0 Views

ถ้ำเป็นสีดำสนิท แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะเขามีน้ำตาแห่งคาเรี่ยน
โรอันเตะไปทีก้อนหินและดึงก้อนหินที่อยู่ด้านหน้าแต่ว่ามันไม่ขยับแม้แต่น้อย
‘หรือว่าความทรงจำของเราจะผิดพลาด?’
เขานั่งตรงที่ทางเข้าและส่ายหัวพร้อมหยิบก้อนหินขึ้นมา
‘ไม่ แผ่นดินไหวนั้นเกิดพรุ่งนี้แน่ๆ’
แสดงว่ามีเพียงกรณีเดียวที่เป็นไปได้
แต่ที่แผ่นดินถล่มหรือที่ก้อนหินได้มาปิดทางเข้านั้น เขาไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ถ้าสมมติฐานของเราเป็นความจริงแล้วแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้และหินที่ขวางทางเข้าจะถูกกำจัดออกไป แต่…..’
และหลังจากนั้นเหล่าทหารของไวเคานต์พอตเตอร์จะมาสำรวจบริเวณภูเขานี้
‘เมื่อถึงเวลานั้นทหารของไวเคานต์จะอยู่ทุกที่บริเวณภูเขานี้’
‘พวกเขาคงไม่ปล่อยคนที่ออกจากถ้ำนี้ไปอย่างแน่นอน’
ถ้าเขาโชคร้าย อาจจะต้องเสียหนังสือ หรืออาจจะถูกตัดคอเนื่องจากป้องกันข่าวลือไม่ให้แพร่กระจายออกไป
“แม่ง”
โรอันได้ขว้างก้อนหินในมือออกไป
เขาไม่สามารถกำจัดก้อนหินที่ขวางอยู่ด้านหน้าโดยวิธีการแบบนี้
‘เราต้องหาวิธีที่จะออกไป’
นั้นคือวิธีเดียวที่จะทำให้รอดชีวิต
โรอันยืนขึ้นและเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามของทางเข้าและเดินเข้าไปทางในส่วนลึกของถ้ำ
เป็นพื้นที่ ที่แคบมากขึ้นและมีแตกต่างกับบริเวณทางเข้าอย่างสิ้นเชิง
“มันถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์.”
เขามองไปที่ผ้าที่ห่อหุ้มโครงกระดูกของเรด
‘ทั้งหมดนี่เป็นเพราะท่าน ทำไมถึงต้อมทาอยู่ที่นี่ทั้งที่มี่ มีสถานที่มากมาย….’
โรอันได้บ่นพึมพำและเอียงศรีษะ
‘เหตุผลอะไรที่ทำให้ราชันแห่งไฟได้มาอยู่ที่นี่?’
เรด เป็นดยุคแห่งอาณาจักรเอสเทียและเป็นหัวหน้าของเหล่านักเวทย์ ‘เฟรม’ที่แข็งแกร่งใน 50 ปีก่อน
แต่เหตุผลอะไรที่ทำให้บุคคลเช่นเขามาตายที่ทางไต้ของอาณาจักรรินท์และในถ้ำขนาดเล็กที่เงียบสงบที่อยู่บนภูเขามาเอล?
โรอันนึกถึงความทรงจำของเขา
เขากำลังค้นหาข่าวของเรดจากความทรงจำที่นับไม่ถ้วนของเขา
และมีข่าวลือที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับเขา
‘เขาได้ต่อสู้กับราชินีแห่งน้ำไบเอท และทั้งสองคนก็ลงเอยด้วยการบาดเจ็บโดยไม่ได้อะไรเลย’
ไบเอทเป็นบุคคลที่เก่งที่มีจำนวนน้อยแทบนับได้ในทวีบนี้
โดยเฉพาะ เธอเป็นบุคคลแรกที่สามารถสื่อสารได้กับราชาแห่งจิตวิญญาณน้ำ อีราม
เรด ผู้ที่ใช้อำนาจแห่งไฟไม่ชอบ ไบเอทที่ใช้พลังแห่งน้ำเลย
‘ไฟและน้ำ พวกเขาต้องการพิสูจน์ว่าใครที่แข็งแกร่งที่สุดผ่านการต่อสู้’
แต่ไบเอทที่ได้หลีกหนีจากการต่อสู้และปฏิเสธการดวลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และหลบซ่อนตัวเองไว้
‘แต่ถ้าข่าวลือเป็นจริง…’
โรอันมองไปที่ด้านในถ้ำช้าๆ
‘ถ้ำนี่อาจเกี่ยวข้องกับไบเอท’
แต่ไม่มีอะไรที่มีค่าที่จะหาร่องรอยภายในถ้ำเล็กๆนี้
‘บางที….?’
ตอนนั้น โรอันได้หยิบหนังสือทั้งสามเล่มที่เรดได้ทิ้งไว้จากกระเป๋าด้านหลังออกมา
‘เขาไม่ได้ทิ้งอะไรบางอย่างไว้หลังจากที่เขาได้ตายที่นี่?’
เขาระมัดระวังในการคลี่หนังสือเล่มแรกของเทคนิกการใช้มานาแห่งไฟ และตรวจสอบข้อความหรืออะไรที่แสดงถึงการเสียชีวิตของเรดอย่างระมัดระวัง
เสียงเปิดกระดาษนั้นดังออกมาไปทั่วถ้ำ
และเมื่อเขาเปิดไปจนถึงหน้าสุดท้าย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
“อ่า….”
เสียงอุทานเบาๆ
มันมีบางอย่าง
มีเนื้อหาที่ถูกเขียนไว้ตรงหน้าสุดท้าของหนังสือเล่มแรก
ดวงตาของโรอันกวาดอ่านอย่างรวดเร็ว
<เรด เฟรมดอร์ ข้าได้ทิ้งข้อความสั้นๆก่อนที่จะตาย>
เขาเริ่มต้นด้วยการประกาศว่าเขามีชีวิตอยู่อีกไม่มากนัก
<ข้าได้มาที่นี่หลังจากพบว่าราชินีแห่งน้ำไบเอท เอลลอนอยู่ในภูเขามาเอล ข้าได้ขอดวลกับเธอ แต่เธอได้เสิร์ฟชาและปฏิเสธกับข้าอ้อมๆ ในท้ายที่สุดแล้วข้าได้จับตัวเธอซึ่งกำลังล้างมืออยู่และกำลังจะหลบหนีออกไป ข้าได้บังคับต่อสู้กับเธอ พวกเราต่อสู้กันเป็นเวลาสี่วันสี่คืนภายในถ้ำนี้  ข้าเชื่อว่าข้าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่มนุษย์ อย่างไรก็ตามในระหว่างการต่อสู้ ข้าไม่เคยแม้แต่จะต้อนเธอให้จนมุมได้เลย ในท้ายที่สุด ข้าก็ขาดความสามารถที่จะต่อสู้ต่อไป ข้าได้ใช้อาวุธสุดท้ายของข้า ที่ไม่ควรใช้ และในตอนนั้นเอง การต่อสู้ตัวต่อตัวที่ค้นหาผู้ที่เหนือกว่าได้จบลงด้วยความตาย>
หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น
‘ข่าวลือเป็นจริง!’
เหตุผลที่ราชันย์แห่งไฟเรด และเทพธิดาแห่งวารี ไบเอทได้หายสาบสูญไปเป็นเวลาประมาณ 50 ปีก่อน นั้นก็เพราะการดวลไม่สิ เพราะการต่อสู้แลกชีวิต
โรอันรีบตรวจสอบข้อความต่อจากนี้
<ในสุดท้ายแล้ว เธอและข้าก็ไม่ได้รับอะไรนอกจากอาการบาดเจ็บหนัก>
<พวกเราต่างตระหนักดีว่าพวกเราไม่มีโอกาสรอดชีวิตเพราะบาดแผลที่รุนแรง
<ข้าต้องการที่จะตายภายใต้อ้อมกอดของดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง ถ้าฉันกำลังจะตาย
ข้าต้องการที่จะออกไปจากถ้ำนี้แต่ข้าไม่มีแรงที่จะเคลื่อนไหวอีกแล้ว
และเมื่อข้าได้พูดออกไปขณะที่มองไปแสงแดดที่ส่องเข้ามาที่หน้าทางเข้า ข้าก็ได้เห็นราชาแห่งจิตวิญญาณน้ำ อีรามมองมาที่ข้า
เขาคงต้องการที่จะแก้แค้นให้กับเธอ
แต่ดูเหมือนว่าไบเอท ได้ยกโทษให้แก่ข้า
เธอได้ไปยังทะเลสาบโพคคีน พร้อมกับราชาแห่งจิตวิญญาณน้ำ อีราม
ข้าไม่รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริง แต่เหตุผลคงไม่ต่างไปจากข้า….
ตอนที่ข้ากำลังจะตาย
ขณะที่ข้ากำลังจะตาย ข้าอยากไปอยู่ในที่มีแสงแดงร้อนแรงและเธอก็คงเหมือนกันอยากไปในที่มีน้ำลึกและกว้างใหญ่>
รายมือของเขาตอนท้ายๆเริ่มจางลงและส่ายไปมา
<ข้าได้ทิ้งทักษะการใช้มานาเฟรมดอร์ และ ทักษะการต่อสู้เรดไว้ให้กับคนที่มีโชคชะตาได้มาพบกับข้า
อย่าคิดนำกลับไปที่อาณาจักรเอสเทียหรือครอบครัว เฟรมดอร์ ไม่งั้นจะถ้าไล่ล่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้>
ข้อความในจดหมายได้แสดงถึงประโยคไม่กี่ประโยคสุดท้ายแล้ว
<โชตชะตาร่วมกันทำให้ข้าได้เข้าไกล้ไบเอท แต่โชคชะตานั้นได้ฆ่าข้า>
โรอันเลื่อนสายตาไปที่ประโยคสุดท้าย
<ข้าตายหลังจากตระหนักได้ว่าไฟและน้ำไม่สามารถเข้ากันได้ แต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกัน>
เป็นประโยคที่เขาไม่เข้าใจถึงความหมายของมัน
แต่ประโยคสุดท้ายไม่ใช่สิ่งสำคัญ
‘สถานที่แห่งนี้มีทางเข้า ที่จะเข้าไปที่อาศัยของไบเอท’
สายตาของเขาจ้องเข้าไปด้านใน
‘แต่นั้นก็หมายความว่าพื้นที่ที่คับแคบตรงนี้คือทางเข้า …… ‘’
โรอันแตะคางราวกับใช้ความคิด

‘เขาเขียนว่าคนที่มีโชคชะตาร่วมกันเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้’
แต่เขาไม่มีความสัมพันธ์ร่วมกันกับไบเอท
แต่ตอนนี้ เขาไม่มัวแต่ยืนรออยู่เฉยๆให้เสียเวลาอีก
‘ถึงอย่างไร ที่ด้านหน้าอาจจะมีที่ให้เราหลบซ่อนก็ได้’
โรอันนำหนังสือเก็บเข้าไปในกระเป๋า
และเขากอดผ้าที่ห่อกระดูกอย่างระมัดระวัง
แปะ แปะ
เสียงเดินของเขาดังไปทั่วถ้ำ
โรอันกลับมายืนอยู่ตรงกำแพงอีกครั้ง
‘มันต้องมีอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่แน่ๆ’
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถมองเห็นร่องรอยพิเศษใด ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะตรวจสอบอย่างดีแล้วก็ตาม
‘งั้น ตรงนั้น….’
โรอัน ยื่นแขนขวาไปที่ด้านบนมุมขวา
ปลายนิ้วของเขาค่อยๆเลื่อนๆไปตามกำแพงจนสุดกำแพง
เขาไม่รีบร้อน
เขาค่อยๆตรวจสอบอย่างระมัดระวังไปทั่วกำแพงพร้อมกำใส่แรงไปที่ปลายนิ้วของเขา
ตอนนั้นเอง นิ้วมือขอเขาได้ไปแตะที่ตรงกลางของกำแพง
“อ่า!”
ท่าทางและน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
โรอันขยับมือออกจากกำแพงและมองไปที่นิ้วมือ
‘เรารู้สึกได้ถึงความเย็นที่นิ้วมือของเขา….’
เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย
‘อ่า! น่าจะเป็นเพราะโลหะครึ่งวงกลมนั้นที่อยู่บนพื้นตอนนั้น…’
เขาได้คิดถึงโลหะนั้น
มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เกิดขึ้นบนผนัง
รอยหยดน้ำสีเงินได้ปรากฏขึ้นบริเวณที่เขาถอนนิ้วมือออก
“หือ?”
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
‘หรือนี่จะเป็นโลหะเงินตอนนั้น?’
โรอันเพ่งไปที่กำแพง
จ๋อม
จากนั้นหยดน้ำได้กระจายตัวเป็นรูปวงกลมคล้ายวงล้อเกวียน
และหลังจากนั้นมันก็เริ่มหมุน
วิ้ว หวืดด
ในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเสียงของหินและทรายได้บดออกมาให้ได้ยิน
“อ่า…”
เสียงอุทานเบาๆมาจากปากของโรอัน
กำแพงที่ปิดกั้นไม่มีแม้แต่ช่องว่างเล็กๆ ก็ได้เริ่มเปิดจากด้านข้างทีละเล็กทีละน้อย
ตูม
ทางเข้าได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงอันดัง
โรอันลังเลที่จะเข้าไป
และไม่นานเขาได้ก้าวเข้าไปด้านใน
กึก กึง กึกก
กำแพงหินได้ปิดกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งและปิดกั้นถ้ำอย่างสมบูรณ์
วงล้อสีเงินที่กำลังหมุนอยู่ได้ได้หายเข้าไปในกำแพง
หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับมาเป็นความมืดและความเงียบอีกครั้ง
……………………
โรอันอยู่ในสภาพเหม่อลอย
เขาไม่อยากจะเชื่อฉากที่อยู่ด้านหน้าเขา
เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในถ้ำขนาดเล็ก
‘หรือว่าภูเขามาเอลนั้นด้านในจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าทั้งหมด?’
‘หรือเกิดจากการเจาะที่ละเล็กละน้อยจนกลายเมาเป็นอย่างที่เห็น’
โรอันส่ายหัวไปมาและเริ่มเดินเข้าไป
‘จากที่เราคิด ที่นี่น่าจะเป็นพื่นที่ของท่านไบเอท’
เป็นสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นที่อยู่ของไบเอท? ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีข้อมูลมาก่อนก็ตาม
ในพื้นที่นี้มีน้ำไหลมาจากทางตะวันออกไปทางตะวันตกและแม่น้ำที่ไหลจากทางเหนือไปทางใต้ ในสถานที่นี้มีแม่น้ำไหลผ่านเข้ามาสองสายและไหลมารวกันเป็นสระขนาดใหญ่
สิ่งที่น่าแปลกใจ คืออีกด้านหนึ่งของกำแพงมีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมา
‘เราแน่ใจว่าเราไม่ได้ยินเสียงของน้ำกระจายออกมาเลยแม้แต่น้อย’
รู้สึกว่าสายตาและการได้ยินของเขาแย่ลง
โรอันคอยหลบหลุมขนาดเล็กและขนาดใหญ่หลายแห่งที่อยู่ตรงพื้น และเดินไปยังที่ที่มีหนังสือหลายเล่มถูกซ้อนขึ้น
โต๊ะขนาดใหญ่
และหนังสือที่กระจายไปทั่ว
‘ที่นี่น่าจะเป็นที่ต่อสู้กันระหว่างท่านไบเอทและท่านเรด’
โดยคำนึงสถานที่ๆอยู่ตรงหน้า
ทังสองเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป
พวกเขาไม่ได้ต่อสู้เหมือนกับทหารปกติ
‘การต่อสู้ที่ถูกเก็บเป็นความลับที่นี่’
โรอันเริ่มตรวจสอบหนังสือที่กระจายไปทั่วพื้นและรอบๆ
‘ท่านเรดได้ท้งข้อความไว้ก่อนตาย ท่านไบเอทก็จะคงทื้งอะไรบางอย่างไว้เหมือนกัน’
พวกเขาเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์แม้ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่
เขาคิดว่าไม่มีทางที่คนเหล่านั้นจะจากโลกไปโดยที่ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ก่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ สุภาพอ่อนโยนและสวยงามอย่างท่านไบเอทที่ถูกขนานนามว่าราชินี
มือของเขาเคลื่อนไปยังบนนโต๊ะและหยุด
หนังสือเล่มบางๆได้มาแตะที่นิ้วของเขา
<……ปล่อยให้ท่านจัดการ>
เนื่องจากหนังสือหลายเล่มได้บังเนื้อหาอยู่เขาจึงมองเห็นแค่คำพูดสุดท้ายเท่านั้น
ขณะที่ โรอัน ดึงหนังสือเล่มนั้นออกมาหนังสือเล่มอื่นๆก็ล้มลง
‘ระมัดระวัง!’
โรนันยิ้มจาง ๆ หลังจากตรวจสอบเนื้อหาของหนังสือ
ดูเหมือนว่าเขาได้พบสิ่งที่เขาต้องการแล้ว
<ไบเอท อีลอน ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ให้แก่ผู้ที่พบ>
เนื้อหาด้านในเหมือนกับสิ่งที่เรดทิ้งไว้
แต่ที่แตกต่างก็คือไม่ใช่เรดแต่เป็นไบเอท
อย่างไรก็ตามในเนื้อหาที่ถูกเขียนขึ้นนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
<เหตุผลที่เราเลือกถ้ำเปล่าอันกว้างใหญ่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของเรานั้นก็เพราะมันเป็นถ้ำของมังกรฟ้าเบลอพื้นที่ทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยพลังงานน้ำ
เพราะแบบนั้น  มันจึงไม่เป็นการเลือกที่แย่สำหรับเรา
แต่ถึงอย่างนั้นเราชื่นชอบทะเลสาบโพสคีนมากกว่า
ที่นั้นมีเด็กๆที่คอยติดตามเราอยู่
นั่นเป็นเหตุผล ที่เราคิดว่าจะมีชีวิตในช่วงสุดท้ายที่นั้น
คนที่มีโชคชะตาเชื่อมโยงกับเรา
สำหรับท่านที่ได้เข้ามาที่นี่แล้วอ่านนี่ หมายความว่าท่านได้รู้ถึงแก่นแท้แห่งวารีหรือท่านได้ดูดซับมันไว้แล้ว>
‘หา? แก่นแท้แห่งวารี?’
โรอันขมวดคิ้ว
เขานึกถึงหยดน้ำสีเงินที่ดูดเข้าไปในนิ้วของเขา
‘หรือนั้นคือแก่นแท้แห่งวารี?แต่ทำไมมันถึงอยู่ที่พื้น?’
เขาไม่รู้ว่าทำไม
โรอันยังคงอ่านเนื้อหาต่อไป
<ข้าขอมอบถ้ำนี้ให้แก่ท่าน ท่านสามารถใช้สิ่งที่นี่ได้ตามที่ท่านต้องการ แม้จะเป็นหนังสือและวัตถุบางอย่างก็ตาม ถ้าบางทีท่านอยากเป็นสุดยอดแห่งนักเวทธาตุน้ำ มาที่พอสคินและหาเรา เราจะทิ้งบางอย่างให้ท่านที่นั้น
คนที่พบ จะสามารถได้รับความแข็งแกร่งของวารีและลูกๆของเรา>
เป็นคำพูดที่ยากจะเชื่อ
และแตกต่างจากคำพูดของเรดที่ตรงไปตรงมาและรัดกุมคำพูดของไบเอคนั้นมีความอ่อนโยนและมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตามคำพูดสุดท้ายของเธอก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา
<ลาก่อน>
“เฮ้อ”
โรอันถอนหายใจออกมาพลางกอดไปที่หนังสือเล่มนั้น
เขานั่งไปที่เก้าอี้และตกอยู่ในภวังความคิดของเขา
‘ตอนนี้เราเข้าใจว่าทำไมที่ตรงนี้จึงมีขนาดใหญ่และแปลกๆ…’
มันเป็นระยะเวลา 200 ปีที่มังกรได้สูญหายไป
แต่เรื่องเล่าของเหล่ามังกรก็ได้รับสืบทอดต่อๆกันมาไม่ตกหล่น
และถ้ำมังกรก็เหมือนกัน
ถ้ำนี้เป็นสถานที่ที่พวกมนุษย์ไม่สามารถเข้ามาได้ตามใจหรือสร้างรอยทิ้งไว้ได้
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
‘ดยุก วอยซา ที่ได้เทคนิกมานาเฟรมดอร์ ไปจากไวเคานต์พอตเตอร์คงไม่ได้รับข้อความของท่านเรดทิ้งไว้’
เขาเริ่มนึกถึงอย่างช้าๆ
“อ่า….”
เสียงอุทานออกมาเบาๆ
“งั้นที่ว่าทำไม ดยุก วอยซาได้สนใจในการครอบครองทะเลสาบพอสคิน…..”
เป็นความรู้สึกราวกับเหมือนพบจิ๊กซอร์ที่ขาดไป
‘ดยุค วอยซา ทำทุกอย่างเพื่อพยายามเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ แต่เมื่อเขาไม่สามารถเข้าไปได้เขาหันไปจดจ่อกับทะเลสาบแทน’
เขาคิดว่าไบเอทก็จะทิ้งบางสิ่งไว้เหมือนเรดที่กำลังจะตาย
‘นั้นคือเหตุผลที่ทำไมเขาจึงมาสนใจที่จะจัดการทะเลสาบ’
แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ
แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวของดยุควอยซา สามประเทศที่อยู่รอบๆทะเลสาบจึงได้สนใจทะเลสาบไปด้วยทำให้ทั้งหมดแข่งขันกัน
‘และตอนนั้นเอง ราชาโจรสลัดเบ็ก….’
เมื่อเขาคิดถึงจุดนี้
ปัง
เขาลุกขึ้นยืนทันที
เก้าอี้ได้ล้มลงไปด้านหลังแต่เขาไม่สนใจ
เขาตะโกนออกมาเสียงดังราวกับเสียสติ
“เบ็ก! ไอ้หมอนั้นได้ค้นพบของบางอย่างของท่านไบเอท!”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/