0 Views

โรอันและกองกำลังแอมเมอเรน ได้ถูกส่งไปยังพื้นที่เขตเทล
มีกองทหารขนาดเล็กอยู่ในเขตเทล และมีเพียงผู้คนจำนวนน้อยที่อยู่อาศัยที่นี่
กองกำลังโซลลัพ
เป็นกลุ่มทหารที่ได้กระทำความผิดและถูกเนรเทศและทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดในพื้นที่บุกรุกเข้ามา
จำนวนของพวกเขามีอยู่ประมาณ 500 นายเท่านั้นเองโดยมีผู้ดูแลเป็นผู้ช่วยทหาร
‘พวกเขาเหล่านั้นเป็นคนที่มีปัญหา’
ทหารที่อยู่ในกองกำลังโซลลัพ  เป็นคนทำความผิดทั้งหมด
ไอโอ ได้เขียนคำสั่งและมอบหมายให้กองกำลังโซลลัพทำคำสั่งของกองกำลังแอมเมอเรน
‘แต่ไม่มีทางที่พวกเขาจะทำตามเราได้ง่ายๆ’
โรอันต้องทำให้กองกำลังโซลลัพเชื่อฟังให้ได้
‘เราต้องยกระดับเขตเทลเป็นฐานที่มั่น’
พวกเขาต้องเป็นกำลังให้กับโรอัน และสามารถใช้งานได้ในทางภาคตะวันออกก่อนหกปีต่อจากนี้
โรอันมั่นใจในความสามารถของเขาและมีแผนการที่จะทำอย่างนั้นได้
‘นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราต้องปกป้องดินแดนภาคตะวันออก’
ถึงเขาจะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องเพราะได้รับการการปฏิบัติที่ไม่ค่อยดี และเขาสามารถที่จะหนีไปยังอาณาจักรอื่นได้
แต่ถ้าเขาทำเช่นนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาจำได้เกี่ยวกับอนาคตทั้งหมดก็จะไร้ประโยชน์
‘สิ่งที่เราจำได้อย่างชัดเจนก็มีเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรรินท์เป็นศูนย์กลาง  นอกจากนั้น……..’
และไม่มีการรับประกันว่าเขาจะได้รับตำแหน่งถ้าเขาหนีไปยังอาณาจักรอื่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรอัน ผู้ที่มีผลงานี่ยิ่งใหญ่ในอาณาจักร รินท์
ผู้บัญชาการที่หนีไปอาณาจักรอื่นถ้าโดนจับได้จะโดนลงโทษรุนแรงมาก
เขาไม่รู้ว่าพลังและความสามารถของเขาจะสามารถปฏิบัติการได้หรือไม่ แต่มันไม่ง่ายสำหรับโรอันอย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้วการเพิ่มความแข็งแกร่ง เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด
‘แต่ตอนนี้ พวกเรายังไม่มีพลังเพียงพอที่จะทำให้พวกเราเป็นกองกำลังที่ไม่ต้องขึ้นกับฝ่ายใด’
ตำแหน่งของเขาก็เป็นเพียงผู้บัญชาการกองกำลัง
‘ตอนนี้เราต้องสร้างความแข็งแกร่งขึ้นภายใต้เงาของตระกูลแลนซ์ฟิล
ตระกูลแลนซ์ฟิล จะพบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่หลังจากนี้อีก 6 ปี
‘เราต้องกลายเป็นคนที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นไปได้’
โรอันกำหมัดของเขาแน่น
เขามองเห็นทางเข้าของเขตเทลจากที่ไกล ๆ
ทางเข้าล้อมรอบด้วยรั้วไม้หลวมๆ
มีข้อความเตือนที่เขียนขึ้นรอบ ๆ ว่าไม่ควรเข้าไปอย่างไม่ระมัดระวัง
‘นี่มันเริ่มต้นแล้วจริงๆหรือ?’
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เขาผู้ที่ได้รวบรวมพลหอกหน้าใหม่จากกองกำลังโรส กองร้อยที่ 13 และได้เป็นผู้บัญชาการของพวกเขา
นอกจากนี้เขายังกลายเป็นผู้รับผิดชอบเขตแดนนี้อีกด้วย
เมื่อเทียบกับชีวิตที่ผ่านมามันเป็นการเติบโตที่น่าอัศจรรย์
‘แล้วพวกเราก็ควรไปพบกับกองกำลังโซลลัพตอนนี้?’
ฝีท้าวของเขานั้นคล่องแคล่ว
ความคาดหวังเห็นได้ชัดบนใบหน้าของเหล่าสมาชิกที่ตามหลังเขาไป
ลมเย็นได้พัดผ่าน
อีกไม่นาน  ฤดูใบไม้ร่วงก็จะจบลง
…………..
มันเป็นเวลาว่างยามบ่าย
มันเป็นเวลาว่างที่เขาไม่ได้พบมาสักพักใหญ่
ผู้ชายที่มีร่างกลายไม่ใหญ่มาก แต่ดูท่าทางแข็งแรง ได้ฮัมเพลงอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้
“อืมมม ฮึ่ม อืมมม.”
ท่าทางผ่อนคลายปรากฏบนใบหน้าของเขา
‘ข้า ข้าอยากให้มันเป็นอย่างนี้ไปอีกสักสี่วัน.’
เขายื่นแขนออกไปในขณะที่หาว
อย่างไรก็ตามความหวังของเขาก็พังทลายลงเพราะมีชายหนุ่มที่กำลังวิ่งมาหาเขาจากที่ไกล ๆ
“ผู้บัญชาการ เซมิ!”
มีเสียงดังออกมา
ชายที่ชื่อ เซมิได้ยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยและมองไปที่ชายหนุ่ม
“อะไร? มอนสเตอร์ปรากฏตัวอีกแล้วหรือ? ”
หลังจากที่เขาถามออกไป ชายหนุ่มคนนั้นก็ได้ส่ายหัว
“ไม่ ไม่ใช่……”
“ถ้าอย่างนั้น?”
เซมิขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มได้พูดต่อ
“มีคนที่ถูกส่งมาจากตระกลูแลนซ์ฟิล ได้มาถึงแล้ว”
“อะไร! ตระกลูแลนซ์ฟิล?! ”
เซมิได้ลุกขึ้นยืนทันทีและด้วยท่าทางประหลาดใจ
‘อ่า! ในที่สุดข้าก็ได้ออกไปจากพื้นที่ที่น่าขยะแขยงนี้?
รอยยิ้มที่สดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เซมิ
เขาเป็นผู้บัญชาการที่ดูแลกองกำลังโซลลัพอยู่
เซมิได้เต้นรำและกอดชายหนุ่มคนนั้น
“ฮาโมน มันเป็นเรื่องที่ดีมาก … อย่างไรก็ตามข้าขอขอบคุณสำหรับสิ่งที่เจ้าได้ทำจนถึงบัดนี้ ”
“ครับ? อ่า ผู้บัญชาการกองกำลัง… ”
ชายหนุ่มฮาโมน หัวเราะเบา ๆ และดันเซมิออกไปเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าท่านคิดผิดแล้ว คนที่ได้ถูกส่งมาจากตระกลูแลนซ์ฟิล…… ”
เสียงของเขาเบาลง
“เป็นกองกำลังที่จะเป็นหัวหน้าของพวกเรา”
ในขณะนั้น  เซมิที่กำลังเต้นอยู่ก็ได้หยุดทันที
“ฮะ? เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ? ว่าไง?”
เขาขมวดคิ้วและถามกลับ
ฮาโมน ถอนหายใจแทนการตอบกลับและชี้ไปที่ทางเข้า
สายตาของเขามองตามไปและก็เห็นกองกำลังทหารได้เข้ามา
“นี่ มันห่ว…… .. ”
ตอนนั้นเองคำด่าทอก็ได้ออกมาจากปากของเซมิ
“พวกเขาวางพวกเราไว้ที่นี่และไม่ได้ติดต่อพวกเรามาอีกเลย แต่สิ่งที่พวกเขาทำ? กองกำลังที่เหนือกว่า? พวกเขากำลังทำเรื่องไร้สาระจริงๆ ”
ความโกรธที่พุ่งขึ้น
เพราะอารมณ์รุนแรงของเขาทำให้เกิดอุบัติเหตุขนาดเล็กและใหญ่และก็ได้ถูกเนรเทศมายังเขตเทล แต่อารมณ์ของเขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างง่ายดาย
“จะเป็นเคานต์ แลนซ์ฟิลหรือใครก็ช่าง แม่งเลวทรามกันทั้งนั้น ข้าจะโยนทุกอย่างทิ้ง ถุย!”
เขาถ่มน้ำลายลงบนพื้นและเริ่มเดินออกไป
‘หมอนั้นจะเป็นคนที่จะมาเป็นหัวหน้าของพวกเราใช่ใหม? ดี ลองไปหามันซะหน่อย ‘
ความโกรธของเขาพุ่งทะลุหัวแล้ว
ฮาโมน ที่กำลังมองดูอยู่ก็ได้ถอนหายใจสั้น ๆ
“เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่อีกแล้ว แล้วก็มาเสียใจในภายหลัง เฮ้อ.”
ขณะเดียวกัน เซมิ ก็มาถึงทางเข้า
ในขณะนั้นเดียวกัน ใบหน้าของเขาก็กลายเป็นสีแดง
‘แม่ง หน้าตาของมันยังดูไก่อ่อนอยู่เลย แล้วจะมาเป็นหัวหน้าของข้าเนี่ยนะ?
เซมิมองไปที่ทางเข้า
คนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโรอัน ที่ยืนอยู่ตรงนั้น
เซมิเดินไปหยุดอยู่ที่ด้านหน้าโรอัน
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
เป็นน้ำเสียงที่หยาบกระด้าง
ท่าทางของเขาหยาบคายและหยิ่งทะนงตัว
แต่โรอันไม่ได้พูดอะไร
อัสตินซึ่งอยู่ด้านหลัง ได้เดินไปด้านหน้าและประกาศคำสั่งของไอโอแก่เขา
หลังจากที่ออกคำสั่งอย่างกระทันหันเซมิก็เริ่มด่าออกมา
“ฮึ่ม! มันน่าเสียใจแต่ข้าไม่สามารถทำเช่นนี้ได้! ”
เขาส่ายหัวให้กับคำสั่งและเปล่งเสียงออกมาทางจมูก.
“ฮึ่มมม! นึ่คือกองกำลังที่มีชื่อว่า แอมเมอเรน ที่จะมาเป็นผู้นำของพวกเราหรือ”
ตอนนั้นเองโรอันก็ค่อยๆพูดออกมา
“มันเป็นคำสั่ง”
จากคำพูดนั้น เซมิได้มองไปที่ดวงตาของโรอัน
“และเจ้าเป็นผู้บัญชาการกองกำลังของ แอมเมอเรน?”
“ถูกแล้ว”
ท่าทางและน้ำเสียงของโรอันยังคงนิ่งอยู่
ท่าทางของเซมินั้นทำราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องบ้าบอ
‘เราต้องทำตามคำสั่งของ หน้าใหม่นี้?’
ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นมา
‘ข้าไปเข้าคุกยังจะดีกว่า’
คุกและเขตเทล
เมื่อพวกเขาบอกให้เลือกหนึ่งในสอง เซมิได้เลือกเขตเทล
และนั่นเป็นเวลาสองปีมาแล้ว
และจากสองปีที่ผ่านมาเขากวาดล้างพวกมอนสเตอร์มากมาย
‘มันเหน็ดเหนื่อยมากและน่ารำคาญ แต่เราก็ยังเป็นราชาของที่นี่’
คนที่จัดการพื้นที่เขตเทลมีเพียงกองกำลังโซลลัพและเขาเป็นหัวหน้าเพียงหนึ่งเดียวของกองกำลังนี้
นี่เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาสามารถทนต่อช่วงเวลาที่เหมือนกับนรกนี้ได้
แต่ดูเหมือนสิ่งนี้ก็จะถูกแย่งไป
เขาไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้น
เขาไม่สามารถปล่อยให้ถูกพรากไปได้
‘ที่นี่คือกองกำลังโซลลัพ และเราเป็นราชาของที่นี่’
เขามองไปที่ดวงตาของ โรอันอย่างแน่วแน่
‘ข้าต้องรับฟังคำสั่งของเจ้าเด็กนี่? อย่าพูดไร้สาระ’
เซมิเปล่งเสียงทางจมูก
“ดูแล้วเจ้ามันไก่อ่อนที่พึ่งเสร็จสิ้นการฝึกฝนทหารใหม่ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าได้ซื้อความสนใจจากเคานต์ แลนซ์ฟิล ได้อย่างไร แต่พวกเราปกครองพื้นที่แถบนี้อยู่ ”
ตอนนั้นเอง อัสตินได้โกรธจัดและลุกขึ้นยืน
“ผู้บัญชาการเซมิ! คำพูดของเจ้านั้นมากเกินไป … .. ”
“ไม่เป็นไร”
แต่โรอันได้ ยกมือขึ้นและหยุดเขา
โรอันมองไปที่ดวงตาของเซมิ
“เจ้าอยากให้เราทำอะไร?”
“เจ้าจะทำอะไร? เจ้าและกองกำลังแอมเมอเรน เพียงปิดปากของพวกเจ้าและดูดนิ้วมือของพวกเจ้าอยู่ข้างหลังของพวกข้า  ทำไม? เจ้ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรม? ถ้าเจ้า
กล้า……”
“ถ้าเจ้ากล้า?”
“ก็พยายามสู้กับข้าด้วย มือเด็กน้อยและอ่อนนุ่มของเจ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่าแต่ข้าไม่มีความเมตตาใด ๆ กับคนที่โจมตีข้า  ”
มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
โรอัน คิดว่าเป็นเรื่องตลก
‘อย่างที่คิดไว้’
เมื่อเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกองกำลังโซลลัพครั้งแรก เขาคาดว่าสถาณการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้น
พวกเขาเป็นพวกก่อกวน
พวกแย่ยิ่งกว่าแย่
ไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะเชื่อฟังเขา
“ถ้าเจ้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ก็มาสู้กันตอนนี้เลย”
“อะไรนะ?”
จากคำพูดของโรอัน เซมิขมวดคิ้ว
ตอนนั้นเอง
กำปั้นของ โรอันก็พุ่งเข้ามา
“เฮ้ย!”
เซมิตกใจและทรุดตัวลง
กำปั้นหยุดนิ่งก่อนจะถึงจมูกของเซมิ
วิ้ว
แรงกดดันที่มาพร้อมกับลมได้รู้สึกตรงปลายจมูกของเขา
“ไอ้ห่านี่”
หน้าของเซมิกลายเป็นสีแดง
เขาพุ่งไปหาโรอัน
จะเห็นว่าความโกรธของเขาพุ่งพรวดออกมาเหนือศีรษะของเขา
การเคลื่อนไหวของเขาเร็วเท่าร่างกายที่แข็งแกร่งของเขา
ฟุบ! ฟุบ!
กำปั้นและขาทั้งสองข้างของเขาพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
เจตนาที่ต้องการจะทำให้โรอันหมอบลงไปกับพื้น
อย่างไรก็ตามการโจมตีของ เซมิ ทั้งหมดนั้นโดนแต่อากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้น
โรอันหลบการโจมตีทั้งหมดของ ด้วยการเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุด
“ช้ามาก”
โรอัน ยิ้มและขยับตัว
เขาหลบกำปั้นของเซมิที่อยู่ไกล้เขา
“หา?”
เซมิแสดงท่าทางตกใจ
หมัดของโรอันพุ่งใส่อากาศอีกครั้ง
ผัวะ เปรี้ยง! ผัวะ!.
เขาไม่ได้ใช้มานา
แต่ถึงกระนั้น กระดูกและกล้ามเนื้อของเขาที่ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ หลังจากเกิดเหตุการณ์การล้นของมานาทำให้ร่างกายของเขามีความโดดเด่นมากกว่าคนปกติ
“อั๊ก!”
เซมิถูกต่อยไปที่หน้าอกและหน้าท้องก่อนที่จะล้มลง
“หัวหน้า!”
ฮาโมนตะโกน
เขาจ้องไปที่โรอันและวิ่งไปหาเขา
ฮาโมนที่ได้อดทนจนถึงตอนนี้  จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่อารมณ์ร้อนเหมือน กับเซมิ
ฟุบ
กำปั่นใหญ่ๆของฮาโมนได้พุ่งออกไป
โรอันบิดตัวหลบ และจากนั้นก็เตะไปที่เป้าของฮาใมน
ปัง
“อั๊ค! อะ..ไอ้ สัตว์…! ”
ฮาใมนเสียสมดุลและเดินโซเซ แต่ก็ยังตะโกนด่าออกมา
โรอันคว้าคอของฮาโมนทันที
มานาได้พุ่งขึ้นมาจากแหล่งเก็บมานาของเขา
วืดด
กล้ามเนื้อแขนขวาของโรอันพองขึ้น
“อ๊า!”
ฮาโมนได้ดิ้นรนเมื่อเขารู้สึกว่าลมหายใจของเขากำลังขาดออก
เท้าทั้งสองข้างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้น
‘มันมีแรงเยอะขนาดใหน…… ‘
ฮาโมนและ เซมิที่กำลังมองจากด้านข้างต่างตกใจ
เพราะโรอันที่ตัวเล็กๆ ได้ยกฮาโมนด้วยมือข้างเดียว
ฮาโมนได้พยายามดิ้นรนเมื่อลอยอยู่ในอากาศ
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถหลุดจากการจับของ โรอันได้
‘มัน มันเป็นสัตว์ประหลาด’
เซมิก้าวถอยหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ
ความโกรธที่พุ่งขึ้นมาของเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว
‘ข้าได้ทำผิดผลาด?’
เขารู้ตัวเมื่อสายเกินไป
‘ตอนนี้ที่ข้าเห็น ไม่มีคนใดของกองกำลังแอมเมอเรน…… ‘
ถึงจะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้าพวกเขาก็ไม่มีทหารคนใดคนหนึ่งเดินออกมา
ความแน่วแน่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปแถวที่เข็มแข็ง
“พวกเขาเป็นยอดทหาร และเป็นกองทัพที่ทรงพลัง”
เหงื่อเย็นๆไหลลงที่ด้านหลังของเขา
เซมิได้ต่ำหนิอารมณ์ร้อนของตนเอง
อึ่ก
เขากลืนน้ำลาย
ท่าทางกังวลปรากฏบนใบหน้าของเขา
โรอันมองไปที่เซมิและยิ้มให้
‘มันเหมือนกับที่เคานต์ แลนซ์ฟิล กล่าว’
แม้ว่ากองกำลังโซลลัพ จะประกอบด้วยคนทำความผิด แต่พวกเขาไม่ใช่คนเลวทราม
แต่พวกเขาเชื่อในความสามารถหรือความสามารถของตนเองและทำตามที่พวกเขาต้องการ
ถ้าเขาสามารถทำให้กองกำลังโซลลัพ  มาอยู่ข้างเขา ก็จะเป็นการดีต่อกองกำลังของเรา
‘ถึงอย่างไร มันก็สบาย ที่เราไม่ต้องซ่อนมานาของเราอีกต่อไป’
โรอันได้พูดคุยกับไอโอ เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคมานา ก่อนแยกจากกัน
ถึงจะไม่รู้เกี่ยวกับสถานที่อื่น ๆ แต่พื้นที่เขตเทลเป็นสถานที่เงียบสงบและเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกมานาของเขา
ในตำแหน่ง โรอันไม่จำเป็นต้องกลัวว่าคนอื่นจะรู้อีกต่อไป
“ฟังให้ดี”
เสียงของเขาค่อนใจเย็น
“เรา โรอัน เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง แอมเมอเรน ถึงแม้จะเป็นคำสั่งของเคาท์แลนซ์ฟิล เราก็ไม่มีความคิดในการบังคับบัญชาพวกเจ้า”
โรอันหันไปมอง เซมิ
“มาหาเราเมื่อเจ้าต้องการที่จะรับคำสั่งจากเรา และจนถึงตอนนั้นเราจะไม่ยุ่ง          กับเจ้า
เขาคลายแรงจับลงหลังจากที่ได้พูดจบ
ตุบ
“แค่ก แค่ก”
ฮาโมนเริ่มไอออกมาเมื่อเขาล้มลงไปบนพื้น
เขาไม่ได้คิดจะโจมตีโรอัน อีกและถอยกลับไป
โรอัน เห็นและใส่ยิ้มออกมาจางๆ
‘เราไม่อยากใช้กำลังเช่นนี้ …… ‘
แต่ต้องแสดงถึงความแข็งแกร่ง เพื่อควบคุมทหารที่ชอบสร้างปัญหา
และแน่นอนเขาไม่ได้วางแผนที่จะบังคับให้พวกนั้น ปฏิบัติตามเขาหลังจากที่พวกนั้น โดนแรงกดดันจากความแข็งแกร่งของเขา
‘เราจะทำให้พวกเขาตามเรามาด้วยตัวเอง’
โรอันต้องการที่จะทำให้พวกนั้นเดินตามเขาไปพร้อม ๆ กับความคิดของพวกนั้นเอง
ตอนนี้ได้เริ่มต้นแล้ว
โรอันหันกลับไป
กองกำลังแอมเมอเรน เดินตามหลังเขาพร้อมกับรักษารูปแบบขบวน
“เฮ้อ ผมคิดว่าผมจะตายซะแล้ว ”
ฮาโมน ถอนหายใจออกมาพร้อมแตะไปที่คอของเขา
เซมิ มองไปที่โรอันและเหล่าทหารที่เดินออกไปไกลและขมวดคิ้ว
‘จะทำยังไงต่อไป …… ‘
เขาไม่สามารถตัดสินใจได้
ถ้าโรอัน ใช้กำลังและพยายามบังคับบัญชากองกำลัง โซลลัพ  พวกเขาจะอ้างก่อกบฎได้ง่ายๆ
‘เพราะ ทหาร500 นายของกองกำลังโซลลัพเป็นเช่นนั้น’
แต่เมื่อ โรอันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาจึงรู้สึกผิดหวังมาก
แม้ว่าเขาจะต้องการกบฏ ด้วยเหตุผลนี้ก็หายไป
นอกจากนั้นความจริงก็คือว่าโรอันมีความแข็งแกร่งมากจนสามารถเล่นกับเขาและฮาโมนได้อย่างง่ายดาย และทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่ง่ายเลย
“เขาเป็นคนแบบไหน? แม้ขนาดทหารที่มาด้วยกันกับเขาก็ดูเหมือนจะเหนือปกติ. ”
ด้วยคำพูดของ ฮาโมน ใบหน้าของเซมิเริ่มบิดเบี้ยว
เขาถูกต่อยโดยไม่สามารถต้านทานได้เลย
ในขณะที่ ฮาโมนได้ส่งเสริมโรอัน และกองกำลังของพวกเขาในสถานการณ์เช่นนั้น ความโกรธของ เซมิก็ได้พุ่งสูงขึ้น
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร?! ไปและกลับไปทำงานของเจ้า! ”
จากคำพูดตำหนิของเซมิ ฮาโมนปิดปากลงทันที
‘เขากำลังระบายอารมณ์ใส่ข้า’
เขาเก็บความคิดลงและทำความเคารพก่อนจะไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่
เป็นการดีที่จะหลบเมื่อเซมิโกรธ
วันนี้ค่อนข้างเป็นวันสำคัญสำหรับเซมิด้วยเหตุผลหลายประการ
‘เฮ้อ  ข้าไม่รู้ ไม่ทราบ ข้าจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อข้าได้เฝ้าดูพวกเขา’
เขตเทลนั้นแตกต่างจากที่อื่น
ไม่ใช่สถานที่ที่กองกำลังที่โผล่ขึ้นมาจากใหนไม่รู้ จะคุ้นเคยและอดทนได้ง่ายๆ
แม้ว่า โรอัน และกลุ่มทหารของเขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่าพวกเขาจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับภูมิภาคนี้ได้ดีหรือไม่
แม้แต่ กองกำลังโซลลัพก็ใช้เวลาถึงสามปี
และในสถานที่แห่งนี้ กองกำลังโซลลัพก็เหมือนกับกลุ่มชั้นยอด
โรอันและกองกำลังแอมเมอเรน
เซมิและกองกำลังโซลลัพ
กองกำลังที่แตกต่างกันสองกลุ่มในภูมิภาคเดียวกัน
ดอกไม้ที่ไม่เคยเหี่ยวเฉาและผืนดิน
ความสัมพันธ์ที่ได้เริ่มต้น
………….
ถึงแม้ศูนย์บัญชาการใหญ่จะเก่าและทรุดโทรม แต่ก็ยังมีอาคารที่มีประโยชน์
กำลังแอมเมอเรนตรวจสอบอาคารอย่างละเอียดและสร้างสถานที่สำหรับตัวเองในด้านตรงข้ามของกองกำลังโซลลัพ
โรอันหลังจากที่ได้เดินขบวนมาจึงสั่งให้หยุดพักเป็นเวลาสองวัน
ในขณะที่ทหารกองกำลังโซลลัพเดินเข้าไปใกล้ที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ของพวกเขาและทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น
แม้แต่ โรอันก็เริ่มพักผ่อนในที่ของเขา
เขาเริ่มตรวจสอบแผนการของเขาและฝึกฝนเทคนิค มานาเฟรมดอร์
ระดับมานาของ โรอันในปัจจุบันเทียบได้กับอัศวินมือใหม่
และต้องขอบคุณการเอ่อล้นของมานา เส้นมานา กระดูกและกล้ามเนื้อถูกสร้างขึ้นใหม่และมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ขณะที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับเทคนิคมานาพื้นฐาน เขาขาดความเข้าใจในเรื่องนี้
‘เมื่อกองกำลังทหารของเราเริ่มนิ่งแล้ว เราคงจะต้องซื้อหนังสือและสะสมไว้’
มีหลายสิ่งที่เขาต้องทำ
เขาต้องนำหนังสือและสิ่งของของจากบ้านที่อยู่ในปราสาทเบโน่มาและเขาต้องจัดการอย่างจริงจังกับหน่วยงานของคริสและคนทั้ง 5คนที่เขาได้ลงทุนและช่วยให้พวกเขาเติบโต
แต่ทั้งหมดนี้ สิ่งที่เขาต้องทำก่อนก็คือ
‘เราต้องเปลี่ยนโครงสร้างกองกำลัง’
มันจะเป็นกองกำลังที่สร้างขึ้นคร่าวๆ
‘ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยสัมผัสกองกำลังในรูปแบบของเขา แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว’
กำลังแอมเมอเรนเป็นของโรอัน อย่างสมบูรณ์
เขากำลังวางแผนที่จะใช้หนึ่งในรูปแบบที่เกิดขึ้นหลังจากยุคของสงครามอันยิ่งใหญ่ในอนาคตกับเหล่าทหารแอมเมอเรน
‘เพื่อจะทำให้กองทหารขนาดเล็กมีประสิทธิภาพ มันจะดีถ้าจะแบ่งกลุ่มละสิบนาย’
เขาอยากจะจัดกลุ่มทหาร 10 นายให้กลายเป็นหนึ่งและมอบอำนาจให้กับบุคคลคนหนึ่ง
‘เราจะสร้างกองร้อยโดยมีกลุ่มสิบคนนี้เป็นฐาน’
จำนวนทหารในกองกำลังแอมเมอเรน มีจำนวนทั้งสิ้น 400นาย
ถ้าเขาจัดพวกเขาเป็นกลุ่มละสิบนาย 4กองร้อยและสี่ผู้บัญชาการที่จะนำทีมละร้อยคน
‘เราจะใช้แบ่งกองกำลังของเขาเป็นกลุ่มคนร้อยคน’
แม้ว่ารูปแบบพื้นฐานจะมาจากทหารสิบกลุ่ม แต่สิ่งที่จะกลายเป็นพื้นฐานของยุทธศาสตร์นี้ก็คือกลุ่มคนร้อยคน
โรอันเขียนความคิดของเขาลงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง ๆ
ถ้าดูผ่านๆมันเหมือนไม่มีอะไร แต่มันจะเป็นพื้นฐานของพื้นฐาน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ โรอันกำลังคิดอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้น
เงื่อนไขของการเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งไม่เพียง แต่ประกอบด้วยทหารเท่านั้น
‘เราจะต้องเริ่มต้นหาคนบ้าที่อยู่ในห้องเล็ก ๆ ‘
คนบ้าในห้องเล็ก ๆ
ผู้คนเรียกพวกเขาว่าอย่างนั้น
แต่พวกเขาเรียกตัวเองอีกชื่อนึง
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นมุมปากของโรอัน
‘นักเล่นแร่แปรธาตุ’