0 Views

คนไล่ล่าและคนถูกล่า

การไล่ตามของอาณาจักรเอสเทลยังคงดำเนินการต่อไป

เนื่องจากเส้นทางหลบนี้นั้นอยู่ภายในอาณาเขตของอาณาจักรเอสเทล ผู้ไล่ล่าจึงเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

กองพลที่ 7 ได้ตีผ่าอาณาจักรเอสเทลโดยวิ่งออกมาทางด้านข้างและเคลื่อนไปทางทิศตะวันตก

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

เหล่าทหารกำลังหมดแรง

เกราะของพวกเขาถูกฉาบไปด้วยเลือด

เหล่าทหารที่มีจำนวนถึง 4,000 นายตอนนี้เหลือเพียง 2,000 นาย

เหล่าทหารครึ่งนึงได้ลาโลกไปแล้ว

“อีกนิดเดียว”

อารอนให้กำลังใจเหล่าทหาร

แม้ตอนนี้เขายังอยู่ในสถานการณ์ที่จะล้มลงได้ทุกขณะ แต่เขาก็ยังกัดฟันแน่นและอดทนต่อไป

เขาก้าวไปเร็วกว่าทุกคนและจนมาอยู่ด้านหน้าของทุกคน

ฟุบ ฟุบ

ฝุ่นสีขาวได้ลอยขึ้นมาพร้อมกับเท้าของพวกเขาได้ก้าวออกไป

และเมื่อพวกเขาก้าวไปได้อีกสามสี่ก้าว

ปรู๊นนน

เสียงแตรก็ดังออกมา

มันเป็นเสียงที่พวกเขาได้ยินในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา และทำให้พวกเขารู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที

ใบหน้าของอารอนและเหล่าทหารต่างซีดขาว

“มันจบแล้ว…… ”

สุดท้ายแล้วเสียงประกาศยอมแพ้ก็ดังออกมาจากปากของอารอน

โรอันซึ่งเป็นผู้นำพลเดินเท้าของกองกำลังโรสที่คอยระวังอยู่ด้านหลัง

“พวกเราจะหยุดพวกมัน”

เขาพูดด้วยนำเสียงที่แน่วแน่และกล้าหาญ

โรอันมีท่าทางเหน็ดเหนื่อย แต่สภาพของเขาก็ยังดีกว่าผู้บัญชาการคนอื่นๆ

และนั่นก็เหมือนกับทหารราบของกองกำลังโรส

พวกเขาได้ฝึกฝนวิธีการฝึกซ้อมที่ใช้กันในอีก 20 ปีต่อจากนี้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงมากกว่าทหารคนอื่น ๆ

นอกจากนั้นพวกเขาฝึกอบรมกลยุทธ์ซ้ำๆจึงทำให้การสูญเสียพลังงานของพวกเขาจึงต่ำ

โรอันยืนอยู่ที่ด้านหน้าและจับหอกของเขาแน่น

‘อีกไม่ไกลเราจะออกจากดินแดนนี้ได้แล้ว’

ถ้าพวกเราชนะการต่อสู้ครั้งนี้พวกเราจะสามารถเข้าสู่ดินแดนของพวกเราได้

‘อดทนต่ออีกครั้งเดียว’

โรอันกัดฟันแน่น

สายตาของเขามองไปที่เนินเขา

ปรู๊นนน

เสียงแตรดังก้องในหูของเขา

กุบ กุบ กุบ

ตามด้วยเสียงของม้า

ฟุบ ฟุบ!

ในเวลาเดียวกัน ธงที่ปลิวไปตามลมได้ปรากฏขึ้นเหนือเนินเขา

“อา ……”

ตอนนั้นเองเสียงอุทานได้ออกมาจากปากของโรอัน

ธงที่สง่างามได้โบกไปตามสายลม พร้อมกับมีทหารม้าถืออยู่ด้านหน้า

ธงนั้นคุ้นเคยมาก

โรอันหันไปมองอารอนและตะโกนออกมา

“พวกเขาไม่ใช่พวกอาณาจักรเอสเทล พวกเขาเป็นพันธมิตรกับพวกเรา!”

ตอนนั้นเองใบหน้าของอารอนและเหล่าทหารได้แสดงความโล่งใจปนประหลาดใจออกมา

และเสียงของโรอันก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เขาคือท่านเคานต์ แลนซิพลี!”

……………

เป็นโชคชะตาที่ทำให้พวกเขาได้พบกับกองทัพของแลนซิพลี

กองทัพของพวกเขากำลังลาดตระเวนไปทางทิศตะวันออกและกำลังกวาดล้างกองทัพของเอสเทล

ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้มาพบกับกองพลที่ 7

“บารอนเทต เจ้าทำได้ดีมากแล้ว ”

“ไม่ท่านเคานต์ แลนซิพลี พวกเราสามารถรักษาชีวิตของพวกเราไว้ได้ก็เพราะท่าน”

อารอนโค้งคำนับ

ไอโอมองไปที่เขาและยิ้ม

‘เราคิดว่าการเคลื่อนไหวของศัตรูเริ่มชักช้าขึ้น นั่นก็เพราะกองพลที่ 7 กำลังโจมตีไปที่สายส่งเสบียงนั้นเอง’

พวกเขาได้รับประโยชน์อย่างมาก อย่างที่พวกเขาคิดไม่ถึง

ไอโอประหลาดใจ

สายตาของเขาย้ายไปอยู่ด้านข้างเขา

‘โรอัน’.

โรอันกำลังยืนอยู่ด้านข้างอารอน

รองผู้บัญชากองกำลังอยู่ถัดไปจากเขาแทนที่จะเป็นผู้บัญชาการกองกำลังคนอื่น ๆ

และนั่นเป็นเพราะการพิจารณาของอารอนและคำร้องของไอโอ

ตามรายงานของอารอนความสำเร็จที่พวกเขาได้ทำไว้ส่วนใหญ่เป็นเพราะโรอัน

แม้ในช่วงเวลานี้ที่พวกเขาทำหน้าที่ดูแลด้านหลังเขาก็ได้ทำผลงานที่โดดเด่น

เมื่อได้รับฟังผลงานของโรอันทำให้ไอโอประหลาดใจมาก

แต่ทหารในกองทัพของแลนซิพลีต่างยังไม่รู้ว่าโรอันได้เรียนรู้มานาแล้ว

นั่นเป็นเพราะการพิจารณาของอารอน

เพราะเขาคิดว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อโรอันเลยได้สั่งคำสั่งที่จะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ไปก่อนโรอันจะเปิดเผยตัวเอง

และเหล่าทหารของกองพลที่ 7 ซึ่งสามารถรักษาชีวิตของพวกเขาใว้ได้เพราะโรอัน ได้ให้คำมั่นสัญญากันทั้งหมด

“ตอนนี้ พักผ่อนสักสองสามวันล่ะกัน”

“ขอขอบคุณครับ”

จากคำพูดของไอโอ อารอนได้โค้งคำนับอีกครั้ง

และโรอันก็ทำแบบเดียวกัน

พวกเขาต่างถอนหายใจออกมา

แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียกำลังพลไปครึ่งหนึ่งของพวกเขา แต่ถ้าคิดอีกด้านก็คือพวกเขาได้ช่วยอีกครึ่งหนึ่งไว้ได้

‘ถึงแม้ว่าเราจะได้รับผลกระทบอย่างมากเพราะพวกเราได้ตกอยู่ในกับดักของพวกมัน…… .. ‘

แต่พวกเขายังต้องเดินต่อไป

“ในสงครามเป็นเรื่องปกติที่จะมีข้อผิดพลาดและความพ่ายแพ้”

ไม่เคยมีชัยชนะไหนที่สมบูรณ์แบบ

‘มันจะเป็นประสบการณ์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ความผิดพลาดและความปราชัย’

มองอีกมุมนึง ยังมีส่วนที่เขาไม่รู้และทำตัวประมาทเพียงเพราะเขาได้กลับมาที่อดีต

‘ในอดีต ปัจจุบันและในอนาคตสงครามก็ยังคงเป็นสงคราม’

เป็นเรื่องปกติที่จะเสียชีวิตในสงคราม

เขาต้องคิดและกระทำการทุกอย่างให้รอบคอบมากขึ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่โรอันประสบปัญหาหนักตั้งแต่กลับมาสู่อดีต

‘เราไม่ใช่นักกลยุทธ’

ในชาติที่แล้ว เราเป็นเพียงผู้บัญชาการกองกำลังพลหอกเท่านั้น

โรอันกำหมัดแน่น

ไอ้พวกเอสเทล พวกมันจะหัวเราะได้แค่ตอนนี้ …… ‘

ราวกับมีเปลวไฟปรากฏในดวงตาของเขา

‘เราจะทำให้พวกมันหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดในครั้งต่อไป’

เขาจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งเหมือนกับสิ่งที่พวกเราได้รับ

ไม่ เราจะกลับคืนพร้อมดอกเบี้ย

นั่นคือกฎของสงคราม

‘หลังจากไอโอได้กลับไปที่เต็นท์ของเขาแล้ว อารอนและโรอันก็ได้กลับที่ค่ายของกองพลที่ 7 ซึ่งตั้งอยู่ที่ด้านหลัง’

ขณะที่เขากำลังเดินไปที่ทางเข้าค่าย

อารอนที่กำลังเดินอยู่ตรงหน้าเขาก็หยุดทันที

“อืมมม.”

เสียงอุทานออกมาจากปากของเขา

โรอันที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้มองไปด้านหน้า

‘อา ……’

เขากลืนคำอุทานที่กำลังจะออกมา

เขามองไปที่พื้นตรงหน้าเขา

ผู้บัญชาการทหารริชาร์ดจากกองกำลังพิเศษและทหารของเขาอยู่ที่นั่น

พวกเขาถูกมัดตัวด้วยเชือกแน่นและอยู่ในท่าคุกเข่า

นี่ดูเหมือนผู้กระทำความผิด

ทันทีที่พวกเขาเห็นอารอน พวกเขาก็โค้งหมอบลงไปกับพื้น

อาโรนเดินและหยุดยืนอยู่ด้านหน้าริชาร์ด

ทหารจากกองกำลังอื่นๆ ก็ได้รวมตัวกันรอบ ๆ

“ริชาร์ด เจ้ากำลังทำอะไร?”

ริชาร์ดตอบกลับโดยไม่แม้จะยกศีรษะขึ้น

“เพราะผม ทหารมากกว่า 2000 นายถึงตาย”

เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไหล่ของเขาสั่นเทา

“ตัดหัวของผมด้วย”

“ริชาร์ด …… .”

อารอนเอ่ยออกมาเบาๆ

ถ้ามีผลงานก็มีการลงโทษสำหรับผู้ที่ทำความผิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้คือริชาร์ดที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุด

“เฮ้อ.”

อารอนถอนหายใจออกมา

ขณะนั้นเองโรอันที่กำลังมองสถานการณ์จากด้านหลังก็ได้คุกเข่าลงระหว่างอารอนและริชาร์ด

“คนที่เสนอให้โจมตีเส้นทางส่งเสบียงของข้าศึกและทำลายคลังเก็บเสบียงในดินแดนของพวกมันก็คือผม สาเหตุทั้งหมดมาจากผม ดังนั้นลงโทษผมและไว้ชีวิตผู้บัญชาการกองกำลังริชาร์ดเถอะครับ”

พวกเขาเสียชีวิตไปมากกว่า 2,000 ชีวิต

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่สามารถฆ่าทหารที่ดีที่สุดในกองพลที่ 7 ได้

นอกจากนี้ถึงแม้ริชาร์ดทำผิดพลาดในศึกครั้งนี้ แต่ก็ผลงานที่เขาได้สั่งสมมามากก็ไม่ได้จะลดลงไปด้วย

ถ้าเราฆ่าผู้บัญชาการสำหรับความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว แล้วจะมีใครยืนอยู่ด้านหน้าคอยเผชิญกับศัตรู?

โรอันหมอบไปกับพื้น

จากนั้นก็มีเสียงดังออกมา

“ถ้าเป็นกรณีนี้ ยากสำหรับเราที่จะไม่ได้รับการลงโทษด้วย.”

เจ้าของเสียงคือเกล

เขาเดินผ่านทหารไปและคุกเข่าลงข้างๆโรอัน

“และเป็นความผิดที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ดูและลูกน้องให้ดี”

เคนนิสและเหล่าผู้ช่วยของกองกำลังโรสได้ตามหลังของเขาไป

“พวกเราก็ต้องได้รับการลงโทษด้วย”

เหล่าทหารของกลุ่มกองกำลังโรสได้คุกเข่าลงไปข้างๆเหล่าทหารของกองกำลังพิเศษ

“พวกเราจะรับมันด้วย”

“พวกเราไม่ต้องการรับรางวัลอะไร”

เหล่าทหาร 2,000 คนที่ได้รอดชีวิต

พวกเขาดิ้นรนอย่างมากและกลายเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงและมากยิ่งขึ้น

และหลังจากนั้นไม่นานเหล่าผู้ช่วยและเหล่าทหารก็ได้คลุกเข่าลง

คนเดียวที่ยืนอยู่ในค่ายคืออารอน

เขามองไปที่ทหารของกองพลที่ 7 และค่อยๆคุกเข่าลง

“เราก็ประมาทและทำผิดพลาดดังนั้นเราก็ต้องได้รับการลงโทษด้วย”

อารอนโค้งคำนับให่แก่เหล่าทหาร

ริชาร์ดและผู้บัญชาการกองทหารต่างตะโกนออกมาเป็นเดียว

“ผู้บัญชาการกองพล!”

ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไหลออกมาจากพวกเขา

อาโรนยกศีรษะขึ้นอีกครั้งและมองไปที่ทุกคน

“เราทุกคนทำผิดพลาดครั้งใหญ่ และด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเราหลายคนเสียชีวิต ”

เสียงของเขาดังมาก

“เราจะต่อสู้ต่อไปโดยแบกชื่อเพื่อนที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง”

เขาลุกขึ้นยืนและถือดาบของเขาไว้

เสียงแหลมกระทบหูของพวกเขา

ฉั่ว!

อารอนหั่นเชือกที่ผูกริชาร์ดแน่น

“นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะตายสำหรับพวกเรา”

เขาพยุงริชาร์ดขึ้นและตะโกนออกมา

“พวกเราจะตายในสนามรบ! ยกผลงานครั้งนี้ไปและละเว้นการโทษที่ทำครั้งนี้! ”

เสียงของเขาดังขึ้น

“สังเวยหัวของศัตรูให้แก่คนที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลังของพวกเรา!”

โรอันและทหารอื่นๆ ต่างลุกขึ้นยืน

ฟุบ!

พวกเขาก้มหัวทำความเคารพ

“ท่าน!”

พวกเขาสูญเสียกองพลไปครึ่งหนึ่ง

แต่พวกเขาจะไม่ลืม

พวกเขาจะไม่ลืมชื่อของสหายที่ได้ต่อสู้ร่วมกัน

พวกเขาจะไม่ต่อสู้เพียงคนเดียว

กองพลที่ 7 ได้เกิดใหม่

ไม่ มันคือการพัฒนา

…………..

ไม่ค่อยมีหมอในค่ายของเคานต์ แลนซิพลี

คนที่ได้รับบาดเจ็บจากกองพลที่ 7 จะได้รับการรักษาจากหมอ ตามการพิจารณาของไอโอ

กองกำลังอื่นจากกองพลที่7ได้ยินข่าวว่า พันธมิตรของพวกเขาได้พลาดท่าในการซุ่มโจมตีที่เก็บเสบียงปลอม พวกเขาก็ได้รวมตัวและเริ่มจัดกลุ่มใหม่ทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้จำนวนนั้นสมาชิกได้เพิ่มขึ้นเป็น 6,000 นายอีกครั้งและกำลังใจก็มากขึ้นอีกด้วย

อารอนควบคุมกองกำลังที่ถูกทำลายล้างและสูญเสียและได้จัดโครงสร้างขึ้นมาใหม่

ตอนนี้ เป็นช่วงกลางของสงคราม พวกเขาปล่อยการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการไว้ภายหลัง แต่โรอันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง

พวกเขาได้สร้างกองกำลังโรสขึ้นมาใหม่และได้รวบรวมทหารราบที่ได้รับการฝึกอบรมและทหารม้าจากกองอื่นๆ

เกลกลายเป็นเสนาธิการของอารอน บทบาทเดิมของเขาถูกย้ายไปที่โรอัน

“เมื่อสงครามสิ้นสุดลงเราจะให้กองกำลังแก่เจ้าอย่างเป็นทางการ”

หลังจากนั้นข่าวดีก็ได้ประกาศออกมา

และหนึ่งในนั้นคือเมืองหลวงของมิลเลอร์ได้ส่งกองกำลังที่จำนวนมากกว่า 50,000 นายเพื่อเผชิญกับอาณาจักรไบรอน

นอกจากนั้น พวกเขาได้ร่วมมือกับอาณาจักรไดท์ แล้วส่งทหาร 40,000 นายที่อยู่ทางภาคใต้ ได้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

เพราะโรอันรู้ถึงอนาคตกองทัพทางภาคกลางและภาคใต้ จะเดินทางมาถึงก่อนเขตภาคตะวันออกจะถูกกลืนกิน

สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

อารอน ผู้บัญชาการกองพลที่ 7 ไม่ได้ปล่อยวันผ่านไปอย่างประมาท

พวกเขารวมกันอยู่ในเต็นท์ของผู้บัญชาการกองพลเป็นประจำทุกวันและได้ทบทวนถึงการสู้รบที่แหล่งเก็บเสบียงปลอม

ริชาร์ดผู้บัญชาการกองกำลังที่ถูกโจมตีและคนที่ไม่ได้อยู่กับพวกเขากำลังตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อดูว่ามีอะไรผิดพลาดในเวลานั้นหรือไม่

“ตอนที่เราเห็นมัน การเคลื่อนไหวของเกวียนก็แปลกมาก”

“นอกจากนั้น ด้วยความรีบร้อนของเรา ทำให้ขาดการกะประมาณทหารที่คอยเฝ้าเสบียง”

“แทนที่จะเข้าไปข้างในมันจะดีกว่าที่จะยิงธนูใส่พวกมันเลย”

มีหลายความคิดเห็นเข้ามาตอนนี้ผู้บัญชาการทหารไม่ โรอัน ได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้อาวุโสที่สุดในหมู่ผู้บัญชาการกองกำลัง เพราะผลงานที่เขาได้สะสมจนถึงบัดนี้ การจัดการองค์ประกอบและเติมเต็มจุดที่ขาด

‘เราไม่สามารถทำผิดพลาดได้เหมือนก่อน’

จุดแข็งของโรอันก็คือความพยายามที่ไม่มีขีดจำกัด

เขารู้จุดที่เขาขาดและรู้วิธีเติมเต็ม

ตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออกและมีทหารนายหนึ่งปรากฏตัวขึ้น

“ท่านผู้บัญชาการทหาร เคานต์ แลนซิพลี กำลังมองหาท่านอยู่ เขาบอกว่าต้องการผู้บัญชาการกองพลคอยช่วย”

“เข้าใจแล้ว”.

อารอนไม่แปลกใจกับการประชุมอย่างกะทันหัน

เขาได้ตรวจสอบข้อผิดพลาดของเขามากพอแล้ว

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินต่อไป

อารอนและโรอันได้ไปที่เต็นท์ของไอโอ

ไม่รวมไอโอ เขาเห็นกาลี โอเวล ผู้นำของนักเวทย์ไทโร่ เบส และเพอรรี่ ไวสัน ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพของดินแดนนี้รวมไปถึงคนสำคัญอื่นๆ

การประชุมเต็มไปด้วยความกดดัน

“ผู้บัญชาการกองพล เทรค มานั่งที่นี่ ”

ไอโอยิ้มเบาๆและชี้ไปที่นั่งที่ว่างเปล่า

แต่เขายังมีสีหน้าหงุดหงิด

อาโรนเอียงศีรษะเล็กน้อย

อีกด้านหนึ่งโรอันกำลังสนใจในสถานที่แปลกๆนี้

เขามองไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่คนเดียวอีกด้านของโต๊ะ

ชายหนุ่มที่ดูเหมือนแก่กว่าตัวเขาอยู่สามถึงสี่ปีและที่สำคัญใบหน้าของเขาดูคุ้นมาก

‘เขาเป็นใคร?’

เขารู้สึกเหมือนเคยพบกันมาก่อน

จากนั้นเสียงของไอโอก็ดังออกมา

“ชื่อของชายหนุ่มคนนี้คือ โอเรน เขาเป็นคนที่ถูกส่งมาจากครอบครัวของฟิลลิป ”

ในขณะนั้นเองโรอันได้เบิกตากว้าง

โอเรน พาท…… ‘

เขารู้สึกสดชื่นทันที .

มันเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ยินชื่อและจำได้

‘รองผู้อำนวยการของหน่วยงานข้อมูล’

หนึ่งในคนที่คอยช่วยให้คริสเป็นผู้นำในหน่วยงานคือ โอเรน

ถ้า คริส เป็นมือขวาของเอียนแล้ว โอเรนก็คือมือขวาของ คริส

โอเรน โค้งคำนับอย่างลึกซึ้งและพูดเสียงเรียบ

“สวัสดีครับ ผม…โอเรน และผมได้รับใช้ให้กับท่าน เอียน ฟิลิป ผมเป็นคนหนึ่งที่รับผิดชอบทางด้านข้อมูลของท่านฟิลลิป ที่ท่านผู้นั้นได้จัดตั้งขึ้นตามแผนการของเขา ”

ไอโอ พยักหน้าด้วยท่าทางที่พอใจ

โอเรนพูดต่อ

“ผมได้รับคำสั่งของเซอร์ ฟิลลิป ให้มุ่งจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวของอาณาจักรเอสเทลในภาคตะวันออกผ่านหน่วยข้อมูลของพวกเราและในที่สุดเราก็ประสบความสำเร็จในการหาข้อมูลที่ต้องการ ”

ไอโอมองไปที่อารอนและโรอันและกล่าวว่า

“พวกเขาได้พบที่ตั้งของแหล่งจัดเก็บสินค้าของอาณาจักรเอสเทล”

“อา ……”

อารอนเผลออุทานออกมาเบา

และก็เหมือนกับโรอัน

แต่ความหมายของการแสดงนั้นแตกต่างกัน

แตกต่างจากอารอนผู้ซึ่งรู้สึกประหลาดใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาพบที่เก็บเสบียงแล้ว

แต่โรอันรู้สึกประทับใจมากขึ้น กับความจริงที่เอียน ฟิลลิปได้จัดตั้งหน่วยงานด้านข้อมูลและใช้งานได้เร็วกว่าที่เขาคิด

‘นอกจากนั้นเขายังได้พบกับโอเรน…… .. ‘

ในชาติที่แล้วคริสได้พบโอเรน ขณะที่เขากำลังรวบรวมข้อมูลและจัดเลือกคนที่จะมาเป็นมือขวาให้เขา

ในครั้งนั้นคริสได้พบกับโอเรนมากกว่า 10 ครั้งและพอที่จะทำให้เขาเชื่อถือได้

นั่นคือจุดเริ่มต้นของหน่วยงาน

‘เอียนพบกับโอเรนได้อย่างไร? เขาจะทดสอบมากกว่าสิบครั้งเหมือนคริส?

เขามีคำถามมากมาย

ไม่ เขาประหลาดใจอีกครั้ง กับความสามารถของ เอียน มากกว่าคำถามของเขา

‘ใช้หน่วยงานข้อมูลที่ทำงานในเมืองหลวงมิลเลอร์และหาข้อมูลเพิ่มเติมในดินแดนและเร็วกว่าพวกเรา ……… ‘

อัจฉริยะย่อมเป็นอัจฉริยะ

แต่แน่นอนเขาจะต้องตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริงหรือไม่

จากนั้นเสียงของไอโอก็ดังขึ้นอีก

“อันที่จริง เขาจะเดินทางไปทางทิศตะวันออกก่อน แต่ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการดอยล์ไม่สนใจเรื่องนี้”

ที่เขาบอกว่าเขาไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่รู้อะไรเลย

ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อ เคานต์ ฟิลิป โอเรน ก็คงไม่สามารถมาพบกับเขาได้

เมื่อไอโอ ให้สัญญาณโอเรน ได้เอากระดาษสองแผ่นออกมาจากหน้าอกของเขาและมอบให้กับอารอนและโรอัน

ข้อมูลที่ได้รับถูกวาดเป็นอย่างดี

“ในกรณีของกองพลที่ 7 ที่พวกเขาได้เข้าไปในที่เก็บเสบียงปลอม เราสงสัยว่าพวกเจ้าจะทำงานร่วมกับพวกเราได้หรือเปล่า”

“หืมม”

คำพูดของหัวของอัศวินกาลี โอเวล แสดงท่าทางที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ไอโอก็รู้เรื่องนี้แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้

เขาไม่สามารถตอกหน้าผู้ติดตามในสถานที่แบบนี้ได้

“พวกเราจะทำได้หรือไม่?”

อารอนถาม

ไอโอยิ้มและส่ายหน้า

“ในตอนแรกก็เป็นกองพลที่ 7 ที่โจมตีเส้นทางส่งเสบียงและตัดเส้นส่งเสบียงออกไป ถ้าพวกเราทำแบบนี้ ก็เหมือนกับการแย่งผลงานของกองพลที่ 7 ”

จากคำพูดเหล่านั้น อารอนก็มองไปที่โรอัน

โรอันยังคงตรวจสอบเนื้อหาบนกระดาษ

‘ข้อมูลถูกต้องดีจริงๆ’

เขาคิดว่านั่นเป็นเพราะเอียน

“อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นอีกหนึ่งกับดักของศัตรู”

เขารู้สึกว่าสายตาของอารอนกำลังกระวนกระวายและส่ายหน้าเล็กน้อย

โรอันตระหนักถึงความหมายของอารอนในทันที

พวกเขาเข้าใจความผิดพลาดของตนอย่างชัดเจนขณะที่ทบทวนการโจมตีที่พวกเขาได้รับเมื่อครั้งล่าสุดในที่จัดเก็บเสบียงปลอม

ข้อมูลนี้เป็นความจริงหรือไม่พวกเขาไม่สามารถบอกได้

“ตอนนี้เราจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าข้อมูลนี้เป็นความจริงหรือไม่”

“ใช่ อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นในตอนท้ายก็ได้…… .. ”

ไอโอพยักหน้า

เขามองไปที่ดวงตาของอารอนอย่างแน่วแน่และพูดออกมา

“กองพลที่ 7 จะดูแลเรื่องนี้หรือไม่?”

คำพูดนั้น อารอนไม่ได้ถ่อมตัวและพูดออกมา

“ถ้าท่านให้โอกาสพวกเรา พวกเราจะจัดการเรื่องนี้เอง”

การตัดสินใจถูกตั้งไว้แล้ว

เขาคว้าโอกาสที่จะแก้แค้นพวกเอสเทล

เขาต้องการกองพลที่ 7 ที่จะเริ่มต้นเรื่องนี้

ไอโอ ยิ้มออกมาและพยักหน้า

“ดี เราจะเชื่อในตัวเจ้าและมอบความไว้วางใจให้แก่เจ้า”

“ขอบคุณครับ”

หลังจากนั้นไม่นาน อารอนได้ตอบกลับมาและยืนขึ้น

แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่ากาลีกำลังจ้องมองเขาอย่าเพ่งเล็ง

“งั้น พวกเราขอตัวก่อนนะครับ”

อารอนและโรอันก้มศรีษะเคารพไอโอแล้วลุกออกจากเต็นท์

ระหว่างที่พวกเขากลับไปยังค่ายของพวกเขา อารอนก็เอ่ยออกมาเบาๆ

“ตอนนี้เราจะต้องรวบรวมผู้บังคับบัญชากองกำลัง”

โรอันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของอารอน

“ผมจะส่งคำสั่งออกไป”

“เราฝากเจ้าด้วยล่ะกัน”

อารอนตีไปที่ด้านหลังของโรอันแล้วกลับไปที่เต็นท์ของเขา

โรอันเดินเข้าไปในค่ายเพื่อรวบรวมผู้บัญชาการทหาร

ตอนนั้นเอง ชายที่เขาคุ้นเคยก็เดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

‘เพ็น’

เขาเป็นผู้รับผิดชอบทางด้านข้อมูลของกองกำลังโรส ที่ถูกสร้างขึ้นและเป็นสมาชิกหน่วยงานของคริส

เขาวิ่งเข้ามาพร้อมกับการแสดงออกอย่างตื่นเต้น

“เจ้าดูสดใสจริงๆ”

จากคำพูดของโรอัน เพ็นพยักหน้าและเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอก

“ในที่สุดเราก็พบที่ตั้งของแหล่งที่ซ่อนเสบียง”

“อา …… .”

โรอันเผลออุทานออกมา

เขารับกระดาษที่เพ็นมอบให้แก่เขา

‘หน่วยงานของ คริสไม่ได้ถอยกลับไปแม้แต่น้อย’

เขารู้สึกภาคภูมิใจและรู้สึกพึงพอใจ

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

แต่ขณะที่เขาตรวจสอบเนื้อหาของกระดาษรอยยิ้มของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิง

สีหน้าของเขาแข็งค้าง

เขารู้สึกงุนงง

โรอันหายใจเข้าลึกๆและกัดฟันแน่น

‘ตำแหน่งต่างไปจากเดิม’

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/