0 Views

“วู้วว!”

รอบๆสนามฝึกราวกับมีการเลี้ยงฉลอง

เหล่าทหารที่ได้ดูการปะลองครั้งนี้ต่างลุ้นจนแทบจะไม่หายใจ พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาหลังจากเห็นโรอันชนะ

ถึงแม้ว่ารีเอลจะเป็นฮีโร่ของอาณาจักรรินท์ แต่โรอันเป็นสหายของพวกเขาและเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเขาด้วย

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเขาจึงดูตื่นเต้น ตอนที่รีเอลประกาศขอยอมแพ้

“ว้าวว! ท่านผู้ช่วยโรอันสุดยอด!”

“โรอัน! โรอัน! โรอัน! โรอัน!”

“วู้ว ! ท่านผู้ช่วยโรอันเป็นบรรพบุรุษของข้าเอง!”

“ฮ่าฮ่า! เขาเป็นความภาคภูมิใจของกองร้อยที่13ของเรา”

“ข้ารู้ว่าต่อไปเขาจะกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่!”

พวกที่ตะโกนแสดงความยินดีออกมาคือกองร้อยที่ 13 ที่เคยดูแลโรอันก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้บัญชากองร้อยที่12

รองผู้บัญชาการกองร้อยที่12อัสติน และผู้บัญชากองร้อยที่13 เทน กำลังจับมือกันแสดงความยินดี

“โว้ววว! โรอัน! โรอัน! โรอัน! โรอัน!”

หนึ่งในนั้นมาจากพีทจากกองร้อยที่13

เขาตะโกนแสดงความยินดีออกมาด้วยกำลังทั้งหมดที่คนตัวใหญ่อย่างเขาจะตะโกนได้

“เจ้าโด่งดังน่าดู”

รีเอลยิ้มอย่างสดใสและตบไปที่ไหล่ของโรอัน

โรอันยิ้มกระอักกระอ่วนแทนการตอบกลับ

ตอนนั้นเอง อารอน เกลและคนอื่นๆได้เดินเข้ามาพร้อมกับไอโอ

“มันเป็นการต่อสู้ที่น่าตื่นใจมาก”

ไอโอชื่นชมโรอันเป็นคนแรกและมองไปที่โรอัน

รู้สึกว่าเขาไม่ได้สนใจรีเอลเลย

‘สำหรับคนที่พูดแต่ เบรกเกอร์ เบรกเกอร์ เบรกเกอร์ จนแทบจะเป็นเพลงอยู่แล้วนั้น….’

อัลเบิร์ตมองไปที่ด้านข้างอย่างประหลาดใจ

“โรอัน นี่เป็นการต่อสู้ที่สุดยอดมาก”

“ขอบคุณครับ”

โรอันก้มหัวให้

“อั้ค!”

อาการบาดเจ็บภายในยังไม่หายไปโดยสมบูรณ์ ร่างกายของเขายังไม่ค่อยดีเท่าไร

‘ถ้าไวเคานต์รีเอล เบรกเกอร์ได้ใช้ทักษะทั้งหมดของเขา…’

เขารู้ว่า รีเอลไม่ได้ใช้ฝีมือเต็มที่ในการต่อสู้ครั้งนี้

ถ้าไม่อย่างนั้น การต่อสู้คงจะไม่จบลงแบบนี้

“พักผ่อนก่อนเถอะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน”

ท่าทางของไอโอดูอ่อนโยนและไม่ได้เร่งรีบอะไร

‘เขาเป็นคนที่เราไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ’

โรอันเป็นคนที่เขาไม่อยากให้ปล่อยไปไหน

‘บางที่ไวเคานต์ รีเอล เบรกเกอร์ก็คงคิดเหมือนกัน’

มุมปากของเขายกขึ้นสูง

“โรอัน! โรอัน! โรอัน! โรอัน!”

“โรอัน! โรอัน! โรอัน! โรอัน!”

เหล่าทหารที่อยู่รอบๆสนามฝึกต่างตะโกนออกมาด้วยพละกำลังทั้งหมดของพวกเขา

ตอนนี้สำหรับพวกเขาแล้วโรอันนั้นเป็นฮีโร่ราวกับรีเอล

แต่แน่นอนว่าเขายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมากมายกว่าที่เขาจะสามารถเป็นฮี่โร่ได้จริงๆ

……………….

โรอันสามารถอยู่ที่พักได้ลำพังเพราะการดูแลของอารอน

เขานั่งฝึกมานาภายในห้องของเขา และเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าข้างนอกประตู

‘เขามาแล้ว’

โรอันเลิกนั่งสมาธิและยืนขึ้น

เสียงฝีเท้าได้หยุดอยู่ตรงประตูด้านหน้า

เอี้ยดด

เสียงเสียดสีของไม้ดังออกมาเมื่อประตูถูกเปิดขึ้น

“โอ้! เจ้ากำลังรอเราอยู่?”

เป็นน้ำเสียงที่ดูคุ้นเคย

เป็นรีเอลนั้นเอง

เขาปิดประตูลงและเดินเข้ามา

“ร่างกายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

หลังจากที่เขาถาม โรอันยิ้มจางๆและพยักหน้า

“ข้าหายแล้ว”

ทันใดนั้นเอง เอลได้จ้องมองไปที่ดวงตาของเขา

“เจ้าหายแล้ว? เจ้าหมายความว่าทักษะหอกของข้านั้นกระจอกสินะ?”

“มะ..ไม่”

โรอันส่ายหัวด้วยท่าทางตกใจ รีเอลก็ได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันเป็นมุก มันเป็นมุก”

และหลังจากนั้นเขาก็มานั่งที่เก้าอี้

“งั้น พวกเรามาคุยกันเถอะ”

ท่าทางของรีเอลแปลกออกไป

“ครับ ทราบแล้วครับ”

โรอันที่นั่งตรงข้ามรีเอลได้พยักหน้า

“เจ้าได้เรียนการใช้มานามาใช่ใหม?”

รีเอลถามไปตรงจุด

“ใช่ครับ”

โรอันตอบด้วยท่าทางสงบ

“งั้นก็ถูกแล้ว”

รีเอลยิ้มออกมาจางๆ

เขามองไปที่โรอันที่อยู่ด้านหน้าเขา

“เจ้าได้เรียนมานานหรือยัง?”

“ครับ ประมาณเดือนนึง”

“งั้นก็หมายความว่าเจ้าได้เรียนระหว่างที่ลาพักร้อนใช่ใหม?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของรีเอลได้กว้างขึ้น

โรอันจ้องไปที่ดวงตาของรีเอล

‘เขาจะถามเราแล้วว่าเราได้ไปเรียนมาจากที่ไหน….?’

โรอันได้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว

‘เราได้เรียนมาจากทหารที่เกษียณไปแล้ว’

เป็นคำตอบที่เขาได้เคยใช้กับผู้บัญชากองร้อยที่ 13 เทนตอนที่เขาถามว่าทักษะหอกของเราได้เรียนรู้มาจากไหน ตอนที่เขาได้สังเกตุเรา

ครั้งแรกเป็นเรื่องโชคชะตาที่ทำให้เขาได้ถูกสอนทักษะหอกในวัยเด็กโดยทหารที่เกษียณไปแล้ว ครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียนรู้มานา

เห็นได้ชัดว่าไม่มีช่องว่างในการสงสัยใดๆ

‘มีทหารเกษียณ อัศวิน และผู้คนที่ไม่ได้เปิดเผยตัว มากมาย…’

แต่แน่นอนว่า การเรียนรู้ทักษะหอกและมานาจากคนเหล่านั้น ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

‘เอาล่ะ ถามเราเร็วๆ’

โรอันได้ตระเตรียมคำตอบรอแล้ว

แต่ คำพูดของรีเอลที่พูดออกมานั้นแตกต่างออกไป

‘เทคนิคมานาของเจ้านั้นแปลกออกไป’

“ครับ?”

“ข้าไม่รู้มันดีหรอก แต่ข้ารู้สึกว่ามันไม่เสถียน”

ตอนที่เขาได้จับไปที่ข้อมือของโรอันเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บภายใน รีเอลรู้สึกถึงเรื่องนี้

‘เรารู้สึกว่ามีพลังหลายสายได้ผสมกันไว้

แต่โชคดีที่ที่มีพลังงานสายหนึ่งที่แข็งแกร่งและยับยั้งให้พลังงานอื่นๆนั้นยังคงสงบอยู่’

เพราะแบบนั้น พลังงานหลายสายจึงไม่ปะทะหรือทำลายกัน

‘มานาจริงๆของเขานั้นเป็นแบบไหน?’

รีเอลมองไปที่โรอัน

และโรอันก็ได้แสดงใบหน้าที่งุนงง

‘ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ใช่จะหมายความว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้น …’

รีเอลหายใจเข้าลึกๆ

ถ้าบังเอิญพลังงานพวกนั้นมาปะทะกัน มันอาจจะไม่จบลงที่การสูญเสียมานา

‘เขาอาจจะกลายเป้นคนพิการ’

โรอัน คนที่มีความสามารถโดดเด่น จะกลายเป็นคนพิการ

โรอันต้องการที่จะปิดบังเรื่องนี้ไว้ให้มากที่สุด

“เจ้าได้เรียนการใช้มานานี้มาจากที่ไหน?”

เป็นคำถามที่ถูกโยนออกไปโดยไม่มีเจตนาใดๆ

โรอันได้ตอบโดยใช้คำถามที่เตรียมมา

“ขาได้เรียนมาจากทหารที่เกษียณคนนึง”

ขณะเดียวกัน โรอันได้เล่าเรื่องราวที่เขาได้แต่งขึ้นมาสักพัก

รีเอลพยักหน้าช้าๆ

‘เราไม่รู้ว่าทักษะของทหารเกษียณคนนั้นเป็นอย่างไร แต่เทคนิคมานานี้ไม่เสถียนเลย’

เขากัดริมฝีปากตนเอง

‘เราจะตรวจสอบเขาอีกรอบ’

ไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้ตอนนี้

รีเอลฝืนหัวเราะและมองไปที่โรอัน

“แล้วทักษะหอกของเจ้าล่ะ…?”

“ครับ ผมได้เรียนมาจากทหารที่เกษียณตัวไปเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้จักชื่อเขา ผมก็เลยใส่ชื่อตนเองไปแทน”

โรอันหัวเราะอย่างเขินๆและก้มหัวลง

‘เพียร์ส ข้าขอโทษ’

“ข้าอยากจะพบกับทหารเกษียณนั้นสักครั้ง”

ดูจากระดับฝีมือของโรอัน และข้อเท็จจริงที่ว่าเขาได้เรียนรู้มานามาจากทหารเกษียณคนนั้น เขาอาจจะไม่ใช่ทหารธรรมดา

ความอยากรู้ของเขาพุ่งขึ้นสูง

“ผมขอโทษ เขาออกเดินทางไปทั่ว ดังนั้นผมจึงไม่ทราบตำแหน่งของเขา ”

“หืม งั้นก็คงจะทำอะไรไม่ได้”

รีเอลส่ายหัวและพยักหน้าเบาๆ

รีเอลไม่ได้ถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมานาหรือหอก

‘ไม่มีอะไรต้องถามอีก’

นี่เป็นลักษณะนิสัยของรีเอล

สถานะปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญและไม่เกี่ยวใครสอนเขา สอนเมื่อใด ที่ไหนและอย่างไร

นอกจากนั้น

“ข้าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”

เขาตัดสินใจที่จะปิดปากเรื่องการฝึกมานาของโรอัน

‘เราตัดสินใจที่จะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป เพราะตัวเขาเองก็พยายามที่จะซ่อนมันไว้  นอกจากนั้นเขาเพิ่งเริ่มเรียนรู้ ถ้าข่าวลือแพร่กระจายออกไป เขาอาจจะเป็นเป้าหมายของคนที่ต้องการเทคนิคมานานี้แน่ๆ ’

แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาต้องการความมั่นใจ

‘ความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นสายลับ’

แต่ความเป็นไปได้นั้นต่ำมากๆ

‘’ตามคำพูดของ อารอน เทรต เขาได้ตรวจสอบมาก่อนแล้ว’

แต่เขายังไม่สบายใจ เขาต้องตรวจสอบข้อมูลจากทางราชอาณาจักรหรือขอให้สมาคมผู้ร้ายมืดช่วยตรวจสอบ

รีเอลมองไปที่โรอัน

‘ถึงอย่างไร มันก็คงจะดีถ้าเขาเติบโตเร็วๆ’

ความคิดของเขาแปลกออกไป

‘เราจะต่อสู้อย่างสนุกได้อีกครั้ง’

รีเอลเป็นนักรบที่แท้จริง

เขาเฝ้าคอยเทคนิคมานาและทักษะหอกของโรอันได้เติบโตให้มากกว่านี้

‘มันคงจะน่าเบื่อจนถึงตอนนั้น’

ในราชอาณาจักร รินท์ไม่มีคู่แข่งของเขาเลย

เหล่าอัศวินหรือนักเวท ไม่เหมาะที่จะเป็นคู่มือของเขาเลยแม้แต่น้อย

‘แบบนั้นแล้ว…’

เขารู้สึกเสียใจ

“มันน่าเศร้าจริงๆ”

เขาเผลอคิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

“อะไรครับ?”

โรอันถามออกมาเบาๆ รีเอลก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ เพราะว่าเจ้าได้เรียนทักษะการใช้มานามาจากคนอื่น…”

คำพูดของเขาเบาลงเรื่อยๆ

โรอันรอคำพูดต่อไปของเขา

“ข้าไม่สามารถนำเจ้ามาเป็นศิษย์ได้อย่างเป็นทางการ”

รีเอลกัดฟันตนเอง

“มันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเจ้าแต่จริงๆข้าชอบเจ้ามาก”

แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่เหตุผลเดียว

‘ถ้าเราสอนเขาเองเขาก็จะสามารถเติบโตได้เร็วขึ้น’

จากนั้นเขาก็สามารถต่อสู้ได้รวดเร็วขึ้นอีก แต่เขาไม่สามารถนำคนที่เรียนการใช้มานาจากคนอื่นมาเป็นลูกศิษย์ของครอบครัวเบเกอร์ได้

“อ่า…”

โรอันอุทานออกมาเบาๆ

‘เราถูกจดจำโดย ไวเคานต์ รีเอล เบรกเกอร์?’

มุมนึงของหัวใจของเขาสั่นชาด้วยความภาคภูมิใจ

ในชาติที่แล้ว เขาไม่เคยได้รับการเหลียวมองจากรีเอล

แต่ตอนนี้ รีเอลต้องการให้เขาเป็นศิทย์หลัก

รีเอลยังพูดต่อ

“เพราะว่าศิทย์หลักของตระกูลเบรกเกอร์นั้นจะต้องเรียนรู้การใช้มานาของเบรกเกอร์ด้วย”

โรอันพยักหน้า

การกลายเป็นศิทย์หลัก ของตระกูลนั้นก็หมายความว่าเขาก็ต้องเรียนเทคนิกมานาของตระกูลนั้นด้วย

แต่แม้ว่าบางตระกูลจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตามแต่นั่นคือการปฏิบัติทั่วไปและเป็นประเพณี

‘และในกรณีนี้ ข้าคงไม่สามารถให้เจ้าลืมการฝึกมานาที่เรียนรู้ไปแล้วแต่แรกได้หรอก’

รีเอลพูดออกมาเบาๆ

โรอันฝืนยิ้ม

‘เราไม่สามารถที่จะยอมแพ้ต่อเทคนิมมานาของราชันไฟเรด และ…’

ดวงตาของเขาสงบลง

‘ถึงไม่ใช่กรณีนี้ เราก็ไม่สามารถเป็นลูกศิทย์ท่านได้หรอก’

โรอันหายใจเข้าลึกๆ

ตอนแรก เขาไม่ได้วางแผนที่จะไปเป็นลูกศิทย์ของรีเอล

ไม่ ถ้าจะให้พูดก็คือไม่สามารถเป็นได้

‘เราไม่สามารถไปจากสถานที่ตรงนี้ได้’

โรอันนั้นมีหลายอย่างที่ยังต้องทำ

เขาต้องมีการเริ่มต้นที่มั่นคงสำหรับการกระทำในอนาคตของเขา

พวกเขาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

‘ถ้าท่านจะอยู่ที่นี่และสอนเราด้วยตัวเอง …… ‘

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้รีเอลออกไปจากดินแดนของตนเอง

รีเอลไม่สามารถสัญจรไปมาในดินแดนตะวันออกของราชอาณาจักรและอาณาเขตของตนเอง

สุดท้ายแล้ว โรอันไม่สามารถจะไปเป็นลูกศิทย์ของรีเอลได้

“เสียดาย น่าเสียดายจริงๆ”

รีเอลยังพูดออกมาเบาๆพร้อมกับส่ายหัวไปมา

ตอนนั้นเอง โรอันได้พูดออกมาเบาๆ

‘เราควรบอกเขาดีใหม?’

จุดเริ่มต้นที่มั่นคงสำหรับอนาคต

และนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับพวกเขา

โรอันเอ่ยกระซิบออกมาเบาๆ

“มันจะเป็นอะไรใหมถ้าผมจะแนะนำทหารคนนึงให้รู้จัก?”

“แนะนำ?”

รีเอลได้แสดงท่าทางสนใจ

‘อืมม แนะนำ….’

เขาได้ตรวจสอบความสามารถที่โดดเด่นของโรอันแล้ว แต่เขายังไม่ทราบเกี่ยวกับดวงตาในการพิจารณาของโรอัน

‘ดี ไม่เลวที่จะฟังจากเขา’

รีเอลพยักหน้าช้าๆ

โรอันยิ้มอย่างสดใสและพูดต่อว่า

“ทหารที่ผมต้องการแนะนำนั้น…”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง

“พลหอกเพียร์สจากกองกำลังที่ 7”

……

“ไม่! ข้าไม่อยากไป!”

มันเป็นเสียงที่ขึงขังและมีทัศนคติที่แน่วแน่

ทัศนคติของเพียร์ซและท่าทางของเขาแสดงถึงการปฏิเสธ

“เพียร์ส เจ้ารู้ถึงความสามารถอันโดดเด่นของ…”

โรอันพยายามชักจูงเพียร์สแต่

“ข้าไม่ต้องการ ข้าไม่ต้องการทิ้งเจ้าไว้  เพียร์สตัดคำพูดของเขาตั้งแต่เริ่ม”

โรอันแสดงท่าทางอับจนใม่รู้จะทำอย่างไร

เป็นการแสดงออกของอารมณ์ที่ผสมปนเปกัน

‘พยายามชักจูง แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นความภาคภูมิใจ’

มองไปที่ เพียร์สที่อยากจะอยู่เคียงข้างกับเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นั้นทำให้เขารู้สึกดีมาก

แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่อาจปล่อยให้เพียร์สอยู่เคียงข้างเขาได้

‘เพียร์ส เจ้าต้องกลายเป็นลูกศิทย์ของไวเคานต์รีเอล เบรกเกอร์’

โรอันวางแผนที่จะส่งเพียร์สไปหารีเอล

‘และโชคดี ที่รีเอลได้มองเห็นในพรสวรรค์ของเจ้า’

หลังจากรีเอล ได้ตรวจสอบความสามารถของ เพียร์สเป็นเวลา 10 วันตั้งแต่ที่เขาได้ใช้เวลาอยู่ที่ปราสาทเบโน่

เขาค่อนข้างแปลกใจและมีความสุขเพราะความคิดของเขาสอดคล้องกับ โรอัน

‘ไม่มีทางที่ไวเคานต์ เบรกเกอร์ จะไม่สังเกคุความสามารถของเพียร์ส’

โรอันดึงเพียร์สที่ยื่นอยู่ให้นั่งเก้าอี้ด้านหน้าเขา

“เพียร์ส”

เขาเรียกชื่อของเขาออกมาเบาๆ

เพียร์สหันหน้าหนีแทนการตอบกลับ

นั้นหมายความว่าเขาไม่ต้องการที่จะพูดด้วย

‘เรารู้สึกสบายใจมากกว่าถ้าเจ้าอยู่ข้างๆเรา’

เพียร์สได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

เขาได้กลายเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดหลังจากไต่เต้าไปเป็นดยุคในชาติที่แล้ว

เขาเป็นบุคคลที่นำอาณาจักร รินท์ ไปสู่ความโดดเด่น

นั้นคือเพียร์ส

โรอันต้องการที่จะปล่อยให้เพียร์สอยู่เคียงข้างเขาและดูแลเขาเพื่อไม่ให้ใครขโมยเขาไปได้

อย่างไรก็ตามเขาจะไม่สามารถทำให้พรสวรรค์อันแท้จริงของเพียร์สเบิกบานได้เท่ารีเอล

‘เจ้าต้องเรียนรู้ทักษะหอกจาก ไวเคานต์ เบรกเกอร์ แล้วเจ้าจะกลายเป็นอัจฉริยะหอกเหมือนในชาติที่แล้ว ‘

เขามองที่เพียร์สด้วยสายตาแน่วแน่

เพียร์สยังคงหลบหน้า ด้วยท่าทางที่แข็งกระด้าง

“เพียร์ส เจ้าจำสิ่งที่ข้าบอกคุณครั้งล่าสุดได้หรือไม่? ”

เขาพูดออกมา

เพียร์สที่หันหน้าหนี ได้หันกลับมานิดนึง

ท่าทางของเขาแสดงความสนใจ

โรอันยิ้มจางๆและพูดว่า

“วันที่เหลือเพียงพวกเราสองคน และได้ไปเที่ยวพักผ่อนกัน”

“อ่า…”

“เพียร์สอุทานออกมาเบาๆ”

โรอันยังพูดต่อ

“เวลานั้นเจ้าบอกกับข้าว่า  เจ้าจะกลายเป็นนายพลที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ทวีปสั่นสะเทือน ”

“ใช่ ข้าพูดอย่างนั้น”

เพียร์สพยักหน้าและตอบกลับอย่างไม่รู้ตัว

โรอัน ยิ้มสดใสและตอบกลับมา

“แล้วข้าได้บอกอะไรกับเจ้า?”

ทันใดนั้น เพียรส์ก็ผงะ

เป็นความทรงจำที่เขาไม่เคยลืม

ขณะที่เขากำลังลังเล โรอันได้พูดต่อ

“ถ้าข้าได้เป็นผู้บัญชาการใหญ่ เจ้าก็จะกลายเป็นนักรบหอกที่ดีที่สุดในทวีปนี้ ข้าได้พูดอย่างนั้น ”

โรอันหายใจเข้าลึกๆ

“ข้ายังไม่ได้เปลี่ยนความคิดของข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพียร์สถ้าเป็นความสามารถของเจ้าแน่นอนว่าเจ้าจะสามารถที่จะกลายเป็นนักรบหอกที่ดีที่สุดในทวีปได้. ”

ดวงตาของเขาจ้องตรงไปไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย

หัวใจของเพียร์สเต้นเร็วขึ้น

โรอันเริ่มที่จะพลังเข้าไปในน้ำเสียง

“เพียร์สข้าจะมุ่งมั่นที่จะกลายเป็นผู้บัญชาการที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ทั้งทวีปสะเทือน”

มันเป็นคำประกาศ

มันไม่ได้เป็นสิ่งที่คนที่มีตำแหน่งเพียงแค่ผู้ช่วยระดับ5 จะพูดออกมาได้

แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาและท่าทางของโรอันก็ยังแสดงถึงความจริงจังอยู่

‘อันที่จริง เราวางแผนที่จะเป็นราชัน…’

เขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่สามารถพูดได้  และหลังจากนั้นโรอันก็ได้พูดต่อ

“ถ้าข้าเป็นผู้บัญชาการที่ยิ่งใหญ่ข้าวางแผนจะให้เจ้าเป็นนายพลตามที่สัญญาไว้ และด้วยเหตุนี้ ……… ”

ดวงตาของเขาเร่าร้อนขึ้น เช่นเดียวกับเพียร์ส

“เจ้าต้องเป็นผู้ใช้หอกที่เก่งที่สุดในทวีปนี้ตามที่สัญญา”

ตูม

หัวใจของเพียร์สสราวกับมีก้อนหินกระแทกใส่

“ผู้ใช้หอกที่เก่งที่สุดในทวีป…”

เขากัดปากตนเองแน่น

‘เพื่อที่จะเป็นผู้ใช้หอกที่เก่งกว่าทุกคน…’

การเป็นลูกศิทย์ของรีเอล นั้นเป็นสิ่งจำเป็น

เพียร์สเงยหน้าขึ้นมองไปที่ โรอัน

และโรอันก็พยักหน้าช้าๆ

“โอกาสที่จะกลายเป็นผู้ใช้หอกที่ดีที่สุดในทวีปนี้อยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว”

ใบหน้าของเพียร์สร้อนขึ้น

โรอันจับไปที่ไหล่ของเพียร์สทั้งสองมือ

“เพียร์ส จับโอกาสนี้ไว้”

เสียงที่เต็มไปด้วยพลัง

“เพื่อข้า”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/