0 Views

กองกำลังแอมเมอเรน และกองกำลังโซลลัพได้กลายเป็นหนึ่งเดียว

พวกเขาได้แต่งตั้งผู้นำกองร้อยอีกสี่คนเพื่อคุมทหารที่เพิ่งเข้ามาใหม่

และไม่มีปัญหามากนักเพราะกองกำลังโซลลัพ ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำตามพวกเซมิ แต่พวกเขาเลือกที่จะทำเช่นนั้นเอง

โรอันผสมผสานสมาชิกในกลุ่มกันเอง โดยคำนึงถึงกำลังคนไปด้วย

และแน่นอนว่าหลังจากนั้น พวกเขาก็ยังคงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆทุกวัน

ตอนนี้กองกำลังโซลลัพไม่มีอีกแล้ว

เหลือเพียงกองกำลังเดียว

กองกำลังแอมเมอเรน  กองกำลังเดียวในเขตเทล

ฟุบ! ฟ้าว!

ธงสองสีที่ต่างกันโบกไปมา

และในเวลาเดียวกันทหารแปดกองร้อยก็ได้เคลื่อนที่กันขวักไขว่,

พลทหารและพลธนูที่รวมตัวกันอยู่ได้แยกตัวออกไป

แม้ว่าจะมีทหารประมาณ 800 นาย โรอันก็ไม่ได้ยินเสียงโวกเวกใด ๆ

พวกเขารับแค่คำสั่งและสัญญาณผ่านธงเท่านั้น

และตอนนี้ โรอันได้มองลงมาจากที่สูง

‘พวกเขาเริ่มคุ้นเคยกันเร็วกว่าที่คิด’

รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

อันที่จริงเขาเป็นห่วงตอนที่เขาได้รับกองกำลังโซลลัพ

โรอันกังวลว่าพวกเขาจะไม่สามารถฝึกฝนได้

แต่โชคดี ที่กองกำลังโซลลัพได้แสดงทักษะที่ยอดเยี่ยมในการปรับตัว

‘ในพื้นที่เทล พวกเขาจะถูกกำจัดออกถ้าเขาไม่สามารถปรับตัวได้ และถ้าโดนกำจัดออกไป เขาก็จะตาย’

โรอันที่กำลังมองลงมาที่สนามฝึกได้ยกมือขึ้น

ฟุบ!

ธงที่โบกไปมาได้สลับกับมาตรงข้ามทันที

ในขณะนั้นกองกำลังแอมเมอเรน ได้ทำการจัดรูปแบบกองกำลังใหม่และจัดระเบียบกองกำลังให้อยู่ในรูปปกติ

นี่เป็นการจบการฝึกฝนกองกำลัง

การเคลื่อนไหวที่ราบรื่นและรวดเร็วจนถึงจุดที่ต้องประหลาดใจ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดในท่าทางของโรอัน

“หลังจากจบการฝึกฝนแล้วแล้วให้ฝึกส่งสัญญาณให้กับกลุ่มทหาร10นาย”

“ครับ! เข้าใจแล้ว.”

เหล่าผู้นำกองร้อย ได้ตอบกลับเป็นเสียงเดียว

โรอันพยักหน้าด้วยความพอใจและเดินออกไป

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

เสียงหายใจที่รุนแรงดังออกมาจากพื้นที่รอบๆ ราวกับว่าพวกเขาได้กั้นไว้อยู่

ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกกองกำลังโซลลัพ

“นี่เป็นการฝึกซ้อมที่น่าเลือเชื่อจริงๆ”

พวกเขามีความรู้สึกว่าอยากจะนอนลงที่พื้นทันที

แต่พวกเขาไม่สามารถทำได้

ไม่ พวกเขาไม่ต้องการทำเช่นนั้น

‘พวกเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้น’

‘พวกเราเริ่มที่จะผสานกันได้แล้ว’

พวกเขามีความรู้สึกว่าพวกเขาแข็งแกรงขึ้น

ถึงแม้ว่าร่างกายจะอ่อนเพลีย แต่จิตใจของพวกเขานั้นสดชื่น

“พวกเราจบการฝึกฝนกับกลุ่มคนหลายร้อยคนแล้ว”

เสียงของผู้นำกองร้อยดังออกมา

ทั้งเก้ากองร้อยได้เดินออกไปอย่งพลุกผล่าน

สมาชิกในกองร้อยได้หายใจรุนแรงเพื่อลดความเหนื่อยลง หลังจากที่โรอันได้กลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่แล้ว

สถานที่ม้าได้พุ่งไปนั้นคือทางทิศเหนือ

จะมองเห็นรั้วไม้ที่ดูไม่เป็นระเบียบที่นั่น

‘เพราะการพิจารณาของ เคานต์ แลนซ์ฟิล ทำให้เราสามารถหายใจได้ดีขึ้นหน่อย’

ตอนแรกมีการเฝ้าระวังทหารตามเขตแดนของอาณาเขต

อย่างไรก็ตาม ไอโอ เชื่อในตัวโรอันและกองกำลังแอมเมอเรน

‘แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่สามารถทำตามที่เราต้องการได้’

โรอันไม่ได้ออกจากพื้นที่เขตเทลเลย

ขณะที่เขาเดินเข้าไปใกล้รั้วเขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

“ผู้บัญชากองกำลัง”

“เพ็น”

เขาคือเพ็นจากหน่วยงานของคริส

โรอันจับมือของเพ็นด้วยความรู้สึกอบอุ่น

พวกเขาแลกเปลี่ยนคำทักทายกันโดยมีรั้วไม้กันระหว่างพวกเขา

“การก่อตั้งเป็นไปด้วยดีหรือไม่?”

โรอัน ที่กำลังฝึกกองร้อยเพื่อกวาดล้างพวกมอนสเตอร์และในเวลาเดียวกันก็ดำเนินการทำงานของหน่วยงานคริส

เพ็นหัวเราะอย่างงุ่มง่ามและลงจากม้า

“พูดคุยกันแค่สองคนเลยนะ”

“ฮะ?”

เมื่อ โรอันเอียงศีรษะของเขา เขาก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยด้านหลังเพ็น

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนปากของ โรอัน

“คริส”

“ไม่ได้เจอกันสักพักเลยนะ ผู้บัญชาการโรอัน ”

เป็นน้ำเสียงที่สดใสและชัดเจน

เจ้าของใบหน้าที่สดใสคือคริส

……………….

คบไฟที่ติดอยู่ที่ผนังเริ่มมืดลง

กลิ่นที่น่าขยะแขยงได้โชยออกไปทั่ว

มีโซ่ฝังอยู่ในผนังสกปรก

คุก

แน่นอนว่ามันเป็นคุก

“รูปลักษณ์นี้คืออะไร”

การแสดงออกและน้ำเสียงที่น่าเศร้าดังขึ้น

ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าหรูได้จับไปที่ลูกกรง

แม้ว่าจะมีทหารยามอยู่ด้านหลัง แต่ก็ไม่มีใครกล้าห้ามเขา

“ท่านเคานต์เชส ”

ชายวัยกลางคนที่ดูสกปรกได้โค้งคำนับ

เขาคือเบนจามิน ดอยล์

เคล้ง

ทุกครั้งที่เบนจามิน เคลื่อนตัวโซ่บนข้อมือ คอ และข้อเท้าของเขาก็สั่นไหวไปมา

“ท่านเคานต์เชส  ปะโปรด อย่าทิ้งผมไป โปรดพาผมออกไปจากที่นี่ที”

การแสดงออกและน้ำเสียงของเขาค่อนข้างจริงจัง

ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อผ้าหรู โจนาธาน เชสจับมือของเบนจามิน

“อย่ากังวลไป ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นยังปกติอยู่ดี?”

เขาแกล้งทำเป็นมองไปรอบๆตัวของเขาก่อนที่จะลดเสียงของเขาลง

“เรามั้นใจในขุนนางของเราเอง ในสถานการณ์เช่นนี้ที่นั่งของผู้บัญชาการสูงสุดของภาคตะวันออก ซึ่งเป็นไอ้ไอโอ แลนซ์ฟิลเอาไปนั้นจะกลับมาเป็นของเจ้าอีกครั้ง ”

“อา …… .”

เบนจามินโค้งคำนับด้วยท่าทางที่สะเทือนใจ

“ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ แน่นอนว่าผมจะจ่ายคืนพระคุณนี้อย่างแน่นอน”

“โอ้ เจ้าจะใช้คำนั้นในความสัมพันธ์ของเราได้อย่างไร? ”

โจนาธานหัวเราะ

“เราได้เตรียมอาหารดีๆไว้ด้วย เจ้าต้องดูแลร่างกายตัวเองด้วย”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นห่วง

เบนจามินกำลังจะร้องไห้

“ผมจะติดตามเคานต์ เชส จนกว่าผมจะตาย”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ .”

โจนาธาน หัวเราะออกมา

“ครั้งต่อไป พวกเราจะเจอกันด้านนอกคุกล่ะนะ”

“ครับ ถึงตอนนั้นผมจะดูแลท่านอย่างดี ”

เบนจามินคำนับ

โจนาธานมองไปที่สายตานั้นสักครู่แล้วค่อยๆขยับเท้าของเขาออกไป

ทหารยามที่อยู่ด้านหลังตามโจนาธานไป

ปึง!

ทางเข้าได้ถูกปิดลงอีกครั้ง

“อืม.”

โจนาธานขมวดคิ้วกับแสงแดดอันสดใส

เขาหยิบขวดแก้วขนาดเล็กออกมาจากหน้าอกของเขา

ความรู้สึกที่อบอุ่นและท่าทางเป็นคนดีก็หายไปในทันที

ตาที่น่ากลัวและท่าทางที่ดูเดืดดาล

“กำจัดเขาโดยไม่ให้มีข้อผิดพลาดใด ๆ ”

โจนาธานส่งขวดไปให้ยาม

ทหารยามคำนับโดยไม่พูดอะไรและเดินเข้าไปในคุก

ปึง!

ทางเข้าประคูได้ดังออกมาอีกครั้ง

“เบนจามินมันเป็นพวกโง่”

โจนาธานเริ่มสาปแช่งเสียงดัง

จากนั้นเงายาวปรากฏจากด้านข้าง

“มีความจำเป็นต้องฆ่ามันด้วยหรือ?”

เจ้าของเสียงเป็นชายชราที่มีอายุ

เขาเป็นลูกน้องที่รับใช้โจนาธานและและตระกูลเชส, เชสเลอร์ ฮูซ

“อย่าพูดในสิ่งที่เจ้าไม่รู้ ไม่ใช่สิ่งหนึ่งหรือสองอย่างที่มันทำผิดพลาด ถ้ามันบอกชื่อของผู้ที่คอยช่วยเหลือมัน ข้าจะตกอยู่ในอันตราย ”

“และพวกเราก็ต้องระมัดระวัง เคานต์ แลนซ์ฟิล ”

เชสเลอร์ พยักหน้าช้าๆ

ท่าทางของโจนาธานดุดันขึ้น

“ไอโอ  แลนซ์ฟิล มันไปสนใจไอ้หนุ่มคนไหน? ”

“มันชื่อโรอัน”

เขาตอบสั้น ๆ

โจนาธานขยับเท้า เหยียบย่ำอยู่บนพื้น

“โรอัน…ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นไอ้หมอนั้นจริงๆ”

“เขาเป็นเพียงสามัญและเป็นผู้บัญชาการทหาร”

โจนาธานหยุดเดิน

เขาหันไปมองไปที่เชสเลอร์และพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

“เบนจามิน ดอยล์นั้นโดนจัดการด้วยผู้บัญชาทหารที่เป็นเพียงสามัญชน? นอกจากนั้นนั้นผลงานและข่าวลือของมันก็ไม่ปกติ ข้าได้ยินมาว่ามันได้รับความสนใจจาก ไอโอ  แลนซ์ฟิล ด้วย”

เชสเลอร์ ก้าวถอยไปด้านหลังเล็กน้อย

“เข้าใจแล้ว ผมจะตรวจสอบอย่างละเอียดอย่างที่ท่านว่า ”

โจนาธานเริ่มเดินอีกครั้ง

จะรู้สึกได้ว่าแต่ละก้าวของเขานั้นดูหงุดหงิดมาก

‘ไอโอ  แลนซ์ฟิล’

กรอดด

เขากัดฟันแน่น

‘ถ้าเจ้าตัดคนของข้า ข้าก็จะทำเช่นเดียวกันกับเจ้า’

ฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูทางการเมืองของเขาและเป็นคู่แข่งของตระกูล ไอโอ  แลนซ์ฟิล

เขาไม่ได้ที่จะปล่อยให้มันผ่านไป

ลมที่พัดมาในภาคตะวันออกของอาณาจักรก็พัดไปในเมืองหลวงของมิลเลอร์

ลมที่หนาวเย็นกว่าลมในฤดูหนาว

……………

โรอันและคริส จับมือกันและถามไถ่ถึงกันสักพัก

“ที่ข้าได้มาสายเล็กน้อยก็เพราะข้าได้ไปผูกมิตรกับพวกอ็อคในภาคใต้ของอาณาจักรไบรอนด้วย”

“เจ้าทำงานหนักจริงๆ”

โรอัน ชื่นชมการทำงานหนักของคริส

เพราะคริสเขาจึงสามารถจบสงครามที่น่าเบื่อได้เร็วกว่าที่เขาคิด

“ต่อจากนี้ไปข้าจะดำเนินงานของหน่วยงานนี้ต่อไป”

จากคำพูดของคริส โรอันพยักหน้ารับ

พวกเขาเชื่อถือได้

“ตอนนี้ข้ากำลังวางแผนที่จะสร้างหน่วยงานไกล้กับเขตเทล”

คำพูดของโรอันคริสได้ส่ายหน้าไปมา

“ข้าคิดว่ามันคงจะดีกว่า ถ้าต้องรออีกสักหน่อย”

เขายังคงใจเย็นอยู่ แต่สีหน้าของเขานั้นมีความคาดหวัง..

โรอันเห็นใบหน้าของคริสก็เอียงศรีษะเล็กน้อย

คริสยิ้มเบา ๆ และพูดออกมา

“ตอนนี้การพิจารณาคดีของ เบนจามิน ดอยล์กำลังเกิดขึ้นในเมืองหลวงของมิลเลอร์”

“อ่า … ..”

เสียงครางออกมาจากปากของโรอัน

คริสพูดต่อ

“ดูเหมือนว่าความช่วยเหลือของ เคานต์ แลนซ์ฟิล และผู้บัญชาการกองพล เทต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ เบนจามิน ดอยล์ ได้ทำเอาไว้กำลังถูกขุดออกมา โอกาสที่ต่ำแหน่งขุนนางของเขาจะถูกริดรอนนั้นมีสูงมาก”

จากคำพูดของคริส โรอันได้พยักหน้า

เขาคาดหวังว่านี่จะเป็นส่วนหนึ่ง

“มีรายงานว่าเหตุผลที่อาณาจักรไบรอนได้ถอนทัพ นั้นเนื่องจากแผนการของเจ้าด้วย”

“ฮะ?”

โรอันแสดงความประหลาดใจออกมา

เขายิ้มขมขื่นและส่ายหัว

“นั่นคือสิ่งที่เจ้าต้องทำงานอย่างหนัก ไม่ใช่ผลงานของเรา”

“ไม่ถูกต้อง”

คริสรีบส่ายมือ

“ข้าแค่ทำตามที่เจ้าสั่งให้ข้าทำเท่านั้น”

เขายิ้มอย่างสดใสและพูดต่อ

“อย่างไรก็ตามถ้าเบนจามิน ถูกลิดรอนยศขุนนางและผลงานของเจ้าได้รับการประเมินใหม่ การเนรเทศอาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย”

เล็กน้อย

แม้ว่าจะเป็นคำสั่งที่ไม่เหมาะสมและโง่เง่า แต่เมื่อเขาใช้ความรุนแรงเบนจามินที่ยังคงเป็นขุนนาง

แต่ถ้าเบนจามินถูกถอนต่ำแหน่งขุนนางแล้ว การเนรเทศของโรอันอาจจะถูกยกเลิก

และมีความเป็นไปได้สูงที่การลงโทษของเขาจะเบาลง

เสียงของคริสเริ่มเบาลง

“และ เคานต์ แลนซ์ฟิล ก็ได้ให้ความรับผิดชอบพื้นที่เขตุเทลต่อเจ้า”

แต่ถ้ามันดำเนินไปตามความต้องการของ ไอโอ โรอันจะยังถูกลงโทษด้วยคำสั่งของพระราชวัง แต่จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเพื่อปราบปราม

มอนสเตอร์ที่เขตุเทล

และจะทำให้เขาเป็นอิสระในการเข้าหรือออกเขตเทล

แต่แน่นอนเขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะเขายังโดนระบุว่าเป็นคนผิด อยู่ และจนกว่าจะได้รับการอภัยโทษอย่างสมบูรณ์เขาถึงจะได้รับอิสระจริงๆ

“ถ้าเป็นเช่นนั้น มันยังไม่ดีถ้าจะย้ายสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานข้อมูลมายังภูมิภาคนี้”

ไม่จำเป็นที่จะย้ายมาที่ใกล้เคียง

“สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการตรวจสอบสถานการณ์”

“ใช่ นั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

คริสพยักหน้า ตามคำพูดของโรอัน

โรอันจมลงไปในความคิดของเขาชั่วครู่

‘การจัดตั้งสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ สำนักงานใหญ่ของหน่วยงานคริสและการก่อตั้งศูนย์บัญชาการย่อยในพื้นที่เขตเทล นั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์มากที่สุด … ‘

เขาได้วางแผนที่จะสร้างแรงดึงดูดมาที่พื้นที่เขตเทล

ยิ่งไปกว่านั้น.

‘เขตทางใต้ของพื้นที่เทลนั้นติดอยู่กับทะเลสาบโพสคีน’

แม้ว่าจะมีระยะทางไกลจากหมู่บ้าน เพอ ที่เดฟอาศัยอยู่ แต่ก็ตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าสู่ทะเลสาบ โพสคีนหลังจากนี้

โรอันหยุดความคิดและมองไปที่คริส

“ดี. สำหรับตอนนี้ให้รอจนกว่าจะมีการพิจารณาจากเมืองหลวง แต่ก่อนหน้านั้น … ”

เขาไม่สามารถรออยู่เฉยๆได้

เขาใจเย็นและบอกคริสเกี่ยวกับแผนการทั้งหมดที่เขาได้ทำและคิดไว้จนถึงบัดนี้

คริสรีบจดบันทึกลงไปในสมุดของเขา แผนการของโรอันนั้นซับซ้อนกว่าที่เขาคิด

และท่ามกลางเรื่องพวกนั้น มีทั้งการลงทุนกับพ่อค้าทั้งห้าคน  การลงทุนกับเดฟ และสมาคมกะลาสี และการรวบรวมนักเล่นแร่แปรธาตุและคนที่มีทักษะอื่น ๆ

“โอ้ความคืบหน้าของฟอร์ดในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ล่ะ?”

คนเดียวที่ล้มเหลวจากทั้งห้าคนก็คือฟอร์ด

คริสยิ้มเบา ๆ และตอบกลับ

“โชคดีที่เขาได้ค้นพบเหมืองโลหะขนาดเล็ก ขนาดที่ไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่เนื่องจากความสามารถและทักษะที่ดี จึงมีผลผลิตมากกว่าเหมืองอื่น ๆ ”

“แน่นอนเขาคือคนที่มีพรสวรรค์”

คริสพยักหน้าตามคำพูดของโรอัน

“แล้ว ……”

โรอันได้กล่าวกระซิบเบาๆ

“มีภูเขาชื่อ มอนเทรียอยู่ทางตะวันตกของดินแดน เคานต์ แลนซ์ฟิลมันเป็นภูเขาที่ยังไม่มีใครเอามือเข้าไปแตะต้อง

“ภูเขา มอนเทรี …… ”

คริสจดลงไปอย่างประณีต

“ซื้อสิทธิการทำเหมืองแร่จากอัญมณีที่ข้าได้มอบให้”

“ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่นั่น?”

คริสถามด้วยความรู้สึกกังวลใจ

‘มันมีเหมืองหินเวทย์มนต์อยู่ที่นั่น’

มันเป็นเหมืองที่จะค้นพบในสามปีข้างหน้า

เขาจำได้ดีว่ามันเป็นข่าวที่อาจทำให้ทั้งทวีปสั่นสะเทือน

‘แต่ว่าเราไม่ทราบตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอน … ‘

การหาตำแหน่งที่แน่นอนคืองานของฟอร์ด

โรอันสะกดอารมณ์ของเขาอย่างยากเย็น

“ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ก็ตาม แต่ข้าได้ยินมาว่าหลายคนอยากจะสำรวจเหมืองนั้น”

และนี่เป็นความจริง

แต่แน่นอนไม่ใช่เพราะพวกเขามั่นใจหรืออะไร

“แต่ข้าคิดว่าคนงานเหมืองส่วนมากเคยลองมาแล้ว”

โรอันส่ายศีรษะทันทีหลังจากคริสพูดจบ

“ไม่ ไม่เป็นความจริงเพราะว่าตระกูลแลนซ์ฟิล ไม่ได้ขายกรรมสิทธิ์การทำเหมืองแร่ ”

และไม่ใช่เฉพาะภูเขา มอนเทรีย เท่านั้น

รวมไปถึงสามหรือสี่ภูเขาที่อยู่ในอาณาเขตของตระกูลแลนซ์ฟิล พวกเขาไม่ได้ขายสิทธิการทำเหมืองแร่เลย

เพราะพวกเขาไม่ได้สนใจเหมืองแร่แต่แรก และพวกเขาไม่ได้สนใจในส่วนนี้

“อา ……”

คริสอุทานในลำคอ

โรอันนำซองเล็กๆ ออกมาจากหน้าอก

“มันเป็นจดหมายที่เราส่งไปยัง ท่านเคานต์ แลนซ์ฟิล มันเป็นจดหมายแนะนำตัวโปรดช่วยเอาไปส่งให้ท่านเคานต์ แลนซ์ฟิล ด้วย”

“เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าไปพบและพูดโน้มน้าวเขา”

“ใช่ ถ้าเป็นเจ้าละก็ต้องทำได้แน่ๆ ”

ไม่ ถ้าจะให้พูดจริงๆก็คือ การโน้มน้าวสำเร็จตั้งแต่ไอโอได้อ่านจดหมายของโรอันแล้ว

ถ้าเป็นโรอันที่ไอโอชื่นชมแล้ว เรื่องแค่นี้ไอโอทำได้อย่างไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ในจดหมายยังมีเรื่องราวอื่นๆ ด้วย

‘มีเหตุผลมากมายว่าทำไมพวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องจัดการภูเขามอนเทรีย’

จะมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับตระกูลแลนซ์ฟิล 5 ปีนับจากนี้

และหนึ่งในนั้นคือการสู้รบเรื่องอาณาเขตและดินแดนกับเคานต์ เชส ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก

เมื่อสางครามยุติลงหนึ่งปีให้หลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในตระกูลแลนซ์ฟิล

‘ถ้าเป็น เคานต์ แลนซ์ฟิล เขาจะเข้าใจเนื้อหาได้เป็นอย่างดี’

ในจดหมายโรอันเขียนว่าพวกเขาควรจะสร้างป้อมปราการขึ้นโดยให้มีปราสาท มอนเทรียเป็นศูนย์กลาง

เขา ยังพูดถึงเหตุผลว่าทำไมพวกเขาควรจะสร้างป้อมปราการและสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

เพราะเขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ตอนนี้ที่เขาทำได้คือการเตรียมตัวให้พร้อมเท่านั้น

‘ถ้าฝ่ายของเราได้สร้างป้อมปราการ ……’

ยังช่วยในการรวบรวมผู้คนที่มีฝีมือเข้ามาอยู่ในป้อมปราการได้

และถ้าจำนวนของพวกเขามีมากขึ้น

‘เราอยู่ในช่วงเวลาที่เราไม่อาจเดินเร็วได้เราจึงยิ่งต้องการความฉลาดหลักแหลมมากขึ้น

และพวกอัจฉริยะที่ยังซ่อนตัวอยู่ก็จะค่อยๆปรากฏตัวขึ้น

โรอันจำได้ถึงความเป็นอยู่ของพวกเขาได้อย่างชัดเจน

‘ถ้าเกิดได้รับการอภัยโทษและได้กลับไปอยู่ในเขตอย่างเดิมและเราต้องหาพวกที่ซ่อนอยู่ให้พบ’

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด

‘สิ่งสำคัญยิ่งเช่นนั้นก็คือการสอนคนเหล่านั้นให้เลี้ยงตัวเองได้’

นอกจากนี้เขายังต้องมุ่งความสนใจไปที่การศึกษาของสมาชิกกองกำลังของเขาด้วย

“ฮู้วววว”

ถอนหายใจยาวออกมา

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทำ ร่างกายของเขาดูเหมือนจะร้อนขึ้นมา

ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกหงุดหงิดอะไรแต่เพราะเขารู้สึกว่าเขากำลังลุล่วง

‘แค่ทำงานหนักขึ้น’

ตอนนี้เป็นเวลาที่จะได้ทำงานอย่างจริงจังมากขึ้น

โรอันมองไปที่คริสพร้อมกับยื่นมือออกไป

“คริส ฝากเจ้าด้วย”

“ได้เลย”

คริสจับมือโรอันและคำนับ

เอกสารที่โรอันถืออยู่ดูเหมือนจะหนักอึ้ง

บันทึกย่อที่จดไว้อย่างพิถีพิถัน

คริสรู้สึกทึ่งจริงๆ

ถ้าแผนการของผู้บัญชาการทหารโรอัน ประสบความสำเร็จละก็……

โรอันจะสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงกว่าใคร

คริสหายใจเข้าลึก ๆ

“เขาไม่ใช่คนที่จะหยุดอยู่แค่ในฐานะผู้บัญชาการทหารหรือเป็นผู้บัญชาการกองพล”

หัวใจของเขาเต้น

‘สิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันได้ทำตั้งแต่ฉันเกิดมา …… ‘

คริสเงยหน้าขึ้นมองไปที่โรอัน

มือที่เขาจับรู้สึกมั่นคงและอบอุ่น

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

เขาต้องการที่จะวิ่งไปยังดินแดนของแลนซ์ฟิลทันที

เขาต้องการทำอะไรเพื่อโรอันบ้าง

“แล้วเราจะพบกันอีก”

คริสพูดทิ้งท้ายก่อนออกจากปราสาท

และโรอันก็กลับไปที่กองบัญชาการของเขา

คนสองคนกำลังรอการตัดสินจากเมืองหลวงของมิลเลอร์

ซึ่งพวกเขาได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว