0 Views

ทหารของกองพลที่ 7 กำลังซ่อนตัวอยู่หลังเนินเขาต่ำๆลูกนึง
จำนวนของพวกเขามีอยู่ประมาณ 4,000 นาย
พวกเขาแยกไปอยู่ในกองกำลังขนาดเล็กจนถึงตอนนี้ แต่ตอนนี้ ครึ่งหนึ่งของพวกเขาได้รวบตัวกันเพื่อโจมตีที่ซ่อนเสบียง
“นี่คือที่ซ่อนเสบียงของพวกมันใช่ไหม?”
“ใช่  ถูกแล้วครับ”
จากคำถามของอารอน ริชาร์ดพยักหน้าด้วยใบหน้าที่มั่นใจ
“ในขณะที่พวกเรากำลังลาดตระเวนทางเราได้ค้นพบรถเกวียน จำนวนห้าเกวียนได้เคลื่อนที่กลางดึก พวกเราได้ตามพวกมันไป เพราะมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดและพวกเราก็มาถึงต่ำแหน่งนี่ ”
พื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขา
พื้นที่ค่อนข้างกว้างและแบนราบ โดยได้ตั้งอยู่กลางเทือกเขาล้อมรอบ
ภูเขาจำนวนมาก ที่มีรูปร่างคล้ายกับน้ำเต้าโอบล้อมอยู่ มีเพียงทางเข้าทางเดียวเท่านั้นที่เข้าไปได้
พวกเขาไม่สามารถเห็นด้านในได้อย่างชัดเจนเพราะว่าที่นี่ปกคลุมไปด้วยต้นไม่มากมาย
มีรั้วไม้ล้อมรอบทางเข้าและหอสังเกตการณ์ที่ถูกสร้างอย่างหยาบๆที่อยู่ด้านใน
หลังรั้วไม้มีเต็นท์ขนาดใหญ่และบ้านที่ถูกสร้างขึ้น
มีกระสอบมากมายวางไว้รอบๆเต็นท์
พวกเขาคาดเดาจากจำนวนของเกวียนที่มองเห็นและที่ไม่สามารถมองเห็นได้มีจำนวนคร่าวๆไม่น้อยกว่า 1,000 เกวียน
‘นี่มันเพียงพอต่อกองพลทั้งสองหน่วยของศัตรู’
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากของอารอน
ตอนนั้น ริชาร์ดได้ชี้กองกระสอบด้านใน
“นั้นเป็นเสบียงของอาณาจักรเอสเทล”
เมนเดล ที่อยู่ข้างๆ ได้พึมพำออกมาด้วยท่าทางที่แปลกใจ
“ข้าไม่รู้เลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วย”
“500………”
จากคำพูดนั้น โรอัน อารอนและริชาร์ดที่อยู่ข้างๆต่างพยักหน้า
‘มันเป็นสถานที่ๆ พวกเราไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อย ที่นี่เป็นสถานที่ป้องกันเสบียงจากการถูกพบเจอได้ แต่……’
แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดเพราะมีข้อได้เปรียบมากมาย
แต่สถานที่จัดเก็บเสบียงที่มีทางเข้าเพียงทางเดียวและเส้นถนนกว้างที่อยู่ด้านหลังของภูเขาเหมาะสำหรับกองทัพที่จะข้ามออกไป
แต่มันมีปัญหาใหญ่อยู่หนึ่งข้อ
“มันไกลเกินไปสำหรับพวกที่อยู่แนวหน้า”
อาณาจักรเอสเทลได้มุ่งหน้าไปทางตะวันตก
‘แม้ว่าจะเป็นการปกป้องเสบียงได้อย่างปลอดภัย ……  ‘
แต่ก็แค่ทำให้เส้นส่งเสบียงยาวขึ้นไปอีกนิด
โรอันเพ่งไปที่ทางเข้า
ตอนนั้นเองทางเข้าก็ขยายใหญ่ขึ้น
เขามองหาทหารที่ปกป้องประตูทางเข้า
ร่องรอยที่ล้อเกวียนที่มาและไปได้เห็นชัดเจน
ไม่มีอะไรที่ผิดสังเกตุ
‘หรือว่าเรากังวลมากเกินไปหรือ?’
ตอนนั้นเองเสียงของอารอนนก็ดังออกมา
“จำนวนทหารที่คอยป้องกันแหล่งเก็บเสบียงมีเท่าไร?”
ริชารด์และเมนเดลต่างมองไปที่ทางเข้าและตอบกลับ
“มันยากที่จะบอกจำนวนที่แน่นอน เพราะว่าพวกเราสามารถมองเห็นได้จากทางเข้าและบริเวณรั้วไม้เท่านั้น แต่จากสิ่งที่ผมเห็นดูเหมือนว่าพวกมีอยู่ประมาณ500นาย ”
อารอนขมวดคิ้ว
“500 ………”
500 แค่ที่ทางเข้า
เขาคาดเดาจากขนาดภายในอาจมีทหารมากกว่าสามหรือสี่เท่า
“พวกเขาน่าจะอย่างน้อย 1500-2000”
จากการคาดเดาของ อารอนทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ทหารข้าศึก2000 นาย
ในทางตรงกันข้ามกองทัพของอารอนมีอยู่4,000นาย
“ริชาร์ดเจ้าทำได้ดี”
อารอนชมเชยแก่ริชาร์ด ริชาร์ดยิ้มให้และโค้งคำนับ
“ผมแค่โชคดี”
ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาไม่ได้มากเกินไป
อย่างไรก็ตามนี่เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ของริชาร์
นอกจากนี้อาณาจักรเอสเทลได้รับความเสียหายจากการถูกทำลายเส้นทางส่งเสบียงอย่างซ้ำซากอีกด้วย
พวกมันลดจำนวนทหารที่คอยเฝ้ารักษาที่เก็บเสบียงหลังจากที่ได้รับความเสียหายในการเดินทางส่งเสบียงหลายรอบ
และใช้วิธีการกระจายกลุ่มเป็นกองขนาดเล็ก เพื่อตรวจตราในช่วงกลางดึกแทน
ต้องขอบคุณกองพลที่ 7 ที่ใช้เวลาในการค้นหาแหล่งเส้นทางส่งเสบียงได้มากกว่าเดิม เมื่อเวลาผ่านพ้น
แต่ริชาร์ดจากกองกำลังพิเศษได้พบสถานที่จัดเก็บเสบียง
เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
อารอนหันไปมองผู้บัญชาการกองกำลังและพูดด้วยเสียงต่ำ
“เราจะโจมตีด้วยความเร็วที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และถอยกลับ”
“ครับผม เข้าใจแล้วครับ.”
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะยึดเสบียงจากดินแดนของศัตรู
มันเหมาะที่จะเผาผลาญทั้งหมดและหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
อารอนมองไปที่ใบหน้าของทุกคนและได้ลุกขึ้นยืนและขยับมือขวาของเขา
คนถือธงที่กำลังคอยอยู่ส่ายธงไปมา
ในเวลาเดียวกันพลธนูยิงก็ได้ยิงลูกธนูออกไป
เฟี้ยววว!
ลูกศรนับพันได้กระจายไปเต็มอากาศพร้อมกับเสียงแหลมๆ
ปึก ฟุบ ฟุบ!
ห่าธนูได้ปักไปบนเต็นท์และทางเข้าม
“อ๊าคค!”
“อ๊ค!”
ทหารที่อยู่บริเวณรั้สกลายเป็นเม่นและล้มลง
กองทหารที่ 7 ยิงลูกศรอีกสองรอบก่อนที่พุ่งไปด้านหน้า
“จัดการที่เก็บเสบียง!”
“ฆ่าพวกมัน!”
ทหาร 4,000 นายได้หลั่งไหลออกมาจากป่า
พวกเขาวิ่งไปหาพวกทหารที่กำลังสับสนอยู่
“อ๊า!”
“อั๊ก!”
ทหารของอาณาจักร เอสเทลไม่สามารถตอบโต้ได้เลย และล้มลงกลายเป็นศพนอนอยู่บนพื้น
ปรู๊วววว!
สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือเป่าแตรเพื่อให้กองกำลังของพวกเขาทราบถึงการแทรกซึมของศัตรู
การสู้รบได้ไหลไปทางฝ่ายเดียว
“ อย่าให้ใครสักคนมีชีวิตรอด!”
“อย่าปล่อยให้พวกมันหลุดรอด!”
ทหารของกองพลที่ 7 ได้เข้ามาทางเข้าด้านหน้า และสามารถเข้าไปที่จัดเก็บเสบียงลึกด้านในได้
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถมองเห็นศัตรูได้อีก
โรอันได้ขมวดคิ้วของเขา
จำนวนทหารที่ปกป้องที่นี่นั้นต่ำเกินไป
จำนวนที่พวกเขาคาดไว้คือ ประมาณ 2000
แต่มีเพียงทหารที่เผ้าอยู่ด้านหน้าทางเข้าอยู่ 500 นาย
สถานการณ์ในอาณาจักรเอสเทลตอนนี้ไม่ดีนัก
เป็นเรื่องยากสำหรับการยื้อสงครามเป็นเวลานาน
‘แต่พวกเขายังคงดูแลและเฝ้าระวังแหล่งเก็บเสบียง?’
ไม่มีทาง
‘บางอย่างไม่ถูกต้อง …… ‘
เขามี ความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจ
“โรอัน ทำไมถึงทำท่าทางแบบนั้นล่ะ? การต่อสู้ครั้งนี้เป็นชัยชนะที่สมบูรณ์ เป็นชัยชนะที่สมบูรณ์เลยนะ ”
อารอนเข้ามาพร้อมกับยิ้มแย้มแจ่มใส
ตอนนั้นเองเขาเห็นกระสอบนึงข้างๆเขา
‘นั้น!’
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ
เขารีบฉีกกระสอบออก
ซ่าๆๆๆ
สิ่งที่ตกอยู่ออกมาจากกระสอบก็คือวัชพืชที่อาบไปด้วยน้ำมัน
โรอันมองไปที่อารอนและตะโกนออกมาทันที
“มันเป็นกับดัก! เราต้องออกทันที …… ”
ขณะที่เขาพูดอยู่
ก็มีบางสิ่งที่พุ่งเข้ามาในสายตาของเขา
ลูกศรดอกนึงได้พุ่งเข้ามาจากด้านนอก
โรอันจดจ่ออยู่ที่ปลายลูกศร เนื่องจากการน้ำตาแห่งคาเรี่ยรการเคลื่อนไหวทุกอย่างในโลกจึงค่อยๆช้าลง
ฟ้าวววววววว!
ลูกศรไหลผ่านอากาศมาอย่างช้าๆ
มีเปลวไฟอยู่ที่ปลายลูกศร
ฟ้าวววววววววววว!
ด้านหลังของลูกศรดอกแรกก็มีลูกศรอีกหลายร้อยลูกตามมา
หน้าของโรอันแข็งค้าง
เขาตะโกนด้วยพลังทั้งหมดของเขา
“หลบบบบ!”
เสียงของเขาได้ยินยืดๆ
เหล่าทหารต่างสับสนกับการแสดงออกของเขาและมองไปรอบๆ หลังจากที่โรอันตะโกน เสร็จเขาเตะไปที่พื้นและพุ่งไปด้านหน้า
โรอันคว้าคอของอารอนไว้และโยนเขาออกไปด้านข้าง
ในเวลาเดียวกันการเคลื่อนไหวของโลกที่ช้าลงได้เปลี่ยนไปสู่ความเร็วเดิม
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
ห่าธนูได้ตกลงบนศีรษะของกองทหารที่ 7
เต็นท์และกระสอบถูกลูกธนูตกใส่และติดไฟไปทั่ว
ฟู่วว!
ความร้อนได้โพยพุ่งออกมา
เปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและกลืนกินกระสอบทั้งหมด
“เอ่อ นี่คืออะไร……..”
อารอนถูกขว้างไปโดยโรอัน
เขาไม่สามารถพูดจบประโยคและปิดปากลง
เหมือนกับ โรอัน
เขามองไปที่เส้นทางที่ถูกเผาไหม้อย่างรุนแรงและกัดฟันตนเองแน่น
‘นี่มันเป็นกับดัก’
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับมาสู่อดีต เขาประสบความสำเร็จติดต่อกันเพราะเขารู้อนาคตจนถึงปัจจุบัน
ดวงตาของโรอันนิ่งสงบ
‘สำหรับเราที่ตกหลุมพราง … ‘
นี่เป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันจริงๆ
………….
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ !”
เสียงหัวเราะเยาะเสียงดังก้องออกมา
คนที่กำลังมองไปที่ฉากด้านหน้า เป็นชายวัยกลางคนร่างใหญ่
“ในที่สุดเราก็จับหนูเหล่านั้นได้”
เขามองไปสุดสายตา
มันเป็นที่เก็บเสบียงที่ 2 ของอาณาจักรเอสเทลที่พังทลายไปแล้ว
‘ที่เส้นทางส่งเสบียงขนาดใหญ่และขนาดเล็กได้ถูกตัดออก ทำให้กองกำลังทหารตกอยู่ในความวุ่นวาย’
มันเป็นสถานการณ์ที่ลำบากและแค้นเคืองสำหรับคนที่ดูแลเสบียงอย่างเขา
เขาพยายามแยกกลุ่มทหารออกเพื่อหาพวกที่โจมตีเส้นทางส่งเสบียง แต่ก็ไม่มีผลอะไร
“ขนาดของกองทหารนั้นมีขนาดเล็กลงและนอกจากนั้นการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ค่อนข้างรวดเร็ว”
แต่แม้กระนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถจับตัวได้
สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะตั้งกับดักไว้
และที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสม
พื้นดินที่ว่างเปล่าที่พวกเขาใช้เป็นจุดพักเสบียงในช่วงเริ่มต้นของสงคราม
และสถานที่นี้ พวกเขาไม่ได้ใช้อีกต่อเนื่องจากมันเริ่มห่างไกลออกไปจากแนวหน้าและระยะเวลาในการส่งเสบียงที่นานเกินไป
พวกมันบรรจุกระสอบด้วยวัชพืชและน้ำมัน
แกล้งจัดตั้งทหารขึ้นมา และตั้งใจปล่อยตำแหน่งของที่เก็บเสบียงปลอมๆนี่รั่วไหลออกไป
“และพวกมันก็กินหยื่อ”
ชายวัยกลางคนกำลังรออยู่ที่หน้าผาด้านนอก พร้อมกับสั่งยิงธนูออกไปหลังจากที่กองพลที่ 7 ได้บุกเข้ามา
เสบียงปลอมๆซึ่งเต็มไปด้วยวัชพืชและน้ำมันนั้นปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง
นอกจากนั้น พวกเขาได้นำต้นไม้ที่ดูแข็งแกร่งมาปิดทางเข้า
‘ถึงมันจะน่าเสียดายที่ไม่ใช่หิน …’
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาก้อนหินขนาดใหญ่และแข็งแรงพอที่จะกีดขวางทางเข้าได้
แต่พวกเขาปิดทางเข้าด้วยต้นไม้และจุดไฟใส่มัน
ทางเข้าถูกปิดไว้!
“เฮ้ย! มองหาเส้นทางหลบหนีเร็ว!”
“ดับไฟเร็ว!”
กองพลที่ 7 ร้องตะโกนออกมา ขณะมองไปที่ไฟที่กำลังลุกลาม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ร้สึกดีที่ได้เห็นจริงๆ!”
ชายวัยกลางคนมองดูพร้อมระเบิดเสียงเหัวเราะออกมา
ตอนนั้นก็มีเสียงที่ดังข้างๆ
“ผู้บัญชาการทหารมาร์ติน จะให้ยิงลูกธนูอีกหรือไม่?”
เขามีร่างกายที่ใหญ่โตและมีใบหน้าที่ดูหนา
ตาซ้ายที่ถูกคลุมด้วยผ้าสะอาด
เขาคือเวอร์นอน โพลเล็ทที่สูญเสียดวงตาข้างซ้ายไปเนื่องจากลูกศรของแฮร์ริสัน ขณะที่กำลังไล่ล่าตามหลังโรอัน
ชายวัยกลางคน เทรี่ยน มาสติน ส่ายหัวไปมา
“ตอนนี้พวกเราขาดแคลนเสบียง และลูกธนูก็เหมือนกัน ยังไงพวกเขาก็จะตายด้วยการถูกไฟลุกไหม้ พวกเราจึงไม่จำเป็นต้องเสียลูกธนูอีก ”
“อืมมม.”
เวอร์นอนกัดฟันตนเองและก้าวลงไปด้านล่าง
อันที่จริงเขาไม่ชอบ เทรี่ยน มากนัก
ถ้าเวอร์นอนเป็นนายทหารธรรมดา เทรี่ยน ก็เป็นเป็นเพียงพลเรือน
เพราะว่าเขามักชอบที่จะใช้สมองเพื่อเอาชนะการต่อสู้มากกว่าการใช้กำลัง
เขาเป็นขั้วตรงกันข้ามกับเวอร์นอนผู้ที่ชอบพุ่งไปด้านหน้าโดยไม่หันกลับมามอง
‘ถ้าเพียง เราไม่ได้รับบาดเจ็บ …… ‘
เขาก็คงไม่ต้องถอยมาด้านหลังเช่นนี้
เขาจำหน้าของไอ้เด็กไหม่ที่ใช้หอกที่ทำดวงตาของเขาเป็นแบบนี้ได้ขึ้นใจ
“ข้าต้องจับไอ้หมอนั้นและฆ่ามัน”
กรอด กรอด
เสียงฟันบดกันดังออกมา จนได้ยินอย่างชัดเจน
ตอนนั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากหมู่ทหารของอาณาจักรรินท์
‘หืม?’
เวอร์นอนขมวดคิ้วทันทีและใส่มานาเข้าไปในตาขวาของเขา
คนที่นำทหารด้วยท่าทีที่สงบ
“หมอนั้น?”
เวอร์นอนเปิกตาของเขากว้าง
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เสียงหัวเราะระเบิดออกมา
“ทำไมจู่ ๆเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?”
เทรี่ยน หันมามองด้วยความประหลาดใจ
ดวงตาของเวอร์นอนนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความกระหายเลือด
“มันที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้อยู่นั่น”
……..
ความโกลาหล
แหล่งเก็บเสบียงกลายเป็ณสถานที่วุ่นวาย
ฟู่ ฟู่!
เปลวไฟได้กลืนกินเต็นท์และกระสอบ
ด้านหลัง ศพของเหล่าทหารของกองพลที่ 7 ได้กลายเป็นเม่น ที่มีเปลวไฟสีแดงกลืนกินเข้าไป
“หนีไป!”
“ถอยออกไป!”
“อย่าดัน!”
พวกทหารเดินถอยออกไป ขณะที่หลบเปลวไฟ
พวกเขากำลังผลักดันเพื่อนร่วมรบเพื่อให้ตนเองอยู่รอด
“อ อ๊าคค”
“ฟ ไฟ มันเข้ามาแล้ว”
“ช่วยข้าด้วย!”
ทหารที่ไม่สามารถหลบได้ต่าถูกไฟครอกตัว
“อ๊าคคค”
กลิ่นเหม็นไหม้ของผิวที่ถูกแผดเผาและเนื้อที่ค่อยๆใหม้โชยออกมาไปทั่ว
เหล่าศพถูกเปลวไฟกลืนกินที่ละน้อย
‘แม่งเอ๊ย ไม่มีทางหนีรอดได้เลย’
โรอัน บดฟันตนเองแน่น
เขาค้นหาเส้นทางด้านหลังและด้านข้าง แต่ไม่มีทางหลบหนีออกไปได้เลย
‘และพวกเราไม่สามารถปีนขึ้นเนินเขาได้’
สุดท้ายพวกเขาก็ต้องออกไปทาที่พวกเขาเข้ามา
แต่มีปัญหา.
‘ทางเข้าถูกปิดกั้นโดยต้นไม้’
นอกจากนั้นมันยังปกคลุมไปด้วยเปลวไฟ
“ไม่มีทาง …… .. น นี่มันเป็นกับดัก …… .. ”
ริชาร์ดผู้ซึ่งส่งรายงานข้อมูลนี้มา ได้มีท่าทางใจลอยไปแล้ว
และอารอนก็ไม่ร้จะแก้สถาณการณ์นี้อย่างไร
“อย่าวิ่งด้วยความสับสน!”
เขาปรามเหล่าทหารให้สงบลง แล้วก็ถอยกลับไปยังที่ที่เปลวไฟยังไม่ลามเข้ามา
“อ่า…”
“โอยยย”
เสียงร้องที่เต็มไปความเจ็บปวด
มันเป็นเสียงคร่ำครวญของผู้บาดเจ็บที่ไม่สามารถหลบหนีเปลวไฟไปได้
“ร้อน! มันร้อนเหลือเกิน!”
“ข้า ข้าไม่อยากตายที่นี่”
คนที่ได้รับบาดแผลจากไฟใหม้ขนาดใหญ่ต่างหัวใจแหลกสลาย
“เห้ย! ย้ายผู้บาดเจ็บไปด้านใน! ”
“ดูแลพวกเขาเพื่อให้บาดแผลหนักไปกว่านี้!”
ผู้บัญชาการกองกำลังได้ก้าวออกมาและสั่งการแก่เหล่าทหาร
พวกเขาก็ต่างรีบร้อน
‘โธ่เว้ย! ตกอยู่ในกับดัก!’
พวกเขาได้ลดการป้องกันลงหลังจากที่พวกเขาได้รับชัยชนะติดต่อกัน
อารอนมองไปที่กองไฟขนาดใหญ่และส่ายหน้าไปมา
‘นี่คือนรกชัด… ‘
ขนาดหายใจยังเจ็บปวดจากความร้อน
อารอนตำหนิต่อความอดทนของเขา
แหล่งเก็บเสบียงของอาณาจักรเอสเทล
เขาคาดหวังให้ศัตรูไม่ได้เตรียมพร้อม
และด้วยเหตุนี้เขาจึงนำกองกำลังมาเพียงครึ่งเดียว
และเนื่องจากดินแดนของข้าศึกมีความเหมาะสมในการโจมตีอย่างรวดเร็วและล่าถอยกลับไปด้วย
‘เราต้องตรวจสอบให้รอบคอบมากขึ้น … ‘
เขากำมือตนเองแน่น
ตอนนั้นเองเขาเห็นด้านหลังโรอัน
เขากำลังทำท่าทางขบคิดอยู่
“เขาสงบแม้ในสถานการณ์เช่นนี้”
หลังจากนั้นไม่นาน โรอันก็เริ่มขยับตัว
และสถานที่ที่เขากำลังเดินไปก็คือทางเข้าที่ลุกไหม้
‘เราไม่สามารถซ่อนความแข็งแกร่งของเราได้อีกในสถานการณ์เช่นนี้’
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
ชีวิตของเหล่าทหารและชีวิตของเขาได้ตกอยู่ในอันตราย
นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาซ่อนความแกร่งของตนเองอีกแล้ว
‘ลองทำดู’
เพือตัวเราและเพื่อนๆของเรา
โรอันเดินไปที่ทางเข้า
‘ถ้าเราดึงมานาทั้งหมดของเราออกมา อาจจะสามารถทลายต้นไม้นั้นได้’
เราไม่รู้ว่าคนอื่นจะทำได้หรือไม่ แต่ถ้าเป็นตัวเราเองเขาเชื่อว่าสามารถทำได้
ตอนนี้เขาได้ใช้แหวนเบรนท์เพื่อที่ไม่รู้สึกถึงความร้อน
ถ้าเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถเข้าไปใกล้ไฟได้
‘นอกจากนั้เทคนิคมานาที่เราได้เรียนรู้ก็คือเฟรมดอร์ มันเป็นเทคนิคการใช้มานาธาตุไฟของราชันเรด’
เขาสามารถพูดได้ว่าเปลวไฟเป็นแหล่งพลังของเขา
หมับ
โรอันจับไปที่หอกของเขาแน่น
“โรอัน!”
“โรอันเจ้ากำลังจะไปไหน!?”
อารอน เกล และคนอื่นๆ ต่างเรียกโรอันให้หยุดลง
โรอันเพียงหันศรีษะมามองไปที่พวกเขา
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา
“อย่ากังวลไปเลย”
พวกเขาไม่เข้าใจคำพูดของโรอัน
โรอันเริ่มเดินไปอีกครั้ง
เปลวไฟได้ลุกขึ้นรอบๆตัวเขา
‘ฮึ่ม แม้แหวนของเบรนท์ก็มีขีดจำกัด ’
เขารู้สึกถึงความร้อนรอบๆ
‘ถ้าเราเสียเวลามากไปกว่านี้ผิวหนังของเราจะถูกเผา’
แหวนของเบรนท์ทำให้เขาไม่รู้สึกถึงความร้อนใด ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พลังงานของเปลวไฟหายไป
ถ้าเขาเผลอใม่ใส่ใข เขาอาจจะได่รับบาดแผล จากเปลงเพลิงได้
ตอนนั้นเอง
เฟี้ยว!
เสียงคมชัดดังเข้าไปในหูของเขา
สัญชาตญาณของโรอันได้ทำให้เขาโยกหลบตัวก่อนที่เขาจะได้เห็นมัน
ปึก!
ลูกธนูติดอยู่ในที่ที่เขายืนอยู่
โรอัน มองไปที่สถานที่ที่ลูกศรถูกยิงด้วยท่าทางใจเย็น
เพราะหยดน้ำตาแห่งคาเรี่ยน เขาจึงสามารถมองเห็นใบหน้าของชายคนที่ได้ยิงมาจากบนหน้าผาได้อย่างชัดเจน
“มันเป็นคนที่ไล่ตามเรามาตอนนั้น”
เวอร์นอนที่อยู่บนหน้าผากำลังชี้คันธนูไปทางโรอัน
‘ข้าขอโทษ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาไปเล่นกับเจ้า’
โรอันใจเย็นขณะมองไปที่ลูกศรที่ชี้มาที่เขา
“แฮร์ริสัน!”
เสียงตะโกนดัง ๆ
“ครับ!”
แฮร์ริสันผู้อยู่ที่ด้านหลังของเหล่าทหารได้ตอบเสียงดัง
โรอันได้ทำเครื่องหมายด้วยมือซ้ายและชี้ไปที่เนินเขา
“อ่า … ..”
แฮร์ริสัน ได้มองไปตามหน้าผาด้วยสายตาของเขา และอุทานออกมาเบาๆ
แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นอย่างชัดเจนเท่ากับโรอัน แต่เขาก็จำรู้ว่าเป็นเวอร์นอนได้อย่างรวดเร็ว
‘ไอ้ลูกหมากล้าดีอย่างไร!’
แฮร์ริสันปิดปากของเขาและคว้าธนูออกมา
เขาย้ายไปอยู่ระหว่างเปลวเพลิงและง้างธนู
เอี๊ยดดดดดด
สายธนูถูกง้างออกมา
‘ฟู่ ฟู่ ฮึบ’
ลมหายใจของเขาหยุดลง
ในเวลาเดียวกันเขาปล่อยนิ้มือที่กำลังง้างสายธนู
กึง!
เสียงดังชัดเจน
เฟี้ยววว!
เสียงแหลมคมดังออกมา
ลูกธนูได้ฝ่าผ่านเปลวไฟและพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
โรอันมองไปด้านหน้าและเดินไปต่อด้วยท่าทางสงบ
เขาไม่ได้มองลูกธนูอีกต่อไป
เพราะเขาเชื่อถือในความสามารถของแฮร์ริสัน
‘แม่ง!’
เวอร์นอนที่กำลังจะยิงลูกธนูไปที่โรอัน และโชคดี ที่เขาสังเกตุเห็นแฮร์ริสันที่อยู่ภายใน  เขารีบดึงแขนของ เทรี่ยน มอบไปกับพื้น
และเวอร์นอนก็มอบร่างกายลงด้วย
ปัก!
ลูกธนูหนึ่งดอกได้ปะทะกับเกราะของเขา
ถ้าเขาช้ากว่าเล็กน้อยเขาอาจจะถูกเจาะไปที่ศีรษะแทน
‘โธ่เว้ย! มันเป็นคนที่ยิงลูกธนูครั้งสุดท้ายนั้น!’
หน้าของเขาแดงขึ้นทันที
เป็นมันที่ทำให้เขามีตาเพียงข้างเดียว
พวกมันอยู่ในเปลวเพลิง
‘ข้าต้องฆ่าพวกมันด้วยมือของข้าเอง’
เวอร์นอนก้าวลงไปด้ายล่าง
“เจ้ากำลังจะไปไหน?”
เทรี่ยน ขมวดคิ้ว เวอร์นอนตอบกลับสั้นๆหลังจากที่หันหลังไปแล้ว
“ตอนนี้ข้าต้องการได้รับสิ่งชดเชยสำหรับดวงตาข้า”
เขาเริ่มไต่ลงเขาไปตามถนนด้านหลัง
ขณะเดียวกันโรอันยืนอยู่ด้านหน้าต้นไม้
“หวิ่ว”
เขาถอนหายใจออกมายาวและถือหอกในมือแน่น
หอกส่องประกายออกมาจากแสงของเปลวเพลิง
‘ฮึบ’
มานาของเขาถูกดันออกมาจากแหล่งเก็บมานาของเขา
ตอนนั้นเอง
ฟ้าววววว!
ไฟที่ไหม้ต้นไม้ได้พุ่งไปทางโรอัน
เป็นสถานการณ์ที่เขาอาจโดนเปลวไฟกลืนกินได้ทุกเมื่อ
“โรอัน”
“มันอันตราย!”
อารอนและเหล่าทหารได้ร้องตะโกนออกมา
อย่างไรก็ตาม โรอันค่อนข้างสงบ
ไม่ เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
‘นี้……’
ระบบทางเดินหายใจของเขาร้อนขึ้น
และมันก็เป็นเหมือนกันกับอวัยวะภายในของเขา
‘อา ……’
กำลังกายของเขารู้สึกพลุ่งพล่าน
ทุกครั้งที่ได้สูดลมหายใจเข้าไปในร่างของเขา มานาธาตุไฟได้ถูกดูดเข้าไปในร่างกายของเขา
กำลังที่น่าทึ่งได้ถูกส่งไปยังปลายมือและเท้าของเขา
‘เราทำได้.’
มันเป็นความแข็งแกร่งที่เขาไม่เคยรู้สึกมาจนกระทั่งบัดนี้
เขาได้รับความมั่นใจมากขึ้น
เขามองไปที่กองต้นไม้ที่อยู่ด้านหน้าของเขาและก้มตัวลงเล็กน้อย
หอกถูกถือด้วยมือทั้งสองข้าง
มานาถูกส่งผ่านมาที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา
สีมานาของโรอันมักจะเป็นแสงสีขาวโรโปร่งใส
แต่ตอนนี้มันแตกต่างกันไป
คราวนี้มันมีสีแดง
แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะรับรู้ได้เนื่องจากมันสลัว แต่เห็นได้ชัดว่ามีสีแดงเนื่องจากมันได้ปกคลุมไปทั้วคมหอก
โรอันก้าวเท้าซ้ายนำและบิดข้อมือของเขา
ฟ้าว!
หอกได้ตวัดผ่านอากาศและข้ามผ่านเปลวไฟ
‘ฟุบ!’
เขารู้สึกถึงความร้อนภายในร่างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามโรอันไม่ได้หยุด
เขาใช้เทคนิคมานาเฟรมดอร์และใส่พลังลงไปในหอกของเขา
ในที่สุดหอกก็ได้ฟาดไปที่ต้นไม้
ปังงงง!
เสียงระเบิดดังขึ้นไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
ในเวลาเดียวกันเปลวไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ปกคลุมโรอันไปด้วย
“ไม่!!!!!”
“โรอันนน!!”
เสียงพวกเขาได้กรีดร้อออกมา
เสียงกรีดร้องของอารอน เกลและเหล่าทหารได้ดังขึ้นไปทั่วพื้นที่ที่ว่างเปล่า

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/