0 Views

หลังจากนั้นสองวัน เคาตท์ แลนซิพลี และกองพลที่ 7 ได้จัดค่ายของพวกเขาถอยกลับไปทางทิศตะวันตก

ไม่ ถ้าจะให้พูดชัดเจนพวกเขาแสร้งทำเป็นว่าจะถอยกลับ

อันที่จริงกองทัพซึ่งประกอบด้วยกองกำลังมากกว่า 10,000นาย ได่แบ่งเป็นกองกำลังขนาดเล็กและเคลื่อนไปยังที่เก็บเสบียงที่กองพลที่ 7ได้พบ

ในกระบวนการนี้ข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์ ของโอเรนและเพ็นนำมาช่วยได้มาก

กองทัพได้พุ่งผ่านดินแดนของข้าศึก โดยใช้เส้นทางที่ปลอดภัยและเป็นความลับที่สุด

พวกเขาไม่ได้เคลื่อนที่เพียงอย่างเดียว

กองกำลังทหารมากกว่า 2,000 คนได้ไปที่หน่วยเก็บเสบียงปลอมของโอเรนและทำให้ดูเหมือนว่ามพวกเขามีจุดมุ่งหมายอยู่นั้น

พวกเขาตั้งใจหลอกว่าตกอยู่ในกับดัก

พวกเขาเพิ่มโอกาสในชัยชนะอีกสักหน่อย

ในขณะที่ ทหาร10,000 นายที่ถูกแบ่งออกเป็นกองกำลังขนาดเล็กและได้ใช้เวลาในช่วงกลางคืนและรุ่งอรุณเพื่อเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกทีละเล็กทีละน้อย

ปลายทางของพวกเขาคือทางเข้าของที่ราบที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขตแดนของตะวันออก

เนื่องจากที่ตั้งของแหล่งเก็บเสบียง ของอาณาจักรเอสเทลนั้นอยู่ระหว่างเทือกเขาจึงเป็นการยากที่ อาณาจักรรินท์จะเข้าไปในตำแหน่งดังกล่าว

กองทัพของอาณาจักรรินท์ได้หันไปทางภูเขา ทิศตะวันตกและเดินเข้าไปในดินแดนของข้าศึก

จากการสำรวจข้อมูลของหน่วยงานคริสและโอเรน กองกำลังส่วนใหญ่ของศัตรูจะถูกรวบรวมไว้ในภาคตะวันออกติดกับภูเขา

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ได้เผชิญหน้ากับพวกมัน

อาณาจักรรินท์ได้มาถึงปลายทางหลังจากผ่านไปสิบวันแล้ว

แต่มีหลายครั้งที่กองกำลังขนาดเล็กถูกค้นพบโดยศัตรูและถูกฆ่าตายหรือหลบหนีทัน

ทหารที่มาถึงตามเวลาที่กำหนดไว้มีจำนวน 9,000 นาย

พวกเขาซ่อนตัวและไม่ขยับจนกว่าดวงอาทิตย์ตกและความมืดได้ปกคลุม

โรอันมองไปที่เก็บเสบียงที่อยู่บริเวณที่ราบลุ่ม

การเตรียมการของพวกมันดูเหมือนจะแข็งแกร่ง
‘อย่างไรก็ตามจำนวนอัศวิน นั้นต่ำกว่าที่ที่เก็บเสบียงปลอมนั้น’

อาณาจักรเอสเทลได้ใช้ทรัพยากรมากเกินไปในการสร้างกับดัก

‘จำนวนทหารที่มีมานาอยู่ในร่างกายของพวกเขามีเพียง 30 นายเท่านั้น

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นตอนกลางคืน แต่เนื่องจากหยดน้ำตาแห่งคาเรี่ยน เขาจึงไม่ได้มีปัญหาในการตรวจสอบค่าย

‘เมื่อเทียบกับที่อัศวินของ เคานต์แลนซิพลี ที่มีจำนวนมากกว่า 50นาย’

นอกจากนี้ยังมีนักเวทย์อีก 10 คน

แม้ว่าอาณาจักรเอสเทลจะมีทหารมากกว่าแต่ในแง่ของคุณภาพของทหารพวกเราค่อนข้างจะดีกว่า

‘แต่แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาแสดงจะไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง’

ถึงแม้ว่าพวกเราจะจัดการที่เก็บเสบียงที่สำคัญนี้สำเร็จ ก็ไม่ได้กำหนดว่าพวกมันจะแพ้ทันที

แต่ถึงอย่างนั้น โรอัน ก็มั่นใจ

‘ในตำแหน่งของพวกเขา  การโจมตีฉับพลันจากทิศทางที่ไม่คาดคิดและทำให้พวกมันไม่คาดคิด’

ยิ่งไปกว่านั้นขวัญกำลังใจของพวกเรานั้นสูงเทียมฟ้า

‘แต่ถึงอย่างไร เราก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีกับดักหรือไม่’

โรอัน ตรวจสอบที่เก็บเสบียงอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเช่นเดิม

‘หืม?

สายตาของเขามองไปจุดนึง

เขามองที่รั้วไม้ที่ด้านซ้ายของทางเข้า

‘การไหลของมานาตรงนั้นแปลกๆ

พูดให้ชัดเจนก็คือ อากาศตรงนั้นได้ไหลแปลกๆ

‘มีการไหลของมานาเหนือรั้ว’

โดยปกติแล้วมานามักจะเคลื่อนไปโดยไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ

‘บางที?’

สิ่งที่น่าสงสัยในสถานการณ์เช่นนี้

‘กำแพงเวทย์มนต์?’

โรอันขมวดคิ้ว

จุดอ่อนที่สุดที่เกี่ยวข้องกับสงครามและการสู้รบ

นั่นคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์

สายตาของเขาย้ายอีกไปที่อากาศเหนือรั้ว

มานาไหลเหมือนวังวน

‘ดูเหมือนว่านั้นจะเป็นใจกลางหลักของกำแพงเวทย์มนต์…… ‘

แต่เขาไม่แน่ใจ

เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น

ตอนนั้นเองเขาเห็นหัวน่านักเวทย์ ไทโร่ เบรส กำลังเดินยุ่งๆ

โรอัน แสร้งกำลังทำเป็นดูแลทหารและเดินตามหลังเขาไป

ไทโร่ไปหากาลี โอเวลผู้รับผิดชอบคำสั่งสูงสุด

“ผู้บัญชาการ โอเวล ในขั้นตอนการตรวจสอบมานา พวกเราได้ค้นพบกำแพงเวทย์มนต์”

มันเหมือนกับที่โรอันคิด

กาลีขมวดคิ้ว

“กำแพงเวทย์มนต์? ”

“มันมีรูปร่างคล้ายโล่ขนาดใหญ่”

โล่ขนาดใหญ่
มันเป็นเวทมนตร์ในป้องกันขนาดใหญ่

เป็นสิ่งที่โรงเรียนพิเศษที่ใช้เวทย์มนต์เป็นหลักได้สอน

แม้ว่าพวกเขาจะไร้ประโยชน์ในการสู้รบแบบ 1 ต่อ 1 หรือการโจมตีแบบฉับพลัน แต่พวกเขาค่อนข้างมีบทบาทโดดเด่นในการปกป้องเช่นเดียวกับในขณะนี้

“อืมมม พวกเขาเตรียมตัวดีขึ้นกว่าที่คิดไว้ ”

กาลีพูดออกมาและส่ายหัว

‘ถ้าเราไม่สามารถทำาลายโล่อันใหญ่นี้ได้ กลยุทธ์นี้ก็จะล้มเหลว’

มีสองวิธีคือ

‘หนึ่งคือการโจมตีกำแพงเวทย์มนต์จนกว่าจะพังทลาย’

แม้ว่ามันจะเป็นโล่ที่แข็งแรง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่สามารถทำลายได้

อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก และอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีอาวุธหรือทหารม้าล้อมรอบ

‘วิธีที่สอง …… .. ‘

คือการทำลายแกนกลางของเวทย์มนต์นี้

แกนกลางเป็นจุดเด่นและส่วนสำคัญที่ช่วยให้กำแพงเวทย์มนต์นี้ ยังคงรักษาสภาพอยู่ได้

“แล้วเจ้าได้พบแกนกลางของมันหรือไม่”

คำถามของ กาลี ไทโร่ส่ายหัว

“มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบมันในระยะห่างไกลเช่นนี้.”

กาลีพยักหน้า

เขารู้ถึงความจริงข้อนี้

‘ตอนนี้ พวกเราก็เข้าใกล้มากแล้ว’

พวกเขาไม่สามารถปล่อยเวลาโดยการรอคอยได้

ถ้าพวกมันได้ค้นพบว่าการโจมตีที่เก็บเสบียงปลอมนั้นเป็นการเหยื่อล่อ พวกมันจะต้องตามมาที่นี่อย่างแน่นอน

พวกเขาต้องจบการต่อสู้ก่อนหน้านั้น

มันเป็นสถานการณ์ที่พวกเขาต้องหวังให้เหล่านักเวทย์ค้นหาแกนกลางของกำแพงเวทย์มนต์ได้อย่างรวดเร็ว

‘ชิ ถ้าทักษะของเหล่านักเวทย์ดีกว่านี้นะ…… ‘

เขารู้สึกเสียใจ

หากความสามารถของเหล่านักเวทยันั้นดีเยี่ยม พวกเขาจะสามารถใช้เวทย์ตรวจสอบมานา, ปัดเป่า และโจมตีเวทมนตร์เพื่อทำให้โล่เวทย์มนต์นี้พังทลายไป

อย่างไรก็ตามระดับเวทมนตร์ของ นักเวทย์ของเคานต์แลนซิพลีนั้นไม่ได้สูงมากนัก

ไม่ใช่แค่พวกเขา

มันเป็นเรื่องยากที่จะหานักเวทย์ระดับสูง

หลังจากที่มังกรทั้งหมดได้หายไปพวกเขาก็เริ่มหายตัวไปทีละเล็กทีละน้อย

โรงเรียนหลายแห่งได้จัดการและพัฒนาสาขาพิเศษขึ้น  พวกเขาจึงยังคงรักษาดำรงอยู่ของเวทย์มนต์ไว้ได้

อย่างไรก็ตามความจริงที่ว่าประสิทธิภาพในสงครามและการสู้รบได้ลดลงมากยิ่งขึ้น

‘มีแต่ หมอที่ให้การรักษา’

กาลีถอนหายใจและส่ายหัว

‘ถ้ามันกลายเป็นเช่นนี้ เราทำได้เพียงยิงลูกธนูหลายพันลูกโดยไม่หยุด’

หากโชคดี คนใดคนหนึ่งอาจเจาะทะลุแกนได้

เขาจัดการความคิดของตนเองและยกมือขวาขึ้น

“พวกเราจะเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่จัดเก็บเสบียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ต้องปะทะกันเท่านั้น

ทหารวางกำปั้นขวาไว้ที่หน้าอกแทนการตอบกลับ

ฟ้าว ฟ้าว

ลมแห่งรุ่งอรุณดพัดใส่ยอดหญ้า

ขณะเดียวกัน กองทัพจากอาณาจักรรินท์ได้เริ่มเคลื่อนที่อย่างเงียบๆ

อัศวินของแลนซิพลี อยู่ที่ด้านหน้า ด้านข้างของกองทัพและอยู่ข้างหลังของกองพลที่7 และด้านหลังของเหล่าอัศวินมีนักเวทย์จำนวน 10 คนตามมา

ไม่นานพวกเขาก็มาไกล้ที่เก็บเสบียง และกาลีได้ยืนอยู่ด้านหน้าสุด

“นักเวทย์”.

เขาเรียกออกไปเบาๆ และนักเวทย์ที่อยู่ด้านหลังก็ได้เดินมาด้านหน้า

แขนทั้งสองข้างได้ยกขึ้นอยู่ในระดับสายตา

พวกเขาได้ทำการสแกนหามานาด้านหน้าที่เก็บเสบียง

ความเงียบปกคลุมไปทั้ว

และความเงียบก็ยังคงดำเนินต่อไป

เหล่าทหารของอาณาจักรรินท์ไม่กล้าหายจังดังเพราะกลัวว่าจะถูกค้นพบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปชั่วเวลานึง แหล่านักเวทย์ก็หาแกนกลางไม่พบ

ท่าทางของไทโร่ได้เคร่งเครียดมากกว่าเดิม

ในที่สุดกาลีไม่สามารถอดทน และถามออกมา

“เจ้ายังหาไม่เจอหรือ?”

“ข้าขอโทษ.”

ไทโร่โค้งคำนับ

ขนาดของที่เก็บเสบียงนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป

สำหรับนักเวทย์เพียง 10 คนที่ได้ค้นหาเวทย์มนต์จากสถานที่ทั้งหมดอย่างละเอียดนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

กาลีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

‘เราไม่สามารถเสียเวลาไปแบบนี้’

ถ้าตัวเลือกแรกนั้นใช้ไม่ได้ก็ต้องใช้ตัวเลือกที่สองต่อไป

“นักเวทย์ค้นหาแกนต่อไป”

“ได้ เข้าใจแล้ว”

ไทโร่ พยักหน้าและขยับไปด้านข้าง

กาลีดึงดาบยาวของเขาออกมา

“เตรียมตัวยิง ลูกธนูใส่พวกมัน”

“ครับผม.”

ผู้นำกองทัพของดินแดนนี้เพอร์ วิลสันได้ตอบกลับสั้นๆและเตรียมพลธนู

กึ้ดด!

ไฟถูกจุดไว้บนปลายลูกธนู

“ยิง!”

ทันทีที่เขาได้พูดจบเหล่าพลธนูก็ได้ยิงลูกธนูของพวกเขาออกไป

เฟี้ยววว!

ลูกธนูหลายพันดอกได้พุ่งผ่านสายลมออกไปพร้อมกับเสียงแหลมคม

ลูกธนูเหล่านี้ได้เล็งไปที่เต็นท์และกระสอบ

อย่างไรก็ตาม

เก๊ง! เก๊ง! เก๊ง!

เสียงเหมือนโลหะได้กระทบอะไรบางอย่างได้ดังออกมท

ลูกธนูหลายพันดอกได้ชนกับอากาศที่ว่างเปล่าเหนือรั้ว ราวกับว่ามันเป็นเรื่องโกหกและตกลงกับพื้น

ลูกศรที่ตกลงมาถูกไฟไหม้

“มันเป็นกำแพงเวทย์มนต์”

กาลีขมวดคิ้ว

ตอนนั้นเอง

ปรี๊ดดดดด!

เสียงแหลมๆได้ก้องภายในหูพวกเขา

“พวกมันได้เตรียมเวทมนตร์แจ้งเตือนไว้?”

แน่นอนว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะปกป้องการแหล่งเก็บเสบียงโดยไม่ได้เตรียมการอะไร

เสียงของเวทมนตร์แจ้งเตือนได้ทำให้เหล่าทหารของอาณาจักรเอสเทลเริ่มมารวมตัวกัน

อย่างไรก็ตามการโจมตีฉับพลันกลายเป็นไร้ค่า แต่มันก็ยังไม่ใช่สถาณการณ์ที่สิ้นหวัง
เนื่องจากกำแพงเวทย์มนต์นั้นไม่แตกต่างระหว่างภายในหรือภายนอก ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู

เช่นเดียวกับอาณาจักรรินท์ ที่ไม่สามารถเข้าไปที่เก็บเสบียงได้อาณาจักรเอสเทลก็ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้

พวกเราต้องจบเรื่องนี้ก่อนที่กองทัพของศัตรูจะมาถึง

ถ้าถึงช่วงเช้า กองทัพศัตรูจะมาช่วยพวกมัน

พวกเขาต้องทำลายกำแพงเวทย์มนต์อันใหญ่ก่อนเป็นอันดับแรก

เฟี้ยววววว!

ลูกธนูนับพันนับกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน

ตอนนั้นเอง

ฟุบ ฟุบ ฟุบ!

ทหารหนุ่มคนหนึ่งได้ออกจากกลุ่มและวิ่งไปยังที่เก็บเสบียง

“เฮ้ย?”

“มันไปไหน?”

กาลีและเหล่าอัศวินต่างขมวดคิ้ว

อารอนผู้พบว่าทหารหนุ่มคนนั้นอยู่ในกองพลของตน จึงได้ร้องตะโกนด้วยเสียงดัง
“โรอัน!”

ตอนนั้นเอง

โรอันก้าวออกไปกว้างๆ ด้วยขาซ้ายและขว้างหอกของเขาออกไป

ฟิ้ววว!

เสียงแตกต่างจากเสียงของลูกธนู

หอกสั่นไปมาและพุ่งไปยังกำแพงเวทย์มนต์

“ไอ้พวกโง่เง่า”

“มันคงคิดว่าหอกสามารถทำได้เพราะลูกธนูไม่สามารถทำได้”
เหล่าอัศวินเดาะลิ้นและส่ายหัวไปม

แต่ท่าทางของอารอนยังคงสงบอยู่

เขาได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่คนอื่นไม่สามารถทำได้

‘ใช่ พุ่งไปแบบนั้น! ‘

สายตาของโรอันขยับไปตามแกนกลางของกำแพงเวทย์มนต์

เขาได้ฝากความหวังไว้ที่หอกนี้

หอกได้พุ่งทะลุอากาศและแทงเข้าไปที่แกนกลางอย่างแม่นยำ

ปัง!

มีเสียงระเบิดดังออกมา

ในเวลาเดียวกัน.

เปรี้ยะ เปรี้ยะ

ราวกับน้ำแข็งที่กำลังพังทลาย

ปึงง!

กำแพงเวทย์มนต์อันยิ่งใหญ่ที่ได้รับรอยบุ๋มลงไป ก่อนจะถูกทำลายและหายไปอย่างสมบูรณ์

“เฮ้ย?!”

“อะไรวะ?”

“อ่า?”

ตอนนั้นเองบรรยากาศที่น่าอึดอัดได้หายไปทันที

ทั้งสองฝ่ายได้กระพริบตาปริบๆและอ้าปากค้าง

ตอนนั้นเองโรอันก็ได้ตะโกนหากาลี

“ท่านแม่ทัพ!!!”
ตอนนั้นเองกาลีก็ได้หลุดจากภวังค์

“อา อ่า!”

ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงรู้สึกสับสน

“กะ กำแพงเวทย์มนต์ถูกทำลายแล้ว!”

เขายกดาบขึ้น

‘เราจะต้องตรวจสอบว่ามันโชคดีหรือถ้ามันมีอะไร หลังจากการสู้รบ’

ทันทีที่เขาได้สติ ความสงสัยก็เข้ามาเป็นอย่างแรก

แต่นั้นเป็นสิ่งที่จะทำในภายหลัง

ถึงเวลาแล้วที่จะโจมตีที่เก็บเสบียง

กาลียกดาบขึ้น

“พุ่งไป!”

คำสั่งได้ถูกสั่งออกมา

ทหารเกือบ 10,000นายได้พุ่งไปที่เก็บเสบียงด้วยเจตนารุนแรง

“กันพวกมันไว้!”

“ยิงธนู!”
‘ถ้าที่เก็บเสบียงถูกกำจัด ทุกอย่างก็จะจบลง!’
พวกมันต่างหมดหวัง

‘แม่งเอ๊ย ทำไมกำแพงเวทย์มนต์ถึงทลายเร็วอย่างนี้’

กำแพงเวทย์มนต์คือสิ่งที่ปกป้องพวกเขาในกรณีที่พวกเขาถูกโจมตี และปกป้องไปจนกว่าจะมีการเสริมกำลัง

แต่กำแพงเวทย์มนต์ได้พังทลายโดยหอกเดียว

สิ่งที่โชคดีก็คือพวกเขาสามารถเตรียมความพร้อมได้ในระดับหนึ่งเนื่องจากมีกำแพงเวทย์มนต์และเวทมนตร์แจ้งเตือนแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ก็ตาม

ปัง

ทางเข้าและรั้วพัง แตกหักและอาณาจักรรินท์ได้เข้ามาหลากหลาม

“ไอ้พวกลูกหมา!”

“ตาย!”

กองทัพของอาณาจักรรินท์ต่างกัดฟันแน่น

ดาบ ขวาน และหอกได้ตวัดผ่านอากาศ

เคล้ง! กึง! เคล้ง!

ประกายไฟได้กระจายไปรอบๆพร้อมกับเสียงโลหะดังออกมา

เฟี้ยววว!

ลูกธนูพุ่งออกไปไม่หยุดจากทั้งสองฝ่าย

เปลวเพลิงงง!

ด้านในและด้านนอกของที่เก็บเสบียงเริ่มเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง

“ลูกไฟ!”

ตอนนี้เหล่านักเวทย์ของเคานต์แลนซิพลีก็ได้เริ่มโจมตี

บนฝ่ามือของพวกนักเวทย์ มีลูกไฟขนาดใหญ่ปรากฏออกมา

‘โธ่เว้ย! มันเป็นความผิดพลาดของเราที่ได้ส่งอัศวินและนักเวทย์ส่วนใหญ่ไปที่เก็บเสบียงปลอม

ผู้บัญชาการของอาณาจักร เอสเทบ ได้กำปั้นของตนแน่น

“พวกเราได้ยินมาว่าพวกอาณาจักรรินท์ กำลังมุ่งหน้าไปยังกับดักที่พวกเราได้เตรียมไว้ แต่ทำไมพวกเราจึงกลายเป็นถูกกำจัดซะเอง?

ร่างกายของพวกเขาต่างหวาดกลัว

อีกด้าน เสียงของเหล่าทหารอาณาจักรรินท์ก็ได้ตะโกนออกมา

“เผาให้หมด!”

“แสดงตัวอย่างให้พวกงี่เง่าเอสเทลได้ดู!”

กองไฟและคบเพลิงได้ถูกขว้างออกไป

ในขณะเดียวกันมีลูกธนูไฟนับพันได้ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

ฟุบ! ฟุบ!

เต็นท์ติดไฟและเริ่มแพร่กระจายไปตามทางลม

“ดับไฟ!”

“ปกป้องเสบียงไว้!”

ผู้บัญชาการของเอสเทลได้ ตะโกนและสั่งการแก่เหล่าทหาร

“ฮึ่ม! เสียงที่ไร้ประโยชน์! ”

กาลีเป็นพวกที่มีจิตใจคับแคบ แต่อย่างน้อยทักษะของเขาก็ยอดเยี่ยมมาก

เขานำอัศวินทั้ง 50 นายไปสังหารทหารของอาณาจักร เอสเทล

“พวกเราคืออัศวินที่คอยปกป้องตระกูลแลนซิพลี!”

เสียงโห่ร้องดังดังออกมา

มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

ตอนนั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากอีกด้านหนึ่ง

“ไอ้พวกลูกหมา! พวกเราเป็นอัศวินของอาณาจักรเอสเทล! ”

อัศวิน30นาย วิ่งเข้ามาด้วยความตั้งใจรุนแรง

ปัง!

อัศวินกับอัศวิน

กองอัศวินกับกองอัศวิน

การเผชิญหน้าเกิดขึ้นท่ามกลางที่เก็บเสบียงที่ลุกเป็นไฟ

พวกเขาต่อสู้กันตรงกลาง เหล่าทหารทั้งสองฝ่าได้เริ่มต่อสู้กันด้วยท่าทางสับสน

เปลวเพลิงงงง!

ไฟได้ลุกไหม้รุนแรงขึ้น

ในที่สุดเปลวเพลิงก็ได้กลืนกินเต็นท์และกระสอบรอบๆ

ฟู่ ฟู่

เปลวเพลิงและประกายไฟได้โบยบิไปในอากาศ

ควันดำคลุ้งได้ปลิวไปพร้อมกับลม

ราวกับฝนเพลิงได้ตกลงสู่ที่เก็บเสบียง

‘นี่เป็นสนามรบ’

โรอันมองไปที่กองเพลิงที่อยู่ด้านหน้าก่อนจะหายใจเข้า

เป็นเพราะเขารู้สึกถึงพลังเต็มเปลี่ยมแม้ในขณะที่เขาไม่ได้ใช้เทคนิค มานาเฟรมดอร์

เปลวเพลิงสีแดงได้ลุกขึ้นสูงอยู่ด้านข้างของเขา

การแพร่กระจายของเปลวเพลิง

สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับเขา

โรอันจับหอกของเขาแน่น

เบื้องหลังของเขา กองกำลังโรสได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอัสตินและแฮร์ริสันที่ด้านหน้า

“ผู้บัญชาการ”

เสียงของอัสตินสั่นเพียงเล็กน้อย

และไม่เพียง แต่เขาเท่านั้น

ลูกกระเดือกของเหล่าทหารได้กระดกขึ้นลง

โรอันหันศีรษะไปเล็กน้อยและมองไปที่ท่าทางของเหล่าทหาร

พวกเขามีดวงตาที่ร้อนแรงเหมือนเปลวเพลิง

มุมปากของโรอันยกขึ้นเล็กน้อย

เขามีรอยยิ้มที่ทำให้คุณรู้สึกเชื่อใจ

และเขาก็พูดออกมาเบาๆ

“เชื่อมั่นในตัวเราและติดตามเรา”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/