0 Views

“วิ้ว”
โรอันถอนหายใจออกมา
เขานั่งด้านหน้าเตาขนาดเล็ก
ความร้อนได้เล็ดลอดออกมาจากเตาอย่างต่อเนื่อง
“แน่นอนว่าการสะสมของมานาจะเร็วกว่าที่เราได้อยู่ในสถานที่ของ ท่านไบเอท”
โรอันกำลังฝึกฝนเทคนิคมานาของเฟรมดอร์
เขาได้จุดเตาเพื่อดูดซับมานาธาตุไฟให้มากขึ้น
เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนและคลายข้อมือและข้อเท้าของเขา
‘เราต้องการที่จะใช้เวลาร่วมกันอยู่กับสมาชิกกองร้อยของเราแต่…’
เขาเลือกที่จะอยู่ลำพังและฝึกฝนเทคนิคมานาแทน
อารอนและเกลได้มอบบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ดูสะอาดและอยู่ใกล้กับสำนักงานเป็นรางวัล
โรอันได้บอกสมาชิกในกองร้อยและย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่
และหลังจากนั้นเขาก็ลดเวลาที่จะกินหรือนอนหลับและฝึกฝนเทคนิคมานาให้มากขึ้น
นอกจากนั้นเขาได้จุดเตาทุกๆวัน
‘มันเป็นเวลาสามเดือนแล้วที่เพียร์สได้ไปเป็นลูกศิษย์ของรีเอล’
มีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น แต่มีสองสิ่งที่สำคัญเป็นพิเศษ
หนึ่งในนั้นคือ โรอันเริ่มฝึกเทคนิคมานา และเทคนิคการต่อสู้ของ เรดอย่างจริงจัง
ส่วนที่เหลือก็คือเขาได้ขึ้นไปอยู่ในระดับรองผู้บัญชาการทหารของกองกำลังโรสคู่กับเคนนิส
โรอันที่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยอันดับ 1 แต่เขาพยายามปฎิเสธแม้ว่าเกลจะยืนกรานก็ตาม
นั่นหมายความว่าเกลไม่สามารถปล่อยให้เขาเป็นเพียงผู้ช่วยทหารธรรมดาได้ เมื่อเขาได้รับเหรียญตรามาแล้ว
จุดนี้โรอันสามารถโน้มน้าวเคนนิสให้ทำงานร่วมกันได้
‘เพราะเหตุนี้เขาจึงได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของพลหอก พลธนูและทหารดาบ’
โรอันพยายามผสมผสานทีมเหล่านี้และสร้างโครงสร้างใหม่ขึ้นมา แต่เขาก็ยอมแพ้ในตอนท้าย
‘กองทหารม้า และหน่วยป้องกัน และคนที่แข็งแกร่งนั้นได้รับคำสั่งการจากรองผู้บัญชาการทหารเคนนิส และเพราะการตัดสินใจของเราทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้น’
ในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะนำทีมกลับมาแก้ไขอีกครั้ง
‘เฮ้อ’
โรอันถอนหายใจออกมาและจับไปที่หอกทราเวียสที่อยู่ตรงเอวของเขา
เฉ้ง!
เมื่อเขาได้ใส่มานาเข้าไป คมหอกได้โผล่ออกมาพร้อมกับเสียงเสียดสีของโลหะ
‘หืม’
เขาได้ส่งมานาจากที่กักเก็บมานาของเขาเข้าไปสู่มือขวาของเขา
เส้นมานาหลังจากที่ได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้เส้นมานาของเขาดูกว้างและดียิ่งขึ้น
ฟู่!
เขารู้สึกว่ามานาที่อยู่ภายในผ่ามือของเขาได้ไหลเข้าไปสู่หอก
โรอันเพิ่มมานาเข้าไปในใบหอกแทนที่จะเป็นที่ด้ามหอกเพื่อจะเพิ่มความยาวหรือความหนา
ฉิ้งง
แสงสีขาวปรากฏขึ้นเล็กน้อยและบนใบหอกได้สั่นสะเทือนไปมา
โรอันพยายามส่งมานาเข้าไปอีก แต่มันไม่เกิดอะไรขึ้นอีก
“เฮ้อ”
ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาและยกเลิกปล่อยมานาของเขาเข้าไป
เคล้ง!
หอก ทราเวียสกลายเป็นแท่งหล็กอีกครั้งพร้อมกับเสียงเสียดสีของโลหะ
‘ตอนนี้ เราสามารถเปิดใบหอกด้วยมานา?’
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ายินดีที่สุดก็คือเทคนิค มานาของเฟรมดอร์ ของเรดนั้นน่าทึ่งจริงๆ
เขาสามารถเปิดใช้งานใบหอกด้วยการฝึกมานาเพียงสามเดือนเท่านั้น
‘และด้วยเทคนิกมานาของเฟรมดอร์นี้ ทำให้เราไม่สามารถเป็นลูกศิษย์ของไวเคานต์ เบรกเกอร์ได้’
มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของรีเอล
เพราะเขาเชื่อในความแข็งแกร่งของเทคนิคมานาเฟรมดอร์
ถึงแม้ว่าเทคนิค มานา ของ รีเอลและทักษะหอกของเขาจะแข็งแกร่ง แต่ก็เทียบไม่ได้กับเทคนิคมานา ของคนที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งถูกเรียกว่า ราชันแห่งไฟ
‘ถึงแม้ว่าจะน่าเสียดาย ที่ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะหอกของไวเคานต์เบรกเกอร์ได้ แต่เทคนิคมานาของรีเอลนั้นยังเทียบไม่ได้ของเฟรมดอร์’
นอกเหนือจากนั้น โรอันยังมีทักษะการต่อสู้ของเรดรวมไปถึงทักษะหอก ทักษะต่อสู้อยู่ในหัวนับสิบนับร้อยจากที่ชาติที่แล้วของเขา
‘ถึงแม้ว่าจะมีทักษะหอกไม่เก่งเท่ากับเพียร์ส…’
ถ้าเรารวบรวมทักษะหอกที่ดีและตัดทักษะหอกที่ไม่ต่อยสมบูรณ์ออกไป เรามั่นใจว่าเราสามารถสร้างทักษะหอกที่ทรงพลังออกมาได้
นอกจากนั้น
‘เรายังมีทักษะการต่อสู้ของเรดอยู่’
โรอันกำลังวางแผนที่จะผสมผสานเทคนิคการสู้รบกับทักษะหอกที่แท้จริงเข้าด้วยกัน
ด้วยเทคนิคหอกของเพียร์สที่เคยทำให้สั่นสะเทือนไปทั้วทวีป เขาสามารถแก้ไขจุดอ่อนและเพิ่มจุดแข็งด้วยทักษะหอกทั้งหมดที่เขามี
‘การรวมทักษะหอกและการต่อสู้เข้าด้วยกัน’
โรอันกัดฟันตนเองแน่น
‘เราจะแสดงให้เห็นถึงทักษะหอกที่สมบูรณ์ให้ดู’
เขาหายใจเข้าลึกๆ
ถ้าเป็นไปตามแผนการของเขา เขาจะสามารถเอาชนะเพียร์สได้แม้ว่าเพียร์สจะได้เรียนทักษะหอกมาจากรีเอลแล้วก็ตาม
‘อย่างแรกเราต้องเพิ่มระดับมานาของเราให้มากขึ้น’
หัวใจของเขาเต้นเร็วด้วยความตื่นเต้น
ตอนนี้เขามองเห็นถึงอนาคตที่จะแตกต่างไปจากเดิม
‘ถึงอย่างไร…’
โรอันยื่นมือออกไป
แม้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนของเขา แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขากังวล
‘ทำไมมานาของเราจึงส่องประกายเป็นแสงสีขาว?’
จากที่เขาได้ยินมา และเอกสารมากมาย และเนื้อหาการฝึกฝนมานา เทคนิคมานาที่ฝึกฝนด้วยธาตุไฟนั้นจะเป็นสีแดง
แต่มานาของโรอันค่อนข้างโปร่งใส
‘ธาตุของมานาคือธาตุไฟ แต่สีมันแตกต่างออกไป….’
เขายังไม่สามารถค้นพบปัญหาใด ๆ นอกเหนือจากสีของมัน
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าการสะสมของมานาของเขาค่อนข้างช้า แต่เขาไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากไม่เคยฝึกเทคนิคมานาอื่นๆมาก่อน
‘หรือเป็นเพราะว่าหยดน้ำสีเงินนั้น?’
ถ้าเป็นจริงหยดน้ำนั้นจะมีผลต่อการฝึกเทคนิคมานานี้หรือใม่?
เขาไม่รู้อะไรเลย
‘เราไม่ค่อยมั่นใจว่าเป็นเพราะหยดน้ำจริงๆ’
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
เป็นปัญหาที่ไม่มีคำตอบแม้ว่าเขาจะนึกถึงเรื่องนี้มากแค่ไหนก็ตาม
‘ถ้าเราได้ไปค้นหาสิ่งที่ท่านไบเอทได้ทิ้งไว้ ปัญหานี้ก็คงจะถูกแก้ล่ะมั้ง?’
แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถไปที่ทะเลสาบและค้นหาสิ่งนั้นได้
เขาตัดสินใจจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ที่หลัง
‘ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร….’
ไม่ เพราะสีของมานาได้เปลี่ยนไปนั้นก็มีจุดดีอยู่ด้วย
“เพราะว่ามันไม่เป็นแสงสีแดง ผู้คนที่เห็นก็คงไม่คิดว่านี่เป็นเทคนิคมานาของเรด”
ในสงครามในชาติที่แล้ว สงครามระหว่างราชอาณาจักรรินท์ และอาณาจักรเอสเทียได้เกิดขึ้นเนื่องจากเทคนิคการใช้มานานี้
‘เพราะสีของมานาเปลี่ยนไป เราจะไม่ต้องกังวลว่าสงครามจะเกิดขึ้น’
ผู้คนจะไม่สามารถรู้ได้ว่าโรอันกำลังเรียนรู้มานาถ้าเขาไม่ได้เปิดเผยเอง
ฟุบ ฟุบ
โรอัน ยกเลิกการฝึกมานาและเปิดประตู
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการฝึกฝนร่างกายแทนที่จะคิดอะไรให้ซับซ้อน
เขาหายใจเข้าลึกๆและเดินไปที่ประตูทางตะวันออก
ด้านนอกยังมืดอยู่เลย
มันยังคงเป็นช่วงเช้ามืดก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น
แต่โรอันไม่ลังเลที่จะก้าวเดินต่อไป
ความมืดไม่สงผลต่อเขาเพราะหยดน้ำตาแห่งคาเรี่ยน
เขาเดินตรงไปที่ประตูทางทิศตะวันออกอย่างเงียบๆ
ประตูจะยังปิดอยู่เพราะดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า
เพราะแบบนั้น เขาจึงไม่สามารถฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้ของเรดได้ในสนามฝึกของสำนักงานใหญ่
‘ไม่มีที่ใดที่เหมาะสมไปกว่านี้’
โรอันมองไปที่ที่ มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นและยิ้มออกมา
เขายืนอยู่ด้านหน้าสถานที่นี้พร้อมกับงอเข่าเล็กน้อย
และกำหมัดทั้งสองข้างและก้มตัวลงเล็กน้อน
มันเป็นท่าทางที่ดูเหมือนว่าเขาพร้อมออกท่วงท่าได้ตลอดเวลา
“เฮ้อ”
โรอันหายใจออกมาพร้อมกับเตะไปที่พื้น
ฟุบ! พล๊ค!
ในเวลาเดียวกัน หมัดทั้งสองข้างพุ่งฝ่าอากาศไปไม่หยุด
ฟุบ
ขาทั้งสองข้างของเขาเตะไปที่พื้นอย่างรวดเร็ว
เทคนิคการต่อสู้ของเรดใกล้เคียงกับการต่อสู้แบบผสมผสาน
มีเทคนิคต่าง ๆ เช่นเตะ ขว้าง ปา รัด รวมเข้าด้วยกัน
และเทคนิคต่างๆที่แข็งแกร่งได้เชื่อมต่อกันและกันและประกอบไปด้วยเทคนิคที่สำคัญ
เรายังคงต้องฝึกฝนเทคนิคพื้นฐาน เราต้องใส่ความพยายามมากยิ่งขึ้นในการเรียนรู้เทคนิคต่างๆ เพื่อต่อยอดไปสู่ขั้นกลางและขั้นสูงต่อไป”
แต่แน่นอนว่าเขาต้องทุ่มเทเวลาและความพยายามในการฝึกเทคนิคการใช้มานาให้มากขึ้น
‘เราขลาดเวลา’
โรอันอยากให้เวลายาวนานกว่านี้สักสิบเท่า
ฟุบ
มันเป็นรุ่งอรุณ
โรอันฝึกฝนไม่หยุดยั้งภายในความมืดนั้น
…………
โรอันไม่ได้ฝึกฝนด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้เขายังทุ่มเทเวลาในการฝึกอบรมหอก ดาบและพลธนูในฐานะผู้บัญชาการทหารของกองกำลังของโรส
เขาสอนกองร้อยที่12 ถึงวิธีการฝึกอบรมแบบใหม่ที่เขารู้จักและยังมีสัญญาณหลายอย่าง ฯลฯ
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถแตะต้องรูปแบบของกองทหารได้ แต่เขาจัดให้พลหอกคอยช่วยกันและกัน พลดาบก็คอยช่วยสอนกันและกัน พลธนูก็เหมือนกัน
ฟ้าว!
ผู้นำธงได้สั่นธงสองธงแตกต่างกัน
ตอนนั้นเองสมาชิกในทีมที่จัดกลุ่มกันอยู่ก็ได้กระจัดกระจายไปด้านข้างและย้ายไปตามเป้าหมาย
ฟ้าว! ฟ้าว!
ครั้งนี้ ธงทั้งสองได้ไปในทางเดียวกัน
สมาชิกในทีมเริ่มกลับมารวมตัวตามรูปแบบเดิม
โรอัน ที่กำลังตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเหล่าทหาร อยู่ที่ด้านบนของสนามฝึก ได้พยักหน้าและยิ้มออกมา
‘พวกเขายังอยู่ในระดับพื้นฐาน แต่พวกเขาได้ขยับตามสัญญาณได้แล้ว’
ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถส่งคำสั่งที่เรียบง่าย แต่มีความสำคัญได้เร็วกว่าเดิม
“ถอย”
ทันทีที่โรอันได้ออกคำสั่งออกไป ผู้นำธงได้ส่ายออกกว้าง
ทันใดนั้นเอง เหล่าทหารที่อยู่ในสนามฝึกได้ถอยไปราวกลับสายน้ำ
‘เยี่ยม’
ขณะที่เขากำลังรู้สึกภาคภูมิใจ
“รองผู้บัญชาการ”
ทหารคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาหาเขา
“เกิดอะไรขึ้น?”
จากคำถามนั้น ทหารนายนั้นได้ชี้ไปที่ทางเข้า
“มีบางคนมาเยี่ยม”
โณอันรอคำพูดถัดไป
“เขาบอกว่าชื่อคริส”
หลังจากที่ทหารนายนั้นพูดออกไป โรอันก็ยิ้มออกมาพร้อมกับพยักหน้า
‘เขามาแล้ว’
เป็นเวลา 1 เดือนนับตั้งแต่เขาได้คำเชิญหาคริส
เขาได้มาถึงปราสาทเบโน่แล้ว
โรอันสั่งให้เหล่าทหารพักและค่อยเริ่มใหม่
เขาเดินไปที่ประตูทางเข้า เขาก็ได้เจอกับบคริสบริเวณด้านหน้า
“คริส”
“อ่า! ท่านผู้ช่วยโรอัน อ่า ไม่ ท่านรองผู้บัญชาการกองกำลัง”
คริสยิ้มออกมาจางๆและก้มหัวให้
“ขอบคุณสำหรับการเดินทางมา”
จากคำพูดนั้นคริสได้ส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า
“ไม่ เราอยากมาหาอยู่แล้ว”
“เราไปที่พักกันก่อนเถอะ”
“ครับ ไปกันเถอะ”
โรอัน และคริส เดินเคียงข้างกันและถามกันเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพวกเขา พวกเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับสารทุกข์สุขดิบ, การเลื่อนระดับของโรอัน เหรียญตรา
และอื่นๆ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มาถึงบ้านสภาพดีหลังหนึ่ง
“เชิญเข้าไป”
โรอันเปิดประตูและเดินเข้าไปด้านใน
คริสมองไปที่ด้านหลังของเขาและรียตรวจสอบไปรอบๆ
เป็นนิสัยและท่าทีโดยเฉพาะของเขา
‘มีหนังสือดีๆมากมาย’
บ้านค่อนข้างไม่เป็นระเบียบ
เฟอร์นิเจอร์ทั้งโต๊ะเก้าอี้และเตียงนั้นดูเป็นระเบียบที่สุด ในสถานที่ที่เหลือมีหนังสือมากมายทุกเล่ม
“อ่านนี่หมดแล้วหรอ?”
คริสหยิบไปที่หนังสือเล่มนึงและถามออกมา
โรอันส่ายหัวด้วยท่าทางสงบ
“ไม่ อันที่จริงเรายังอ่านไม่ถึงคร่งเลย”
เขายิ้มกระอักกระอ่วน
คำพูดนั้นคือเรื่องจริง
เขารวบรวมหนังสือจากทุกที่เพราะความโลภของเขา แต่เขาไม่ได้มีเวลามากในการอ่านหนังสือเพราะการฝึกฝน
แต่เหตุผลที่เขายังไม่หยุดซื้อหนังสือ
‘เราจะจัดระเบียบให้มากขึ้นเ เราจะต้องสอนให้ทหารอ่านได้’
โรอันรู้ว่านี่คือหนึ่งในเงื่อนไขที่จะทำให้กองทัพแข็งแกร่ง
“เจ้ารู้สึกประหลาดใจจริงๆหลังจากอ่านจดหมายของเราใช่มั้ย?”
จากคำพูดนั้น คริสได้ส่ายหน้า
“ไม่ เราตั้งใจที่จะมาหท่านอยู่แล้ว ท่านรองผู้บัญชาการ”
“จริงรึ?”
“จริง”
คริสหยิบกระดาษแผ่นนึงขึ้นมาขณะกำลังตอบ
“จำได้ไหมถึงพ่อค้าห้าคนที่เราได้บอกท่านครั้งสุดท้ายในมิลเลอร์?”
“ใช่ ข้าจำได้อย่างแน่นอน”
โรอันรับกระดาษและพยักหน้า
คริสยังคงพูดต่อ
“ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเราได้ลงทุนไปกับพ่อค้าหนุ่มสาวทั้งห้าคน ได้แก่ ทิโอ้ ลิเดีย เอสก้า เนโก และฟอรด์ ”
โรอันตั้งใจฟัง
“ในหมู่พวกเขา ลินดาได้ธุรกิจค้าไม้และเอสก้าที่ไปเป็นพ่อครัวกำลังทำกำไรได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในด้านอื่น ๆ ทีโอ้ ผู้ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมการขนส่งและ เนโก ผู้ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมการกู้ยืมนั้นไม่มีความสำเร็จมากมายเท่าไร สุดท้ายฟอร์ดผู้ทำงานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ …… ”
คริสยิ้มงุ่มง่ามและส่ายหัว
“ดูเหมือนว่าเราเสียเงินลงทุน พูดให้ถูกต้องก็คือเราได้สร้างหนี้สิน”
โรอันพยักหน้า
ในตอนแรกเขา ไม่คิดว่าพวกเขาทั้งหมดจะประสบความสำเร็จ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ
“ในความคิดของเจ้า เจ้าคิดว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?”
คำพูดเหล่านั้นทำให้คริสลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับ
“ถ้าให้พูดตามจริง ความสำเร็จของ ทีโอ้ เนโก และฟอร์ดนั้นไม่ดี แต่ … ”
เขาใส่พลังในน้ำเสียงมากขึ้น
“ข้าคิดว่ายังคุ้มคี่จะลองเสี่ยงกับพวเขาดู”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
โรอันพยักหน้า
เขายืนขึ้นและเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบถุงขนาดใหญ่ออกมา
“เราเชื่อในสายตามในการมองของเจ้า”
โรอันนำถุงอัญมณีสามถุงที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากออกมา
“นำนี่ไปลงทุนอีก”
คริสแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ไม่ต้องทำเช่นนี้ อ่า  จากผลกำไรของของลิเดียและเอสก้านั้นเทียบเท่าได้เพียงถุงเดียว ”
เขามองไปที่ถุงใบใหญ่นั้น
“เขายังได้มอบถุงอัญมณีกับไปที่เมืองหลวงมิลเลอร์ …… ”
เขาคิดว่า เขาจะได้รับเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกเมื่อมาถึงปราสาทเบโน่
เขาคิดว่านี่เป็นรางวัลที่โรอันได้รับหลังที่ได้การเลื่อนขั้น
แต่ถุงอัญมณีที่โรอันแสดงให้เห็นตอนนี้…
มันไม่ใช่สิ่งที่ทหารธรรมดาจะสามารถสะสมได้”
มันอยู่ในระดับที่ไม่อาจจะสะสมใด้ในเวลาไม่กี่ปี ถ้าอย่างสั้นหรือเป็นสิบปีถ้าระยะเวลานาน
‘จากที่เราเห็น เราไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับรองผู้บัญชาการโรอันเท่าไร’
มันค่อนข้างน่าอายที่จะโอ้อวดว่าเขาเป็นหน่วยงานด้านข้อมูล
‘แม้กระนั้นก็ตามเราไม่ต้องการที่จะตรวจสอบประวัติของเขาอย่างจริงจัง’
ตอนนั้นเสียงของโรอันก็ดังออกมา
“ไม่ เพียงถุงเดียวคงจะไม่พอ”
เขาส่ายหัวไปมาและพูดออกมาเบาๆ
“ท่านยังมีเรื่องใหม่ที่อยากทำอยู่รึเปล่า?”
“ที่…จะทำ?”
คริสถามกลับ
โรอันพยักหน้า
“อย่างแรกเลย….”
เขายิ้มและจ้องไปที่ดวงตาของคริสอย่างแน่วแน่
“เจ้าจะต้องย้ายหน่วยงานของเจ้าไปปที่ปราสาท พาโว่”
“ไปที่ปราสาทพาโว่?”
คริสถามพร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจ
โรอันพยักหน้าช้าๆ
‘มันถึงเวลาที่จะต้องย้ายอย่างช้าๆ ไม่ เขาจำเป็นต้องย้าย’
เหตุผลที่เขากลับมาที่ปราสาทเบโน่ แม้กระทั่งหลังจากที่เขาได้เทคนิคการใช้มานาของเรดและเทคนิคการสู้รบมา
ทั้งหมดเพราะเขาจำได้หลายอย่างที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกของอาณาจักร รินท์ แต่มีเหตุผลที่สำคัญที่สุด
‘อีกไม่นานสงครามจะเกิดขึ้น’
มันไม่ใช่สงครามกับพวกมอนเตอร์
มันเป็นสงครามระหว่างมนุษย์กับมนุษย์
มันเป็นสงครามระหว่างอาณาจักรกับอาณาจักร
‘มันจะเป็นช่วงเวลาที่ภาคตะวันออกของราชอาณาจักร รินท์จะร้อนขึ้นด้วย’
โรอันมองไปที่สายตาของคริส
“เจ้าต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในภาคตะวันออกไห้อยู่ในมือของเจ้า”
นั้นคือสิ่งแรกที่เขาต้องทำ
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง
ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกาย
“ถึงเวลาที่จะเคลื่อนที่อย่างจริงจัง.”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/