนเส้นด้าย’
เราาต้องการปกป้องความสุขเล็กๆและเรียบง่ายนี้
โรอันหายใจเข้าลึก ๆ
‘เพื่อรักษาความสุขนี้ …… .. ‘
มีความจำเป็นที่จะต้องอพยพชาวบ้านไปยังพื้นที่ใหม่ ทางใต้
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่การเรื่องดินที่อุดมสมบูรณ์อย่างเดียว
‘พวกมอนเตอร์ที่อพยพไปทางทิศเหนือนั้นเป็นไปตามที่เราได้คิดไว้’
โรอัน รู้เหตุผลว่าทำไมเหล่ามอนสเตอร์จึงเคลื่อนที่ไปทางเหนือ
‘เหลือเวลาไม่มากนักสำหรับการอพยพหนีที่ทะเลสาบโพสคีน’
ดวงตาของเขาสงบลง
การอพยพที่ โพสคีน
เป็นปรากฏการณ์แปลก ๆ ที่ได้รับการเปิดเผยหลังจากที่เวลาได้ผ่านไปยาวนานในชาติที่แล้ว
“เฮ้อ.”
โรอันถอนหายใจออกมาและส่ายหัว
‘เราจะต้องรีบขึ้นอีกหน่อย’
สำหรับ โรอัน การอพยพที่ โพสคีน ถือเป็นเรื่องอันตรายและเป็นโอกาส
‘และเพื่อเปลี่ยนอันตรายให้เป็นโอกาส …… .. ‘
หลายแผนการได้เข้ามาในหัวของเขา
ราวกับมีแสงวาวออกมาจากดวงตาของเขา
…………….
การอพยพหนีทะเลสาบโพสคีน
หลังจากสงครามระหว่างอาณาจักรรินท์และไบรอน อาณาจักรภายในทวีปก็ได้อยู่ช่วงเวลาแห่งความปลอดภัยชั่วครู่
อาณาจักรที่ทำสงครามก็ได้มุ่งความสนใจไปที่การทำความสะอาดต่างๆ และคนที่ไม่ได้ทำสงครามก็มุ่งความสนใจไปในชีวิตของพวกเขา
ขณะนั้นเอง
มอนสเตอร์เริ่มหลบหนีออกจากบริเวณทะเลสาบ โพสคีนมาสู่ที่ราบ
ทั้งสี่อาณาจักรรอบทะเลสาบ โพสคีน ไม่สามารถป้องกันปรากฏการณ์ฉับพลันนี้ได้และทำให้หมู่บ้าน บริเวณใกล้กับทะเลสาบได้ถูกทำลายลง
ทั้งสี่อาณาจักรได้ระดมกำลังของพวกเขาและทำการกวาดล้างพวกมอนสเตอร์และหลังจากได้ทำสงครามไปเป็นเวลาสามเดือน พวกเขาก็สามารถกำจัดพวกมอนเตอร์ทั้งหมดลงได้
สี่อาณาจักรที่ห่างเหินกันก็ได้เริ่มต้นทำงานร่วมกันในโอกาสนี้
ตอนแรก หน่วยสืบสวน ได้ค้นคว้าเหตุผลว่าทำไมมอนสเตอร์จึงเริ่มหลั่งไหลลงมายังพื้นดินอย่างฉับพลัน
อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะใช้เวลาแปดปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยเหตุผลที่ชัดเจนได้
จากนั้น เฟริบ ซึ่งเป็นบรรณารักษ์ ห้องสมุดของ อาณาจักรของ เอสเทีย ได้พบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ
ในหนังสือประวัติศาสตร์ของโรเมโร่ ที่อยู่ภายในห้องสมุด ได้เขียนไว้ว่า “การเคลื่อนไหวของทวีปนั้นมีผลทำให้มอสเตอร์จากรอบๆทะเลสาบโพสคีนได้ไหลลงสู่ดินแดน”
และไม่ได้เขียนเจาะจงถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ  แต่สิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับลางบอกเหตุถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด
และหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจก็คือน้ำจากทะเลสาบโพสคีนซึ่งควรจะไหลเข้าสู่พื้นดินของดินแดนเอสเทล ได้เริ่มไหลผ่านทางอื่น ทำให้การเก็บเกี่ยวลดลง
นอกจากนี้ยังกล่าวว่าโรคที่ไม่รู้จักจะแพร่กระจายออกมาด้วย
และต่อมาก็คือมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ทะเลสาบโพสคีน ก็ได้ย้ายออกไปเพื่อให้ไกลจากทะเลสาบ
โรเมโรได้บันทึกปรากฏการณ์ทะเลสาบโพสคีน นี้ว่า ‘การอพยพของโพสคีน ‘
ทีมวิจัยของราชอาณาจักรทั้งสี่ได้ตระหนักว่าการลดลงของการเก็บเกี่ยวของอาณาจักรเอสเทลและการเคลื่อนไหวที่ไม่รู้จักของเหล่ามอนสเตอร์ทั้งหมดเกิดจากการ
อพยพของ โพสคีน
‘แม้แต่มอนสเตอร์ในพื้นที่เขตุเทล ก็เริ่มเคลื่อนไปทางเหนือแล้วหนีทะเลสาบโพสคีน ไปทางทิศใต้’
นั่นหมายความว่ามีเวลาเหลือไม่มากที่จะเกิดการอพยพอีกครั้ง
‘ความไม่สงบของเหล่ามอนสเตอร์จะรุนแรงมากขึ้นทุกครั้ง’
เป็นผลให้ทางเหนือของเขตเทลไม่ได้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป
หากทั้งสามหมู่บ้านกระจายอยู่เช่นนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อให้เกิดภาระหนักแก่ระบบการป้องกัน
‘ปลอดภัยกว่าถ้าทำการย้ายถิ่นฐานไปยังหมู่บ้านใหม่’
หมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในทางใต้มีการป้องกันที่เหมาะสมและสำนักงานใหญ่ที่กลุ่มกองกำลังร้อยนายอยู่
ในฐานะของชาวบ้านแทนที่จะฝากชีวิตใว้กับรั้วไม้นี่ หอสังเกตุการณ์และยามที่ไม่มีประสบการณ์มันจะปลอดภัยกว่าถ้าย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งใหม่
ถึงแม้ว่าสถานที่นั้นใกล้กับทะเลสาบโพสคีน
“หัวหน้า สิ่งที่เราอยากบอกท่านในวันนี้เกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นฐาน ”
หลังจากที่โรอันพูดจบ ใบหน้าของฮันส์กลายเป็นของเคร่งเครียด
“ทำไม ถึงจะไล่พวกเราออก?”
เขามีความรู้สึกไม่สบายใจ
จากคำพูดนั้นโรอันยิ้มเบา ๆ และส่ายหน้า
“ไม่ พวกเราจำเป็นต้องย้ายถิ่นที่อยู่จากทางเหนือไปทางใต้ ”
“ไปทางใต้?”
จากคำพูดนั้นเป็นคำที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน
โรอัน พยักหน้าช้าๆ
“ใช่ ไปทางใต้.”
เขาอธิบาย ว่าทำไมพวกเขาควรอพยพไปทางใต้อย่างละเอียด
พื้นดินอุดมสมบูรณ์ บ้านที่มีให้มาพร้อมกับค่าตอบแทน  ระบบป้องกันที่ปลอดภัย
สุดท้าย เขาได้เน้นย้ำว่าทางเหนือจะไม่ได้เป็นเขตปลอดภัยอีกต่อไป เพราะความวุ่นวายของเหล่ามอนสเตอร์
แต่แน่นอนเขาไม่ได้พูดเกี่ยวกับการอพยพของโพสคีน
“อืม ……”
ฮันส์จมลงไปในความคิดของเขา
เขาไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงคนเดียว
“ตอนนี้ข้าจะต้องไปปรึกษากับชาวบ้าน”
“ใช่. พูดคุยและอภิปรายและให้พวกเขาตัดสินใจ และถ้าบางที …… ”
โรอัน หยุดคำพูดสุดท้ายไว้สักครู่และพูดต่อ
“มันจะดีกว่าถ้าจะออกจากพื้นที่เขตเทล ชั่วคราวสำหรับคนที่ไม่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปทางใต้”
“มันเป็นเพราะการก่อกวนของพวกมอนสเตอร์?”
ฮันส์ถามอย่างระมัดระวัง
โรอันพยักหน้าช้าๆ
“ใช่ การก่อกวนอาจจะรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปมากขึ้น  แต่มีข้อจำกัดในระบบการป้องกันของกองกำลังของเรา ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะเฝ้าระวังทั้งสามหมู่บ้านทางเหนือทั้งหมด ”
“ใช่.”
ฮันส์ยิ้มอย่างขมขื่น
เขาหายใจเข้าและมองไปที่โรอัน
“ตอนนี้ข้าจะไปพูดกับชาวบ้าน”
“ได้ แล้วผมจะรอข่าวดี ”
โรอันลุกขึ้นยืน
สิ่งที่เขาต้องทำที่นี่สิ้นสุดลง
‘ตอนนี้เราจะต้องรอการตัดสินใจของผู้คนและค่อยไปกวาดล้างมอนสเตอร์บางกลุ่ม’
เขากำลังวางแผนที่จะกวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดการอพยพในทะเลสาบโพสคีน
‘ตอนนี้เราต้องไปหานักเล่นแร่แปรธาตุและช่างตีเหล็ก’
เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ
เขาต้องสร้างและทดสอบอาวุธและเครื่องมือต่างๆที่ได้รับการพัฒนาก่อนการอพยพ
และมันก็ถึงเวลาที่จะย้ายเดฟ และเหล่ากะลาสีที่กำลังขยายกำลังอยู่ในหมู่บ้านของเพอ
‘เราต้องทำทีละอย่าง’
โรอัน กำหมัดของเขา
เขามีฐานอยู่บ้างแล้ว
และตอนนี้เป็นเวลาที่จะยกแกนและสร้างบ้าน
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปกป้องบ้านหลังนี้