0 Views

โรอันและคริสได้พูดคุยกันในเรื่องเบาๆมาสักพัก
หลังจากที่สตอร์เบอรรี่ที่กินอยู่ไหล้หมด โรอันก็ได้ถามเบาๆ
“สำนักงานเป็นอย่งไรบ้าง?”
หลังจากที่โรอันได้ถามออกไปคริสยิ้มออกมาและมองไปรอบๆอาคาร
“มันไม่ได้แย่อะไร ข้าเพิ่งเริ่มเท่านั้น”
เขานั่งสนทนากับโรอันที่เคยร่วมงานด้วยกัน
และตอนนี้เขากำลังขอใบอณุญาติสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาที่ปราสาทมิลเลอร์และบริเวณโดยรอบ
‘ถึงอย่างนั้น…’
คริสได้กลืนคำพูดที่จะพูดลงไป
“เยี่ยมเลย”
โรอันแสดงความยินดีกับเขา
‘เราสามารถทำได้’
คริส ที่กำลังลังเลไปชั่วครู่ ได้ยืนขึ้นทันที
“รอสักครู่”
เขาได้ไปที่โต๊ะและมองหาบางอย่างและกลับมาพร้อมกองเอกสาร
“เจ้าจะดูพวกนี้ใหม?”
กองเอกสารได้ถูกมอบไปให้โรอัน
โรอันรับมันมาอย่างระมัดระวังและถามกลับ
“นึคืออะไร?”
หลังจากที่โรอันถามคริสได้หัวเราะกระอักกระอ่วนและเกาศรีษะก่อนเอ่ยออกมาว่า
“มันคือข้อมูลที่ข้าได้รวบรวมมาของปราสาทมิลเลอร์และพื้นี่รอบๆขณะที่วิ่งทำงานสำนักงานท่องเที่ยว ข้าได้ทำมันโดยไม่รู้ตัว”
“อ่า…”
โรอันอุทานออกมาเบาๆและเริ่มมองไปที่เนื้อหาด้านหน้า
เวลาได้ไหลออกไป พร้อมกับเสียงเปิดกระดาษดังออกมา
คริสดูไม่ค่อยสะบายใจ
‘เรารู้สึกเหมือนกับเป็นนักเรียนที่กำลังโดนอาจารย์ประเมิณรายงานอยู่เลย’
เขาฝืนยิ้มและส่ายหัวไปมา
หลังจากนั้นชั่วครู่ โรอันได้วางกองเอกสารลงพร้อทกับมองไปที่คริส
ใบหน้าของเขาดูนิ่ง
คริสกลืนน้ำลาย
“ทำไมเจ้าถึงได้ทำแบบนี้?”
คำพูดของโรอันที่พูดออกมานั้นเบาราวกับกระซิบ
“มันจะดีถ้าเจ้าไม่เผยแพร่ออกไป”
“อ่า…มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ?”
คริสรู้สึกท้อใจจริงๆ
แต่ตอนนั้นเองโรอันก็ได้พูดต่อ
“สิ่งเหล่านี้นั้นเป็นข้อมูลที่สำคัญและมันถูกเขียนอย่างเป็นระบบ ถ้าเจ้าเกิดทำผิดผลาดขึ้นมาเจ้าอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับของอาณาจักรศัตรูเลยก็ว่าได้”
“อ่า…”
คริสอุทานออกมาเบาๆ
ใบหน้าแข็งของเขาผ่อนคลายขึ้นและปากของเขาก็ยกขึ้น
‘ข้าจะจำไว้’
ที่จริงแล้วเขาก็กำลังขบคิดเรื่อง เกี่ยวกับตัวตนของเขา
สำนักงานท่องเที่ยวและกลุ่มข้อมูลต่างๆ
แม้ว่าเขาจะเริ่มต้นทำงานในรูปแบบนี้ แต่เขาก็รู้สึกสนุกมากกับมัน เขาคอยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทมิลเลอร์และบริเวณโดยรอบ
‘นี่เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกสนุกที่สุดตั้งแต่เกิดมา’
ทุกครั้งที่เขาได้ยินข้อมูลเล็กๆน้อยๆหรือข่าวลือต่างๆ เขาพยายามมากขึ้นในการรวบรวมข้อมูลต่างรวมทั้งข่าวลือและวิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริง
มันไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการที่จะทำภารกิจหรือเพราะว่ามีบางคนได้ขอร้องเขา
ที่เขาทำเพราะมันสนุก
‘ถ้าจะให้เราเลือกสำนักงานท่องเที่ยวหรือกลุ่มข้อมูล….’
คำตอบนั้นได้ถูกเลือกไว้แล้ว
ตอนนั้นเองเสียงของโรอันก็ดังออกมา
“คริส เจ้าสุดยอดมาก ความสูงของปราสาทมิลเลอร์ ความยาว ต่ำแหน่งที่แม่นยำของประตู โครงสร้าง เวลาเปลี่ยนยามด้านนอก และด้านในปราสาท ไม่แค่นั้นยังรวมไปถึงพื้นที่ๆอยู่รอบๆอีกด้วย หมู่บ้าน เส้นถนนหลัก และข้อมูลสำคัญของหมู่บ้านที่จดทะเบียนไว้แล้ว”
“ใช่ ข้าได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ข้าได้รวบรวมมาทั้งหมด”
คริสตอบกับราวกับว่าไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร
ไม่ เขาตอบโดยไม่ใส่ใจจริงๆ
โรอันยังพูดต่อ
“นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลของบุคคลสำคัญในพื้นที่แถบนี้ด้วย”
“หลังจากที่ได้รวบรวมข่าวลือ ข้าก็ได้กรองข่าวลือและวิเคราะห์หาข้อเท็จจริง ”
น้ำเสียงของเขาดูสบายๆ
ไม่ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น
โรอันยิ้มรับและพูดออกมาเบาๆ
“คริส ข้าคิดว่าพรสวรรค์ของเจ้านั้นน่าอัศจรรย์มากกว่าที่ข้าได้คิดไว้ซะอีก”
ตึง
คริสรู้สึกราวกับว่าหินก้อนใหญ่หล่นใส่หน้าอกของเขา
ความสุขที่เขาไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้รายล้อมรอบตัวเขา
โรอันมองไปที่คริส
อันที่จริงเขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่เขาได้แสดงออกมา
‘ถึงแม้จะคาดเดาได้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้…’
มีบางสิ่งที่เขียนไว้และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและเนื้อหาเหล่านั้นเป็นเนื้อหาที่โรอันพอรู้อยู่แล้ว
‘มันจะเกิดขึ้นจริงๆ’
คริสได้คาดเดาอนาคตได้อย่างแม่นยำด้วยข้อมูลที่มีจำกัด
‘เขาสุดยอดจริงๆและถ้าเขาได้เป็นหัวหน้าหน่วยข้อมูล เขาจะมีข้อมูลทั้งทวีปอยู่ในมือและทำให้ทั่วทวีปสั่นไหวได้’
หลังจากที่มองกระดาษ เขารู้สึกว่าต้องจับตัวคริสให้ได้
แต่ถึงอย่างไรเขาไม่อยากบังคับคริส
เขาวางแผนรอจนกว่าคริสจะต้องการทำมันจริงๆ
ตอนนั้นเอง คริสได้มองไปที่กองเอกสารและพูดออกมาเบาๆ
“ถ้าให้ข้าทำงานเกี่ยวกับข้อมูลพวกนี้ ข้าจะสามารถทำได้หรือไม่?”
เขาชี้ไปที่กองเอกสาร
โรอันรู้สึกว่าสถาณการณ์ด้านหน้ากำลังจะเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง
‘นี่เป็นเวลาที่เขาจะเลือก’
เขาหายใจเข้าและพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“ใช่ เจ้าสามารถทำสิ่งเหล่านี้เท่านั้น…”
“เท่านั้น…”
คริสพูดตามคำพูดของโรอันอย่างไม่มีสติ
“เจ้าจะได้รับข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับโลกกว้างและข้อมูลที่กว้างมากขึ้น”
“อ่า…”
เสียงอุทานดังตามออกมา
คริสรู้สึกว่าหัวใจและเลือดภายในร่างได้สูบฉีดอย่างรุนแรง
โลกกว้างและมีสีสันมากกว่ามิลเลอร์
‘ข้าเข้าใจทุกสิ่งเหล่านั้น’
สิ่งที่ทำให้เขาหายใจเร็วขึ้นเพียงแค่คิดถึงมัน
คริสพยายามควบคุมสติและการหายใจ
เขายิ้มและมองไปที่โรอัน
‘คริส’
โรอันได้ซ่อนความรู้สึกเร่งร้อนเอาไว้
เขารอเพียงแค่คริสตอบ
เขาเงียบไปชั่วครู่
ตุบ
คริสเคาะไปที่กองเอกสารด้วยนิ้วมือของเขา
“ข้อมูลที่กว้างขวางและหลากหลายกว่านี้ …”
เสียงของเขาสงบ แต่ท้ายๆสั่นเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าเขากังวลหรือตื่นเต้น
คริสมองไปที่โรอันด้วยสายตาแน่วแน่และพูดออกมาว่า
“ปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
โรอันไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา
เขามองไปที่ดวงตาของคริส
อย่างไรก็ตามคริสรู้สึกไม่ค่อยสบายใจหรือไม่ง่ายเลย
ดวงตาของโรอันเร่าร้อนขึ้น
นั้นเพียงพอแล้ว
คริสได้ยืนขึ้น
“ท่านผู้ช่วยโรอัน”
เขาก้มศีรษะลง
“โปรดดูแลข้าต่อจากนี้ด้วย”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยพลัง
เมื่อออกมาในรูปแบบนี้ โรอันก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆได้
เขาได้ยืนขึ้นและก้มศรีษะเหมือนกัน
“ดูแลเราด้วย”
วันประวัติศาสตร์
โรอันและคริสได้จับมือกัน
คนที่ดูแตกต่างกันและต่างเส้นทางได้ร่วมมือกัน
ตอนนั้นเองโรอันก็ยิ้มและพูดออกมาเบาๆ
“งั้น ข้าจะให้งานแรกแก่ท่าน?”
“ตอนนี้?”
คริสถามกลับด้วยท่าทางประหลาดใจ
โรอันยิ้มรับ
“โลกนั้นกว้างใหญ่แต่เวลานั้นมีจำกัด”
จากคำพูดของเขาคริสพยักหน้าเห็นด้วย
โรอันยังพูดต่อ
“ข้าได้วางแผนที่จะลงทุนกับเหล่าพ่อค้าที่มิลเลอร์แก่เหล่าพ่อค้าวัยรุ่นที่เพิ่งตั้งตัวแต่มีอนาคตที่สดใส ข้ากำลังพูดถึงคนที่เหมือนกับนาย”
นั้นคือเหตุผลที่เขามาหาคริสเป็นที่แรก
‘เราควรรับฟังความคิดเห็นของคริสดีใหม?’
โรอันยิ้มและถามกลับเบาๆ
“นายมีใครบางคนมาแนะนำหรือเปล่า?”
จากคำถามนั้นคริสได้เงียบไปชั่วครู่
แต่ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่มีเรื่องที่จะพูด
มันเป็นกระบวนการในการรวบรวมข้อมูลจากบทสนทนา
คริสหายใจเข้าและตอบกลับอย่างใจเย็น
“มีบ้าง พวกเขามีพรสวรรค์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว อนาคตของพวกเขาย่อมสดใสอย่างแน่นอน”
“พวกเขามีเยอะหรือไม่?”
หลังจากที่เขาถาม คริสได้ยิ่นนิ้วออกมาห้านิ้ว
“ติโอ้ ลิเดีย เอสก้า เลโก้ ฟอร์ด นี่คือทั้งห้าคน”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
โรอันไม่ได้ถามต่อและยื่นกระเป๋าที่บรรจุอัญมณีไปให้
“เอานี่ไป”
คริสรับกระเป๋าอย่างระมัดระวัง
“นี่คืออะไร?”
“การลงทุน ข้าไม่มีเวลามาก และนอกจากนั้นข้าเป็นทหาร การกระทำของข้าจึงจำกัด ดังนั้นข้าจึงอยากให้นายช่วยด้วยแลคนทั้ง ห้าแทนข้าด้วย”
คริสได้แสดงท่าทางตกใจ
“ถ้ามีบางอย่างผิดผลาดจากการลงทุนหรือที่คิดล่ะ?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องประสพผลสำเร็จในการลงทุน ไม่เป็นไรถ้าทุกคนล้มเหลว ถึงอย่างนั้นการลงทุนครั้งนี้ก็จะกลายเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อพวกเรา”
โรอันตอบกลับโดยไม่ใส่ใจ
คริสได้พยักหน้าช้าๆ
“และ…”
โรอันนำอีกกระเป๋าที่บรรจุอัญมณีออกมา
“นี่ก็ไว้ใช้ลงทุน ข้าให้สิ่งนี้แก่นาย นายต้องใช้เงินจำนวนมากในการเปิดสำนักงานข่าวกรอง ”
“อ่าห์….”
คริสเผลอร้องออกมาเบาๆ
หลังจากนั้นเขาก็พยักหน้า
“เข้าใจแล้ว ข้าจะทำให้ดีที่สุดไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”
“ได้ ข้าเชื่อในตัวนาย”
โรอันหยิบกระเป๋าและลุกขึนยืน
“งั้นข้าไปล่ะ”
“ตอนนนี้?ทำไมไม่กินอะไรก่อนล่ะ?”
น้ำเสียงของเขาดูฉุกระหุก
แต่โรอันได้ส่ายศรีษะ
“เส้นทางที่ต้องเดินนั้นยังอีกยาว”
เขายกมือขวาขึ้น
คริสไม่ได้พูดอะไรอีกและจับมือของเขา
“ข้าจะทำให้ดีที่สุด”
“ข้าจะรอ”
โรอันยิ้มและพยักหน้ารับ
“งั้นข้าไปล่ะ”
ลาก่อน
โรอันเขย่ามือและเดินออกไปจากสำนักงาน
คริสถอนหายใจออกมา
‘เราต้องเริ่มกันใหม่?’
เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาสูบฉีดได้เร็วกว่าตอนที่เปิดสำนักงานท่องเที่ยวใหม่ๆซะอีก
‘อย่างแรก เราต้องไปหาพ่อค้าหนุ่มห้าคนนั่น?’
คริสแตะริมฝีปากแล้วเริ่มเดินออกไปช้า
นี่คืองานอย่างแรกของเขา
……………….
แลนซีพลีเป็นตระกูลแปลก ๆ ด้วยเหตุผลหลายประการ
เขาเป็นหนึ่งในห้าเคานท์ที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในเมืองหลวงมิลเลอร์และมีอาณาเขตและตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แห้งแล้งในภาคใต้
เพราะแบบนั้นปราสาทไอเพ่น ปราสาทเบโน่ ฯลฯ จึงอยู่ในดินแดนของตระกูลแลนซีพลี
แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นก็เพราะไอโอ แลนซีพลี ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและเป็นหนึ่งในห้าเคานท์ของอาณาจักร
ปีนี้อายุของเขานั้นได้ถึง 60 แต่เขายังไม่มีลูกเลย
แน่นอนว่ามันมีเหตุผลมากมาย แต่เคานท์อายุ 60ปีไม่มีลูกนั้นเป็นกรณีพิเศษจริงๆ
เพราะแบบนั้น การสนทนาเรื่องเดิมๆได้ออกมาจากปราสาทของเขาทุกๆวัน
“ท่านเคานท์ ท่านยังไม่สาย ถ้าจะแต่งงานตอนนี้….”
“หยุดเถอะ โฮ่ โฮ่ โฮ่”
เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกดี
ชายวัยกลางคนที่ได้ให้คำแนะนำด้วยความจริงใจ ได้ถอนหายใจยาวออกมา
‘เฮ้อ เขาหัวเราะเหมือนเดิมเลย’
เขามองไปที่ชายแก่และแส้งสีหน้าเสียใจออกมา
‘เขาได้อุทิศวัยหนุ่มทั้งหมดเพื่ออาณาจักรและตอนนี้เขาแก่ตัวลง ชิสความอ่อนแอของชีวิต’
ชายแก่คนนั้นดูเหมือนจะอ่านความคิดของชายวัยกลางคนออกและเขาก็หัวเราะออกมา
“โฮ่ โฮ่ โฮ่ อัลเบิร์ต ข้ายังสบายดีอยู่”
หลังจากที่เขาได้ยิน ชายวัยกลางคน อัลเบิร์ต เวิล์น ก็ได้ก้มศรีษะลง
“ครับ ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเคานท์แลนซีพลี”
คนที่ดูดีมีเสน่ห์และเป็นหนึ่งในห้าเคานท์ของอาณาจักรรินท์และเป็น ลอร์ดที่ดูแลภาคตะวันออกไอโอ แลนซีพลี
ไอโอ ได้เริ่มเดินออกไปพร้อมกับแบบกระเป๋าของเขา
“แล้ว พวกเราจะออกกันหรือยัง?”
“ครับ ทราบแล้ว”
อัลเบิร์ตได้โบกมือซ้ายของเขาไปที่อัศวินที่เรียงรายด้านข้างให้วิ่งออกไปนอกปราสาท นำหน้าพวกเขาไป
ไอโอ และอัลเบิร์ตได้ตามพวกเขาทางด้านหลัง
อัลเบิร์ตมองไปที่ผมสีขาวของไอโอ  และไม่ได้พูดอะไรออกไป
‘เขาอาจจะได้ไปดูแลในเขตภาคกลาง แต่เขาบอกว่าเขาจะรักษาอาณาจักรจากอาณาเขตุรอบๆเช่นไบรอนและเอสเทีย และรับผิดชอบพื้นที่เขตุติดต่อดินแดน เขามีความรู้สึกรักต่อราชอาณาจักรอย่างเต็มที่’
มันเป็นเวลามากกว่า 30ปีแล้วที่เขาได้รับไช้ไอโอ
เขามีตำแหน่งไวเคานต์และเขาได้รับการขนานนามว่าเป็นอัศวินยศร้อยตรีจนกระทั่งบัดนี้
‘ถ้าสุขภาพของเรายังดีอยู่ เราก็จะรับใช้เขาอีกนิด…’
อัลเบิร์ตได้ตัดสินใจที่จะเกษียณอายุ
ตอนนั้นเองไอโอ ที่เดินอยู่ด้านหน้าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ทัศนียภาพนี้จะอยู่กับเจ้าไปอีกไม่นาน”
“ข้าขอโทษท่านเคานต์”
“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าอายุมากแล้ว การถือครองเจ้าไว้จนบัดนี้ก็เป็นความไอโอ ลภของเราด้วย ”
อัลเบิร์ตได้ก้มหน้าลง
“ไวเคานต์ กาลี โอเวล ผู้ซึ่งตัดสินใจที่จะมาเป็นตัวแทนของผมนั้นเป็นอัศวินที่โดดเด่นกว่าผมมาก”
“จริงรึ? โฮ่ โฮ่ โฮ่”
ไอโอ ได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
แต่เขารู้สึกไม่ค่อยชอบการหัวเราะครั้งนี้
หลังจากที่เขาได้ออกมาจากปราสาทและได้มาที่ถนนยาว
ไอโอ ชอบในการเดินตรวจปราสาทพาโว ในสิ่งที่ต้องทำมากที่สุด
มันเป็นโอกาศที่จะคอยตรวจสอบวิถีชีวิตชาวบ้านและพื้นที่แถวนั้นด้วยตัวของเขาเอง
และเหล่าประชาชนก็ชื่นชอบและเคราพเขามาก
เพราะแบบนั้น วันที่ไอโอ ได้ไปสำรวจ ถนนรอบๆก็จะมีเสียงดังและดุยุ่งทันที
คล้ายกับเทศกาล
แต่วันนี้นั้นแตกต่างออกไป
ถนนนั้นเงียบสนิท
ไอโอ มองงไปที่ชาวบ้านด้วยท่าทางประหลาดใจ
‘ท่าทางของพวกเขา….’
พวกเขาต่างมีสีหน้าหวาดกลัวออกมา
ตอนนั้นเอง ก็มีชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าซีเรียสได้มาหาเขา
เขาได้ก้มศรีษะต่อไอโอ และอัลเบิร์ต
“พวกเราเตรียมการสำรวจรอบๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
ตอนนั้นเอง ไอโอ รู้แล้วว่าทำไมชาวบ้านจึงดูท่าทางหวาดกลัว
‘ดูเหมือนอัศวินเหล่านี้จะทำให้พวกเขากลัว’
เขารู้สึกขมขื่น
“โฮ่ โฮ่โฮ่”
เสียงหัวเราะดังออกมา
แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เขามองไปที่อัลเบิร์ตและกล่าวกระซิบกับเขา
“อัลเบิร์ต ข้าไม่รู้ทำไม แต่ดูเหมือนว่าข้าจะคิดถึงเจ้ามากๆแน่  โฮ่โฮ่โฮ่”
จากคำพูดของไอโอ  อัลเบิร์ตได้หันไปที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้าเขา
‘กาลี โอเวล ไอ้โง่เอ้ย’
ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางจริงจัง
นี่คือตัวแทนของอัลเบิร์ตผู้ที่เป็นหัวหน้าอัศวินกาลี โอเวล
เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวโอเวลและเป็นพ่อของวอลเตอร์ โอเวลที่เกี่ยวข้องกับโรอัน
‘กาลี ทักษะและพรสวรรค์ของเจ้านั้นสุดยอด แต่เพราะความทะเยอทะยานที่มากเกินไปของเจ้าจะส่งผลต่อเป้าหมายของเจ้าได้’
อัลเบิร์ตหมดคำพูดและมองไปที่ไอโอ
เขายังหัวเราะออกมา
แต่อัลเบิร์ตทราบดี
‘เขากำลังโกรธ’
เขาต้องการปลดปล่อยอารมณ์ของเขาด้วยสิ่งที่เขาทำได้
ตอนนั้นเอง ก็มีอัศวินหนุ่มได้เดินผ่านฝูงชนและเข้ามาหาเขา
‘หา?’
ในขณะที่เขาขมวดคิ้วและเอียงศีรษะ ชายคนนั้นก็ได้เดินมาหาและเข้ามากระซิบกับเขา
“อ่า….”
ตอนนั้นเอง ใบหน้าของอัลเบิร์ตก็สดใส
เขามองไปที่ไอโอ และกล่าวเบาๆออกมา

“ท่านเคานต์ ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องมาเดินตรวจตาเวลาอื่นแล้วล่ะ ”
“ดูเหมือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น?”
ไอโอ ผงกหัวเล็กน้อยและถามกลับ
“เหมือนว่าไวท์เคานต์ รีเอล เบรกเกอร์ได้มาเยี่ยมเยียนที่ปราสาทไอเพ่น”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/