0 Views

โรอัน รู้เหตุผลว่าทำไมสงครามอันโหดร้ายครั้งนี้ถึงเกิดขึ้น
สงครามระหว่างอาณาจักร เอสเทล และอาณาจักรรินท์
ทันทีที่สงครามครั้งนี้จบลงในชาติที่แล้วอาณาจักร รินท์ได้วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของสงครามครั้งนี้ อย่างละเอียด
‘พวกเราสูญเสียพื้นที่เกือบทั้งหมดของภาคตะวันออกรวมทั้งดินแดนของเคานต์แลนซิพลี ให้แก่อาณาจักรเอสเทล’
ในกระบวนการตรวจสอบความจริงบางอย่างถูกเปิดเผย
สาเหตุที่ทำให้สงครามเริ่มต้นขึ้น
“การเก็บเกี่ยวเริ่มค่อยๆลดลงตั้งแต่ปีที่แล้ว”
อาณาจักรเอสเทล ที่ที่มีดินแดนเป็นที่ราบซะส่วนใหญ่ และเป็นประเทศที่มีการทำเกษตรกรรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
พวกเขาส่งออกสิ่งที่พวกเขาเก็บเกี่ยวและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่พวกเขา ขาดแคลน พวกเขาใช้ชีวิตกันในแบบนั้น
ผลผลิตจากกระบวนการเก็บเกี่ยวคือน้ำเลี้ยงลำต้นให้แก่อาณาจักรเอสเทล
แต่ปีที่ผ่านมาการเก็บเกี่ยวก็เริ่มลดลงโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
‘แม้ว่าพวกเขาจะแบกรับมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว … ‘
แต่การเก็บเกี่ยวในปีนี้ยิ่งเลวร้ายยิ่งกว่าปีที่แล้ว
พวกเขาไม่ได้มีพืชผลเพื่อการพาณิชย์และมันเป็นจุดที่ทำให้ต้องกังวลว่าประชาชนจะกินอะไร
และด้วยเหตุผลที่ไม่แน่ชัด
นอกเหนือจากนั้น อาณาจักรรินท์และอาณาจักร ไบรอนที่อยู่ใกล้กับชายแดนของพวกเขาไม่ได้แสดงท่าทีให้เห็นว่าผลผลิตของพวกเขาลดลงเหมือนกัน
เมื่อสถานการณ์ออกมาในรูปแบบนี้ อาณาจักรเอสเทลจึงต้องตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องยากที่จะขอความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้าน
‘สุดท้ายพวกเขาเลือกใช้สงคราม…’
พวกเขามุ่งไปทางทิศตะวันออกของอาณาจักร รินท์
ไม่ใช่ที่ราบขนาดใหญ่ แต่ก็เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขาที่มีแร่ธาตุและทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมาย
พวกเขาตัดสินจะยึดครองดินแดนทางตะวันออก พวกเขาจัดการทุกอย่างแบบเร่งด่วน….
ขณะที่เขาคิดถึงจุดนี้เขาก็ได้ยินเสียงของอาโรนแทรกเข้ามา
“โอกาสที่จะเสร็จสิ้นสงครามครั้งนี้ได้มาแล้วหรอ?”
“ถูกตัอง.”
โรแมนตอบกลับด้วยท่าทางใจเย็น
อารอนกลืนน้ำลายและพยักหน้า
“ดี  แต่ค่อยเล่าแผนการตอนที่อยู่ที่อื่นละกัน”
เขาเดินออกไป
และโรอันเดินตามหลังเขาด้วยท่าทางสงบนิ่ง
หลังจากที่อารอนได้สั่งคำสั่งออกไปไม่นาน เสนาธิการและผู้บัญชาการทหารกองกำลังของอารอนก็เริ่มเข้ามาในเต็นท์
“โรอัน เจ้าหมายถึงอะไรที่เจ้าบอกว่ามีโอกาสที่จะเสร็จสิ้นสงครามครั้งนี้แล้ว? ”
นี่เป็นคำพูดที่อารอนพูดออกมาดัง ๆ
คำเหล่านี้ผู้บัญชาการทหารได้เบิกตากว้าง
“โอกาสที่จะจบสงครามครั้งนี้?
“พวกเราไม่สามารถเผชิญหน้ากับพวกเขาได้โดยตรงดังนั้นจะมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเหรอ?”
สีหน้าประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา
โรอันมองไปที่ใบหน้าของพวกเขาและก็พูดออกมา
“ก่อนอื่นเราต้องรู้เหตุผลว่าทำไมอาณาจักรเอสเทลถึงกำลังประกาศสงคราม”
เขาอธิบายถึงการลดลงของการเก็บเกี่ยวผลผลิตในอาณาจักร เอสเทลชั่วระยะเวลาหนึ่ง
“อืมมม สำหรับอาณาจักรนี้เป็นสิ่งที่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรกิน …… ”
“ตอนนี้ที่เราเห็นว่าราคาสินค้าในตลาดถูก กว่าราคาปกติ เราคิดว่านี่มันเป็นแค่ชั่วคราว …… ”
เสนาธิการและผู้บัญชาการทหารและผู้บัญชาการกองร้อยแสดงปฏิกิริยาต่างๆออกมา
อารอนแตะคางของตนเองและก็ส่ายหัว
“อืมม สำหรับการลดลงอย่างฉับพลันในการเก็บเกี่ยว จะทำอย่างไร …… ”
โรอันไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆ
‘เหตุผลจะถูกเปิดเผยหลังจากนี้อีกสองปี แต่ ……… ‘
ยังไม่จำเป็นต้องพูดในตอนนี้
โรอันมองไปที่ใบหน้าของพวกเขาและพูดต่อ
“เช่นเดียวกับที่เราได้บอกแก่พวกท่าน สถานการณ์อาหารของพวกเขานั้นไม่ดี มันถึงจุดที่พวกเขาได้เตรียมพร้อมอาวุธสำหรับทำสงครามครั้งนี้แล้ว ”
จากคำพูดของเขาทุกคนต่างพยักหน้า
‘พวกเขาจะรวบรวมเสบียงขึ้นมาโดยการยึดอาหารมาจากประชาชน”
จากสถานการณ์ที่ได้ยิน
‘นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงโจมตีมาที่พวกเราโดยไม่คิด  ถึงสองครั้งสองครา’
นี่เป็นการอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงโจมตีแบบฉับพลัน
เหตุผลที่ถูกเปิดเผยออกมา
“อาณาจักร เอสเทล ไม่สามารถรักษาสงครามได้เป็นเวลานานเนื่องจากเสบียงที่จำกัด”
โรอัน ใส่พลังมากขึ้นในเสียงของเขา
“และเพราะว่าก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้นพวกเราได้ย้ายพลเมืองออกไปทางด้านหลัง”
จากคำพูดของเขาเกลได้ตบไปที่ไหล่ของโรอัน
“ใช่! ไม่มีอาหารให้ปล้น เรายังย้าย ปศุสัตว์ อุปกรณ์โลหะ และเครื่องมือไปด้านหลัง ……”
เมนเดลได้พูดประโยคสุดท้าย
“พวกไอ้บ้าเอสเทลจะไม่ได้รับอาหารแม้เพียงเม็ดเดียว”
“แม้แต่การซ่อมเครื่องมือหรืออุปกรณ์ก็เป็นไปไม่ได้”
ผู้บังคับบัญชาหลายคนยิ้มแย้มแจ่มใสและพยักหน้า
รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโรอันด้วย
‘ในชาติที่แล้ว เราไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีของอาณาจักร เอสเทล เพราะแบบนั่น ….’
ดินแดนทางตะวันออกถูกยึดครองไปในทันที
อาณาจักร เอสเทลได้รับเสบียงจากดินแดนที่ถูกยึดครองและสงครามก็สิ้นสุดลง
‘ก่อนที่กองกำลังจากชนชั้นสูงของทางภาคกลางและภาคใต้จะเข้ามาพวกเราประสบกับความพ่ายแพ้ต่อเนื่อง’
แต่มันแตกต่างกันในชีวิตนี้
อาณาจักร เอสเทลได้หยุดการโจมตี อีกครั้ง และนอกจากนั้น เนื่องจากการเตรียตัวของกองทัพในชายแดนของอาณาจักรรินท์ ทำให้พวกเขาเคลื่อนที่ได้ช้าลง
และเป็นเรื่องจริงที่ว่า อาณาจักรรินท์กำลังผลักดันพวกเขาถอยกลับไปที่ละนิด
‘และสิ่งที่พวกเขาได้มาจากดินแดนของศัตรูก็มีเพียงเศษดิน เศษหญ้า’
ตอนนั้นเองเสียงของริชาร์ดซึ่งเป็นผู้นำของกองกำลังพิเศษก็ดังออกมา
“ถ้าเสบียงของศัตรูไม่เพียงพอ พวกเราก็เพียงป้องกันแนวหน้าและทำให้มันเป็นสงครามที่ยาวนาน?”
จากคำพูดของเขา โรอันได้ส่ายหัวไปมา
“ถ้าเรากำลังเผชิญหน้ากับจักรวรรดิ เอสเทลเพียงอาณาจักรเดียว นี่จะเป็นวิธืที่ดีที่สุดแต่เรามีศัตรูอีกหนึ่ง
ตอนนั้นเอง อารอนก็พูดแทรกออกมา
“อาณาจักรไบรอน”
โรอันพยักหน้า
“ใช่ ถูกตัองแล้วครับ ตอนนี้อาณาจักรไบรอนกำลังเดินทัพมาตามเขตแดนด้านตะวันออกและกำลังลงไปทางทิศใต้ ”
ใบหน้าทุกคนเคร่งเครียด
“ถ้ามันกลายเป็นสงครามอันยาวนานและอาณาจักรไบรอนได้ร่วมมือกับอาณาจักร เอสเทลจะเป็นปัญหาร้ายแรงต่อเรา”
“เพราะว่าปัญหาเรื่องเสบียงของอาณาจักรเอสเทลที่เป็นปัญหาจะถูกช่วยโดยอาณาจักรไบรอน”
กองกำลังของทั้งสองราชอาณาจักรได้รวมตัวกัน
มันเป็นสถานการณ์ที่พวกเขาต้องหลีกเลี่ยงให้ได้
“แล้วเจ้าอยากให้พวกเราทำอะไร?”
“แล้วโอกาสอะไรที่จะทำให้ยุติสงคราม?”
ผู้บัญชาการกองทหารที่อารมณ์ร้อนได้กระตุ้นถามโรอัน
โรอัน มองไปที่ดวงตาของพวกเขาและพูดออกมาว่า
“การยุติสงครามครั้งนี้ …… .. ”
ดวงตาของเขาเปล่งประกายออกมา
“พวกเราต้องตัดเส้นทางส่งเสบียงของศัตรูและเผาเสบียงของพวกมัน”
คำพูดเของเขาทำให้ผู้บัญชาการกองกำลัง ได้แสดงปฏิกิริยาต่างๆออกมา
“โอ้! ถูกตัอง!”
“ถ้าพวกเราตัดเสบียงของพวกมันออกได้ พวกมันจะไม่สามารถที่จะดำเนินสงครามต่อได้”
พวกเขาประหลาดใจและแปลกใจ
“การเผาเสบียงและตัดเส้นทางส่งเสบียง หมายความว่าพวกเราต้องแทรกซึมเข้าไปในทหารมากกว่า 80,000นาย มันจะเป็นไปได้หรือ?”
“นอกจากนั้น อาณาจักรเอสเทล จะไม่รู้เลยหรอว่ากองทัพศัตรูได้เคลื่อนที่ผ่านชายแดนเข้าไปหาพวกเขา?”
“เราจะหาที่จัดเก็บเสบียงได้อย่างไร?”
ความสงสัยถูกถามออกมาจากเหล่าผู้บัญชาการรอบๆ
โรอัน มองไปที่ปฏิกิริยาเหล่านั้นและยิ้มอย่างอ่อนโยน
เขาหยิบกระดาษออกจากหน้าอกของเขา
“เราได้ใช้หน่วยข่าวกรอง เพื่อหาที่เก็บเสบียงและเส้นทางส่งเสบียง และโชคดี ที่ก่อนที่พวกเรา จะมาถึงที่นี่สำนักงานใหญ่ของอาณาจักรทางตะวันออก  ผมได้รับข่าวจากหน่วยข่าวกรอง”
โรนัลด์ส่งกระดาษให้อารอน
แอรอนอ่านเนื้อหาของกระดาษอย่างรวดเร็ว
“เจ้าพบหนึ่งในเส้นทางส่งเสบียง ของอาณาจักรเอสเทล!”
เหล่า ผู้บัญชาการทหารได้เบิกตาฃกว้าง ขณะที่พวกเขาได้แสดงหม่นหมองและระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“จริงหริอ?!”
“เป็นเรื่องจริงใช่ใหม?”
พวกเขาขยับไปอยู่ด้านข้างๆ อารอนและตรวจสอบเนื้อหาในกระดาษ
คำพูดของอารอนเป็นเรื่องจริง!
ถึงแม้กระดาษชิ้นนี้จะมีขนาดเล็ก แต่มีเส้นทางส่งเสบียงของอาณาจักรเอสเทลเขียนไว้อยู่ด้วย
“แทนที่จะโจมตีกองทัพที่มีทหารมากกว่า 80,000 นาย พวกเราโจมตีเส้นทางส่งเสบียงและที่เก็บเสบียงแทน”
โรอันพูดออกมาด้วยท่าทางมั่นใจ
“นี่จะเป็นโอกาสที่จะจบสงครามครั้งนี้”
“อ่า ……”
เสียงอุทานออกมาจากรอบๆ
ได้พบเส้นทางส่งเสบียงข้าศึก ……… ‘
โรอันเผชิญหน้ากับพวกอาณาจักรเอสเทลโดยไม่พักเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนั้น เขาได้ป้องกันการโจมตีที่ไม่ได้ตั้งตัว และนอกจากนี้ยังโจมตีสวนกลับใส่พวกมันอีกด้วย
การต่อสู้เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
และโรอันยังค้นพบเส้นทางส่งเสบียง จากหน่วยงานข้อมูล
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกคนรู้สึกทึ่งและประหลาดใจ
“ข้อมูลที่ได้รับมานั้นเป็นสิ่งที่เชื่อใจได้หรือไม่?”
คำถามของอารอน  โรอันได้ตอบกลับด้วยความมั่นใจ
“เชื่อใจได้”
ข้อมูลที่ คริส และหน่วยงานด้านข้อมูล ได้รวบรวมไว้และรวมไปถึงความทรงจำของโรอันด้วย
เขาจำได้ลางๆถึงสถานที่จัดเก็บเสบียง
‘เราไม่ค่อยแน่ใจ จึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอีกครั้ง’
และผลก็คือเขาสามารถหาเส้นทางการส่งเสบียงได้
‘หากพวกเขายังคงค้นหาเส้นทางส่งเสบียงต่อไปอีก พวกเขาก็จะสามารถหาสถานที่เก็บเสบียงได้ด้วย’
สถานที่เก็บเสบียงในความคิดของเขา
‘ พวกเราจะจบสงครามครั้งนี้ ด้วยมือของพวกเราเอง’
แต่เขามีบางอย่างที่ต้องทำก่อนหน้านั้น
“จากในรายงานของหน่วยงานข้อมูล รายชื่อเส้นทางส่งเสบียงของอาณาจักรเอสเทล จะอยู่ในดินแดนของข้าศึก พวกเราต้องฝ่าเข้าไปและอ้อมไปที่ด้านหลัง ของฝั่งศัตรู อาณาจักรเอสเทล”
“อืมมม”
คนที่ได้ฟังต่างกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก
โรอันยังพูดต่อ
“และกองทหารนับหมื่นนาย ไม่สามารถฝ่าเข้าไปในแดนศัตรูได้หรอก”
“เจ้าจะบอกว่าให้ทำการแบ่งกองกำลังใช่มั้ย?”
โรอันพยักหน้ากับคำพูดของอารอน
“ถูกตัองครับ พวกเราจำเป็นต้องแบ่งกองกำลังออกเป็นหน่วยที่มีขนาดเล็กที่สุด”
คำพูดของเขาเริ่มเร็วขึ้นเล็กน้อย
“นอกจากการแบ่งกองกำลังให้มีขนาดเล็กเพื่อจะโจมตีเส้นทางการส่งเสบียง พวกเราต้องลาดตระเวนในดินแดนของศัตรูและคอยก่อกวนพวกศัตรูรวมไปถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่จัดเก็บเสบียงของพวกมัน”
จากคำพูดของโรอันทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
อารอนยืนขึ้นหลังจากที่จัดการความคิดในหัวเรียบร้อย
“ดี.เราจะจัดการกองทัพใหม่อย่างที่โรอันได้กล่าว ”
มันเป็นกลยุทธ์ที่อันตราย
แต่ถ้า พวกเขาประสบความสำเร็จพวกเขาก็จะสามารถยุติสงครามครั้งนี้ได้เลย
“กองร้อยโรส จัดการเส้นทางเสบียงตามที่หน่วยงานด้านข้อมูลได้ค้นพบเป็นอันดับแรก กองกำลังที่เหลือจะมุ่งเน้นไปที่การลาดตระเวนในดินแดนของศัตรูและหาแหล่งที่เก็บเสบียงของศัตรู”
อารอนมองไปที่ใบหน้าของเหล่านายทหาร
“กองกำลังแต่ละกองรีบเตรียมตัว และเตรียมตัวออกเดินทาง!”
“ครับผม!”
ผู้บัญชาการทหารกองกำลังต่างทำความเคารพแล้วก็ออกไปจากเต็นท์
โรอันได้เดินตามหลังของเกลขณะที่จะออกไปเหมือนกัน
“โรอัน”
เสียงของอารอนดังออกมา
อารอนจับไปที่ไหล่ของโรอัน
“เจ้าจะได้ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่อีกแล้วนะ”
เขามีความรู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริง
“เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เราจะให้รางวัลที่ยิ่งใหญ่แก่เจ้า”
จากคำพูดนั้นโรอันได้ พยักหน้าเล็กน้อย
‘เมื่อสงครามครั้งนี้สิ้นสุดลง … .. ‘
หัวของเขาหมุนยุ่งเหยิง
ฤดูใบไม้ร่วงก็กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว
เมื่อฤดูหนาวได้มาพร้อมกับปีต่อไป โรอันก็ต้องเดินไปในเส้นทางใหม่อีกครั้ง
‘นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องกลับไปยังภาคตะวันออก’
แต่แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นต้องไหลเหมือนที่เขาได้วางแผนเอาไว้
โรอันกัดฟันตนเองแน่น
‘ตอนนี้เราต้องนำชัยชนะมาสู่สงครามครั้งนี้’
นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้
………….
“อั๊ค!”
ทหารคนหนึ่งร้องออกมาและก็ล้มลงไป
ฉึก
หอกที่แทงเข้าไปในร่างกายของเขาได้ถูกดึงกลับมา
“ซวบ”
เจ้าของหอกได้หายใจสั้น ๆก่อนที่จะตรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ
มีซากศพจำนวนหลายร้อยศพกระจายอยู่ในหุบเขา
“การต่อสู้ครั้งนี้เป็นชัยชนะอย่างสมบูรณ์”
ดวงตาที่สงบ
การแสดงออกที่ใจเย็น
เจ้าของใบหน้าที่ดูเด็กนี้คือโรอัน
‘มันเป็นการปะทะกันครั้งที่ 13 แล้ว’
กองกำลังโรสได้มุ่งไปทางทิศตะวันออกและได้ปะทะกับอาณาจักร เอสเทล
ไม่ ถ้าจะให้พูดอย่างชัดเจนก็คือ พวกเขากำลังโจมตีเส้นทางส่งเสบียงขนาดเล็กและใหญ่ของพวกมัน
และที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว 13 ครั้ง
“โรอัน”.
เป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคย
เขาได้หันศรีษะไปตามเสียงที่ได้ยินเขาได้เห็นอารอน, เมนเดลและเกล กำลังเดินเข้ามาหาเขา
“การต่อสู้ครั้งนี้เป็นชัยชนะอย่างสมบูรณ์”
ร่องรอยความดีใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของอารอน
เกลได้เสริม
“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ  จากที่ได้ยินข่าวลือ ดูเหมือนว่าอาณาจักรเอสเทลได้งุนงงอย่างจริงจัง ”
“พวกเขาเป็นได้แค่อาหารที่จะป้อนเข้าลำคอของพวกเรา ฮ่า ฮ่าฮ่า!”
เมนเดลระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
กลยุทธ์ของ โรอันนั้นถูกต้อง
‘แยกทหารนับ10,000 นายเป็นกองกำลังขนาดเล็กและลอบเข้าไปในอาณาจักร เอสเทล พร้อมกับหาเส้นทางส่งเสบียงและที่เก็บเสบียง’
อาณาจักรเอสเทลคงจะรู้สึกสับสนกับการปฎิบัติการของกองพลที่ 7
“ด้วยเหตุนี้กองร้อยแต่ละกองจึงสามารถพบแหล่งเส้นทางส่งเสบียงได้เป็นจำนวนมาก”
แม้ว่าพวกเขาไม่สามารถหาที่เก็บเสบียงได้ แต่ก็ยังคงตัดสายส่งเสบียงได้อย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้อาณาจักรเอสเทลที่ประจำการอยู่ทางภาคตะวันออกจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ! เมื่อคิดพวกมันที่กำลังอดอาหารกันอยู่ทำให้เรารู้สึกสดชื่นจริงๆ ”
ทุกคนหัวเราะอย่างมีความสุข
แต่ โรอัน เป็นคนเดียวที่ไม่ร่าเริง
“นี่เป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ก็จริง แต่ตอนนี้เราต้องหาที่เก็บเสบียงให้เจอ”
ถึงจะจัดการพวกมันได้จริง
อย่างไรก็ตาม กองพลที่ 7 ก็ยังไม่สามารถหาเจอได้
อารอนมองไปที่สีหน้าของโรอันและถามเบาๆ
“ทำไมใบหน้าของเจ้ายังเคร่งเครียดอยู่ล่ะ? เป็นเพราะกองทัพทางภาคตะวันออกหรือ?”
กองทัพที่เบนจามินได้นำออกไปกำลังทุกข์ทรมานกับการพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้แนวหน้าจึงถูกผลักกลับมายังฝั่งของอาณาเขตรินท์
โรอันส่ายหัวเบาๆ
“ไม่ใช่ครับ”
“แล้วเป็นเพราะแหล่งจัดเก็บเสบียง?”
โรอันก้มหน้านิ่งแทนคำตอบ
อารอนจับไปที่ไหล่ ของโรอัน
“โรอัน ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเร่งรีบหรอก เพียงแค่นี้ก็เป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์แล้ว การเคลื่อนทัพของพวกมันจะชะลอตัวลงอย่างแน่นอน”
จากคำพูดของอารอน เกลและเมนเดลต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงอย่างไรท่าทางของโรอันก็ยังเคร่งเครียด
‘ถ้าเวลาผ่านไปเช่นนี้อาณาจักรเอสเทล จะเข้าร่วมกับอาณาจักรไบรอน’
ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาต้องป้องกันไม่ให้พวกมันเดินทัพมาร่วมกันได้
ตอนนั้นเองก็มีชายที่มีหน้าตาคุ้นเคยเข้ามา
‘เขาเป็นทหารจากกองกำลังพิเศษ?’
เขาเป็นทหารหนุ่มที่อยู่ในกองทหารกำลังพิเศษของริชาร์ด
ทหารหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาด้วยท่าทางสดใส
“ท่าน! ผู้บัญชาการกองพล นี่เป็นการสื่อสารจากผู้บัญชาการกองกำลังริชาร์ด ”
เขาหยิบกระดาษออกมาจากหน้าอกของเขา อารอนอ่านเนื้อหาด้านในอย่างรวดเร็ว
“อา …… .”
เสียงอุทานออกมาจากปากของเขา
ในขณะเดียวกันมุมปากของเขาก็ยกขึ้น
“เขียนว่าอะไรหรือครับ?”
เมนเดล ถามอย่างระมัดระวัง
อารอนหายใจเข้าสั้นๆ แล้วก็พูดด้วยท่าทางสงบ
“ในที่สุดพวกเขาก็พบมัน”
“หา? อะไรนะครับ … .? ”
เกลถามกลับด้วยใบหน้างุนงง
อารอนมองไปที่โรอันและยิ้มออกมา
“พวกเขาพบที่เก็บเสบียงของศัตรูแล้ว”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/