0 Views


ด้านนอกประตูปราสาทเบโน่

เพียร์สยืนพิงผนังกำแพงและมองไปทางไต้

‘ถึงเวลาที่เขาจะกลับมาแล้ว…’

เขาแสดงท่าทางปกติแต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

‘ท่านผู้ช่วยโรอัน เมื่อไรท่านจะกลับมา?’

มันเป็นเวลาสองเดือนแล้ว ตั้งแต่ที่เขาเกษียณตนเองชั่วคราว

และเหล่าสมาชิกกองร้อยที่ 12 ต่างยืนเฝ้ารอที่หน้าประตู

ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังออกมา

“เพียร์ส!”

เพียร์สรู้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใครแม้ว่าเขาจะไม่ได้หันหลังกลับไปก็ตาม

‘ท่านไวเคาตร์ รีเอล เบรกเกอร์’

เขาเปลี่ยนท่าทางและหันทางเสียงดังออกมา

ชายวัยกลางคนได้เข้ามาหาเขาที่ประตูปราสาทพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างสดใส

ถ้าให้เดา เจ้าของเสียงนี้ต้องเป็นรีเอลแน่นอน

‘ข้าประหลาดใจที่เห็นเจ้าไม่ไปฝึกฝนหอก เจ้ามาอยู่ที่นี่เอง!’

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

เพียร์สทำความเคารพเขา

“ครับผม!”

“ไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก”

รีเอลเดินมาข้างหน้าเขาและตบไปที่ไหล่ของเพียร์ส

เขามองไปที่ฉากด้านนอกปราสาทพร้อมกับส่ายศรีษะไปมา

“ข้าคิดว่าวันนี้ก็เหมือนเดิม”

หลังจากที่เขาพุดจบ เพียร์สมองไปทางไต้อีกครั้ง

เหมือนที่รีเอลพูด เขาไม่เห็นร่องรอยของโรอันแม้แต่น้อย

เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“ข้าวางแผนว่าจะอยู่ที่นี่จนถึงตะวันตกดิน”

“และถ้าเขายังไม่มา”

“ผมจะมารอพรุ่งนี้”

“และถ้าพรุ่งนี้เขายังไม่มาล่ะ?”

“ผมจะมาวันต่อไป”

“และวันต่อไปเขาก็ยังไม่มาอีกล่ะ?”

รีเอลถามอย่างต่อเนื่อง

เพียร์สถอนหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงสงบว่า

“งั้นผมจะมาวันต่อจากนั้น เพราะเขาต้องมาอย่างแน่นอน”

เป็นคำตอบที่แสดงถึงความแน่วแน่

รีเอลรู้สึกประหลาดใจ

‘เราได้ยินมาว่ากองร้อยที่ 12 นั้นถูกจัดตั้งมาไม่กี่เดือน แต่ดูจากความเชื่อใจและความจงรักภักดีนี่…’

โดยเฉพาะเพียร์สและเหล่าสมาชิกกองร้อยที่ 12 ที่ยังคงเฝ้ารอคอยการกลับมาของโรอัน

‘โรอัน เขาเป็นคนที่เราอยากพบมาก เราอยากเรียนรู้เกี่ยวกับเขา’

มันเป็นเวลา 10 วันแล้วที่เขาได้อยู่ที่ปราสาทเบโน่

ในขณะเดียวกัน เขาได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับโรอัน

และโดยเฉพาะ เรื่องที่น่าสนใจที่สุด เดี่ยวกับทักษะหอกของโรอัน


‘ตอนแรก เราคิดว่าเขาสอนเท่าทีเขารู้

แต่ขณะที่เขาคุยกับเพียร์ส ทำให้เขารู้ว่ามันไม่ใข่แบบนั้น

‘ทักษะหอกโรอัน….’

เขาอยากจะถามสิ่งนี้ด้วยตนเอง เกี่ยวทกษะหอกของเขา

‘มันหมายความว่าเขานั้นเป็นสุดยอดอัจฉริยะท่ามกลางหมู่อัจฉริยะ’

แม้แต่ รีเอลก็ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการสร้างสร้างเทคนิคการใช้หอกของตัวเขาเองได้

‘มันคงถึงเวลาแล้วที่จะปลดชื่อนักหอกอัฉริยะ?’

เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิด

แต่หัวใจของเขากับสูบฉีดเร็วขึ้นเพราะความคาดหวัง

‘โรอัน เราจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะหนึ่งวัน สองวัน สิบวันหรือจะเป็นเดือน’

เป็นความแน่วแน่ของเขา

‘ถึงตอนนั้น เขาต้องมาต่อสู้กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ’

มุมปากของเขายกขึ้นสูง

บางทีเพราะว่าเขาต้องการที่จะพบเจอกับโรอันเร็วๆ สายตาของเขาจึงจับจ้องไปทางไต้ด้วย

ตอนนั้นเอง

‘หือ?’

รีเอลเพ่งสายตาไปด้นหน้า

เพราะว่าฝุ่นควันได้ตลบไปทั่วปลายทุ่งราบ

‘กองกำลังอัศวิน?’

มันยังเป็นเรื่องยากที่จะเจาะจงว่ามาจากที่ใดเพราะพวกเขายังอยู่ไกลออกไปมาก

ตอนนั้นเอง เสียงของเพียร์ก็ดังออกมา

“พวกเขาน่าจะเป็นอัศวิน”

จากคำพูดของเพียร์สรีเอลได้ขมวดคิ้ว

“เจ้า มองเห็นหรือ?”

“ครับผม”

เพียร์สพยักหน้าด้วยท่าทางสุภาพ

รีเอลรู้สึกประหลาดใจ

‘เขาสามารถมองเห็นฉากที่ไกลๆขนาดนี้ หมอนี่ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน’

เพราะเจอความโดดเด่นของโรอันทำให้เพียร์สนั้นไม่ค่อยได้แสดงตัวเท่าไร แต่พรสวรรค์ของเพียร์สก็ยังยอดเยี่ยมอยู่ดี

‘ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถตัดสินพรสวรรค์ของโรอันได้ก่อนที่จะพบกับเขา แต่สำหรับพรสวรรค์ของหมอนี้ …… ’

รีเอลกัดริมฝีปากเล็กน้อย

‘เขาน่าทึ่งมาก’

เขารู้สึกภาคภูมิใจ

เรารู้สึกเหมือนกับเป็นคนร่ำรวย

‘อย่างน้อยเขาก็เจอกับคนนี้’

ถ้าบางทีพรสวรรค์ของโรอันไม่ได้โดดเด่น เขาก็ยังได้เจอกับเพียร์ส

‘มันถึงเวลาแล้วที่จะรับลูกศิทย์’

เป็นสิ่งที่ขุนนางทุกคนนั้นต้องการจากเขา

ได้เป็นลูกศิทย์ที่ถูกฝึกฝนโดยนักหอกอัฉริยะรีเอล เบรกเกอร์

อย่างไรก็ตามรีเอล ได้ยกความคิดนี้ออกไปแล้วแกล้งทำเป็นไม่สนใจ

แต่เมื่อมองไปที่พรสวรรค์อันโดดเด่นของเพียร์ส เขาก็รู้สึกว่าอยากจะรับเขาเป็นลูกศิทย์

‘และถ้า โรอันมีพรสวรรค์มากกว่า….’

มุมปากของเขายกขึ้นสูงขึ้นอีก

ขณะเดียวกันเหล่าอัศวินได้เข้ามาไกล้มากขึ้น

“พวกเขาเป็นอัศวินอย่างแน่นอน”

เกราะที่เปล่งประกาย

มีเพียงรีเอลที่สังเกตุเห็นชุดเกาะได้

กุบ กุบ กุบ

เสียงควบม้าสะเทือนไปทั้งพื้นดิน

ตอนนี้เหล่าอัศวินได้มาไกล้จนสามารถมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้แล้ว

“หือ?”

เขาแสดงท่าทาประหลาดใจออกมา

รีเอลอุทานออกมาเบาๆ

“ท่านเคานต์แลนซีพลี!?”

ชายแก่ที่นำหน้าเหล่าอัศวินมา

เป็น ไอโออย่างแน่นอน

หลังจากที่เขาได้ไปถึงปราสาทไอเพ่น จึงทราบว่ารีเอล และอารอนได้ไปที่ปราสาทเบโน่

เขาไม่หยุดพักและเดินทางไปที่ปราสาทเบโน่ทันที

“โฮ่ โฮ่ โฮ่! ไวเคานต์ รีเอล เบรกเกอร์!”

ไอโอ ได้มาถึงตรงทางเข้า และพบกับรีเอล จึงหัวเราะออกมา

“ยินดีที่ได้พบครับ เคานต์ ไอโอ แลนซิพลี”

รีเอลรีบก้มคำนับ

เพียร์สตกใจและเกร็งไปด้วย

ไอโอลงจากม้าและไปจับมือกับรีเอล

“เรารู้สึกเจ็บปวดนะที่ท่านปฏิเสธจดหมายเชิญชวนมากมายที่เราส่งไป จนถึงตอนนี้”


“ผมขออภัยด้วย ผมได้ตั้งสมาธิไปกับการฝึกฝน ผมจึงไม่มีเวลาที่จะไปที่อื่นเลย”

“ใช่  ใช่   ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการฝึกฝนหรอก”

ไอโอแสดงใบหน้าพึงพอใจและพยักหน้าออกมา

และตอนนั้นเอง เขากล่าวกระซิบเบาๆกับรีเอลว่า

“แต่ทำไมวันนี้เจ้าถึงมาที่ปราสาทเบโน่ล่ะ?”

จากคำพูดนั้น รีเอลได้ฝืนยิ้มออกมา

“อันที่จริง ที่นี่มีคนที่ผมต้องการอยาก….”

ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น

“ห่ะ? ห่ะ? ”

เสียงของเพียร์สก็แทรกเข้ามา

ท่าทางของเขาดูงุนงง

“หืม?”

รีเอลขมวดคิ้วและมองไปที่เพียร์ส

ดวงตาของเขาสอดส่องว่าเกิดอะไรขึ้น

เพียร์สชี้ไปที่อัศวิน

ด้านหลังของอัศวินที่ใส่เกาะเงินสะท้อนแสง

ได้มีชายหนุ่มใส่ชุดโทรมๆปกติ

เพียร์สตะโกนออกมาเต็มที่

“ท่านผู้ช่วยโรอัน!”

โรอันได้เสร็จสิ้นการพักร้อนและได้กลับมาที่ปราสาทเบโน่

มาพร้อมกับขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ ไอโอ แลนซิพลี

…………………..

นี่คือสำนักงานของเราจริงๆหรือ

เกลแสดงท่าทีตกใจออกมา

นี่เป็นเวลา 10 วันแล้วที่ รีเอลและอารอนได้มาพักอยู่ที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองกำลังเขา รวมไปถึง

‘ท่านเคานต์ ไอโอ แลนซิพลี’

แรงกดดันที่ท่านเคานต์ปลดปล่อยออกมานั้นสุดยอดมาก

ขนาดรีเอลที่รู้สึกอิสระและเต็มไปด้วยความรู้สึกสนุกสนานก็ยังแสดงท่าทางวิตกกังวล

‘ท่านเคานต์ ไอโอ แลนซิพลี ไวเคานต์รีเอล เบรกเกอร์ และผู้บัญชากการกองพล อารอน เทรต รวมตัวอยู่นสำนักงานเล็กๆโทรมๆนี่’

และเหตุผลที่พวกเขามารวมตัวกันอยู่ที่นี่

เกลหันไปมองที่โรอัน

‘เขาเป็นที่ดึงดูดใจต่อทุกคนตลอดเวลาเลย’

เป็นความรู้สึกภาคภูมิใจและไม่ค่อยสบายใจ

‘เป็นความรู้สึกที่ว่าเขาเริ่มห่างไกลจากเราไปเรื่อยๆ’

ตอนนั้นเองเสียงของไอโอก็ดังออกมา

“โฮ่ โฮ่ โฮ่ แสดงว่าไวเคานต์รีเอล เบรกเกอร์มาที่นี่เพื่อจะมาพบกับโรอัน”

รีเอลมองไปที่โรอันและพยักหน้า

‘เขาเป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆ’

ไอโอได้สนทนาหลายอย่างกับโรอันขณะที่เดินทางมาที่ปราสาทเบโน่

‘ความคิดกลยุทธ์ และ ยุทธวิธีนั้นลึกซึ่งและชัดเจนจนขนาดที่ว่าเขายังแถบไม่เชื่อว่าเขาอายุ 18 จริงๆ’

เขามีทักษะที่จะเป็นผู้บัญชาการที่ดี

‘นอกจากนั้นทักษะหอกของเขาก็ยอดเยี่ยมอีกด้วย’

เขาจำได้ถึงตอนที่โรอันได้สังหารก็อบลินนับร้อยที่หมู่บ้านนั้นด้วยตัวคนเดียว

ไอโอได้มองไปที่รีเอล

“แล้ว เจ้ารู้สึกอย่างไรเมื่อได้เจอกับเขาแล้ว”

ทันใดนั้น ความเงียบก็ได้ปกคลุมไปทั่วสำนักงานทันที

รีเอลยิ้มออกมาเบาๆและมองไปที่โรอัน

‘ร่างกายของเขาดูแข็งแกร่งดี เขามีสมดุลที่ดี’

แต่มีข้อ จำกัด ที่ว่าเขาแค่มองอย่างเดียว

เขาได้ฉึกยิ้มมากขึ้น

“โรอัน”

เป็นน้ำเสียงที่สุภาพ

รีเอลเดินเข้ามาที่ใบหน้าโรอัน

สายตาของทุกคนได้มองไปที่พวกเขาเป็นทางเดียวโดยธรรมชาติ

อึ้ก

สีหน้าของทุกคนได้แสดงความกังวลออกมา

รีเอลตีไปที่หน้าอกของโรอัน

“มาสู้กัน”

เป็นการท้าสู้ที่ธรรมดาและตรงไปตรงมา

“โฮ่ โฮ่ โฮ่”

ไอโอได้หัวเราะออกมา

‘การท้าสู้ที่ฉับพลัน ถึงแม้ว่าทักษะและพรสวรรค์ของเขาจะโดดเด่น แต่เขาเป็นเพียงทหารธรรมดา แต่การที่จะต้องเผชิญหน้ากับสุดยอดหอกอย่างเจ้า…’

ไอโอคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก

แต่โรอันได้ยิ้มจางๆและพยักหน้า

“ครับ ทราบแล้วครับ”

ท่าทางของเขาสุภาพและชัดเจน

สายตาของทุกคนเบิกกว้าง

ขนาดโรอันยังแสดงท่าทีประหลาดใจออกมา

‘หมอนี่’

มุมปากของเขายกขึ้น

‘เขาไม่มีความลังเลยเลยแม้แต่น้อย?’

น่าพึงพอใจ

นี่เป็นครั้งแรก

ตอนนั้นเองรีเอลก็เริ่มเดินออกไป

“จริงรึ?งั้นไปที่สนามฝึกกันตอนนี้เลย”

รีเอลเดินนำหน้าด้วยท่าทางตื่นเต้น

โรอันได้ตามด้านหลังเขาไปโดยไม่ได้พูดอะไร

หลังจากที่ทั้งสองได้ออกไป ความเงียบก็ได้ปกคลุมไปทั่วสำนักงาน

“โฮ่ โฮ่ โฮ่”

สิ่งที่ทำให้ความเงียบหายไปคือเสียงหัวเราะของโร

“พวกเราจะได้เห็นฉากดีๆล่ะ”

เขายิ้มจางๆและเริ่มเดินออกไป

ตอนนั้นเอง อารอน เกลและเหล่าอัศวินรวมไปถึงผู้ช่วยก็เริ่มเดินออกไป

‘การต่อสู้ตอนนี้?’

‘โรอันสามารถไปต่อสู้กับเขาได้หรอ?’

ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ของโรอันนั้นจะโดดเด่น แต่เขาไม่ใช่คู่มือของรีเอล

ทุกคนต่างคิดแบบนี้

แต่ มุมนึงของหัวใจอารอนและเกลได้คาดหวังกับโรอันอยู่

‘ไม่แน่โรอันอาจจะชนะก็ได้….’

ทั้งสองมองหน้ากันโดยบังเอิญ

อารอนและเกลต่างเข้าใจในความคิดอีกฝ่ายและหัวเราะกระอ่วนออกมา

และเขาก็ส่ายหัวไปมา

‘แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการไวเคานต์รีเอลเบรกเกอร์’

มันเป็นความคิดปกติและการพิจารณาอย่าถี่ถ้วนแล้ว

ทั้งสองก้าวตรงไปที่ศูนย์ฝึกและทิ้งศูนย์บัญชาการไว้ด้านหลัง

………….

โรอันและรีเอล

ทั้งสองยืนประจันหน้ากันขณะที่ถือแท่งไม้ที่ใช้สำหรับการซ้อม

บริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยทหารของกองกำลังโรสที่ได้ยินคำบอกเล่าและวิ่งมาดู

ตุบ ตุบ

โรอันและรีเอลเดินเข้ามาไกล้กันอีกและอยู่ห่างจากกันประมาณ 5ก้าว

‘เป็นท่ายืนที่ไม่มีจุดบกพร่องเลย’

รีเอลมองไปที่ท่าทางของโรอันด้วยสีหน้าประหลาดใจ

‘แต่มีความรู้สึกแปลกๆ’

เป็นความรู้สึกที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้

‘มันดูเหมือนว่าตัวเขาจะเบลอๆ’

ดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมา ลมที่พัดเบาๆและต้นไม้ที่สั่นเล็กน้อย

รู้สึกราวกับว่าโรอันได้ซึมซับตัวเองไปในทิวทัศน์และกลายพร่ามัว

ราวกับเขาได้ลบตัวตนออกไป และถ้าเขาไม่เพ่งสมาธิดีๆเขาจะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของโรอันได้

รีเอลหายใจเข้าลึกๆ

ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาเฉียบคมขึ้น

อันที่จริงเหตุผลที่ทำไมตัวตนของโรอันจึงจางไปกับฉากด้านหลัง เพราะว่าแหวนแบร็น

‘เพราะว่าเรามีแหวนเบร็น แต่….’

โรอันมองไปที่รีเอลด้วยความประหลาดใจ

รีเอลไม่มีสิ่งของอะไรบนตัวเขา เสื้อผ้าปกติและแท่งไม้ธรรมดา

แต่ถึงอย่างนั้นสายตาที่รีเอลจ้องมานั้นแปลกไป ดูเหมือนว่าแท่นไม้ของเขาจะดูแหลมคมและดูน่ากลัวกว่าปกติ

แต่อีกด้านรีเอลไม่รู้สึกถึงอะไรจากร่างกายของโรอันได้เลย   ‘ราวกลับว่าแท่งไม้มันลอยอยู่ในอากาศ’

รีเอลนั้นแข็งแกร่งกว่าโรอันนับสิบเท่า

แต่เหตุผลที่ โรอัน ยอมรับคำท้าสู้ด้วยท่าทีสงบ

‘นั้นก็เพราะนี่คือเวลาที่ไวเคานต์รีเอล เบรกเกอร์และเพียร์สได้ต่อสู้กันในชาติที่แล้ว’

แต่แน่นอนว่าเวลาและสถาณการณ์นั้นต่างออกไป

ในชาติก่อนของเขา เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีก 1 ปีตอนที่เพียร์สได้แสดงทักษะฝีมือของเขาที่ป่าอิ้นและรีเอลก็ได้มาหาเขา

ในเวลานั้น โรอันกำลังฝึกฝนอยู่กับ เพียร์สและด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถจำทุกอย่างในตอนนั้นได้

‘วันนั้นก็ดูคล้ายกับวันนี้ มี เคานต์แลนซีพลี และ ไวเคาน์ตเบกเกอร์ และไวเคาน์ตเบกเกอร์ ได้ตีไปที่หน้าอกของ เพียร์สและขอให้เขาต่อสู้กับเขาแค่เพียงครั้งเดียว’

แม้ว่าเวลานั้นคนที่เจอคือเพียร์สไม่ใช่โรอัน แต่การเริ่มต้นของการต่อสู้ก็เหมือนกัน

ทำให้เขานึกไปถึงการต่อสู้ที่ป่าอิ้น

‘ถึงมันจะแตกต่างเรื่องเวลาและสถานที่ แต่โดยรวมแล้วก็คล้ายกัน’

การรบครั้งนี้อาจเป็นเช่นเดียวกับอนาคตในการต่อสู้ที่ป่าอิ้น

‘ถ้าบางที เราเดาถูกต้อง..’

เขาคิดถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว

เขาจำได้อย่างชัดเจนถึงบทสนทนาและเนื้อหาที่พวกเขาพูดออกมาราวกับว่าเพิ่งพูดเมื่อวานนี้

วันที่อนาคตของเขาและเพียร์ซต่างกันออกไป

เป็นความทรงจำที่เขาไม่สามารถลืมได้แม้ว่าจะพยายามก็ตาม

โรอันจับไปที่แท่งไม้แน่น

กึบบ

เขารู้สึกถึงเนื้อหยาบของไม้

‘ครั้งนั้น ทุกคนต่างคาดหวังในชัยชนะของไวเคานต์ รีเอล’

และผลลัพธ์ครั้งนั้น

‘ตามที่ทุกคนคาดหวัง ไวเคานต์รีเอล เบรกเกอร์ได้รับชัยชนะอย่างท้วมท้น…’

เพียร์สตอนนั้นเป็นเพียงพลหอกธรรมดาและไม่รู้จักมานา  แม้ว่าเขาจะสามารถป้องกันได้50ครั้งก็ตาม

‘ถึงแม้ว่าไวเคานต์ รีเอลจะอ่อนข้อให้ก็ตาม แต่ก็เป็นผลที่น่าตกใจเหมือนกัน’

เพราะแบบนั้น เพียร์สจึงกลายเป็นลูกศิทย์ของรีเอล

ดยุกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอาณาจักรรินท์

เส้นทางได้ถูกเริ่มตอนที่เขาได้ต่อสู้กับรีเอล

‘นอกจากนั้น ไม่ว่าจะแพ้หรือชัยชนะ เราไม่อยากที่จะเสียโอกาศที่จะได้ต่อสู้กับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่านักรบหอกที่เก่งที่สุดในประเทศ’

เขาต้องการที่จะต่อสู้กับเขาจริงๆ

‘เพราะว่าเราไม่เคยได้รับโอกาศในชาติที่แล้ว’

โรอันมองไปที่รีเอลด้วยสายตาแน่วแน่

‘ถ้านี่เป็นการต่อสู้ที่ได้เกินขึ้นหลังจากนี้หนึ่งปีตามที่เราได้คาดเดา….’

‘ไวเคานต์ เบรกเกอร์จะยิ้มอย่างสดใส…’

และตอนนั้นเอง รีเอลก็ได้ยิ้มอย่างสดใสราวกับว่าเขากำลังรอโรอันอยู่

‘หลังจากนั้นเขาจะพูดว่า ข้าขอตรวจสอบทักษะของเจ้าหน่อยละกันนะ?’

เมื่อเขาคิดถึงคำพูดนี้

“ข้าขอตรวจสอบทักษะของเจ้าหน่อยละกันนะ?”

เสียงของรีเอลก็ดังออกมา

มันเป็นไปตามที่โรอันคาดคิด

‘อ่า…..’

โรอันพยายามกลืนน้ำลายและพยายามทำให้ตนเองใจเย็นลง

เป็นไปตามที่เขาได้คาดเดา

การต่อสู้ครั้งนี้นั้นเป็นอันเดียวกันกับเกิดขึ้นกับเพียร์สเมื่อชาติที่แล้ว

‘ทำไมเจ้ายังนิ่งอยู่? เจ้ากลัวอะไร? หรือว่าจะให้ข้าเข้าไปก่อน?’

เขาจำได้อย่างชัดเจน

“ทำไมเจ้ายังนิ่งอยู่? เจ้ากลัวอะไร? หรือว่าจะให้ข้าเข้าไปก่อน?”

ไม่มีแม้แต่ ผิดพลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง

โรอันหายใจเข้าลึกๆ

‘ต่อจากนี้หอกจะแทงทะลุลำตัวของเรา แต่นั่นเป็นเรื่องหลอกลวง อันที่จริงเขากำลังมองหาการโจมตีไปที่เท้าซ้ายของเรา’

ไม่แตกต่างไปจากที่โรอันคิด รีเอลได้งอเข่าซ้ายเล็กน้อยและแทงอย่างรวดเร็วด้วยแท่งไม้ของเขา

เป็นท่าทางที่แข็งแกร่งและรวดเร็ว

โรอันจดจ่ออยู่กับแท่งไม้และข้อมือของรีเอล

ข้อมือบิดไปเล็กน้อยจากที่เล็งตรงท้องของเขาได้เล็งไปด้านล่างแทน

แต่ในเวลาเดียวกัน ปลายแท่งไม้ ได้ชี้ตกลงไปที่พื้น

‘มันเหมือนกับชาติที่แล้วของเรา’

โรอันรีบดึงเท้าซ้ายกลับอย่างรวดเร็ว

ตึก!

แท่งไม้ของรีเอลได้กระแทกไปที่พื้น

“โอ้โห!เจ้าทำได้ดี?”

ดวงตาของรีเอลเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

‘เขาสามารถหลบได้’

มุมปากของเขายกขึ้นสูง

‘งั้นเราควรจะจริงจังอีกสักหน่อย’

รีเอลยิ้มอีกครั้งและแกว่งแท่งไม้ในมือ

โรอันถอยหลังและก้มตัวต่ำ

การเคลื่อนไหวของหอกอยู่ในสายตาของเขา

และเขาไม่ได้ตื่นตะหนก

‘อันที่จริง ที่เขาไม่ได้จำการโจมตีได้ทั้งหมด…’

เขาจำได้เพียงการโจมตีครั้งแรกและการโจมตีครั้งที่ 50 อย่างชัดเจน

‘ถ้าเพียร์สตอนนั้นสามารถเผชิญหน้ากับรีเอลได้ เราตอนนี้ก็สามารถทำได้เหมือนกัน’

อย่างน้อย โรอันตอนนี้นั้นแข็งแกร่งกว่าเพียร์สตอนนั้นแน่ๆ

นอกจากนั้น ถ้าให้เขาเดา รีเอลไม่ได้ใส่แรงไปที่การโจมตีของเขาเท่าไร

‘เราแค่ทนจนถึงการปะทะครั้งที่ 50’

การโจมตีครั้งสุดท้ายที่โรอันนึกถึงอยู่นั้นคือครั้งที่ 51

เป็นการโจมตีที่เพียร์สไม่สามารถป้องกันได้และจบลง

 

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/