0 Views


แต่ถึงแม้ว่าเจ้าจะได้รับเหรียญตรานี้แล้ว ก็ไม่ได้หมายความเจ้าจะกลายเป็นขุนนางทันที

เจ้าแค่มีคุณสมบัติเหมาะสมในสักวันหนึ่ง หลังจากที่เจ้าได้เก็บสะสมผลงานมากพอ

‘สำหรับเราที่ได้รับเหรียญ….’

โรอันมองไปที่เบนจามินที่กำลังถือเหรียญนั้นอยู่

‘และนอกจากนั้นจาก เบนจามิน ดอยล์?’

เขาฝืนยิ้มออกมา

‘ในชาติที่แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเรานั้นเรียกได้ว่าแย่มาก’

ไม่ใช่ไม่สนใจในผลงานของเรา แต่เขายังลดระดับของเราหลายครั้งด้วย

เขาเป็นพวกงี่เง่า ที่ทำอะไรตามที่ตนเองต้องการ

เราขอมอบตราประจำตำแหน่งของผู้บัญชาการโดยได้รับอนุญาตจากราชอาณาจักรรินท์ โดยมอบให้แก่ผู้ช่วยผู้ปรึกษาทหารระดับ 5 ของกองพลที่ 7 .. ”

จากคำพูดของอีวา โรอันเดินเข้าไปหาเบนจามินก่อนที่จะก้มตัวลง

“เจ้าคือโรอันสินะ”

เบนจามินมองไปที่โรอันด้วยท่าทางสนใจ

‘การต่อสู้ที่หุบเขาเอล, การกวาดล้างมอนเตอร์ในที่ราบพีเดี่ยน, การสู้รบในป่า อิ้น, ยุทธวิธีน้ำท่วมของแม่น้ำฟิเล่, การสู้รบที่ทุ่งราบสแลน… .. สำหรับทหารธรรมดาที่จะสะสมผลงานมากมายขนาดนี้’

มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก

นอกจากนั้นโรอันมีอายุเพียง 18ปี

‘หมายความว่าเขามีโอกาศเติบโตได้มากกว่านี้…’

สำหรับเบนจามินที่เป็นคนทะเยอทะยานสูง เขาต้องการคนที่มีทักษะสูงๆ

‘ถ้าเรามีโอกาส เราจะทำให้มันเป็นของเรา’

เขาวางแผนที่จะชักจูงกองพลที่ 7 อารอนและโรอันมาอยู่ข้างเขา

เขาได้ติดเหรียญตราที่อกของโรอันก่อนที่จะตบไปที่ไหล่ของเขา

“ผลงานของเจ้าโดดเด่นเป็นอย่างมาก เจ้าทำได้ดีจริงๆ”

“ขอบคุณครับ”

เขาฝืนพูดคำพูดนั้นออกจากปากของเขา

เขาไม่ต้องการที่จะพูดขอบคุณกับไอ้งี่เง่านี่

‘สถาณการณ์ได้เปลี่ยนไปจริงๆ’

ในชาติที่แล้วของเขา เขามีความสัมพันธ์ที่แย่มากๆกับเบนจามิน แต่ในครั้งนี้เราไม่มีปัญหาอะไรกับเขาเลย

แน่นอนว่า ถึงจะไม่มีปัญหาอะไรเขาก็คิดที่จะไม่เข้าไกล้เบนจามินอีกแม้แต่น้อย

‘ไอ้หมอนี่มันเป็นคนมีปัญหา ทั้งอารมณ์และความสามารถ…’

ไม่ มันมีโอกาศมากที่เขาจะส่งผลต่อเรา

‘เขาเป็นหัวหน้าของเราตอนนี้’

โรอัน ลบความรู้สึกไม่พอใจของเขาในตอนนี้ออกไป

เขายังอยู่ในกองทัพเขตุตะวันออก

ถ้าเขายังทำตัวตามที่ใจต้องการ ชีวิตนี้ของเขาก็จะยุ่งเหยิงเหมือนในอดีต

ตอนนั้นเองเสียงของเบนจามินก็ดังออกมา

“เราขอเลื่อนต่ำแหน่งโรอันขึ้นอีกหนึ่งต่ำแหน่ง พร้อมกับเหรียญตรา เป็นผู้ช่วยทหารระดับ 4”

จากตอนนี้ หอกดีๆและเงินมากมายจะถูกให้เป็นรางวัลกับเขาทีหลัง

“ยินดีด้วย”

ไอโอ รีเอล อารอนและเกล ต่างแสดงความยินดีกับเขา

โรอันมองไปที่เหรียญตราและผู้คนรอบๆก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ

นี่เป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกมีความสุขเกินกว่าจะวัดได้

‘เคานต์ แลนซิพลี ไวเคานต์เบรกเกอร์ บารอน อารอน และท่านผู้บัญชาการ เกล….’

พวกเขาทุกคนเป็นบุคคลที่เขาได้แต่มองจากที่ไกลๆในชาติที่แล้วของเขา

แต่ตอนนี้ทุกคนได้มองมาที่เขาแสดงความยินดีกับเรา

‘เส้นทางได้ถูกเปิดออกแล้ว’

แต่เขายังไม่รู้ว่าเส้นทางนั้นจะเปิดไปสู่การเป็นขุนนาง หรือนายพลที่ยิ่งใหญ่ หรือจะเป็นราชัน

แต่อย่างน้อย เขาก็จะไม่เป็นเหมือนชาตืที่แล้วแน่นอน

กรอด

โรอันกัดฟันตนเองแน่น

‘เราจะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่มีการถือตัวเช่นเขา’

เขาตั้งปณิธาน

ตอนนั้นเองเสียงของเบนจามินก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“จนถึงตอนนี้ มันมีเพียงรางวัลธรรมดาแต่…”

เบนจามินยิ้มออกมา

‘ตอนนี้เราต้องทำให้เขาประทับใจ’

เบนจามินต้องการดึงความสนใจของโรอัน

“เราจะให้รางวัลแก่เจ้าอีก ถ้ามีบางอย่างที่เจ้าต้องการพูด หรือถ้าเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้เราจะรับฟัง ”

เป็นข้อเสนอที่ไม่คาดคิด

และอีวาก็แสดงท่าทางประหลาดใจ

ไอโอ รีเอล และอารอนไดมองไปที่ปากของโรอัน

โดยเฉพาะ อารอน และเกล ที่เคยได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์แบบนี้ครั้งหนึ่งเลยแสดงท่าทางสนใจต่อเขา

และโรอันก็ไม่ลังเลที่จะรับโอกาสครั้งนี้

“ถ้าเป็นคนประเภทเบนจามิน ดอยล์ ถ้าเราปฎิเสธออกไป เขาจะแกล้งทำกลายเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในทันที”

เขารู้นิสียของคนประเภทเบนจามินเป็นอย่างดี

เขาเป็นพวกไอโอภและเห็นแก่ตัว.

เขาต้องรีบบอกรับถ้าเบนจามินบอกจะให้อะไร

ถ้าเขาปฎิเสธหรือลังเลไปชั่วขณะ เขาจะทำมันเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นทันที

โรอันยกศรีษะขึ้นเล็กน้อยและมองไปที่ใบหน้าของเบนจามิน

“มีบางคนที่ผมอยากพามาที่กองร้อยของผม”

จากคำพูดนั้น เบนจามินยิ้มและพยักหน้า

‘ง่ายมาก’

ถ้าเป็นทหารจากกองทัพตะวันออก เขาสามารถเคลื่อนย้ายพวกเหล่าทหารออกจากกองกำลังได้มากเท่าที่เขาต้องการ

“ใครล่ะ?”

เขาถามกลับด้วยท่าทางมั่นใจ

โรอันก็ตอบกลับสั้นๆ

“เขาคือพลหอกแฮริสัน จากกองกำลังที่15ของกองพลที่ 7”

แฮริสัน

หนึ่งในอัฉริยะทางด้านธนู

ถึงเวลาที่จะนำเขามาแล้ว

………….

ฟิ้ววว!

เสียงที่ดูแหลมคมดังออกมา

พลั๊ค!

ในเวลาเดียวกัน ลูกธนูดอกหนึ่งก็ทะลุกิ่งไม้เล็กๆ

ตุบ

พร้อมกับเสียงที่ดังออกมา

ฟุบ ฟุบ

เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งผ่านป่าไปอย่างรวดเร็วและง้างคันธนู

เฟี้ยวว

ธนูอีกดอกได้วิ่งฝ่าอากาศออกไปด้วยเสียงที่แหลมคม

ลูกศรที่บินออกไปพร้อมกับหลบเลี่ยงต้นไม้จำนวนมาก

พลั๊ค!

ลูกธนูดอกนั้นทะลุกิ่งไม้เล็กๆ.

เสียงแหลมคมได้ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

………….

“ไอ้โง่เง่านั้นไปที่ไหน!”

รองผู้บัญชาการกองร้อยที่ 15 ของกลุ่มทรอนฮาสเอ่ยออกมาด้วยความรำคาญ

เขาคงจะได้รับบาดเจ็บจากรองผู้บัญชาการกองร้อยตั้งแต่เช้าตรู่

เมื่อเขามองหาที่ระบายความโกรธของเขา เขาก็ไม่สามารถมองเห็นผู้ชายคนนั้น

“ดูเหมือนว่าเขาจะไปที่ป่าพล็อต”

สมาชิกกองร้อยคนนึงพูดออกมาเบาๆ

ฮาส เตะไปที่พื้นและตะโกนออกมา

“อีกแล้ว?! มันออกไปยิงธนูในป่าอีกแล้ว!”

ท่าทางของเขาโกรธจัด

“ถึงแม้ว่า เราวางแผนที่จะสอน ฝึกฝนหอกตลอดแต่เขาก็มักจะทิ้งหอกแล้วเลือกหยิบธนูแทนเสมอ”

เฮสกัดฟันตนเองแน่น

จากนั้นไม่นานเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าค่าย

เขาได้ถือธนูขนาดใหญ่และแบกซองธนูอยู่บนหลัง

แฮสรีบวิ่งออกมาและเหวี่ยงกำปั้นของเขา

มันเป็นการโจมตีอย่างฉับพลัน และน่าจะโดนทีใบหน้าของเขา

แต่หมัดนั้นเหวี่ยงไปโดนลม

“ทำไมถึงทำแบบนี้?”

เพราะว่าชายหนุ่มที่ถือธนูอยู่ได้รีบหลบก่อนที่จะโดน

“ไอ้งี่เง่ากล้าหลบหมัดของข้าฦ”

เฮสเบิกตากว้างและเหวี่ยงหมัดอีกครั้ง

ตอนนั้นเองเสียงเปิดประตูก็ดังออกมา

“เกิดอะไรขึ้น? พวกเจ้ากำลังทำอะไร!”

เจ้าของเสียงคือหนึ่งในผู้ช่วยของกองกำลังทรอน เพ็ด

เขามองไปที่เฮสพร้อมกับถือกระดาษอยู่ในมือ

“เจ้ากำลังกลั่นแกล้งเด็กนั้นเหรอ?”

“อแฮ่ม ไม่ ไม่”

แล้วเขาก็ขยับกำปั้นหลบและส่ายหัวไปมา

สีหน้าของเขาแสดงท่าทางกระอักระอ่วนออกมา

เพ็ดจ้องมองที่เฮส ครู่หนึ่งแล้วหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังถือธนู

“เอ้านี่”

“ครับ? อะไรหรอครับ?”

ชายหนุ่มคนนั้นรับกระดาษนั้นด้วยสีหน้างุนงง

เพ็ดยักไหล่และตอบกลับ

“มันเป็นคำสั่งโอนย้าย ดูเหมือนว่ามันถูกสั่งการโดยผู้บัญชาการโดยตรง ”

“คำสั่งโอนย้าย?”

ชายหนุ่มคนนั้นมองไปที่กระดาษด้วยสีหน้าประหลาดใจ

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถอ่านเนื้อหาได้

“ขอโทษนะครับ แต่พวกเขาพาผมไปที่ไหนหรอครับ?”

“กองร้อยที่ 12กองกำลังโรส กองพลที่ 7”

“อ่า….”

เสียงอุทานเบาๆดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม

“กองกำลังโรส….”

มันเป็นเสียงที่หลุดออกมาจากปากของเขา

เรารอมานานแค่ไหนแล้ว?

ความรู้สึกดีใจปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่มนั้น

ตอนนั้นเอง เพ็ดตบไปที่หัวไหล่ของเขา

“เก็บของทันที เจ้าต้องออกเดินทางเดี่ยวนี้”

“ครับ ทราบแล้วครับ”

ชายหนุ่มก้มศรีษะลง

เพ็ดออกไปหลังจากที่พูดจบ

เฮสเข้ามาหาเขาทันทีราวกับได้รอโอกาศนี้ไว้อยู่แล้ว พร้อมกับตะโกนออกมา

“ดูไอ้หมอนี่  หน้าของมันเต็มไปด้วยความสุขเลยนะ ข้าไม่ชอบเจ้าจริง…. ”

“เงียบหน่อย!”

เสียงที่เย็นเยียบ

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ และมองไปที่ เฮส

ทัศนคติและสายตาของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

“เฮส ข้าไม่ได้เป็นลูกน้องของแกอีกต่อไป อย่าทำตามที่แกต้องการ “

คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของเฮสดำมืดทันที

“อะ..ไอ้หมอนี่! บ้าไปแล้วรึไง?อยากตายใช่ใหม?”

เขาตะโกนออกมาด้วยกำลังทั้งหมดของเขา

แต่การแสดงออกของเด็กหนุ่มยังคงสงบ

เขามองไปที่ เฮสด้วยสายตามุ่งมั่น

“เฮส ข้าไม่ได้ชื่อไอ้หมอนี่ ข้าชื่อ…”

ชายหนุ่มพูดต่อไปอย่างชัดเจน

“เฮลิสัน”

……………..

“ยอดเยี่ยม เจ้าเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “

รีเอลยิ้มออกมากว้างๆและตบมือ

“ทั้งหมดเป็นเพราะการสอนของไวเคานต์ เบรกเกอร์”

โรอันก้มหัวลงด้วยท่าทางเขินอาย

“ข้าแค่แก้ท่วงท่าของเจ้านิดหน่อย”

“ถึงอย่างนั้น ผมขอขอบคุณสำหรับการสั่งสอนที่ดีตลอดมาจนถึงตอนนี้”

ทั้งสองยิ้มให้กัน

ตอนนั้นเอง อัศวินรับใช้ของโรอัน เลมก็ปรากฏตัวไกล้ๆพวกเขา

“ท่านไวเคานต์ เบรกเกอร์! ถึงเวลาต้องไปแล้ว!”

“ข้ารู้!ข้ารู้!”

รีเอลตะโกนกลับไปเสียงดัง

แน่นอนว่าการกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ขุนนางไม่ควรทำ

เขานั้นอิสระและไม่มีข้อจำกัดใดๆ

“ข้าต้องการอยู่ที่นี่อีกสักหลายวัน แต่….”

รีเอลฝืนยิมขณะมองไปที่โรอัน

“ข้าไม่สามารถออกมาจากดินแดนของเราได้นาน ขุนนางนั้นมีเอกสารมากมายที่ต้องทำ”

เขาบ่นออกมาด้วยท่าทางเศร้าใจ

หลังจากที่โรอันได้รับเหรียญตรา รีเอลยังอยู่ต่ออีกเป็น 10 วัน

เพราะแบบนั้น ไอโอ เบนจามิน นั้นก็อยู่ด้วยเหมือนกัน

ขณะที่พวกเขาได้อยู่ที่นี่ จดหมายที่มาจากเคลวินก็ถูกส่งมาที่นี่เมื่อสองวันก่อน

แม้ว่ารายละเอียดเนื้อหาจะไม่ถูกเปิดเผย แต่ใบหน้าของ รีเอลนั้นแข็งทื่อ อาจหมายความว่ารีเอลอาจจะต้องกลับไปทันที

‘ขณะที่ ไวเคานต์เบรกเกอร์ กำลังจะออกไปและคนอื่น ๆ ก็จะออกไปด้วยเช่นกัน’

มันก็เป็นเวลานานตั้งแต่ ไอโอได้ออกจากดินแดนของเขาและในกรณีของเบนจามินเขาไม่ต้องการที่จะอยู่ในสถานที่แบบนี้อยู่แล้ว

ผู้บังคับบัญชาเกลนั้นดูมีความสุขที่สุด

ขณะที่ ไอโอ รีเอลและเบนจามิน กลับไปวันนี้ อารอนก็จะกลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่เหมือนกัน

‘เขาต้องลำบากในการดูแลคนที่อยู่ในระดับสูงกว่า จนถึงตอนนี้’

โรอันรู้สึกผิดต่อเกล

มันเป็นเพราะเขาที่ ทำให้ ไอโอ รีเอล เบนจามินและอารอนอยู่ที่สำนักงานของกองกำลังโรส

ตอนนั้นเอง เสียงของรีเอลก็ดังออกมา

“งั้นก่อนที่ข้าจะไป…”

เขานำหนังสือที่อยู่ที่หน้าอกออกมา

“เอาไป”

“นี่คืออะไรครับ?”

โรอันรับหนังสือด้วยสองมือ

รีเอลยิ้มและตอบกลับ

“ข้าได้เขียนจุดด้อย การเคลื่อนไหว ปัญหาและอื่น ๆ ของท่วงท่าเจ้าไว้ เพราะว่าเจ้าไม่ใช้คนในตระกูลของข้าและไม่สามารถเป็นศิษย์ของข้าได้ ข้าจึงไม่สามารถสอนทักษะหอกแก่เจ้าได้ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่อยากปล่อยเจ้าให้ไม่รู้เรื่องเช่นนี้ได้”

“โอ้….”

โรอันอุทานออกมา

หัวใจของเขาสั่นไหวเพราะการใส่ใจของรีเอล

“ทำไมท่านจึงใส่ใจเราถึงเพียงนี้…..?”

โรอันถามกลับด้วยน้ำเสียงอ่อน

อีกด้าน รีเอลได้ยิ้มกลับมา

“ข้าวางแผนที่จะสอนให้กับเพียร์สทุกอย่างทีข้ามี ด้วยพรสวรรค์ของเขา เขาอาจจะเก่งกว่าข้าซะอีก ในฐานะที่เจ้าเป็นหัวหน้า เขาเป็นความภาคภูมิใจและน่าชื่นชมจริงๆ แต่จากมุมมองของข้า…… .. “

มันเป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่า

“มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและโดดเดี่ยวจริงๆ ที่ไม่มีใครที่จะสามารถต่อสู้ด้วย …… ”

“อ่า…”

โรอันไม่ได้พูดอะไรออกไป

เขาเข้าใจถึงเหตุผลรอยยิ้มที่ว่างเปล่านี้

‘เขาคงจะรู้สึกโดดเดี่ยวจนถึงตอนนี้’

ไม่มีบุคคลที่ฝีมือที่พอๆกับเขา

ไม่มีอะไรที่โดดเดี่ยวและน่าเศร้าไปกว่านี้แล้ว

รีเอลยังพูดต่อ

“โรอัน ข้าต้องการให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ สำหรับเจ้าและเพียร์ส และบางทีสำหรับข้า ข้าได้ทำหนังสือเล่มนี้ด้วยความรู้สึกแบบนั้น ข้าอยากช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น “

ไม่ใช่แค่เพียร์สแต่เขาบอกว่าเราก็เป็นคู่ต่อสู้ที่คุ้มต่อการเฝ้ารอ

โรอันพยักหน้าช้าๆ

“ผมเข้าใจในสิ่งที่ท่านจะบอก”

จากคำพูดนั้นรีเอลยิ้มออกมาและตีไปที่หน้าอกของโรอัน

“ฝึกฝนซะ ถ้าเจ้าไม่ต้องการที่จะพ่ายแพ้อย่างอัปยศในวันเพียร์สได้พบกับเจ้า เจ้าต้องฝึกและก็ฝึกให้หนัก”

“ผมเข้าใจแล้ว. อย่างน้อยก็ในความพยายามที่ผมมั่นใจ ”

ความรู้สึกแข็งแกร่งออกมาจากปากของเขา

รีเอลยิ้มและพยักหน้า

“ใช่ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความพยายาม”

เขาจับมือของโรอัน

“เจ้าทำได้อยู่แล้ว”

“ขอบคุณครับ”

โรอันก้มหัวลง

รีเอลหัวเราะเบาและมองไปทางใต้

“เราจะไปแล้วล่ะ?”

ทุกคนได้เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กำลังรอเขาอยู่

“ผมจะนำทางให้เอง”

โรอันยิ้มออกมาเบาๆและเริ่มเดินนำหน้าเขาไป

แต่ รีเอลเดินข้างเขาแทน

“ไม่ ไม่ต้องทำแบบนั้น….”

เขานำมือโอบไปที่ไหล่ของโรอันและยิ้มออกมา

“ต้องเดินแบบนี้”

โรอันและรีเอล

มั้งสองเดินออกไปพร้อมกัน

ความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ก่อตัวหนาขึ้น

…………………

“ถ้าผ่านปราสาทพาโว่มาเยื่ยมด้วยล่ะ”

“จำคำพูดที่เราได้บอกไว้นะ”

“ถ้าเจ้าต้องการ ข้าจะโยกย้ายเจ้าไปที่ศูนย์บัญชาการตะวันออกไห้นะ”

ไอโอ รีเอล และเบนจามินต่างได้ล่ำลาก่อนที่จะออกไป

ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียว เพียร์ส

“ท่านผู้ช่วยโรอัน”

เพียร์สก้มหัวให้กับโรอัน

“ถ้าฉันจะพูดตรงๆ ผมรู้สึกอยากจะอยู่ที่นี่มากกว่า”

“เพียร์ส….”

โรอันพยายามทำให้เขาสบายใจมากขึ้น

ตอนนั้นเอง เพียร์สได้ยกศรีษะขึ้นและมองไปที่ดวงตาของโรอัน

“แต่เหมือนที่นายบอกก่อนหน้านั้น ข้าจะไปเพื่อท่าน”

น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง

“ข้าจะฝึกหนักและกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

จากคำพูดนั้น โรอันยิ้มจางๆและพยักหน้า

“ได้ ข้าจะรอเจ้ากลับมา”

โรอันและเพียร์ส

ทั้งสองต่างมองหน้ากันชั่วครู่

หลังจากนั้น โรอัน มอง ไปที่รีเอล ที่กำลังรออยู่ด้านหลังและจับไปที่ไหล่ของเพียร์ส

“ไวเคานต์เบรกเกอร์กำลังรอยู่ ไปเถอะ”

“ครับ งั้นข้าไปล่ะ”

เพียร์สก้มหัวให้อีกครั้ง

หัวใจของเขายังอ่อนแออยู่

ไหลของเขาสั่นไปมา

โรอันแสร้งทำเป็นไม่เห็นและตบไปที่หลังของเพียร์ส

“ไปเร็ว”

เพียร์ซไม่สามารถยกศีรษะของเขาขึ้นและเริ่มเดินไปที่รีเอล

รีเอลปลอบขวัญเพียร์ซและให้เขาขึ้นม้า

โรอัน ยืนนิ่ง ๆ และคอยเฝ้าดู

‘เพียร์ส เดินทางปลอดภัย เมื่อเจ้ากลับมา …… ‘

ความเร้าร้อนปรากฏในดวงตาของเขา

‘ทุกอย่างนั้นจะเปลี่ยนไป’

ถ้ามันไปตามแผนที่เขาคิด

‘ต่อจากนี้ เรามีหลายสิ่งที่ต้องทำ’

เพียร์ซเป็นคนสำคัญยิ่งกว่าคนใคร สำหรับโรอัน

ขณะเดียวกัน ไอโอ เบนจามิน รีเอล และเพียร์ส ก็ออกเดินทางและมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายของพวกเขา

อารอนและเกล มองหน้ากันสักครู่แล้วกลับไปที่สำนักงานใหญ่ของพวกเขา

คนเดียวที่ยังคงเหลืออยู่คือโรอัน

 เหล่าสมาชิกของกองร้อยที่ 12 ต่างคาดเดาความรู้สึกของโรอัน

‘ตอนนี้ เราไม่สามารถมองเห็นได้อีกแม้ว่าจะใช้น้ำตาแห่งคาเรี่ยนก็ตาม’

เขาไม่เห็นด้านหลังของเพียร์สอีก

“เฮ้ออ”

เขาถอนหายใจออกม

เมื่อเขาจะมองไปอีก ผ่านน้ำตาแห่งคาเรี่ยน

เขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้เขาจากที่ราบด้านหน้า

เขามีท่าทางที่ว่องไว

“อ่า….”

เสียงอุทานออกมาจากปากของโรอัน

เขายืนยันใบหน้าของชายคนนี้ผ่านน้ำตาแห่งคาเรี่ยน

เขาหยุดยืนและอยู่ที่ประตูปราสาทชั่วครู่

หลังจากนั้นไม่นานผู้ชายก็มาถึงหน้าประตู

เขาพบโรอันที่ด้านหน้า และเขาก็รีบเดินมาอย่างเร่งรีบ

ก๋อง แก็ง

สิ่งของภายในกระเป๋ากระแทกไปมา พร้อมกับเสียงที่ดังออกมา

“ฟุบ ฟุบ ฟุบ”

ชายคนนั้นหยุดยืนด้านหน้าโรอันและหอบตัวโยน

หน้าอกที่ขยับรุนแรงได้สงบลงเล็กน้อย

แล้วเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสและทักทาย โรอัน

“ครับ! ผมพลหอกแฮริสันแห่งกองกำลังทรอน จากกองพลที่7 ได้รับคำสั่งให้โอนย้าย “

ชายคนนั้นไม่ใช่ใครนอกจากแฮริสัน

‘แฮริสันได้มาหลังจากที่เพียร์สได้จากไป’

มันเป็นโชคชะตาที่แตกต่างออกไป

เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกออกไป

โรอันยิ้มจางๆและแตะไปที่ไหล่ของเฮริสัน

ดวงตาของเขาอ่อนโยนมาก

เขามีความรู้สึกราวกับได้พบเพื่อนที่ห่างหายไปนานอีกครั้ง

“เจ้ามาแล้วเฮริสัน”

เขาพูดออกมาอย่างอ่อนโยน

โรอันได้ยื่นมือมาจับมือของแฮริสัน

“ข้ากำลังรอเจ้าอยู่”

 

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/