0 Views

‘นะ..นี่! มันเกิดอะไรขึ้น!’

เพรนผู้ที่เป็นหัวหน้ายามป้องกันค่าย ตกใจและทำอะไม่ถูก

แม้ว่าเปลวเพลิงจะยังลุกโชนและมีเสียงดังอลม่านไปทั่วค่ายของอาณาจักรรินท์ และเขาคิดว่าการจู่โจมนั้นสำเร็จแล้ว

เพลิงได้ลุกไหม้ลามไปทั่วบริเวณ

หลังจากนั้นไม่นานทหารม้าหลายพันนายก็ได้เดินทางกลับมาถึงค่าย เขาคาดว่าลูสเตอร์ได้กลับมาแล้ว

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเปิดประตูเข้าไปพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา
แต่ทหารม้าที่ได้เข้ามาไม่ใช้ทหารม้าของลูสเตอร์

‘พวกเขา…พวกเขามามาจากอาณาจักรรินท์’

เพรนเพิ่งตระหนักได้ว่าสายไปแล้ว

เขาตะโกนบอกยาม

“ตี…ตีระฆัง”

เขาต้องบอกให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้มีไส้ศึกแทรกซึมเข้ามาแล้ว การโจมตีของพวกเขาล้มเหลวและตอนนี้พวกเขากำลังโดนเล่นงาน

“ช…ใช่แล้ว!”

เหล่าทหารยามที่กำลังตรวจตราสถานการณ์อย่างใจลอยต่างก็สะดุ้งกับเสียงของเพรนและวิ่งตรงไปตีระฆังทันที

ทันใดนั้นเอง

ชีววววววส์!

เสียงแหลมลอยผ่านอากาศมา

ปึก

“อ๊อก!”

“อ๊าก!”

สิ้นเสียง เหล่าทหารยามเฝ้าประตูก็ล้มลงแน่นิ่ง

ทหารจากอาณาจักรรินท์วิ่งกรูกันเข้ามาตรงประตูทางเข้า

“ฆ่ามัน!”

“เผามันให้หมด ทำลายเต๊นท์มันอย่าให้เหลือซาก!”

“ทำลายคอกม้าแล้วปล่อยม้าออกไป!”

สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารกว่าหมื่นนายเฮโลเข้าไปในแคมป์อย่างมืดฟ้ามัวดิน

“ฮ่ะ?! เอ่อ…….”

เพรนก้าวถอยหลังด้วยท่าทางงุนงง

‘จำนวนของพวกมันมากมายมาก…’

เขาไม่คาดคิดเลยว่าพวกนั้นจะเป็นฝ่ายโจมตีเพราะในคราแรกที่เห็นนั้นมีจำนวนทหารแค่เพียงหยิบมือนึง

‘ข้า…ข้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ!’

เพรนหันหลังวิ่งกลับไปที่ค่ายทันที

และหลังจากที่เขาวิ่งได้เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็รู้สึกเย็นวาบที่หลัง

‘ซวบ’

หอกลำยาวพุ่งมาจากด้านหลังได้ปักไปที่ศีรษะของเพรน

“โจมตีมัน ทุกคนเล่นงานมันให้หมด”

เจ้าของเสียงที่ตะโกนออกไปนั้นเป็นคนเดียวกันกับผู้ที่ขว้างหอกใส่เพรน…โรอันนั่นเอง

‘ซวบ’

เขาดึงหอกของเขาออกมาจากเพรน

“โอ้วววว!…….มัน….มันเป็นไปได้ยังไง!”

“มันเป็นการโจมตีที่เหนือความคาดหมายมาก!”

“แม่ง! เอา…เอาชุดเกราะมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”

ทหารของอาณาจักรเอสเทลต่างก็ตื่นตระหนกกับการโจมตีแบบฉับพลันนี้

เพราะพวกเขาเพิ่งเสร็จสิ้นจากการเดินทางที่ยาวนานถึง 9 วัน มันทำให้พวกเขายังรู้สึกอ่อนเพลีย

พวกเขาต่างเชื่อมั่นไปกับการลอบโจมตียามค่ำคืนของลูสเตอร์และพักผ่อนที่ปราศจากความกังวลใดๆ

จากสถาณการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกทหารของอาณาจักรรินท์ ทำให้พวกเขาไม่ได้สวมชุดเกราะพวกเขาเพียงแค่หยิบจับอาวุธคู่กายออกมาสู้
เช่นเดียวกับผู้บังคับบัญชาของพวกเขา

“เฮ้ย! ทำไมพวกอาณาจักรรินท์ถึง….?”

“เกิดอะไรขึ้นกับเหล่ากองทัพ เบล!”

“อ๊าค”

พวกเขาตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกสับสน

“หยุดพวกมัน!”

“ดับไฟให้หมดทุกจุดด้วย!”

ผู้บัญชาการทุกคนพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เหล่าพลทหารทั้งหมด

แต่การโจมตีอย่างกะทันหันนี้ทำให้พวกเขาทั้งหมดอยู่ในภาวะตื่นตระหนก

ซวบ…ฉึก

และอาณาจักรรินท์ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองแบบนี้หลุดมือ

อีกด้านนึงมันคือการสังหารหมู่และการทำลายล้างที่รุนแรง

“ไอ้พวกเวรเอสเทล!”

“กลับไปซะ!”

“ตายยยย!”

ทหารของอาณาจักรรินท์ต่อสู้กับพวกเขาด้วยความโกรธขีดสุด

ทุกคนเหวี่ยงอาวุธในมืออย่างสุดกำลัง

ท่ามกลางการต่อสู้อย่างดุเดือดโรอันกลับดูโดดเด่นกว่าบรรดาเหล่าทหารทั้งหมด

การต่อสู้ของเขาผสมผสานด้วยหยดน้ำตาแห่งคาเรี่ยน แหวนของเบรนท์และเทคนิคมานาของเฟลมดอร์ทั้งหมดนี้ทำให้เขาดูราวกับปีศาจ

เกร๊ง เกร๊ง

เขาใช้มือบังคับลำหอกให้หมุนเป็นวงกลมพร้อมกับที่ทหารของฝ่ายตรงข้ามล้มลงคนแล้วคนเล่า ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยหยดเลือด

“คว้าก!”

“คึ๊ก!”

ในสนามรบนั้นโรอันไม่มีความเมตตาใดๆแม้กับศัตรูที่ไร้ทางสู้

‘เราไม่สามารถปล่อยให้เป็นปัญหาในอนาคตได้’

ถ้ายังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่วางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก็ต้องฆ่าทุกคน

มันคือสัจธรรมในสงครามและการต่อสู้ของเขา

แม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าฝ่ายของโรอันจะเป็นต่อ แต่เขาก็ไม่สามารถวางใจได้
‘ถ้าเราผิดผลาดขึ้นมา คนที่ตายจะเป็นเราแทน’
การโจมตีได้เป็นการกวาดล้าง
ถ้าเขากลายเป็นคนโลภที่ดื่มด่ำไปกับชัยชนะเขาอาจประสบความสยดสยองได้
พวกมันที่ยังอยู่ในค่ายมีทหารมากกว่า 8,000 นาย
“เสนาธิการเมนเดล! ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้จะเป็นอันตราย! ”
เสียงตะโกนของ โรอันดังออกมา เมนเดลที่กำลังผลักดันศัตรูไปอยู่ได้ดึงบังเหียนไว้
‘พวกเราเข้าไปลึกกว่าที่คิดไว้ซะอีก’
ขณะที่เขาฆ่าพวกมันอาณาจักรเอสเทลที่มีท่าทางสิ้นหวัง เขาได้เผลอเข้าไปลึกโดยไม่รู้ตัว
“ถอยก่อน! ถอยก่อน!”
เมนเดล หันหัวม้าของเขาและตะโกนเต็มแรง
เช่นเดียวกันทหารม้าที่กำลังผลักดันศัตรูถอยหลังไปทีละนิด
‘ ถึงอย่างไรก็เป็นโชคดีของเราที่ไม่ได้ตกอยู่ในกับดักหรือถูกล้อมรอบ’
เมื่อเขาคิดตรงนี้
เฟี้ยววว!
เขาได้ยินเสียงที่แหลมคมดังออกมา
แต่มันหนักกว่าและน่ากลัวกว่าเมื่อเทียบกับลูกศรธรรมดาที่ผ่าอากาศเข้ามา
เมื่อเมนเดลหันมองย้อนกลับไปด้านหลัง
ซวบ!
หอกยาวได้แทงไปที่ทหารม้าทั้งสามนายที่อยู่ด้านข้างด้วยเสียงอันน่าหวาดกลัว
ในเวลาเดียวกันเหล่าทหารของอาณาจักรเอสเทลก็กระจัดกระจายออกไปด้านข้าง
“หืม?”
เฟี้ยววว!
“เฮ้ย?”
เมนเดล และเหล่าทหารม้าต่างประหลาดใจกับสถานการณ์ที่กะทันหันแบบนี้
สายตาของพวกเขาย้ายไปอด้านในของค่าย
ระหว่างทหารที่กระจายออกเป็นกลุ่ม ได้มีคนที่สวมเสื้อเกราะเปล่งประกายปรากฏตัวขึ้น
โรอันเปิดตาและเพ่งไปที่พวกเขา
‘พวกเขาเป็นอัศวิน!’
มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้าแม้แต่น้อย
อัศวินต่างจากทหารธรรมดา อัศวินนั้นรู้วิธีการใช้มานา
แต่โชคดีที่จำนวนของพวกมันไม่เยอะมากนัก
มากที่สุดก็ 30 คน
แต่แม้จะมีเพียงแค่นั้นแต่นี่ก็เป็นตัวเลขที่เขาไม่สามารถละเลยได้
เมนเดล เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ทันที
เขามองไปที่อัศวินที่กำลังเข้าใกล้พวกเขาอย่างดุเดือดเขาได้ตะโกนออกมาทันที
“ถอย! ล่าถอย!พวกเราถอยกลับเร็วๆ! ”
ฮี้ ฮี้!
เหล่าทหารม้ารีบเตะม้าของพวกเขา
แต่น่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของอัศวินนั้นเร็วกว่าเล็กหน่อย
ฉั่วะ! เฉือก! ฉึก!
คมดาบได้ฟาดฟันใส่เหล่าทหารม้า
“อ๊าค!”
“โอ๊ย!”
เหล่าทหารม้าต่างตกอยู่ในอาการหมดหวัง
‘เฮ้ย ทำไมอัศวินถึงได้ปรากฏตัวรวดเร็วขนาดนี้ ……  ‘
โรอันกัดฟันของเขาแน่น
ในกลุ่มจู่โจมของอาณาจักรรินท์ มีไม่ถึงสิบคนที่รู้วิธีการใช้มานา
“มันเป็นจุดอ่อนที่ยื่งใหญ่ที่สุดในบรรดาจุดอ่อนทั้งหมด”
หนึ่งในจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของกองพลที่คอยเฝ้าดินแดนแถบนี้ก็คือการปรากฏตัวของอัศวินและเหล่านักเวทย์ของฝั่งตรงข้าม
เฉพาะเสนาธิการและผู้บัญชาการทหารส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้วิธีการใช้มานา
ส่วนน้อยเท่านั้น….
คนที่รู้การใช้มานา ส่วนใหญ่จะอยู่ในกองทัพระดับภูมิภาคหรือเป็นครอบครัวของขุนนาง
ด้วยเหตุนี้โรอัน เกล และอารอน ฯลฯ จึงอยากมีส่วนร่วมมากขึ้นกับกองทัพของภูมิภาคนี้
แต่เบ็นจามินไม่สนใจรายงานของอารอนและพวกเขาก็ตั้งค่ายไว้ที่ด้านหลัง
“คนเดียวที่เราสามารถเชื่อได้คือเคานต์ แลนซิพลี และอัศวินของเขา?”
โรอันกัดฟันแน่น
จากรายงานของอารอน ไอโอ ตอบกลับทันที
แต่เขาเป็นเจ้าของอาณาเขตแลนซิพลี
เขาไม่สามารถก้าวสุ่มสี่สุ่มห้าเพื่อมาปราบชายแดนได้
เมื่อเทียบกับที่จักรวรรดิ เอสเทล ที่กำลังบุกเข้ามาพวกเขามีอัศวินอยู่ในหมู่ทหารด้วย
อัศวินเป็นกองกำลังที่มีความสำคัญมากมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะอยู่ที่ด้านหลังของค่าย
‘เราคิดว่าพวกเขาจะไม่แสดงตัวเองจนกว่าจะมีการสู้รบเต็มรูปแบบขึ้น
โรอันถอนหายใจออกมา
‘ถ้ากองกำลังนักเวทย์ได้ปรากฏตัวขึ้นอีก…… ‘
ที่นี้จะกลายเป็นปัญหามากกว่าเดิม
พวกเขากำลังจะประสบความสำเร็จในการบุกครั้งนี้แล้วเชียว
‘ พวกเราต้องรีบถอย’
หากพวกเขาได้รับความเสียหายทั้งหมดนี่ การโจมตีครั้งนี้จะกลายเป็นไร้ความหมาย
โรอันจับหอกแน่น
เขามองเห็นอัศวินที่กำลังสังหารหมู่เหล่าทหารม้า
ฮึ่ม
ดวงตาของเขาเปล่งประกาย
‘เราคิดว่าอัศวินได้ปรากฏตัวเร็วมาก  แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นเด็กใหม่กันหมด’
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพลังอันแข็งแกร่ง แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ยังดูไม่เป็นธรรมชาติและขัดๆอยู่
‘พวกเขาเป็นเพียงอัศวินฝึกหัด’
พวกเขาถูกนำมานี่เพื่อสั่งสมประสพการณ์จริง
‘แล้ว ………’
พวกเขายังหลงมัวเมาอยู่ในสนามรบ
พวกเขาไม่ได้มีความคิดว่าตันเองจะถูกทหารด้านหน้าฆ่าเลยแม้แต่น้อย
‘ฮึบ’
โรอันหายใจเข้าลึกและดึงมานาออกมา
คลื่นความร้อนได้แผ่กระจายออกมาขณะที่ไหลลงสู่ฝ่ามือของเขา
เขาขว้างหอกไปสุดพลัง
เฟี่ยว!
เป็นเสียงที่แหลมคม
หอกแสดงเจตนาที่หนาวเย็นออกมาและผุ่งฝ่าอากาศเข้าไป
อัศวินคนหนึ่งที่กำลังสังหารทหารได้พึมพำออกมาเมื่อเขามองไปที่หอกที่กำลังพุ่งเข้ามา
“ฮึ่ม!”
เขามั่นใจในความสามารถป้องกันหอกที่ถูกขว้างออกมาเบาๆจากทหารธรรมดา
อัศวินหนุ่มไม่ได้หลบหอกและตวัดดาบเบาๆ
ตอนนั้นเอง เสียงของชายคนหนึ่งที่นำอัศวินเข้ามาก็ดังออกมาว่า
“อย่ากันหลบเดี่ยวนี้!”
“ฮะ?”
อัศวินหนุ่มตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดพลาดและจะบิดตัวหลบ แต่มันก็สายไปแล้ว
ปึก!
หอกของโรแลนด์แทงเข้าไปในร่างของอัศวินเคราะห์ร้ายรายนี้
“อั๊ค.”
คอของเขาพับลงพร้อมกับคำสุดท้าย
อัศวินหนุ่มตายด้วยหอกที่แทงทะลุเข้าไปในร่างของเขา
‘เป็นไปไม่ได้!’
เหล่าอัศวินมองไปที่เหตุการณ์ที่หอกด้วยท่าทางประหลาดใจ
‘ อัศวินไม่สามารถป้องกันหอกที่ขว้างมาโดยทหารธรรมดาได้? ‘
‘เป็นไปไม่ได้ที่จะขว้างหอก ออกจากที่ไกลออกไปเช่นนี้ ทะลุร่างกายและแทงลงไปในดิน?’
ดวงตาของทุกต่างจ้องด้วยความสงสัย
ตอนนั้นเองเมนเดลและเหล่าทหารม้าต่างรีบวิ่งออกไปด้านหลัง
“เฮ้ย?! จับพวกมัน! ”
“ฆ่าให้หมด!”
อัศวินได้เตะไปพื้นดินและพุ่งตัวตามออกไป
แต่ มีทหารคนหนึ่งได้วิ่งเข้าไปในค่ายซึ่งแตกต่างจากเหล่าทหารม้าที่กำลังถอยกลับออกไป
ในมือของเขาว่างเปล่าไม่มีทั้งดาบหรือหอก
ทหารนายนั้นคือ โรอัน
เขาพุ่งจากพื้นดินและกระโดดเข้าไป
‘เราต้องซื้อเวลาสักหน่อย!’
เขาเพียงต้องการที่จะซื้อเวลาให้กับพรรคพวกที่กำลังถอยกลับไป
เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถซื้อเวลาได้มากพอเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าอัศวินใหม่เหล่านี้
มานาไหลเข้าสู่กำปั้นทั้งสองข้างของเขา
สิ่งที่โรอันพยายามทำก็คือเทคนิคการต่อสู้ของเรด
กำปั้นทั้งสองจะได้ฝ่าอากาศออกไป ด้วยท่วงท่าแปลกๆ
“ไอ้งี่เง่า!”
อัศวินหนุ่มได้กวัดแกว่งดาบด้วยกำลังทั้งหมดของเขา
พวกเขาระมัดระวังมากขึ้นจากการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของสหายของพวกเขา
เหล่าอัศวินได้ตระหนักว่าความตายได้เข้ามาใกล้ชิดกับพวกเขาแล้ว
กลิ่นของสนามรบกลิ่นแห่งความตาย โดยโชยเข้าจมูกของพวกเขา
ฟ้าวว
โรอันหลบดาบด้วยการขยับส่วนบนของเขาเพียงเล็กน้อย
และตอนนั้นเอง กำปั้นทั้งสองของเขาก็พุ่งฝ่าอากาศออกออกไป
ตุบ ปั้ค ปึง!
ร่างกายของอัศวินหนุ่มถูกต่อยด้วยหมัดของ โรอัน
ชุดเกราะที่เปล่งประกานเริ่มงอและยุบลงไป
“อั๊ค!”

อัศวินหนุ่มคนนั้น เดินโซเซจากอาการสั่นสะเทือนและล้มลงไป
โรอันรีบหยิบดาบของอัศวินและแทงลงไป
ดาบยาวถูกแทงเข้าไปในคอของอัศวินหนุ่ม
“เฮ้ย?!”
“ไอ้ลูกหมา!”
อัศวินคนอื่น ๆได้ตระหนักว่าสถานการณ์นั้นสายเกินไปแล้ว
โรอันหายใจเข้าด้วยท่าทางใจเย็น และขว้างดาบเข้าใส่พวกมัน
“เห้ย!”
“ฮึบ!”
อัศวินที่ถูกขว้างเข้าใส่ตกอยู่ในสภาพตกใจและพยายามหลบ
โรอันไม่พลาดช่วงเวลานั้น  เขารีบย่อร่างตนเองลงแนบกับพื้นและคว้าหอกที่อยู่ตรงพื้น
ฟุบ!
เขาเตะไปที่อัศวินที่อยู่ไกล้ๆและแทงหอกสุดกำลังจนทะลุร่างของอัศวินคนนั้น
ฉั่วะ!
หอกถูกถอนออกมา
โรอันหันร่างของเขาไปตามหอกในมือและดึงมานาออกมา
ทหารม้าฝ่ายเดียวกับเขากำลังถอยไปถึงที่ทางเข้าค่ายแล้ว
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องซ่อนการใช้มานาอีกต่อไป
ฟุบ!
หอกที่มีมานาล้อมรอบได้ตวัดผ่านอากาศไปมาราวกับเต้นรำ
โรอันใช้ท่วงท่าโรอันติดต่อกัน

“เฮ้ย! ไอ้หมอนี้! มันไม่ใช่ทหารธรรมดา! ”
“ระวัง! หอกของมันไม่ธรรมดา!”
เหล่าอัศวินได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของโรอันก็สายเกินไป
แต่ในกรณีนี้ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากคือโรอัน
ถึงแม้ว่าเขาจะฝึกเทคนิค มานาเฟรมดอร์  และเทคนิคการต่อสู้ของเรด แต่ระยะเวาที่เขาได้ฝึกซ้อมนั้นไม่ได้นานนัก
ถ้า  อัศวินทั้ง30คน เข้ามารุม เขาคนเดียว เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
‘เราต้องถอยก่อนที่มันจะสายเกินไปสำหรับเรา’
โรอัน ตระหนักอย่างชัดเจนว่าถึงเวลาที่เขาต้องถอยกลับ
นี่เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและสัญชาตญาณที่เขาได้สั่งสมมาขณะอยู่ในสนามรบมาเป็นเวลา 20 ปี
หอกที่มีมานาอยู่ได้ตวัดใส่อากาศและแทงเข้าที่ตัวของอัศวิน
“ไหน!”
แต่เหล่าอัศวินที่ได้รู้ตัวแล้วก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับหอกของโรอันอย่างโอ้อวดอย่างเมื่อก่อน
ขณะที่พวกเขาใช้ดาบปะทะกับหอก พวกเขาได้บิดตัวเองไปด้านข้างตามแรงหอกที่ตวัดเข้ามา
มันเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อหลบความแรงของหอกจนหมดสิ้น
แต่การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของ โรอัน ทำให้สามัญสำนึกของเหล่าอัศวินหายไปเลย
ฟ้าว!
โณอันขว้างหอกในมือออกไป
เฟี้ยว!
มันกลายเป็นการพุ่งแหลนแทน
เหล่าอัศวินมองไปที่หอก ที่ถูกขว้างมาที่ข้างหน้าพวกเขาและรีบหลบออกไป
หลังจากที่พวกเขาได้เห็นว่าเพื่อนอัศวินได้เสียชีวิตหลังจากที่ได้ป้องกันหอก พวกเขาจึงไม่คิดที่จะป้องกันเลยแม้แต่น้อย
‘เอาล่ะ! จังหวะนี้แหละ!
โรอันไม่พลาดโอกาสนี้
เขารีบพุ่งออกไป ทางด้านหลัง
“จะ.. จับมัน!”
“อย่าปล่อยมันไป! เราต้องจับมันมาให้ได้!”
พวกอัศวินได้ใช้มานาเพื่อต้องการที่จะจับตัวโรอันไม่ว่าจะเป็นหรือจะตาย
อัศวินได้ไล่ตามหลังของเขามา
“กันมันไว้!”
ทหารธรรมดาของอาณาจักรเอสเทลได้พยายามปิดเส้นทางหลบหนีของโรอันไว้
นี่คือช่วงชี้เป็นหรือชี้ตาย
แต่ถึงอย่างงั้น ดวงตาของโรอันยังสงบอยู่
‘ซ้าย ขวา ขวาอีกครั้ง หลังจากที่เราต้องทำให้มันล้มและข้ามมันไป ……… ‘
เนื่องจากการน้ำตาแห่งคาเรี่ยน เขาจึงสามารถเข้าใจข้อมูลทั้งหมดได้ในทันที
ฟุบ!
โรอันบิดตัวไปด้านข้างหลบดาบที่ฟันเข้ามาและวิ่งหลบพวกทหาร
ฟ้าว
และเมื่อดาบและหอกได้เข้ามาไกล้ถึงตัวเขา โรอันได้พุ่งเข้าไปบีบคอและแขนของทหารที่ฟาดดาบเข้ามาและกระชากมันไว้
“เฮ้ย?! เอ่อ!”
“ไม่ไม่!!”
ทหารคนนั้นตะโกนออกมา
ฉึก
เสียงถูกแทง
ทหารของอาณาจักรเอสเทลได้แทงหอกและฟาดดาบใส่พันธมิตรของพวกเขา ไม่ใช่โรอัน

“เฮ้ย!!”
“อย่าแกว่งอาวุธโดยไร้เหตุผล!” โรอันกล่าวออกมา
พลหอกและพลดาบของฝั่งศัตรูได้ตายทั้งคู่
และทำให้เหล่าทหารเกร็ง แข็งไม่กล้าขยับมาก
ด้วยเหตุนี้การเคลื่อนไหวของโรอันจึงรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ฟุบ ฟุบ!
ในไม่ช้าเขาก็มาถึงทางเข้าค่าย
ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงที่ไม่พอใจดังออกมาจากด้านหลัง
“อ๊า!”
“พะ…พวกเราเป็นพันธมิตร … ”
เสียงตะโกนของเหล่าทหารของอาณาจักรเอสเทลดังออกมา
เมื่อโรอันเหลือบมองกลับไป เขาเห็นอัศวินคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างดุเดือด
ร่างที่ใหญ่โต ที่มีใบหน้าเป็นเหลี่ยมหนา
เขาเป็นผู้บัญชาการของอัศวินเด็กใหม่เหล่านี้
ดูเหมือนว่าอายุของเขาจะประมาณสามสิบปี เขาวิ่งมาเป็นเส้นตรงขณะที่ผลักพรรคพวกของเขาไปด้านข้าง
“ไอ้ลูกหมา! อย่าหลบและรับดาบของข้า! ”
เสียงของเขาดังราวกับฟ้าผ่า
เขาคือ เวอร์นอน โพลเล็ท ซึ่งมีทักษะดาบที่ยอดเยี่ยมแม้แต่ในหมู่อัศวินด้วยกัน
แม้ว่าความสามารถของเขาจะโดดเด่น แต่เขาค่อนข้างอารมณ์ร้อน เดือดดาลง่าย ทำให้เขาถูกเรียกว่าหมีบ้าแห่งเอสเทล
โรอันล้มทหารที่อยู่ข้างๆเขาและพุ่งไปด้านหน้า
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะสู้กับเขาได้
ตอนนั้นเองเขาได้เห็น ม้าศึกอยู่โดดเดี่ยวข้างในค่าย
‘เยี่ยม!’
โรอันพุ่งไปทางม้าศึก
“ฮึ่ม!”
เวอร์นอน เปล่งเสียงออกมาทางจมูกก่อนที่จะตามด้านหลังโรอันไป
ด้วยระดับมานาของเขานั้นสูงกว่ามาก ทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขาได้เข้าไกล้ทีละนิด ๆ
ฮี้ๆ
เสียงร้องของม้าได้ยินอยู่ใกล้ ๆ
มันอยู่ในระยะที่แทบจะชนจมูกของเขา
แต่ระยะทางของเขากับเวอร์นอน นั้นใกล้กว่าม้ามากกว่า
“หยุด!”
เวอร์นอนตะโกนออกมาพร้อมกับยกดาบขึ้น
เขาอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก
ตอนนั้นเองดวงตาของโรอันก็เปล่งประกาย
‘นั้น!
‘สายตาของเขาย้ายไปที่ด้านข้าง
‘เอาเลย!’
เขากำลังมองหาสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็น
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ตอนนั้นเอง เสียงเบาก็ดังออกมา
ฉีวววว์!
เป็นเสียงแหวกอากาศ
โรอันยังคงวิ่งไปที่ม้าไม่หยุด
ในขณะที่ระยะห่างระหว่างพวกเขาได้เข้ามาไกล้มากยิ่งขึ้น
“ตาย!”
เวอร์นอนพยายามฟาดดาบที่เขายกขึ้น
ตอนนั้นเอง
ฟุบ!
ลูกศรดอกนึงได้พุ่งผ่านข้างหูซ้ายของโรอันแทบจะโดนหูของเขา
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ปึก!
ลูกศรแทงเข้าไปในตาซ้ายของเวอร์นอนพร้อมกับเสียงอันน่าสยดสยอง
“อ๊าคคคคคคค!”
เวอร์นอนผู้ซึ่งกำลังจะฟาดดาบเข้าใส่โรอัน ทรุดตัวลงพร้อมกับร้องออกมา
มันเป็นสถานการณ์ที่จะทำให้ประหลาดใจ แต่ โรอันไม่ได้มองย้อนกลับไปด้านหลัง และพุ่งไปกระโดดขึ้น
ฮี้!
เสียงร้องของม้าดังออกมา
เขาดึงบังเหียนและเตะไปที่ม้าทันที
กุบ กุบ กุบ
ม้าได้วิ่งออกไปนอกค่าย
“อ๊าคคคค! ตาข้า! ตาของข้า!”
เสียงตะโกนของเวอร์นอนดังออกมาจากด้านหลังของเขา
ฟุบ ฟุบ ฟุบ
ทหารของ เอสเทล  ได้ยิงลูกธนูตามหลังของเขา
โรอันแนบตัวไปกับม้า
สถานที่ที่เขามุ่งหน้าไปไม่ใช่ค่ายของอาณาจักร รินท์
มันเป็นที่นอกเส้นทาง

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเฝ้าอยุ่ที่สถานที่นี้เพียงคนเดียว
โรอัน ไม่ได้ลดความเร็วของม้าลงและยื่นแขนซ้ายของเขาออกไป
“จับไว้!”
เมื่อเสียงดังออกมาชายหนุ่มได้ยื่นแขนออกไป
หมับ!
เขาคว้าแขนของโรอันแล้วกระโดดขึ้นบนหลังม้า
โรอันหันม้าไปทางค่ายของอาณาจักรรินท์
เขาตะโกนใส่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังของเขา
“แฮร์ริสัน! เราสามารถที่รักษาชีวิตของเราไว้เพราะเจ้า! ”
ชายหนุ่มที่กำลังเฝ้าสถานที่นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแฮร์ริสัน
แฮร์ริสันถอนหายใจยาวออกมา
“เอาจริงๆ เราไม่ค่อยมั่นใจ.”
จาก คำพูดนั้น โรอันส่ายหัวไปมา
“มันผิดผลาดไม่ถึงครึ่งนิ้ว มันแนบไปกับหูของข้าและแทงทะลุตาซ้ายของไอ้หมอนั้น”
ลูกศรดอกเดียวที่ได้ช่วยชีวิตโรอัน
คนที่ยิงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแฮร์ริสัน
เขามีความสามารถที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก
แฮร์ริสันมองไปที่ค่ายที่ใกล้เข้ามาแล้วและตะโกนออกไป
“การจู่โจมสำเร็จ!”
คำพูดของแฮริสัน ทำให้โรอันยิ้มออกมาและส่ายหน้า
“ไม่ ไม่.”

จากนั้นเขาก็ตะโกนด้วยพลังทั้งหมดของเขา
“ไม่ใช่สำเร็จธรรมดา แต่เป็นการจู่โจมแบบราบคาบเลยต่างหาก!”
แตกต่างจากการแสดงออกที่สดใส ดวงตาของเขากับสงบนิ่ง โรแมนพึมพำด้วยเสียงต่ำ ”
ถึงแม้ว่าสงครามเพิ่งเริ่มต้นขึ้น …… ”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/