0 Views

หลังจากประโยคแรก เนื้อหาในจดหมายก็แย่ลงไปอีก
<ตอนที่กำลังรวบรวมข้อมูลที่ภาคตะวันออก ข้าได้ยินข่าวลือบางอย่างจากนักเดินทาง ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของอาณาจักร ไบรอนนั้นไม่ปกติ ตอนนี้ข้าได้เดินทางไปตรวจสอบที่นั่น>
เนื่อหาในจดหมายนั้นเรียบง่าย
โรอันขมวดคิ้ว
‘อาณาจักรไบรอน?’
มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดแม้แต่น้อย
‘ในชาติที่แล้ว พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย จนถึงปีหน้า….’
ไม่มีทางที่สิ่งสำคัญเช่นนี้จะผิดผลาดได้
ตอนนั้นเอง
‘อนาคตได้เปลี่ยนไปแล้ว’
จากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ มันเป็นสิ่งที่แย่สำหรับโรอันเป็นอย่างยิ่ง
เขาฉีกกระดาษออกเป็นชิ้นๆและใส่เข้าไปในกระเป๋า และได้มองไปที่เพ็น
“งั้น ตอนนี้คริสก็….”
“ใช่ครับ เขาได้เดินทางไปตั้งแต่ 4 วันก่อนแล้ว
“อืม พวกเจ้าทำงานกันหนักจริงๆ”
จากคำพูดนั้น เพ็นรีบส่ายหัวตนเอง
“ไม่ พวกเรานั้นทำงานนี้ก็ว่าเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนุก”
หลังจากที่โรอันได้ฟัง เขาก็ก้มหัวลงเล็กน้อย
“เราขอให้พวกเจ้าดูแลตัวเองดีๆ”
“ข้า ข้าจะทำให้ดีที่สุด”
เพ็นก็ก้มหัวลงเหมือนกัน
โรอันตกอยู่ในห้วงความคิดหลังจากที่เขาได้แยกทางกับเพ็น
‘เราไม่รู้ได้เลยว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร’
ด้วยเหตุนี้หน่วยงานจัดการข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
‘เราคิดดีแล้วที่ให้รวบรวมข้อมูลทางภาคตะวันออก’
การตัดสินใจที่จะไม่พึ่งพาความทรงจำในชาติที่แล้วเพียงอย่างเดียวทำให้เขาได้เห็นถึงแสงสว่าง
‘ตอนนี้ ปล่อยเรื่องอาณาจักรบารอนให้คริสดูแล’
โรอันไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
มันอาจจะเป็นไปได้ว่าข่าวลือที่คริสได้ฟังมานั้นไม่จริง
‘สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้…’
หยุดการรุกรานของพวกมอนเตอร์และเตรียมตัวสู้รบกับอาณาจักรเอสเทล
เขาส่ายหัวและมองไปทางทิศตะวันออก
อาณาจักรเอสเทล
เขารู้สึกเหมือนกลิ่นของสนามรบได้พัดผ่านมาที่จมูกของเขา
…………..
โรอันตั้งสมาธิในการกวาดล้างพวกมอนเตอร์ระหว่างที่รอคริส
และเมื่อการกวาดล้างได้จบลง พวกเขาตั้งค่าย ขุดคูคลองและหลุมไปตามภูมิประเทศ
คนที่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของอาณาจักร เอสเทลนั้นไม่ปกติ มีเพียงทหารที่มีตำแหน่งผู้ช่วยทหารขึ้นไป
ทหารธรรมดายังคงคิดว่าแนวป้องกันนี้ป้องกันมอนสเตอร์ที่ไหลเข้ามา
“มันดูเหมือนแนวป้องกันแล้วสำหรับตอนนี้”
เบนจามินไม่สนใจรายงานของอารอน ก็ไม่เป็นไร พวกเขาได้สร้างหลุมมากมายรอบๆที่นี่ แม้ว่าพวกอาณาจักรเอสเทลได้โจมตีมาทันที พวกเขาก็มั่นใจว่าจะหยุดขาของพวกศัตรูไว้ได้
ตอนนั้นเองก็มีทหารนายหนึ่งเดินเข้ามา
“รองผู้บัญชาการ มีใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าคริสกำลังมาหาท่านครับ”
จากคำพูดนั้น ใบหน้าของโรอันสดใสขึ้นทันที
‘เจ้ามาแล้ว’
มันเป็นเวลาประมาณ 20 วันตั้งแต่ที่ตริสได้ไปที่อาณาจักรไบรอน
และไม่มีข่าวอะไรอีกเลย เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ง่าย
โรอันรีบเดินไปหาเขา
เขามองเห็นคริสที่กำลังยืนรอเขาอยู่
‘ดูเหมือนว่าปัญหาที่เขาเจอนั้นไม่ธรรมดา’
คริสดูซีดเซียว
ผมของเขาดูย่งเหยิงและตัวของเขาดูสกปรก
แต่บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มแสดงความพึงพอใจออกมา
‘ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับความสำเร็จบางอย่างที่น่าพึงพอใจ’
โรอันวิ่งไปที่คริสพร้อมกับจับมือของเขา
“ข้ากังวลมากเนื่องจากไม่สามารถติดต่อเจ้าได้”
“บรรยากาศที่นั้นเคร่งเครียดมาก ข้าไม่สามารถจะติดต่อได้ตามที่ต้องการ”
คริสส่ายหัวของเขา
“เจ้าทำได้ดีแล้ว”
“ไม่ ข้าทำในสิ่งที่เราอยากทำ”
จากคำพูดของโรอันคริสส่ายหัวของเขาอีกครั้ง
และมองไปที่ดวงตาของโรอัน
“ข้าได้รับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่บางอย่างมา”
โรอันเงียบรับฟัง
และคริสได้พูดต่อ
“อย่างแรกก็คือคนของอาณาจักรไบรอนยังเตรียมความพร้อมสำหรับสงคราม.”
เขาดึงกองกระดาษออกมาจากระเป๋า
เป็นข้อมูลทางภาคใต้ของอาณาจักรไบรอนที่เขาได้รวบรวมไว้
“อืมม”
โรอันรับกระดาษมา
‘ทำไมเหตุการณ์ในอนาคตถึงได้เปลี่ยนไป? ในชาติที่แล้วของเรา….’
เขานึกไปถึงความทรงจำของเขา
เหตุผลที่ว่าทำไมอาณาจักรไบรอนจึงไม่ขยับตามที่ต้องการ
แต่เขาจำไม่ได้ถึงรายละเอียดของสถาณการณ์อาณาจักรตอนนั้น
‘น่าเหนื่อยใจจริง’
แน่นอนว่ามีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากหนึ่งในตัวเลือกของเขา
ตอนนั้นเอง เสียงของคริสก็ดังออกมา
“แม้ว่าฉันจะไม่ได้รับข้อมูลภายใน และไม่ค่อยแม่นยำ แต่ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่าทั้งสองอาณาจักรจะจับมือกัน ”
“ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้น”
โรอันเอ่ย
ในอดีตอาณาจักร รินท์ และอาณาจักรไบรอน เป็นเหมือนแมวและสุนัข
เมื่อเทียบกับที่อาณาจักร เอสเทล อยู่ในเงื่อนไขที่เป็นมิตรกับอาณาจักร รินท์ และอาณาจักรไบรอน
มันมีโอกาสมากมายที่ทั้งสองอาณาจักรจะจับมือกัน
วัตถุประสงค์ของการสู้รบครั้งนี้ของอาณาจักรอิสเทีย คือการยึดดินแดนทางตะวันตกของเรา”
เป้าหมายที่แท้จริงถูกเปิดเผยหลังจากสงครามยุติลง
มันเหมือนกับชาติที่แล้วของเรา
‘แต่สถาณการณ์ได้เปลี่ยนออกไป’
โรอันถอนหายใจออกมา
ตอนนั้นเอง คริสได้พูดออกมาเบาๆราวกลับกระซิบ
“แต่ข้าก็นึกถึงสมมติฐานที่ว่าทำไมอาณาจักรของไบรอน จึงอยากจะมีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้”
เขาดูค่อนข้างลังเล
“อืม….ข้าคิดว่าเป็นเพราะอาณาจักรของเรา”
“อาณาจักรของเรา?”
โรอันขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าไม่คาดคิด
คริสพยักหน้าต่อ
“ใช่ พวกเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการปราบปรามมอนสเตอร์ในที่ราบ พีเดี่ยน เมื่อเทียบกับปีที่ที่ เรากำจัดมอนเตอร์มากมายแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการทำลายล้าง  แต่กับกัน พวกที่มีการสูญเสียมากที่สุด …… ”
โรอันได้พูดต่อ
“พวกอ็อคจากทางเหนือ….”
“ถูกแล้ว”
คริสยักหน้า
เขาพูดต่ออีกว่า
“พวกมันมากมาย ได้ตั้งการโจมตีไปที่อาณาจักรไบรอน แต่พวกมันทั้งหมดกับถูกทำลายล้าง…”
“ทางตอนไต้ของอาณาจักรไบรอนจึงไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล ”
“ถูกตัอง ไวโอลินก็ตายในการรบในที่ราบสแลน อาณาจักรไบรอนก็เลยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอ็อคทางภาคใต้ ”
“อืมม”
โรอันเงียบลง
‘เราไม่เคยคิดเลยว่า ผลจากทุ่งราบพีเดี่ยน และการตัดหัวไวโอลินจะกลับมาเป็นแบบนี้’
แต่แน่นอน พวกมันยังมีผู้นำอ็อคอีกหลายตัวนอกเหนือจากรักษ์ ที่อยู่ตอนเหนือของอาณาจักรรินท์
‘แต่พวกมันอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ทางตอนเนือของอาณาจักรเรา ทำให้พวกเราตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น
นี่มันแตกต่างกับชาติที่แล้ว เราคิดว่าเรารู้แล้วถึงเหตุผลที่อาณาจักรไบรอนได้เตรียมตัวก่อสงคราม
แต่แน่นอนว่า นี่คือสมมติฐานทั้ชของ คริส’
‘ถึงอย่างไร เราจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้อารอนรับทราบ….’
แม้ว่าเขาจะส่งรายงานไป เขาก็ไม่คิดว่าจะมีการตอบสนองอะไรกลับมา
เห็นได้ชัดว่าเบนจามินไม่สนใจรายงานเหล่านี้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถรายงานเรื่องนี้ต่อกษัตริย์ได้โดยไม่ผ่าฝืนกฎของกองทัพ
ไม่ ในเวลานี้เขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น
เขาขบคิดหนัก ใบหน้าของเขาราวกับอยู่ในสภาวะเคร่งเครียด
คริสบองไปที่ใบหน้าของเขา
เขารู้ถึงสิ่งที่โรอันกำลังขบคิดอยู่
‘มันมีอะไรที่เราจะสามารถช่วยเขาได้บ้าง?’
คริสตกอยู่ในห้วงความคิดของเขาเหมือนกัน
‘อ่า….!’
แม้ว่าจะไม่ใช่แผนการที่ชาญฉลาด แต่เขามีวิธีการหนึ่ง
“รองผู้บัญชาการกองกำลังโรอัน”
คริสเรียกเขาเบาๆ
โรอันออกจากความคิดและมองมาที่คริส
คริสยิ้มออกมาและพูดออกมา
“หรือจะให้ข้าแพร่กระจายข่าวลือ”
“ข่าวลือ?”
เมื่อโรอันถามกลับ คริสได้พยักหน้ารับ
“พวกเราจะกระจายข่าวลือเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของอาณาจักรไบรอน และอาณาจักรเอสเทีย และไม่แค่ในเมืองหลวงมิลเลอร์รวมไปถึงทางภาคเหนือ  ผู้บัญชาการที่มีเหตุผล และไม่เป็นอย่างผู้บัญชาการดอยล์ ก็จะคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้? ”
“อ่า ถ้าเป็นแบบนั้น?”
“อย่างแรกเลย มันไม่ง่ายที่จะกระจายข่าวลือ เพราะว่าเวลาและกำลังคนของเรานั้นมีจำกัด แต่….”
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม
“ถ้ากระจายข่าวลือไปรอบๆ เหล่าประชาชนจะรู้สึกไม่สบายใจ”
“อ่า….”
คริสอุทานออกมาเบๆ
เขาไม่สามารถใช้ความรู้สึกของประชาชนมาทำให้เหล่าผู้บัญชาการเคลื่อนไหวได้หรอก
“คนธรรมดาล้วนกลัวสงครามมาก หากข่าวลือเกี่ยวกับอาณาจักร ไบรอน และอาณาจักร เอสเทล ที่ต้องการจะโจมตีเราได้แพร่กระจายออกไป ความวุ่นวายที่ตามมาจะเกิดขึ้น และดูเหมือนว่าพวกเรายังไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเลย ถ้าเราจะกระจายข่าวลือก็จะต้องมีการเตรียมการของเราให้เข้มแข็งก่อน”
“ข้าคิดตื้นเขินเกินไป”
คริสก้มหัวขอโทษลง
“ข้าคิดว่าท่านน่าทึ่งจริงๆ ในการคิดถึงความปลอดภัยของพลเมืองเป็นอันดับแรกในสถานการณ์เร่งด่วนนี้ ”
จากคำพูดของคริส โรอันถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ”
เขามองไปที่หมู่บ้านด้านหน้าที่ติดอยู่กับที่ราบทางตอนไต้
“เจ้ามองเห็นหมู่บ้านเล็กๆนั้นใหม?”
“อ่า เห็น? ข้าเห็น”
คริสหันมองไปตามสายตาของโรอัน
เขามองเห็นหมู่บ้านเล็กๆแต่เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ
แตกต่างจากทหารที่ตั้งรั้วหรือขุดคูน้ำ หมู่บ้านของคนเหล่านี้สนใจเพียงอย่างเดียวคือการดูแลเก็บเกี่ยว
เป็นฉากที่ทำให้คนมองรู้สึกอบอุ่น
“มันเป็นสิ่งที่น่าชมใช่ใหม?”
“ใช่ รู้สึกว่าเรามีความสุข”
จากคำถามของโรอัน คริสยิ้มออกมาจางๆและพยักหน้า
อีกด้านนึง ท่าทางของโรอันค่อนข้างมืดมน
“ถ้าเราไม่สามารถทำหน้าที่ของเราได้ดี  ชีวิตของพวกเขาจะอยู่ในอันตรายด้วย”
เสียงของเขาเบาลง
มันแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่สดใสและคิดบวกของเขา
โรอันปิดตาตนเองลง
กลุ่มควันจากการทำอาหารได้ลอยออกมาจากหมู่บ้านนั้น
เป็นหมู่บ้านที่สงบและสวยงาม
เสียงร้องและเสียงตะโกนดังออกมารอบๆ
พื้นดินเปียกโชกไปด้วยเลือด
ฉากอันน่าสยดสยองเกิดขึ้นด้านหน้าสายตาของเขา
ไม่ใช่สิ่งที่เขาแต่งขึ้นด้วยจินตนาการของเขา
เป็นความทรงจำจากชาติที่แล้ว
‘สิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามกับอาณาจักร เอสเทล….. ‘
ไม่ มันไม่ใช่แค่ช่วงสงครามกับอาณาจักร เอสเทล เท่านั้น
ทุกหนทุกแห่งได้เกิดฉากอันน่าสยดสยองนี้ขึ้น
‘เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก’
นั้นเป็นสิ่งที่โรอันต้องทำ
ราชันที่แท้จริงไม่ทรยศต่อพลเมืองของตนเอง
โรอันต้องการที่จะเป็นราชันแบบนั้น
เขาค่อยๆเปิดดวงตาช้าๆและมองไปที่คริส
“คริส”
เขาพูดออกมาเบาๆแต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยพลัง
“ช่วยเราเพื่อที่เราจะช่วยพวกเขาได้”
“อ่า….”
คริสอุทานออกมาด้วยใบหน้าที่ลึกซึ้ง
‘แน่นอนว่าเป็นโรอัน ถ้าเป็นเขา เป็นเขา….’
เขากำหมัดตนเองแน่น
‘เรา สามารถฝากชีวิตของเราไว้กับเขา’
ปณิธาน
เป็นคำสาบานในการรับใช้
‘เราต้องทำให้ดียิ่งขึ้น และช่วยโรอันในสิ่งที่เขาทำ’
เขาเริ่มต้นหน่วยงานจัดการข้อมูลเพราะว่ามันสนุก
แต่ตอนนี้ เขาเริ่มรู้สึกถึงความรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ
เขาเริ่มนึกถึงหน้าที่มาก่อนความสนุก
วันนี้ คริสได้โตขึ้นไปอีกหนึ่งก้าว
ขณะเดียวกันโรอันได้คิดอยู่ว่าจะเผชิญหน้ากับอาณาจักรไบรอนอย่างไร
‘ไม่มีกลยุทธ์อะไรดีๆเลย…’
เขาคิดจนหัวหมุน
กลยุทธ์และยุทธวิธีมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเข
แต่ไม่มีอะไรที่เหมาะเลย
คริส มองไปที่โรอัน ที่กำลังพึมพำกับตนเองเบาๆ
“มันเป็นครั้งแรกที่เราคิดถึงการต่อสู้ของพวกอ็อค เพียงแค่รวบรวมพวกที่กระจัดกระจายให้เป็นหนึ่ง ก็เพียงพอป้องกันไม่ให้อาณาจักรไบรอนเคลื่อนไปตามที่พวกเขาต้องการ ”
‘ใช่! อ็อค!’
มุมปากของเขายกขึ้น
“คริส!”
“ครับ”
“ดูเหมือนว่าเราจะต้องพูดคุยกันอีกสักพักหนึ่ง”
รอยยิ้มบนปากของเขาก็กว้างมากขึ้น
โรอันได้พูดต่อด้วยเสียงเบาๆ
“เราคิดอะไรดีได้แล้ว”
……………..
“กระจายไปด้านข้าง!”
“อย่าห่างกันมาก!”
“ป้องกันจุดนั้นไว้!”
ในบริเวณที่ราบทางตะวันออกของปราสาท เบโน่ กองกำลังโรสกำลังฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง
โรอัน กำลังตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกองกำลังจากระยะไกลและบันทึกจุดที่ขาดหายไป
‘ตอนนี้เราได้อพยพประชาชนไปยังเขตปลอดภัยแล้ว’
ตอนนี้มีเวลาเหลือไม่มากที่จะมีการโจมตีจากอาณาจักรเอสเทล
พวกเขาไม่สามารถออกจากที่นี่ได้  เมื่อพวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเกิดสงครามขึ้น
เหล่าทหาร ให้เหตุผลแก่ปประชนว่าพวกเขาไม่สามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของพวกเขาเพราะความวุ่นวายของเหล่ามอนสเตอร์นั้นรุนแรงเกินไป
และโชคดีที่ประชาชนได้ตามคำแนะนำเป็นอย่างดี
มอนสเตอร์มักจะปรากฏขึ้นในภูมิภาคนี้
‘สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือการรอคำตอบจากทางเหนือ ……… ‘
การเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว
‘เฮ้อ’
โรอันถอนหายใจออกมา
ตอนนั้นเองเสียงของม้าศึกก็ปรากฏขึ้นที่ปลายทุ่งราบ
‘หืม?’
ม้าศึกได้วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อโรอันได้เพ่งสายตาออกไป ม้าศึกที่อยู่ห่างไกลออกไปก็ได้ปรากฏด้านหน้าเขา
“อ่า….”
ตอนนั้นเอง เสียงของเขาก็หลุดออกมา
เขาเห็นได้อย่างชัดเจน
เหล่าทหารที่กำลังถือธงสีแดง
‘มันเริ่มแล้ว?’
โรอันกัดริมฝีปากตนเองและยกมือขวาขึ้น
ฟุบ! ฟุบ!
สัญญาณมือจากโรอัน ผู้นำธงได้ส่ายธงในมือและกองกำลังก็หยุดการเคลื่อนไหว
พวกเขาจัดตั้งขบวนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เมื่อผู้ช่วยและผู้บัญชาการทหารแต่ละคนยืนอยู่ตรงจุดของพวกเขา
ม้าศึกได้วิ่งมาในทุ่งราบและเข้ามาไกล้
ฟุบ! ฟุบ!
ธงสีแดงโบกสบัดไปตามลม
โรอันและเหล่าทหารได้ขยับตัวไปมองที่ม้าศึก
ในเวลาเดียวกันทหารที่ขี่มันก็ได้ตะโกนออกมาเต็มแรง
“คนของอาณาจักรเอสเทลได้ข้ามพรมแดนมาแล้ว!”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/