0 Views

สถาที่แห่งนี้มีฤดูใบไม้ผลิที่โดดเด่น
ลมได้พัดผ่านค่ายไป
ฟุบ!
ธงที่ปักอยู่หน้าค่ายได้ปลิวไปตามแรงลม
<แอมเมอเรน>
กองกำลังแอมเมอเรน กำลังเดินขบวนอยู่ใต้ธง
ส่วนคนที่นำหน้าก็คือโรอัน
ชุดเกราะของเขาได้ถูกสวมใส่ เนื่องจากมีการสู้รบและการสู้รบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดห้าวันที่ผ่านมา
แต่ดวงตาที่ส่องลงมาภายใต้หมวกเหล็ก มีความสดใสกว่าเมื่อก่อน
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก!”
“ฮู่เล่ กองกำลังแอมเมอเรน!”
ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในค่าย เหล่าทหารยามได้ตะโกนออกมา
กำลังใจของพวกเขานั้นเทียบเท่ากับท้องฟ้า
“ผู้บัญชาการกองกำลัง”
นายร้อย (ผู้นำกองร้อย) เซมิ ที่ทำหน้าที่เฝ้าค่ายอยู่ได้เดินเข้ามา
‘ฮะ?’
โรอันหันไปมอง
เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่เบื้องหลังเซมิ
‘บารอน เฮฟ?’
ชายวัยกลางคนที่ใส่เสื้อผ้าเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขาเป็นผู้รับใช้ของตระกูล แลนซ์ฟิล
เขาได้มาที่นี้ หนึ่งครั้งต่อสองสัปดาห์เพื่อจัดหาอาหารและเสบียงให้ เขาจึงคุ้นเคยกับโรอัน
เซมิพูดเบาๆออกมา
“บารอน เฮฟ มาแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องเสบียง ”
เขาพูดด้วยเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อย
โรอันพยักหน้าช้าๆและโค้งคำนับไปทาง เจรอม
“บารอน เฮฟ”
เขาแลกเปลี่ยนคำทักทายกันเบาๆ
“ผู้บัญชาการโรอัน เจ้ามาแล้ว”
เจรอม ยิ้มอย่างสดใสและคว้ามือของโรอัน
โรอัน
“ผู้บัญชาการโรอัน”
เสียงของ เจรอมลดต่ำลง
เขามีรอยยิ้มจางๆ
“รับนี้ไป”
เขานำซองจดหมายออกมาจากหน้าอกของเขา
เป็นจดหมายของชนชั้นสูง
โรอัน ฉีกออกอย่างระมัดระวังเปิดซองจดหมายและนำกระดาษด้านในออกมา
“อา …… .”
มีเสียงอุทานออกมาจากปากของเขา
ตาของเขาหยุดอยู่กับประโยคหนึ่ง
& เราขอแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารโรอัน จากกองกำลังโรส ที่ถูกเนรเทศไปยังเขคุเทล ให้เป็นแนวหน้าของการปราบปรามเหล่ามอนสเตอร์ &
จดหมายที่เขารอมาห้าเดือน
มันเป็นจดหมายที่บอกถึงการให้อภัยโทษ
ดูเหมือนสถานการณ์ตอนนั้นจะจบลงแล้ว
โรอันได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองหลวงมิลเลอร์ผ่านหน่วยงานของคริส
‘เบนจามินเสียชีวิตในคุก และการตัดสินขั้นสุดท้ายจึงถูกระงับ’
ไม่ใช่ มันเป็นแค่การระงับชั่วคราว
และสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปทางที่ดี
และผลงานของโรอันก็ได้รับการประเมิณใหม่  การส่งเขาเนรเทศก็ได้รับการตรวจสอบกันอีกครั้ง และได้มีการไต่สวนผู้อยู่เบื้องหลังการตายของเบนจามิน
และเมื่อไอโอให้ความสนใจในการตัดสินขั้นสุดท้าย เหล่าขุนนางก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากข้น
ในที่สุดก็ใช้เวลาถึงห้าเดือนจึงได้มีคำสั่งตัดสินที่สิ้นสุดออกมา
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
‘ผลดีกว่าที่เราคิด’
ในสถานการณ์โรอัน ไม่มีอะไรเลวร้าย
แม้ว่าเขาจะยังคงเป็นผู้กระทำความผิด แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ถูกเนรเทศ เขาได้มีอิสระมากขึ้น
‘มันเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงแล้ว’
ปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย
เขาโค้งคำนับต่อเจรอม
“ขอบคุณท่านมาก.”
“ฮ่า ๆ ๆ เราไม่ได้ทำอะไรเลย? ”
“ผมจะกวาดล้างพวกมอนเตอร์ในเขตเทลให้หมดจด”
โรอันกล่าวด้วยท่าทางมุ่งมั่นและมองไปทางเซมิ
สมาชิกกองกำลังรวมตัวกันอยู่ข้างหลังของเซมิ
โรอันมองไปที่สมาชิกที่กำลังท่าทางกังวล และได้ยิ้มเบาๆให้กับพวกเขา
เพราะเขาคิดถึงสิ่งอื่นที่ เขียนอยู่ในจดหมาย
“ท่านเคานต์ แลนซ์ฟิล ได้ยกโทษความผิดของเหล่าทหารทั้งหมดที่ได้รับการลงโทษโดยท่าน.”
“จริงเหรอ?”
เซมิและอดีตสมาชิกกองกำลังโซลลัพรู้สึกประหลาดใจและถามกลับ
โรอันหัวเราะเบา ๆ และพยักหน้า
“ใช่ พวกเจ้าไม่ใช้คนทำความผิดอีกต่อไป ”
“อา ……”
พวกเขาต่างครางออกมา
อันที่จริงพวกเขาเป็นทหารที่ขึ้นตรงต่อกองทัพของตระกูลแลนซ์ฟิล แต่ได้ถูกลงโทษเพราะการทำความผิดใหญ่และเล็ก
ตอนแรกมีผู้ทำความผิดได้ถูกเนรเทศไปอยู่ที่อื่น แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในค่ายก็ได้ตายไปหมดแล้ว
“อา! ตอนนี้ข้ารู้สึกปลอดโปร่งขึ้นเยอะ!”
“แม่ง! ข้าจะไปประจำอยู่แบบปกติได้แล้ว? ”
“กั๊ก กั๊ก! มันรู้สึกดีจริงๆ!”
เสียงที่มีความสุขดังออกมาจากทุกที่
โรอันมองไปที่นั่นสักครู่แล้วกระแอมออกมา
“แฮ่ม!”
สมาชิกกองกำลังปิดปากของพวกเขาลงทันที
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถซ่อนใบหน้าที่มีความสุขได้
โรอันยิ้มเบา ๆ และพูดต่อ
“ทหารที่ต้องการจะกลับไปที่ปราสาท พาโว่”
ทันทีที่เขาพูดจบ
“ผู้บัญชาการ!”
“ท่านหมายถึงอะไร?”
การแสดงออกของเซมิและอดีตสมาชิกกองกำลังโซลลัพกลายเป็นเคร่งเครียด
และท่าทางมีความสุขก็ได้หายตัวไป
พวกเขาส่ายหน้าด้วยท่าทางโกรธ
“กลับไปที่ปราสาท พาโว่?”
“ท่านอย่าพูดแบบนั้น ”
เสียงของพวกเขาดังขึ้นเรื่อยๆ
เซมิหายใจเข้าลึก ๆ
“ผู้บัญชาการกองกำลัง เรา……”
เขายังคงพูด หลังจากที่ได้มองไปที่เหล่าทหารที่ด้านหลังเพียงครั้งเดียว
“เป็นกองกำลังแอมเมอเรน”
ท่าทางของพวกเขาดูจริงจังทันที
เหล่าทหารได้ตะโกนออกมา
“พวกเราจะไม่ไปไหน!”
“พวกเราจะอยู่ที่นี่!”
พวกเขาตะโกนด้วยท่าทางสำรวม
แต่แน่นอน มีบางคนที่ก้าวถอยหลังและต้องการกลับไปที่ปราสาทพาโว่
แต่พวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อย
‘ถ้าพวกเรากลับไป พวกเราก็จะได้รับการปฏิบัติแบบทหารกระจอกทั่วไป’
‘การตระเวณรอบๆปราสาทเป็นสิ่งที่น่าเบื่อและน่าเบื่อ’
‘จึ้ก! ข้าไม่ต้องการกลับไปยังที่มีพวกไร้ประโยชน์อยู่กัน ”
สมาชิกกองกำลังโซลลัพไม่ใช่พวกที่มีอารมณ์ปกติทั่วไป
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงสามารถเฝ้าระวังพื้นที่เขตุเทล ได้หลังจากที่ถูกลงโทษ
ถ้าเป็นคนปกติพวกเขาจะโยนทุกสิ่งทุกอย่างทิ้ง และก็กลับไปเป็นชาวนา
“อืมมม.”
โรอันมีความพึงพอใจในกลุ่มอดีตกองกำลังโซลลัพ
เขารู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิด
เพียงห้าเดือนนับตั้งแต่กองกำลังโซลลัพเข้าร่วมกับพวกเขา
โรอันคิดว่าพวกเขาจะเลือกปราสาทพาโว่ที่ปลอดภัยแทนที่จะเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้
แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ที่นี่
รู้สึกว่าการกระทำของ โรอันจนถึงตอนนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง
เขาพอใจกับภาพด้านหน้า
เขายิ้มอย่างสดใสและพยักหน้า
“เราดีใจ เราไม่ต้องการที่จะสูญเสียทหารที่โดดเด่นไป ”
สิ่งที่ โรอันต้องการเห็นคือสิ่งนี้
การกดดันด้วยพลังและให้รางวัลผ่านยศ ต่ำแหน่งและชื่อเสียงนั้นเป็นเรื่องง่าย
อย่างไรก็ตามโรอัน ไม่ต้องการที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของกองกำลังของเขาผ่านวิธีการดังกล่าว
‘เราได้เกาะกุมเข้าไปในหัวใจพวกเขาแล้ว’
เราต้องการที่จะทำให้พวกเขารู้สึกพอใจจากด้านในและไม่ต้องการแค่เปลือกนอกของพวกเขา
‘อย่างน้อยก็ทำให้ความรู้สึกของกองกำลังแอมเมอเรน เป็นของเรา’
เขารู้สึกภาคภูมิใจ
ลมพัดผ่านออกไป
‘ถึง เวลาที่จะเริ่มต่อไปอย่างจริงจังมากขึ้น’
เขาได้รับกองกำลังที่เป็นหนึ่งเดียว
เหลือแค่ลงมือทำเท่านั้น
‘สิ่งแรกที่จะทำ….. ‘
หลายแผนการถูกวาดไว้
และหน่วยงานของคริสอยู่อันดับแรก
‘เราต้องสร้างหน่วยงานข้อมูล’
ถึงเวลาแล้วที่จะกลายเป็นหูและตาสำหรับกองกำลังแอมเมอเรน
โรอันกำมือแน่น
ดวงตาของเขามองไปทางทิศเหนือที่ซึ่งมีปราสาทพาโว่ตั้งอยู่
……….
การเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังเริ่มเกิดขึ้นในพื้นที่เขตเทล
หน่วยงานของคริส สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุและสมาคมต่างๆที่มีฝีมือ ได้เข้ามาสู่พื้นที่เทลนี้
ถึงจะเริ่มต้นด้วยขนาดเล็กๆ
ตอนที่เริ่มเหล่าผู้ที่ย้ายเข้ามานั้นมีขนาดเล็ก และการย้ายถิ่น ก็ได้เสร็จสิ้นไปแล้วหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน
“สุดท้ายแล้ว ก็ได้อยู่ร่วมกัน”
คริสนั่งหันหน้าไปทาง โรอันและเอียงถ้วยชาของเขา
คริสยังยิ้มขณะนึกถึงเรื่องในอดีต
“หลายสิ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นจริงๆ”
จนถึงขณะนี้ก็มีบางสิ่งเกิดขึ้น
ในตอนแรกเขามีความฝันที่จะเป็นตัวแทนท่องเที่ยว เพื่อใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลและเดินไปทั่วราชอาณาจักร
เขายังเดินเตร่ไปทั่วสนามรบและแม้แต่เข้าสู่ดินแดนของข้าศึก
ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้พบกับโรอัน
“เขาคือผู้มีพระคุณ ที่ชี้นำเรา”
จากนั้นเสียง โรอัน ก็ดังออกมา
“เรากำลังคิดที่จะย้ายมาอย่างจริงจังนับจากนี้”
“อย่างจริงจัง … ..”
“ข้าจะปล่อยให้สำนักงานการท่องเที่ยวของเจ้า แยกออกไปต่างหากสำหรับการหาข้อมูลระหว่างอาณาจักร และจัดตั้งหน่วยงานที่จะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล”
“อา ……”
คริสเปล่งเสียงอุทานออกมา
นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาได้ครุ่นคิดเอาไว้เหมือนกัน
เขาไม่สามารถจัดการหน่วยงานด้านข้อมูลขนาดเล็กนี้ได้
“เรากำลังวางแผนที่จะจัดตั้งกลุ่ม” ตัวแทน ” เจ้าคิดอย่างไร?”
“ตัวแทน ……เยี่ยม.”
คริสยิ้มเบา ๆ และพยักหน้า
โรอันพูดต่อ
“เจ้าต้องเป็นหัวหน้าของเหล่าตัวแทน และจากนี้ไปเจ้าจะต้องเป็นหูและตาของกองกำลังแอมเมอเรนของเรา ”
“ครับ.ข้าจะทำให้ดีที่สุด.”
คริสกำหมัดไว้ด้วยท่าทางแน่วแน่
หลังจากนั้นบทสนทนาเกี่ยวกับการดำเนินงานของตัวแทน ก็ได้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
มีการตัดสินใจว่าเหล่าตัวแทน  จะได้เรียนรู้พื้นฐานศิลปะการต่อสู้และการฝึกอบรมความแข็งแกร่งตามระบบที่จัดไว้
“เหล่าตัวแทนจะทำงานและเป็นสมาชิกในเครือกองกำลังแอมเมอเรน”
“ครับข้าเข้าใจแล้ว”
คริสหายใจเข้าลึก ๆ
เขารู้สึกภาคภูมิใจขึ้นเรื่อย
โรอันมองไปที่คริสและยื่นมืออกไป
“ตั้งใจทำงานต่อไปนะ ”
คริสลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยความระมัดระวัง
“ผู้บัญชาการโรอัน”
เขาได้แสดงออกอย่างจริงจังและเคร่งขรึม
“เหล่าตัวแทน ได้กลายเป็น สมาชิกในเครือของกองกำลังแอมเมอเรนอย่างเป็นทางการแล้ว จากนี้ไป โปรดพูดสบายๆก็ได้ ”
“อา ……”
โรอันพยักหน้าพร้อมกับอุทานออกมาเบาๆ
เขาตระหนักถึงเจตนารมณ์ของคริส
ความสัมพันธ์ของคริสต่างกับสมาชิกคนอื่น ๆ
พวกเขา คุ้นเคยกับการพูดอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตามตอนนี้ ตัวแทน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังแอมเมอเรน มีความจำเป็นต้องแยกความแตกต่าง ให้เห็นได้ชัด
” จากนี้ไปข้าจะพูดอย่างสบายๆ”
“ใช่. นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ”
คริสยิ้มสดใสและโค้งคำนับ
ในตอนแรก คริสได้รับความช่วยเหลือจาก โรอันในการจัดตั้งหน่วยงาน
หน่วยงานของ คริส เหมือนเป็นของโรอัน
ไม่มีความไม่พอใจหรือความคิดในอันดับที่เหนือกว่า
‘แต่ตอนนี้เรารู้สึกดี ถ้ามีการจัดตั้งหน่วยงานย่อยขึ้นมา’
เสียงของโรอันก็ดังออกมา
“งั้น โปรดช่วยกันนับจากนี้ด้วย ”
“ผมจะทำให้ดีที่สุด.”
ทั้งสองคนยิ้มพร้อมกับมองหน้ากัน
ด้วยเหตุนี้หน่วยงานข้อมูลที่ดีที่สุดก็ได้ถูกเริ่มก้าวแรกไป
………..
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงค้อนกระทบกับโลหะดังออกมา
ที่ราบกว้างแผ่กระจายออกไปทางตอนใต้ของกองบัญชาการใหญ่แอมเมอเรน
บ้านนับสิบหลัง ได้ถูกสร้างขึ้นในสถานที่ที่ไม่มีมนุษย์อยู่ เนื่องจากการปรากฏตัวของเหล่ามอนสเตอร์ที่บ่อย
“มีความจำเป็นที่จะมาสร้างถึงจุดนี้เลยหรือ?”
อัสตินมีความรู้สึกไม่สบายใจ
ในอีกด้านหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าโรอันได้ปรากฏออกมาจาง ๆหลังจากที่ได้ มองดูบ้านที่ถูกสร้างขึ้น
“พื้นที่เขตเทลนั้นเป็นที่อุดมสมบูรณ์มาก ยิ่งไปกว่านั้นทางใต้ของเรา ไม่สามารถปล่อยให้ที่ดินที่ดีแบบนี้เสียไปได้ ”
“ผมรู้แต่เมื่อเปรียบเทียบกับทางเหนือแล้วทางใต้ก็ที่มีมอนสเตอร์ปรากฏตัวน้อยกว่า แล้วผู้คนจะย้ายไปที่อันตรายเช่นนี้หรือ?”
อัสตินถอนหายใจสั้น ๆ
โรอันยิ้มมากขึ้น
“พวกเราต้องทำให้พวกเขาสามารถย้ายเข้ามาได้อย่างปลอดภัย”
มีน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง
“เราต้องทำให้ชาวเมืองในภาคเหนืออพยพไปทางใต้”
แม้ว่าพื้นที่เขตเทลนั้นจะอันตรายที่สุดและเป็นสถานที่สำหรับเนรเทศ  แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่เลย
ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากตระกูลแลนซ์ฟิล ประมาณ 2,000 คน ได้ถูกย้ายเข้าไปอยู่ในเขตปลอดภัยที่ตั้งอยู่ทางเหนือ
มันเป็นการช่วยในเรื่องเสบียงและเพื่อความสะดวกสบายของอดีตกองกำลังโซลลัพ ผู้ปกป้องพื้นที่และปราบปรามมอนสเตอร์
‘เพราะข้อจำกัดของเสบียงจากตระกูลแลนซ์ฟิล’
ชาวเมืองที่อยู่ในพื้นที่นี้ได้ให้ผลผลิต พืชผลแก่กองทหารและอาศัยอยู่กันแบบนั้น
แม้ว่าการอาศัยอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่รู้ว่าจะมีพวกมอนสเตอร์ปรากฏอยู่ที่ใด แค่ผู้คนก็ไม่ได้ออกจากพื้นที่เขตเทล
เพราะตระกูลแลนซ์ฟิล ได้ยกเว้นภาษีให้กับพวกเขา
กึง! กึง! กึง!
เสียงค้อนดังออกมา
คนที่สร้างบ้านเป็นช่างไม้ ของสมาคมช่างฝีมือ
ตอนแรกพวกเขาไม่สบายใจอย่างมาก ตอนที่พวกเขาได้ย้ายไปยังพื้นที่เขตเทล
แต่หลังจากนั้น เมื่อพวกเขาเริ่มที่จะสร้างบ้านไปหลายสิบหลัง ตามแผนการของโรอัน ผลกำไรที่พวกเขาได้รับนั้นค่อนข้างดี
โรอันมองไปที่การก่อสร้างและจมลงไปในความคิดของเขา
“เราจะสร้างบ้านก่อนและให้เช่าโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ให้กับคนที่ตัดสินใจย้ายเข้าไป นอกจากนั้นเราจะทำการจัดตั้งสอง กองร้อย(กองกำลังทหารร้อยนาย)ที่นี่
วิธีเหล่านี้จะทำให้ชาวเหนืออพยพไปทางใต้
การสร้างบ้านเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ พ่อค้ามือทองได้ทำขาย ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา
พลเมืองธรรมดาได้สร้างบ้านของตัวเองด้วยมือของพวกเขาเอง
แต่มันเป็นเรื่องยากและกินเวลานานกว่าที่คิด
ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านธรรมดาจึงไดเยกกำแพงขึ้นมาลวกๆ และปกคลุมมันด้วยวัชพืชและกิ่งไม้เพื่อทำเป็นหลังคาเพื่อให้ฝนไม่รั่วซึม
เป็นบ้านที่ดูแย่มาก
ถ้ามีลมแรงพัดมา หลังคาก็จะปลิวไปและผนังจะพังลง
ทุกครั้งที่เกิดขึ้นพวกเขาก็ต้องซ่อมแซมหรือสร้างใหม่
ในสถานการณ์เช่นนี้ พ่อค้ามือทองได้เริ่มสร้างบ้านหลายสิบหลังและเริ่มต้นธุรกิจที่นี้โดยการให้เช่าบ้านที่เขาได้สร้างขึ้น
โรอันได้วางแผนที่จะใช้ธุรกิจทำบ้าน
“เราจะทำบ้านที่ดีกว่าที่พวกเขาอาศัยอยู่ในตอนนี้”
แน่นอนมันเป็นเงื่อนไขที่พวกเขาจะได้รับโดยเสน่ห์หา
‘นอกเหนือจากนั้นหากว่าพวกเขาเป็นชาวนาพวกเขาก็จะไม่สามารถละเลยความอุดมสมบูรณ์ของทางใต้’
หากมีการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการยืนยันในระดับหนึ่งพวกเขาก็จะวิ่งมาในทันทีและเริ่มทำสวนทำไร่
“ตอนนี้เราจะต้องไปพบกับชาวบ้านทางเหนือ”
เขาวางแผนที่จะพบพวกพวกเขา และเปิดเผยแผนการของเขา และโน้มน้าวพวกเขา
แต่แน่นอนเขาไม่ได้คิดใช้กำลังที่จะทำให้พวกเขาย้าย
“อัสติน รักษาความปลอดภัยที่นี่ไว้และปกป้องเหล่าช่างไม้ด้วย ”
อัสตินที่ กำลังมองดูสถาณการณ์รอบๆ ได้กล่าวตอบรับสั้นๆ
“ท่าน ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ”
เขาดูมั่นใจ
โรอันผงกหัวเล็กน้อยและขึ้นขี่ม้าของเขา
เขาดึงบังเหียน และดึงม้าไปทางทิศเหนือ
“ฮิย้า!”
เขาเตะม้า และเริ่มพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
กุบ  กุบ กุบ กุบ
เสียงวิ่งของม้าดังออกไปทั่วพร้อมกับฝุ่นสีขาวที่คลุ้งออกมา
โรอันแนบอกไปที่อานและหายใจเข้าลึก ๆ
ตอนนั้นเองเขาก็เห็นควันดำพลุ่งขึ้นออกมาจากด้านหน้า
ในขณะนั้นหน้าของโรอันก็เคคร่งเครียดขึ้นทันที
เขารู้ว่าว่าควันพวกนั้นมาจากที่ใด
‘ไฟสัญญาณ?