0 Views


‘แม่งเอ้ย’
คำด่าได้หลุดออกมาจากปากของเขา
เซมิมองไปที่ด้านหน้าของเขา
มอนสเตอร์ประมาณ 1,000 ตัว
และพวกมันมีหลากหลายพันธ์ ผสมเข้าด้วยกัน เช่น
‘ก็อบลิน โคโบลด์ โนม…..’
แม้ว่ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นมอนสเตอร์ขนาดเล็ก แต่ก็สามารถเห็นพวกยักษ์ตัวขนาดเล็ก ๆ นับสิบตัว ที่มีขนาดประมาณผู้ใหญ่ที่โตแล้วอยู่ในกลุ่มด้านหน้า
‘ข้าจะบ้าตาย โธ่เว้ย’
เขาตะโกนด่าออกมา
‘ข้าต้องไปปกป้องศูนย์บัญชาการใหญ่… ‘
อันที่จริงมันจะไม่มีปัญหาใด ๆ หากพวกเขากวาดล้างหรือไล่ล่ามอนสเตอร์ที่แค่มาที่ทางเข้า
แต่เมื่อพวกเขาเห็นโรอัน และกองกำลังของพวกเขากำลังเดินออกไปจากค่ายในตอนเช้าพวกเขาก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆได้
‘ พวกเขาจะออกไปกวาดล้างพวกมอนสเตอร์’
มันเป็นการกระทำที่เขาไม่เคยคิดเลย
เขารู้สึกว่าตัวเขาเองและกองกำลังโซลลัพทั้งหมดเป็นคนขี้ขลาด
‘พืนที่เขตุเทลนั้นเป็นของพวกข้า’
มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับความเป็นเจ้าของได้ถูกส่งผ่านออกไป
นอกจากนั้นเขาต้องการเอาชนะโรอัน
และก็เป็นเช่นเดียวกันกับกองกำลังโซลลัพ
พวกเขาไม่ต้องการที่จะเห็นกองกำลังแอมเมอเรน ทำอะไรตามใจกันเอง
สุดท้ายกองกำลังโซลลัพได้ทิ้งทหาร 100 นายเพื่อป้องกันค่ายและก็ได้พุ่งออกไป
พวกเขาไปยังพื้นที่ที่มีมอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้นค่อนข้างบ่อย
เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลว
พวกเขาทำลายล้างมอนสเตอร์ที่ปรากฏขึ้น ตลอดเวลาที่ได้ผ่านมา
พวกเขามาถึงจุดมุ่งหมายของพวกเขา มันเป็นเนินเขา
พวกเขาได้พักลงที่จุดนั้นและคอยดูแลคนที่บาดเจ็บ
ป่าใต้เนินเขาเริ่มสั่น
ป่าที่หนาทึบส่ายเบาๆ และเสียงสั่นสะเทือนดังเข้ากระทบหูของพวกเขา
เซมิและคนอื่น ๆ มองไปที่ป่าด้วยสายตากังวล
ฟุบ!
มีมอนสเตอร์มากมายปรากฏตัวขึ้นมาจากในป่า
นี่เป็นการโจมตีที่พวกเขาไม่คาดคิด
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้
“พะ พวกเราจะทำอย่างไร?”
ใบหน้าของฮาโมนได้ฉายแววหวาดกลัวออกมา
ตอนนั้นเองเซมิก็ได้โยนความคิดที่ไร้สาระทั้งหมดของเขาออกไปและกัดฟันแน่น
“พวกเจ้าอยากทำอะไรล่ะ? แน่นอนว่าพวกเราต้องสู้ ”
พวกมอนสเตอร์เดินเข้ามาใกล้เขาแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเขาสามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์เท่านั้น
“ถึงแม้จะมี 400 ต่อ 1,000 ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่เป็นมอนสเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนั้นพวกเราอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าดังนั้นไม่ใช่ว่าเราไม่มีโอกาส ”
เซมิที่มีอารมณ์รุนแรง ได้มีท่าทางสงบหลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับศึกใหญ่
เพราะเขารู้ว่าถ้าผู้บัญชาการสูญเสียเหตุผลของเขาที่นี่ กองกำลังทั้งหมดจะถูกทำลายล้าง
“จัดการพวกยักษ์ตัวเล็ก ๆ ก่อน”
“ครับผม.”
เหล่าผู้ช่วยได้ตอบเป็นเสียงเดียวและยืนอยู่ด้านหน้ากลุ่มของพวกเขาเอง
ทหาร 400 นาย ยกอาวุธขึ้นด้วยความกังวล
“เกี้ยกก!”
“กีชว์!”
เหล่ามอนเตอร์ร้องออกมา
พื้นดินสั่นสะเทือนและฝุ่นได้ตลบไปรอบๆ
“ฆ่าพวกมัน!”
และคำสั่งต่อสู้ก็ได้ออกมาจากปากของเซมิ
ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดง
ใบหน้าของเขาร้อนวูบวาป
“ฆ่า!”
เสียงตะโกนที่ใช้ในการยกขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหาร
ปัง!
กองกำลังโซลลัพ ปะทะกับเหล่ามอนสเตอร์
ฉั่วะ! ฟุบ!
แขน ขาของเหล่ามอนเตอร์เริ่มถูกตัดออกไปพร้อมกับเสียงอันน่าหวาดกลัว
“กี๊ชชช!”
“เอ๋งง!”
เหล่าก็อบลิน และโคโบลด์ ที่มีขนาดเล็กกว่าผู้ใหญ่ ไม่สามารถต้านทานและทลายลงไป
ความแข็งแกร่งของกองกำลังนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกมอนเตอร์มาก
อย่างไรก็ตามแรงของพวกเขานั้นมีจำกัด
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญกับการสู้รบขนาดใหญ่
“พวกยักษ์ตัวเล็ก! เล็งไปที่ยักษ์ตัวเล็กพวกนั้น! ”
“ทหารราบ! ไปทางขวา! ไม่ใช่ตรงนั้น! ขวา! ขวา!”
เซมิได้ตะโกนด้วยพลังทั้งหมดของเขา
แต่คำสั่งไม่สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ผู้ช่วยทหารแต่ละคนได้เคลื่อนย้ายกองของพวกเขาตามใจพวกเขาเอง
ไม่ พวกเขาไม่สามารถบังคับบัญชาเหล่าสมาชิกได้
กล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นกองกำลังที่หน้าเศร้า
รูปแบบกองกำลังที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม ได้แยกออกจากกันเป็นหลายส่วย
และพวกมอนสเตอร์ก็ได้พุ่งเข้ามาจากช่องว่างเหล่านั้น
“เฮ้ย!”
“แม่ง! ด้านข้างของพวกเราถูกเจาะ! ”
“แนวหน้าพังและกำลังถอยลงมาแล้ว!”
รูปแบบทัพเริ่มพังและพวกเขาเริ่มขยับถอยลงมาด้านหลัง
อย่างไรก็ตามถ้าความแข็งแกร่งของแต่ละคนไม่ดี พวกเขาก็จะถูกทำลายหมดแล้ว
‘โธ่เว้ย! พวกเราที่อดทนได้ดีเป็นเวลาสองปี แต่สิ่งนี้คืออะไร?! ‘
เซมิแกว่งดาบออกไปพร้อมกับกัดกรามแน่น
แม้ว่าพวกมอนสเตอร์จะปรากฏตัวบ่อยในพื้นที่นี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมอนเตอร์ขนาดมากมายได้ปรากฏตัวออกมา …… ไม่ใช่แค่นั้น นี่ไม่ใช่การจู่โจมธรรมดา
มันเหมือนกับว่าพวกมันถูกไล่ต้อนโดยใครบางคน
“อั๊ค!”
“โอ้ย!”
ยินเสียงตะโกนดังออกมาจากรอบๆตัวเขา
ใบหน้าของเซมิแข็งค้าง
‘เพราะความไร้พลังของข้า สมาชิกกองกำลังของเรา…… ‘
ตาของเขาสั่นคลอ
ถึงเขาจะตำหนิตัวเอง แต่ก็สายไปแล้ว
‘ข้าจะตายแบบนี้… ‘
ช่วงเวลาแห่งชีวิตและความตาย
ตอนนั้นเอง
เฟี้ยวววว!
เป็นเสียงที่ชัดเจน
“เคี้ยกก!”
“กี้!”
เสียงร้องของสัตว์ประหลาดได้ดังออกมา
ปรู๊นนนน!
เสียงแตรได้ดังออกมาในเวลาเดียวกัน
เซมิและเหล่ากองกำลังของเขาได้มองกลับไป
กลุ่มคนที่โจมตีพวกมอนสเตอร์ได้ปรากฏตัวขึ้น
ธงได้โบกสบัดเหนือศีรษะของพวกเขา
มีคำสั้น ๆ ถูกเขียนลงบนธงที่ปลิวสบัดอยู่
แอมเมอเรน
ในขณะนั้นความดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน
กลุ่ม แอมเมอเรน!
พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเรา!
สายตาของพวกเขารวมกันอยู่ที่จุดหนึ่ง
ปัง
มอนสเตอร์ถูกดันกลับไปด้านข้าง
และตรงที่พวกเขาแยกออกเป็นสองฝั่ง
โรอันอยู่ที่นั้น
“ฆ่าให้หมด!”
จากคำสั่งสั้นๆก็ได้มีการส่งสัญญาณต่อออกไป
คนถือธงที่อยู่ด้านข้างได้ส่ายธงสองสีที่แตกต่างกัน
ปรู๊นนนน! ตึง ตึง ตึง
เสียงแตรและกลองดังออกมา
กองกำลังแอมเมอเรน ได้จัดตั้งรูปแบบทัพเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมขึ้นมาทันที
และแน่นอนว่าผู้ที่นำหน้าสุดก็คือโรอัน
เขาถือหอกทราเวียสและพุ่งออกไปด้วยความกล้าหาญ
ไม่จำเป็นต้องซ่อน มานา อีกต่อไป
หอกมีแสงโปร่งใสล้อมรอบและส่ายไปมาเบาๆ
ฉั่วะ ฉึก!
ทุกครั้งที่ได้แกว่งหอก ก็จะมีเสียงที่น่าสยดสยองดังออกมา
“กรี๊ซซซ!”
มอนสเตอร์ขนาดเล็กเช่น ก็อบลิน และโคโบลด์ หรือโนม ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของโรอันได้เลย
และพวกยักษขนาดเล็กก็เหมือนกัน
พวกมันมึนงงกับการเคลื่อนไหวที่ลึกลับจากทักษะหอกของโรอันและพวกมันก็ได้ก้าวถอยหลังออกไป
รูปแบบทัพของพวกมันก็เริ่มพังทลาย
สมาชิกกองกำลังแอมเมอเรน ได้วิ่งไปด้านข้าง
ฉึก!
อาวุธได้แทงเข้าไปที่ด้านข้างของพวกยักษ์ตัวเล็ก
“ฮูมมม!”
เสียงร้องดังออกมา
ดูเหมือนว่าพวกมันพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด
อย่างไรก็ตามเหล่าทหารได้เหวี่ยงหอกออกไปอีกครั้ง
ฉั่วะ!
หอก ดาบ ขวานและมีดแทงไปที่ศีรษะ คอ หน้าอกและท้องติดต่อกัน
มันเป็นการโจมตีที่สมบูรณ์แบบ
ตูม!
ยักษ์ตัวเล็ก ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและทรุดลง
“พุ่งเข้าไป!”
เสียงร้องดังไปทั่วสนามรบ
แนวหน้าของกองกำลังแอมเมอเรน สามารถพุ่งเข้าไปในกลุ่มมอนเตอร์อย่างง่ายดาย
โรอันและแนวหน้า ได้มาถึงที่กองกำลังโซลลัพนั้นยืนอยู่
“พวกเจ้าสบายดีไหม?”
เป็นคำพูดสบายๆ
‘เราไม่รู้ว่าพวกเขาจะเลียนแบบพวกเราและออกไปกวาดล้างพวกมอนสเตอร์’
โรอันถอนหายใจออกมา
หลังจากที่กองกำลังแอมเมอเรน ได้ทำการกวาดล้างพวกมอนเตอร์ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม
ในระหว่างการกวาดล้าง ได้มีกลุ่มมอนเตอร์เล็กๆ ได้หนีกองกำลังแอมเมอเรนไปทางทิศตะวันตก
แต่กองกำลังโซลลัพอยู่ที่นั่น
กลุ่มเล็ก ๆ หลายกลุ่มได้รวมตัวกันและมีจำนวนรวมประมาณ 1,000 ตัว
‘ดีที่เรายังไม่มาสายไป’
โรอันหัวเราะเบา ๆ และมองไปที่เซมิ
เซมิยังคงเหม่อลอยอยู่เล็กน้อย
“ใช่. ข้า ข้าสบายดี ”
จริงๆแล้วแม้แต่กองกำลังโซลลัพก็ยังเหม่อลอยอยู่เหมือนกัน
และนั่นเป็นเพราะทหารเพียง 300 นายได้ผลักดันและสังหารหมู่เหล่ามอนเตอร์ที่มีจำนวนประมาณ 1,000 ตัวได้อย่างง่ายดายและสามารถผลักดันพวกมันกลับไปด้านข้างได้
‘นี่ นี่คือความแขงแกร่งที่กองกำลังต้องมี?’
เซมิกลืนน้ำลายลง
โรอันมองไปที่เซมิ และส่ายมือไปที่ด้านหลังสองครั้ง
ทันใดนั้นเอง กลุ่มทหาร 100นายที่กำลังผลักดันพวกมอนสเตอร์ ก็เริ่มถอยกลับเข้ามา
รูปสามเหลี่ยมที่แผ่ซ่านกระจายก็ได้หดตัวในทันทีและจากนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
“เคี้ยก !?”
“ชีว์?”
มอนสเตอร์เอียงศีรษะเมื่อเห็นพื้นที่ว่างเปล่าด้านหน้า
จากนั้นผู้ถือธงก็ส่ายธงไปทางด้านข้าง
ทหารราบที่อยู่ด้านหน้าก็ได้คุกเข่าลงข้างเดียว
พลธนูที่อยู่ด้านหลังได้ยิงลูกธนูออกไป
พิ้ววว!
มีเสียงดังออกไป
ลูกธนูหลายร้อยลูก ได้ฝ่าอากาศออกไปอย่างต่อเนื่อง
ปึก ปึก ฟุบ !
เหล่ามอนเตอร์ได้ทรุดตัวลงหลังจากกลายเป็นเม่น
และในหมู่นักธนูผู้ที่แสดงทักษะได้น่าทึ่งที่สุดก็คือแฮร์ริสัน
แฮร์ริสันซึ่งเป็นผู้นำทีมยิงธนูและพลทหารราบ ได้ยิงไปที่มอนสเตอร์ขนาดกลาง เมื่อเทียบกับพลธนูคนอื่น ๆ ที่ยิงไปที่มอนสเตอร์ขนาดเล็ก
ปึก!
ลูกธนู ถูกเล็งไปที่หน้าผากของพวกมันอย่างแม่นยำ
“เป็นความสามารถที่สุดยอดมาก”
สมาชิกกองกำลังโซลลัพต่างอ้าปากค้าง
จริงๆมันเป็นความสามารถที่ใกล้เคียงกับความมหัศจรรย์
“กี้!”
“เอ๋ง!”
และเมื่อเหล่ามอนสเตอร์เริ่มถูกดันไปที่ด้านข้าง พวกมันก็ร้องออกมาและพยายามรีบหนีออกไปโดยไม่มีแผนการอะไร
โรอันจับหอก ทราเวียสราวกับว่าเขากำลังรอโอกาศอยู่และพุ่งไปข้างหน้า
กองกำลังแอมเมอเรน ตามหลังเขาไป
“อ่า … ..”
ในขณะนั้นเอง เซมิและเหล่าสมาชิกกองกำลังของเขาให้ครางออกมาเบาๆ
พวกเขาสั่นสะท้านไปทั่วร่างกาย
เพราะฉากที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา
กองกำลังแอมเมอเรน กำลังเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์หลายร้อยตัว
สายตาของพวกเขาได้ตรึงไว้ที่ด้านหลังของกองกำลังแอมเมอเรน
“เคี๊ยก!”
“ชีว์!”
กองกำลังแอมเมอเรน ปะทะกับเหล่ามอนเตอร์
สมาชิกของกองกำลังได้เคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ
ถ้ามีใครถูกโจมตีล้มลงไป คนอยู่ด้านข้างจะใส่พลังมากขึ้นในการโจมตี เพื่อที่ๆจะอุดข้อบกพร่องของคนที่โดนโจมตี
‘นี่คือสิ่งที่พวกเขาได้รับมาจากการฝึกฝนในชีวิตประจำวันที่สนามฝึก!’
เซมิตกตะลึงและประหลาดใจมากขึ้น
สายตาของเขาตรงไปยังโรอัน
เขาอยู่ด้านหน้าของแนวหน้า
มันเป็นสถานที่ที่สามารถพูดได้ว่าเป็นที่อันตรายที่สุด แต่โรอันอยู่ที่นั่น
ฟุบ ฉึก ฉั่วะ!
หอก ทราเวียสขยับไปมาราวกับว่าได้เต้นรำ
พลั้ค! ปึก!
เหล่ามอนสเตอร์ที่เข้ามาใกล้ ๆ ก็ถูกตีอย่างต่อเนื่องโดยกำปั้นและลูกเตะและกระเด็นกลับออกไป
การเคลื่อนไหวของโรอัน ไม่ใช่แค่การทำลายล้างเท่านั้น แต่ยังดูสวยงามอีกด้วย
พวกมันไม่ใช่ศัตรูของโรอัน
เซมิ ตระหนักถึงทักษะของโรอันและทักษะควบคุมกองทัพของเขา
พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่กองกำลังโซลลัพจะทำอะไรได้เลย
แต่แปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกหมดหนทาง โกรธหรือสิ้นหวัง
‘เราอยากร่วมต่อสู้กับพวกเขา’
เขาต้องการที่จะแสดงพลังมากกว่าสิ่งที่มีเช่นเดียวกับกองกำลังแอมเมอเรน
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะอารมณ์ที่ดุเดือดด้านหน้า
แต่นั่นไม่ใช่แค่เซมิ
‘พวกเราจะสามารถเคลื่อนที่ได้เช่นนั้นใหม?’
‘จะดีแค่ไหนถ้าเรามีพันธมิตรแบบนั้น’
ทุกคนจากกองกำลังโซลลัพ มองไปที่สนามรบด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
ความปรารถนาผุดขึ้นมาในสายตาของพวกเขา
ผ่านตรงข้ามและความเกลียดชังที่พวกเขารู้สึกเมื่อครั้งแรกที่พวกเขาพบกองกำลังแอมเมอเรนหายไปหมดแล้ว
‘เขาบอกว่าเขาจะรอจนกว่พวกาเราจะต้องการ …… ‘
พวกเขาจำคำพูดของ โรอันได้อย่างชัดเจน
พวกเขาหันไปมองกลุ่มทหารและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
‘ดูเหมือนว่าตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว’
เขาตัดสินใจ
สายตาของเขาย้ายไปที่สนามรบอีกครั้ง
การสู้รบกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว
มันเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์
มันเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์สำหรับกองกำลังแอมเมอเรน
และมันก็เป็นศึกครั้งแรกของกองกำลังแอมเมอเรน ที่วันหนึ่งทุกทวีปจะรู้จักชื่อนั้น
………….
‘สูญหาย. หายไปอย่างสมบูรณ์เหลือแต่เพียงที่ราบเปล่าวๆ
เซมิส่ายหัว
และดวงตาของเขาได้มองออกไป
โรอันอยู่ที่นั้น
‘เพียงแค่ช่วยทหารของเราและส่งพวกเรากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว … ‘
โรอันสั่งให้กองกำลังแอมเมอเรน ซึ่งมีจำนวนผู้บาดเจ็บน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกองกำลังโซลลัพ
ในสถานการณ์เช่นนี้ เซมิ รู้สึกประหลาดใจถึงสามสิ่ง
อย่างแรก
‘กลุ่มทหารมีการเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์ตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหาร’
สอง.
ระดับการรักษาสูงกว่าที่ข้าคิด แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในระดับมืออาชีพ แต่พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาต้องปฏิบัติต่อผู้บาดเจ็บอย่างไร
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะประสบการณ์มากมายในการสู้รบที่พวกเขาเผชิญหน้ากันมาจนถึงปัจจุบัน แต่เซมิไม่มีทางที่จะรู้ได้
แต่ส่วนมากแล้วเหตุผลที่ทำให้เขาประหลาดใจมากกว่าอะไรก็คือข้อสาม
‘มันเป็นเวลา 20 วันนับตั้งแต่ทหารกองกำลังแอมเมอเรน มาที่นี่ แต่……..’
สายตาของ เซมิ ย้ายไปที่ โรอัน
โรอันกำลังตรวจสอบสมาชิกของกองกำลังโซลลัพ
“ถ้าเจ้าหยุดพักสักครู่เจ้าก็จะสบายดีขึ้นเจมส์”
เขาพูดด้วยท่าทางใจเย็น
ทหารที่นั่งอยู่บนพื้นถามกลับด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
“ท่านรู้จักผมได้ยังไง …… .. ?”
จากคำพูดนั้นโรอัน ยิ้มแทนการตอบกลับ
เขาลุกขึ้นยืนและตรวจสอบสภาพของทหารคนต่อไป
“คาร์เรน ตรวจสอบสภาพของ โร๊ก ดูเหมือนว่าเขาขาดผ้าพันแผล ”
“เบนท์ เจ้าต้องการน้ำใหม ”
“คอร์ฟเจ้ายังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ”
ชื่อออกมาโดยไม่หยุด
โรอันได้จดจำชื่อของกองกำลังโซลลัพ
และพวกเขาประหลาดใจทุกครั้งที่มีการเรียกชื่อของพวกเขา
“ผู้บัญชาการท่านได้จดจำชื่อของสมาชิกกองกำลังโซลลัพด้วยหรือ? ”
อัสตินที่กำลังดูแลผู้บาดเจ็บอยู่ด้านข้างโรอันได้เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
จากคำถามนั้นโรอันได้ส่ายหัว
“เรายังจดจำชื่อไม่ได้ทุกคน”
ถึงอย่างนั้น เหล่าทหารรอบๆก็ได้แสดงสีหน้าตกใจออกมา
‘มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในช่วงยี่สิบวันที่ผ่านมา …… ‘
‘เราได้เปลี่ยนรูปแบบของกองกำลัง ซ่อมแซมค่ายและยังฝึกฝนในกลยุทธ์ทางทหารอีกด้วย’
ในขณะเดียวกันเขาก็จดจำชื่อทหารของ กองกำลังโซลลัพ ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับเขาด้วย
โรอัน เคลื่อนไหวไปรอบ ๆ อย่างยุ่งเหยิง ราวกับว่าเขามีอยู่ 10 ร่าง
“เราต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
สำหรับผู้บัญชาการที่ได้จดจำชื่อของทหาร
โรอันคิดว่านั่นเป็นสิ่งแรกที่ผู้บัญชาการที่ดีต้องทำ
หากยังมีส่วนร่วมในสงครามและการต่อสู้ ก็จะมีเหล่าทหารนับไม่ถ้วนที่ตายและได้รับบาดเจ็บ
แตกต่างจากผู้บัญชาการส่วนใหญ่ไม่สามารถจำชื่อของพวกเขาได้
‘อย่างน้อยเราก็ไม่สามารถปล่อยให้ทหารของเราตายได้โดยปราศจากชื่อ’
แน่นอนถ้าขนาดของกองกำลังของเขากลายเป็นขนาดของกองพล และจากเขาก็กลายเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดเขาจะไม่สามารถจดจำชื่อของทุกคนได้
‘เราจะพยายามจดจำชื่อของพันธมิตรที่ตายไป’
เพื่อให้ผู้คนสามารถจำได้และประวัติศาสตร์ก็จะนึกถึงพวกเขา
และตอนนนั้นเอง เขาสัมผัสถึงใครบางคนจากด้านหลัง
“ผู้บัญชาการกองกำลังโรอัน”
เสียงที่คุ้นเคยดังออกมา
ขณะที่เขาหันกลับมาเขาเห็นเซมิและเหล่าผู้ช่วยทหารของเขายืนเรียงเป็นกระดาน
และท่าทางของพวกเขาจริงจัง และเข้มงวด
โรอันมองเห็นความกระวนกระวายใจบนใบหน้าของพวกเขา
โรอันเข้าใจความตั้งใจของพวกเขาทันที
‘มันเร็วกว่าที่เราคิดไว้’
บางทีการตัดขวัญกำลังใจของเขาในวันแรกจะเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
พวกเขาต่างก้มหัวให้โรอัน
ชุดเกราะที่ปกคลุมด้วยเลือดของมอนสเตอร์ได้เปล่งประกายออกมา
“กองกำลังโซลลัพ ของเรา … .. ”
เสียงของเขาจางลง
เซมิ เงยหน้าขึ้นมองโรอัน
“โปรดสั่งการพวกเรา”
ตอนนั้นเอง ความเงียบก็ได้ปกคลุมไปทั่ว
เห็นได้ชัดว่ากองกำลังโซลลัพได้มองมาที่เขารวมไปถึงสมาชิกของกองกำลังแอมเมอเรนก็ กำลังมองไปที่ โรอันเหมือนกัน
โรอันไม่ลังเลเลย
เขายิ้มอย่างสดใสและพยักหน้า
“เยี่ยม”
โรอันมองไปรอบ ๆ และพูดต่อ
“ตั้งแต่วันนี้ไปกองกำลังแอมเมอเรน และกองกำลังโซลลัพ จะรวมเป็นหนึ่งเดียว”