0 Views

แน่นอนว่าทุกอย่างคือการคาดเดา
แต่จากที่เขาเดาทุกอย่างลงตัวหมด
‘เหตุผลที่ทั้งสี่อาณาจักร อาณาจักรรินท์เข้าร่วมด้วย และทำไมเบ็คถึงครอบครองทะเลสาบ จากเมื่อก่อนที่เป็นทหารเรือ ได้มากลายเป็นราชาโจรสลัด’
ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันหมดราวกับจิ้กซอ
‘ถ้าให้ข้าเดา เด็กๆที่ท่านไบเอทได้พูดถึง….’
โรอันคลี่ยิ้ม
‘พวกเธอคือนางเงือก’
พวกเธอมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์แต่แต่พวกเขามีครีบแทนขา ผิวของพวกเขาดูเรียบเนียนโปร่งใสและตาของพวกเขาดูลึกลับ
พวกเขามีเหงือกตรงบริเวณหู และเผ่าพันธ์ของพวกเธอนั้นอยู่อาศัยในน้ำลึก พวกเธออยู่ที่ทะเลสาบพอสคิน
‘พวกเธอยังไม่เป็นที่รู้จักกันในขณะนี้ แต่หลังจากนี้ 10 ปีพวกเธอจะปรากฏพร้อมกับเบ็ค.’
ในชาติก่อน เบ็คได้มาพร้อมกับนางเงือกคู่หนึ่ง
เพราะแบบนั้น โรอันและคนทั่วไปจึงคิดว่าเบ็คได้รับการช่วยเหลือจากเหล่านางเงือกเพราะความสัมพันธ์ของพวกเขา
‘แต่ ถ้าเขาได้รับของที่ท่านไบเอทเหลือทิ้งไว้ไห้….’
และถ้าเด็กๆที่ท่านไบเอทพูดถึงคือนางเงือก เบ็คสามารถจัดการกับเหล่านางเงือกหรือสัตว์ในท้องทะเลเพราะสิ่งที่ไบเอททิ้งไว้
“วิ้ว”
โรอันถอนหายใจออกมา
‘แต่ในครั้งนี้ทุกๆอย่างจะเปลี่บยเพราะเรา’
อย่างแรก เขาได้รับทักษะการใช้มานาเฟรมดอร์และโครงกระดูกของเรด เหล่าทหารที่มาสำรวจจะไม่ได้อะไรกลับไป
และดยุกวอยซาก็จะไม่ได้รับอะไรกลับไปเหมือนกัน แตกต่างกับชาติที่แล้วของเขา และการยึดทะเลสาบก็จะไม่เกิดขึ้น
กองทัพเรือจะไม่ถูกสร้างขึ้นโดยพันธมิตร ไอมาส และ เบ็คก็จะไม่ได้เป็นทหารเรือ
‘มันเป็นสิ่งที่ดี?หรือไม่ดี’
เขาไม่รู้ว่าแบบไหนดี
แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้โรอันนั้นมีข้อมูลของชิ้นส่วนปริศนาอยู่ในมือแล้ว
‘นี่ถือว่าเป็นการผูกขาดทั้งหมดรึเปล่า?’
มุมปากของเขายกขึ้นสูง
เทคนิกการใช้มานาของเฟรมดอร์ ทักษะต่อสู้เรด และรวมไปถึงถ้ำมังกรฟ้า เบลอ และที่ซ่อนวัตถุของไบเอท
ทุกอย่างนั้นเป็นของเขา
“รวมไปถึง….”
โรอันมองไปที่ปลายนิ้วมือของเขา
หยดน้ำสีเงิน
‘นี่คือแก่นแท้แห่งวารีจริงๆหรือ?’
เขาค้นหาจากหนังสือที่ไบเอททิ้งไว้แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมแพ้
หนังสือที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและด้วยจำนวนเนื้อหาที่มากมายดังนั้นการหาข้อมูลที่เขาต้องการในทันทีจึงเป็นไปไม่ได้
‘เราทำได้แต่มันต้องใช้เวลา’
เขาหยุดอยู่ชั่วครู่
‘อย่างน้อยเดิอนเดียว…’
อัศวินและเหล่าทหารของไวเคานต์พอตเตอร์ ที่ได้ค้นหาแถวภูเขา น่าจะกลับไปทั้งหมด
โรอันมองไปที่กระเป๋าของเขา
‘ตอนนี้ เรามาฝึกฝนเทคนิคการใช้มานาของเฟรมดอร์ก่อน’
เขาไม่อยากเสียวันเวลาไปเปล่าๆ
เขาวางแผนที่จะฝึกฝนมานาในที่แห่งนี้

แต่โชคร้ายที่โรอันได้มองข้ามข้อเท็จจริงไปหนึ่งข้อ
ว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของมังกรฟ้า เบลอและที่นี่เต็มไปด้วยพลังงานน้ำ
…………………
โรอันได้แสดงท่าทางจริงจัง
‘หรือว่าเราจะเป็นอัจฉริยะ?’
เหตุผลที่เขาคิดแบบนั้น
‘เรารับรู้ได้ถึงมานาภายในวันเดียว’
เขานั่งและทำท่าทางตามในหนังสือและกำหนดลมหายใจและทำสมาธิตามที่ในหนังสือเขียน
เขาสูดหายใจเข้าและออกซ้ำๆ
เขาเพ่งสมาธิของเขาไปกับการหายใจ
‘ขนาดเพียร์ส ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ ยังใช้เวลาสองวันในการรับรู้มานา’
เขาขว้างความคิดอื่นออกไปและตั้งสมาธิต่อ
เพียงวันเดียวจริงๆ
บางอย่างที่ดูอ่อนโยนได้เข้ามาตามลมหายใจของเขา
‘มานา!’
เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ สมาธิของเขากระจัดกระจายออกไป และมานาที่เขาเพิ่งรู้สึกได้หายไปในทันที
แต่เขามั่นใจว่านี่เป็นมานาที่เขาเห็นในหนังสือ
โรอันได้นั่งและทำท่าทางตามหนังสืออีกครั้ง
เมื่อเขาหายใจแบบในหนังสืออีกครั้ง
เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลอีกครั้ง
‘เราแน่ใจว่าที่เรารู้สึกนี่คือมานา’
พลังงานที่ไหลเข้ามาผ่านผิวหนัง
พลังงานได้ไหลเข้ามาผ่านผิวหนังมากกว่าทางปากและจมูก
เขารู้สึกได้ถึงสิ่งที่เรียกว่ามานา
‘แต่ทำไมมันจึงไม่สะสมในร่างกายของเรา?’
ดูเหมือนว่ามานาได้ไหลเข้ามาภายในร่างกายของเขาและวนไปทั่วร่างกายและออกไปด้านนอก
แหล่งเก็บมานาในร่างกายของเขานั้นมีขนาดเล็กเท่าเล็บและมันอยู่ตรงกระเพราะที่ว่างเปล่าของเขา
‘ตั้งสมาธิ สมาธิ’
โรอันกลับมานั่งตามท่าทางเดิมและเริ่มตั้งสมาธิดึงมานาเข้าสู่ร่างกาย
มานาหมุนไปรอบ ๆ หน้าอกและท้อง
แต่ดูเหมือนพวกมันแอบหลบหนีไปตอนที่เขาได้หายใจออก
มันได้เกิดขึ้นซ้ำๆมาเก้าครั้งแล้ว
“หรือว่าเราทำไม่ถูกจริงๆ…”
โรอันถอนหายใจออกมาและส่ายหัว
ใบหน้าของเขาแสดงอาการเหนื่อยล้าออกมา
เขาไม่ได้เหนื่อยทางกายแต่กับเป็นเหนื่อยทางใจ
‘หรือว่าเราเข้าใจในเทคนิคผิดไป?’
เขาเริ่มอ่านหนังสือเล่มแรกใหม่
แต่ถึงแม้เขาอ่านและทบทวนอีกกี่รอบเขาก็ไม่เจอจุดผิดผลาด
ไม่ จุดที่ผิดผลาดคือมานา
‘เราพยายามรวบรวมมานาให้เข้าสู่ร่างกาย และเมื่อเราได้รวบรวมมานาแห่งไฟ….’
แท้จริงแล้ว สิ่งที่เรียกว่ามานานั้นเป็นพลังงานที่ถูกแบ่งแยกไปตามธาตุต่างๆ

นอกจากนั้น พวกมันเป็นอิสระและกระจัดกระจายออกไป
เพราะว่ากระบวนการธรรมดานั้นจะดึงมานาเข้าไปในร่างกายและสะสมมันไว้
แต่เทคนิคของเฟรมดอร์ ในขั้นตอนการสะสมมานา มานาธาตุไฟจะเข้ามาสะสมภายในร่างกายและมานาธาตุอื่นๆจะถูกดันออกไปนอกร่างกาย
และพลังงานจากมานาธาตุไฟจะถูกสะสมเข้าไปในร่างกาย
‘มานาธรรมดานั้นมีขั้นตอนแตกต่างออกไป การรวบรวมแบบธรรมดาจะสะสมทุกธาตุเข้าไป แต่เทคนิคของเฟรมดอร์นั้นจะสะสมธาตุไฟเข้าไปอย่างเดียว’
เรดได้ใช้เทคนิคนี้ในการรวบรวมมานาและกลายเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด
‘แต่ ทำไมเราจึงรวบรวมมานาไม่ได้? มันรู้สึกเหมือนว่าไม่มีธาตุไฟตั้งแต่แรก….’
โรอันที่กำลังส่ายหัวไปมา ได้หยุดลงทันทีและเบิกตากว้าง
สายตาของเขามองไปที่กำแพงที่เขาได้เข้ามา
“อ่า….”
เสียงอุทานออกมาเบาๆ
เขามองไปที่น้ำตกที่ไหลลงมาไม่หยุด
“ไอ้โง่เอ็ย”
โรอันตีไปที่หัวตนเองและส่ายหัวไปมา
‘ในประโยคสุดท้ายที่ท่านไบเอทได้ทิ้งไว้แล้วอย่างแน่นอน เพราะว่าสถานที่นี่เป็นที่พักของมังกรฟ้าเบลอ มันเต็มไปด้วยมานาธาตุน้ำ’
เขาพยายามสะสมมานาธาตุไฟในที่แบบนี้
‘ธาตุไฟในที่แบบนี้น่าจะหายากมากๆ’
เขาคิดว่านี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาสะสมมานาไม่ได้
โรอันยกมือของเขาขึ้น
‘ถ้าหยดน้ำสีเงินได้ถูกดูดเข้าไปที่นิ้วมือของเรา และมันเป็นแก่นแท้แห่งวารีจริงๆ มันจะไม่มีปัญหาต่อเทคนิคของเฟรมดอร์หรือ?’
อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในร่างกายของเขาหรือรู้สึกแปลกใดๆเลย
เขาถอนหายใจออกมายาวๆ
‘หรือว่าเราจะมีปัญหาตั้งแต่เรื่ม?’
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ยอมแพ้
‘ถึงจะมีมานาธาตุน้ำมากมาย มันก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มานาธาตุไฟอยู่’
หลังจากที่ผึกและผึกอย่างหนัก อย่างน้อยเขาก็จะสามารถรวบรวมได้บ้าง
โรอันหวังอย่างนั้น และเขาก็ได้ดันหนังสือออกไปด้านข้าง
‘หา?จากที่เห็น….’
ตอนนั้นเองความคิดบางอย่างได้ไหลเข้าหัวเขาฉับพลัน
‘ท่านเรดได้ต่อสู้กับท่านไบเอทในพื้นที่แบบนี้?’
สถานที่ๆเต็มไปด้วยมานาธาตุมากมายแบบนี้
มันเป็นสถานที่แย่สำหรับเรด ที่ใช้มานาธาตุไฟ
แต่ดูเหมือนว่าผลลัพย์ต่างเอาชนะกันไม่ได้
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
‘ท่านเรดนั้นแข็งแกร่งกว่าท่านไบเอทอย่างแน่นอน’
อย่างน้อยในความแข็งแกร่ง
ดูเหมือนว่าแรงดึงดูดและความน่าสนใจของเทคนิคเฟรมดอร์นั้นมากขึ้น
เขาเปลี่ยนแปลงท่าทางและหลับตาลง
‘ทำสมาธิ’
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีอะไรทำเป็นเวลาอีกหนึ่งเดือน
โรอันค่อยๆหายใจและดึงมานาเข้าไปในร่างกาย
การกระจายและการดึงดูดมานายังดำเนินต่อไป
แต่กระบวนการนี้ส่วนมากเป็นการล้มเหลวในการดึงดูดมานา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่ยอมแพ้
และไม่ได้ขาดความมั่นใจ
โรอันยังคงเพ่งสมาธิไปกับเทคนิคขณะที่นั่งอยู่
……………………
พื้นที่กว้างภายในถ้ำดูเงียบสนิท
โรอันที่นั่งอยู่ด้านในถ้ำที่มีน้ำไหลโดยปราศจากเสียง
เขานั่งอยู่กับพื้น
ใบหน้าของเขาดูสงบ
หน้าอกและช่องท้องของเขาที่กระเพื่อมขึ้น
และดูเหมือนเขาได้หยุดลง
ตอนนั้นเอง
“วิ้ว”
โรอันถอนหายใจออกมาและเริ่มเปิดตาช้าๆ
รอยยิ้มได้ปรากฏบนใบหน้าของเขา
“ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว”
เสียงของเขาสั่นเครือ
‘ในที่สุดเราก็แยกมานาธาตุไฟออกมาและสะสมไว้ในตัวของเราจนได้’
ใช้เวลาประมาณ 20 วันตั้งแต่ที่เขารับรู้มานาได้
ถึงแม้ว่ามานาในร่างกายเขาจะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดข้าว แต่เขาก็พึงพอใจ
ไม่ เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
‘เรา เราสามารถใช้มานาได้’
เขาอยากจะยืนและตะโกนออกไป
แต่อย่างไรโรอันได้กดดันความรู้สึกนั้นไว้
‘เราไม่ต้องการปล่อยตนเองไปตามความรู้สึก’
เขาตระหนักว่ามันเป็นไปได้ที่จะสะสมมานาธาตุไฟในสถานที่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยมานาธาตุน้ำ
โรอันไม่ต้องการทิ้งความรู้สึกในการจำแนกมานาและการรวบรวมมานาธาตุไฟ
เขาปิดตาลงอีกครั้ง
‘ถ้าผ่านไปอีกสิบวัน ก็จะครบเดือน ถึงตอนนั้นก็เป็นเวลาที่เราจะออกจากที่นี่’
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
‘ถ้าเราออกไปด้านนอก เราจะเจอกับแสงสว่างเป็นอย่างแรก ด้านนอกคงจะเต็มไปมานาธาตุไฟ’
มานาได้ย้ายเข้าไปในร่างกายของเขาด้วยการทำสมาธิ
เขาพยายามดึงมานาเข้าสู่ร่างกายช้าๆ
เวลาได้ไหลผ่านไปเรื่อย…
…………
โรอันได้ยืนขึ้นและมองไปที่แหวนเบร็น
‘ตอนนี้มานาในร่างของเรามีขนาดประมาณเหรียญ….’
ตอนนี้เขาคิดว่าเขาสามารถใช้ทักษะในวงแหวนที่ยังหลับไหลอยู่ได้
ใบหน้าของเขา ไม่สามารถซ่อนถึงความคาดหวังต่อมานาที่เขามีได้
โรอันค่อยๆกำหมัดและยื่นไปด้านหน้า
เขาขับมานาในร่างเข้าไปสู่แหวน
ตอนนั้นเองมานาได้ถูกขับออกไปโดยเส้นทางมานาที่แคบและขรุขระทำให้การขับมานานั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ตอนนั้นเอง
ปัง
แสงได้ส่องออกมาจากแหวนและหลังจากนั้นบอลแสงขนาดประมาณสองกำปั้น ไม่ลูกแก้วที่ส่องแสงได้ปรากฏออกมา
‘แต่เวทแสงสว่างนี้ มันยังดูเล็กและ…’
เมื่อเขาคิดถึงสิ่งที่อยู่บนมือ
ฟั่วะ
ลูกแก้วแสงได้หายไปทันที
ในเวลาเดียวกันมานาในร่างกายที่มีขนาดเท่ากับเหรียญก็หายไปหมดเหมือนกัน
เขาใช้มานาทั้งหมดของเขาในการเรียกลูกแก้วแสงออกมา
‘ต้องบอกว่าเรายังไม่รู้ถึงวิธีการใช้มานา’
โรอันฝืนยิ้มและนั่งสมาธิรวบรวมมานาโดยใช้เทคนิคของเฟรมดอร์ต่อ
มานาที่ใช้ออกไปมันไม่ได้หายไปไหน
มานาที่ใช้ออกไปและที่อยู่ด้านนอกร่างกายได้เริ่มรวบรวมเข้าสู่ร่างกายเขา
โรอัน ใช้เทคนิคเพื่อรวบรวมมานาให้เร็วขึ้นเล็กน้อย
เขายังมีบางสิ่งที่ต้องทำต่อ
หลังจากนั้นชั่วครู่ โรอันก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับยืนขึ้น
แหล่งเก็บมานาที่มีขนาดประมาณเหรียญก็ได้เต็มอีกครั้ง
เขาหยิบไปที่แท่งเหล็กที่อยู่ตรงเอวของเขา
‘หอกทราเวียส’
สิ่งนี้ต้องการมานาเพื่อแสดงรูปร่างที่แท้จริง
‘มันยังคงยากที่จะเห็นรูปร่างที่แท้จริงของมัน …… ’
โรอันจับไปที่แท่งเหล็กด้วยมือขวาและส่งมานาเข้าไปในนั้น
เขาไม่ได้ใช้สองมือบิดไปที่แงเหล็กราวกับบิดผ้าอีกต่อไป
คลิ้ก
เสียงของอุปกรณ์กำลังหมุน
เช้ง!
ในเวลาเดียวกัน เสียงกังวาลของโลหะดังออกมาพร้อมกับใบหอกได้โผล่ออกมา
แท่งเหล็กกลายเป็นใบหอกโผล่พ้นออกมา
จากที่เห็น มันเหมือนกับที่เขาได้เห็นตลอดมา
โรอันยังคงใส่มานาเข้าไปอีก
เช้ง!
เสียงโลหะเสียดสีกัน
และตอนนั้นเอง แท่งเหล็กได้ยื่นคมหอกออกมายาวขึ้นอีกเล็กน้อย
แท่งโลหะจริงๆนั้นมีขนาดเล็กกว่าแขนของผู้ใหญ่เล็กน้อยและมีใบหอกที่มีขนาดยาวคล้ายกับดาบ
เพราะแบบนั้นส่วนที่ดูคล้ายใบดาบพอแท่งเหล็กได้ยื่นออกมามากขึ้นมันจึงดูคล้ายกับหอกมากขึ้น
“อ่า!”
ตอนนั้นเอง เสียงอุทานเบาๆออกมาจากปากของโรอัน
มานาของเขาที่จ่ายไปได้หมดลง
เช้ง!
ตอนนั้นเอง หอกได้กลับมาเป็นรูปแบบเดิม
“เฮ้อ”
โรอันถอนหายใจออกมาด้วยใบหน้าที่เสียใจ
‘มันยังคงยากที่จะเห็นรูปร่างที่แท้จริงของมัน  ’
หอกทราเวียส
จากจำนวนมานาที่เขาใส่เข้าไป ความยาวของตัวคมหอกและด้ามหอกจะยาวขึ้นตามมานาที่เขาใส่เข้าไป
นอกจากนั้น สิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากส่วนของมังกรทอง การบริโภคของมานาของสิ่งนี้ใช้ไม่ค่อยมาก
‘รออีกนิด อีกไม่นานเราจะทำให้สิ่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นของสนามรบ’
โรอันยิ้มเล็กน้อยและใช้สองมือแทนมานาและบิดไปที่แท่งเหล็ก
เช้ง
คมหอกได้กลับเข้าไปและกับเป็นแท่งเหล็กอีกครั้ง
โรอันเก็บแท่งเหล็กไว้ที่เอวเหมือนเดิมและเดินไปที่โต๊ะ
‘เราควรออกไปเลยใหม?’
มันเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เขาได้เข้ามาที่นี่
ทันเป็นเวลาที่เหล่าอัศวินและเหล่าทหารได้กลับไปแล้ว
โรอันนำหนังสือและโครงกระดูกที่ห่อไว้เก็บเข้าไปในกระเป๋าและเลือกเก็บอัญมณีที่อยู่ในที่แห่งนี้และเก็บเข้าไปในกระเป๋า
‘ที่อยู่ของมังกร…’
เหมือนกับคำท่านไบเอทได้ทิ้งไว้ จำนวนของอัญมณีและทองนั้นมีไม่มาก
อย่างน้อยก็ประมาณ 2 กระเป๋า
แต่แน่นอนว่า สิ่งพวกนี้นั้นมีค่าที่คนธรรมดาไม่อาจสัมผัสได้ทั้งชีวิต แตโรอันที่มีเรื่องอื่นที่ต้องทำต่อจากนี้อยู่และถึงแม้ว่าเขาจะขาดแคลนทุนทรัพย์ก็ตาม
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เสียใจแม้แต่น้อย
‘อย่างไร เราสามารถหาเงินได้จากเหมืองหินมานาและเหมืองอัญมณี’
เพราะเขารู้ว่าในอดีตนั้นเหมืองที่จะเกิดขึ้นนั้นอยู่ที่ใดบ้าง
และด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถลงทุนในเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้น
โรอันเก็บของที่เหลืออยู่และยกกระเป๋าขึ้น
และเนื่องจากไม่มีใครรู้ถึงสถานที่แห่งนี้
นอกจากนั้น ถึงจะมีคนรู้ถึงที่แห่งนี้ พวกเขาก็ไม่สามารถเข้ามาในที่แห่งนี้ได้
‘ไม่มีที่ใดที่ปลอดภัยไปกว่าที่นี่’
เขามองไปรอบ ๆ แล้วเดินไปทางเข้า
‘แต่มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราไม่สามารถรู้รายระเอียดของหยดน้ำสีเงินนั้นได้…’
เขาได้ค้นหาหนังสือทั้งหมดในขณะที่กำลังฝึกฝนมานา แต่เขาก็ไม่สามารถค้นพบอะไรที่เกี่ยวข้องได้
‘ยังไม่ใช่ปัญหาอะไร’
เขาไม่กังวลเท่าไร เพราะเขายังสามารถเรียนรู้เทคนิคของเฟรมดอร์ได้อยู่
ตอนนี้เขากำลังวางแผนจะปิดบังไว้
โรอันยืนอยู่ที่ปากทางเข้าและหายใจออกยาวๆ
‘ขอบคุณสำหรับหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อีกไม่นานเราจะกลับมาอีก’
สถานที่ๆช่วยเขา
สถานที่ ที่ทำให้เขาราวกลับเกิดใหม่
เขารู้สึกพิเศษกับสถานที่แห่งนี้
โรอันมองไปรอบๆชั่วครู่และยกแขนขึ้นไปที่ประตู
และตอนนั้นเอง เมื่อเขาวางนิ้วไปที่ตรงกลาง เขาก็รู้สึกได้ถึงความเย็น
และหยดน้ำสีเงินก็ได้ปรากฏเหนือกำแพงหิน
และหยดน้ำนั้นก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นวงล้อและเริ่มหมุน
กึงกึงกึง
กำแพงได้เลื่อนออกไปทางด้านข้างพร้อมกับเสียงหินที่เสียดสีกัน
โรอันเดินออกไปโดยไม่ลังเลเหมือนตอนแรก
กึงกึงกึง
กำแพงหินได้ปิดตัวทันทีราวกับว่าได้รอเขาอยู่
และสถานที่ ที่โรอันได้จากไป ก็ตกอยู่ในความเงียบทันที
และจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงแปลกๆดังขึ้น ที่ไม่ได้ยินตอนแรก
ช่า ช่า
เสียงของน้ำตกนั้นเอง
และตอนนั้นเอง น้ำตกที่ไหลลงมาก็ได้แยกออกเป็นสองส่วน
และตรงกลางนั้นก็มีผู้หญิงที่ดูสง่างามโผล่ออกมา
ผมสีฟ้า ผิวที่บอบบาง
เธอ ได้สวมเสื้อผ้าสีขาว และไม่ได้ใส่รองเท้าใดๆ แต่มันไม่มีความหมายใดๆ
เพราะว่าเธอได้ลอยอยู่เหนือพื้น
ผู้หญิงคนนั้นได้มองไปที่ทางเข้าที่โรอันได้จากไปและแสดงท่าทางประหลาดใจ
และเป็นท่าทางที่ไม่ใช้ทั้งคาดหวัง ดีใจ หรือเสียใจ
“เด็กคนนั้นได้ดูดน้ำตาของเราเข้าไปและเรียนรู้การใช้มานาของเฟรมดอร์”
เป็นน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน
รอบๆตัวของผู้หญิงคนนั้น ได้มีแสงสีฟ้ารอบๆราวกับกระแสของน้ำ
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินกลับไปที่น้ำตกอีกครั้ง
“นี่เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี … โอ้ ไบเอทเรายังไม่เข้าใจในความหมายของเจ้า”
ผู้หญิงคนนี้ได้เรียกไบเอท ที่ตายไปนานนับสิบปีเหมือนเพื่อน
คำพูดสุดท้ายของเธอดังสะท้อนไปทั่วถ้ำ

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/