0 Views

“ก็ดี งั้น”
ท่าทางดูเหมือนไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร
เขาเดินกลับไปและเดินไปที่โต๊ะและหยุดพร้อมกับหันหลังมาที่โรอันอีกครั้ง
“เจ้าจะกลับมา ใช่ใหม?”
คำถามเดิม
โรอันพยักหน้าแทนคำตอบ
อารอนถอนหายใจออกมาพร้อมกับไปที่โต๊ะ
เขาดูคำขอร้องที่อยู่บนโต๊ะและยกปากกาขึ้น
‘ถ้าเราเซ็นลงไปโรอันจะไป’
อารอนขมวดคิ้ว
เขาไม่ใช่ทั้งเสนาธิการหรือผู้บัญชาการกองกำลัง
เป็นเพียงผู้ช่วยทหารระดับ 5ที่ได้ขอลาหยุด
เหตุผลของเขาชัดเจน
‘ญาติที่อยู่ทางใต้ของราชอาณาจักรได้เสียชีวิตไปแล้ว … ’
นอกจากนั้น เขาเป็นเพียงทหารธรรมดาที่ได้ร้องขอลาหยุด
มันแตกต่างจากกรณีอื่น แต่พลหอกสามารถหยุดได้เป็นเวลา 1ปี
อย่างไรก็ตาม พวกทหารที่ได้หยุดไปจะไม่ได้รับเงินเดือน
ถึงอย่างนั้นก็ตาม เขาก็ไม่สามารถลงนามได้อย่างง่ายดาย
เขาอยากให้โรอันเปลี่ยนความคิดและปฏิเสธการลาพักร้อนออกไป เพราะเขากลัวว่าโรอันจะย้ายไปอยู่กลุ่มอื่น
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา
เขามีความสัมพันธ์กับกองกำลังที่อยู่ ตอนนี้ พวกเราจะไม่ปล่อยให้เขาไปไหนตามต้องการได้แน่
‘แต่ถ้าเป็นกองทัพที่ระดับสูงกว่าของพวกเรา มันจะแตกต่างออกไป’
เหล่าพวกกองกำลังระดับสูงอาจจะขู่โรอัน ไม่สิ ถึงแม้ในระดับกลางหรือระดับล่างของกองกำลัง พวกเขามีวิธีการรับสมาชิกใหม่แทนผู้ที่ลาออกไป
ถึงอย่างไรก็เถอะ อารอนกังวลว่าโรอันจะหายไปจากเขา
‘ตอนนี้ทางภาคตะวันตกนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับโรอันไปทั่ว’
หลังจากครึ่งเดือนที่การต่อสู้ในที่ราบแสลนได้จบลง
หลังที่สนามรบได้ถูกเก็บกวาด เหล่าทหารที่มาจากกองกำลังวิหกดำและจากกองกำลังโรสต่างพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องโรอัน
ถึงแม้ว่าพวกทหารจะไม่ทำเช่นนั้น ข่าวลือเกี่ยวกับทหารที่ใช้กลยุทธ์ที่มัศจรรย์และได้ฆ่าไวโอรินในคนเดียวกันก็จะกระจายออกไปโดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกันข่าวลือที่มีการแพร่กระจายอย่างคลุมเครือและไม่เป็นระเบียบก็ได้แพร่กระจายไปอย่างถูกต้องตามการยืนยันของเหล่าทหาร
‘เขาออกไปจากเราเร็วกว่าที่เราคิดไว้อีก’
เขาไม่คิดว่าเขาจะสามารถซ่อนเขาไว้กลับตัวได้ตลอด
แต่อย่างน้อย เขาต้องการให้ให้เขาอยู่ข้างเดียวกับเรา ก่อนที่จะออกไป
‘เรายังไม่ได้รับการตอบรับจากไวเคานต์ รีเอล เบกเกอร์….’
อารอนถอนหายใจออกมา
‘ใช่ อย่างน้อยถ้าเขากลับมา ก็ดีกว่าเขาออกไปจากพื้นที่ทางนี้’
แกรกๆ
ปลายปากกาขยับอยู่บนกระดาษ
อารอนเซ็นเสร็จแล้วและก็ถอนหายใจออกมายาวๆ
และมองไปจับจ้องไปที่โรอัน
“เจ้าจะกลับ… ไม่ เจ้าคิดว่าจะไปนานเท่าไร?”
ภูมิภาคทางไต้นั้นอยู่ไกลออกไป

มันเกือบจะอยู่ตรงกันข้ามกับที่นี่ ปราสาทไอเพ่น
ไม่มีเส้นทางที่ไกล้เลย
จากคำถามของอารอน โรอันตอบกลับโดยไม่มีการลังเล
“ถ้าอย่างเร็วที่สุด  1เดือน และถ้าอย่างช้าก็ 3 เดือน”
อารอนพยักหน้า
“อย่าลืมว่าคำพูดของทหารนั้นสำคัญกว่าชีวิตของตนเองนะ”
“ครับ ผมจะจำไว้”
โรอันยิ้มและก้มหัวลง
อารอนเดินเข้ามาด้านหน้าโรอัน
เขายื่นเอกสารขออณุญาติให้และตีไปที่ไหล่ของโรอัน
“เดินทางดีๆ และกลับมาด้วย”
“ครับ ขอบคุณครับผม”
โรอันก้มลงไปอีกครั้ง
อารอนเดินกลับไปที่นั่งของเขา
“อ่า! ข้ามีของบางอย่างจะให้เจ้า”
“ของ?”
โรอันถามกลับ อารอนก็พยักหน้ารับ
“ใช่ แต่มันยังถูกเตรียมการอยู่ยังไม่เสร็จดี ถ้าเจ้ากลับมาแล้ว เราจะให้เจ้าตอนนั้น” (TL: เอาของมาล่อด้วย 555)
“เข้าใจแล้วครับ”
โรอันใม่ได้ถามอะไรอีกและโค้งอำลา
อารอนมองไปที่ม้วนกระดาษในมือของโรอันและสบัดมือ
“เจ้าออกไปได้แล้ว”
แม้ว่าเขาจะพยายามจะไม่ได้แสดงมันออกมาแต่ท่าทางของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ
เกลและโรอันทำความเคารพสั้นๆและออกจากสำนักงานไป
อารอน ได้อยู่คนเดียว ได้มองไปที่กระดาษที่อยู่บนโต๊ะและดันไปด้านข้างของโต๊ะ
“เฮ้อ”
เขาถอนหายใจออกมา
‘เราได้ส่งเขาออกไปแล้ว….’
ตอนนี้เขาทำได้เพียงรอให้โรอันกลับมา
เขาเป็นชายที่คุ้มค่าต่อการรอ
‘เพราะขนาดบุตรชายคนโตของตระกูลโอเวลยังประหลาดใจ’
แมรี่และวอลเตอร์ได้มาเขาเมื่อตอนวันเกิด
ทั้งสอง โดยเฉพาะวอลเตอร์ได้ยกย่องโรอันไม่หยุดขณะที่พวกเขาอยู่ในปราสาทไอเพ่น
‘ถ้าโรอันอยู่กับเราและแมรี่จับวอลเตอร์อยู่….’
รอยยิ้มปรากฏที่ตรงมุมปากของอารอน
‘แค่คิดก็สนุกแล้ว’
เขาฝังตัวอยู่กับเก้าอี้และหลับตาลง
เขาต้องการสนุกกับการจิตนการนี้อีกสักเล็กน้อย
…………
“ข้าบอกว่าพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมาส่งเราหรอก”
“ไม่ จนถึงทางเข้าปราสาท พวกเราจะคุ้มกันทั้นจนถึงที่นั้น”
ชายหลายคนได้เดินกับเขาไปตามถนน
.
คนที่ผ่านมาและจำพวกเขาได้ต่างโบกมืทักทายพวกเขา
ไม่ ถ้าจะให้ชัดๆ พวกเขาต่างให้ความสนใจกับเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าสุด
“เฮ้ย! ท่านโรอัน! ท่านจะไปไหน?”
“การสู้รบที่แสลนนั้นสุดยอดมาก!”
“เอาผลไม้นี้ไปกิน!”
ชายหนุ่มได้รับของมากมายจากคนที่สนใจในตัวเขา
เขาคือโรอันที่กำลังจะเริ่มออกเดินทางไปทางใต้
และแน่นอนว่า กองร้อย12 ก็ได้ตามเขามา
“เอาล่ะ กลับไปได้แล้ว”
โรอันยืนด้านนอกทางเข้าและได้สะบัดมือของเขา
อัสตินและเหล่าสมาชิกทำความเคราพ
“พวกเราจะรออยู่ที่นี่เมื่อผ่านไปแล้วเดือนนึง”
“ถ้าท่านไม่กลับมา พวกเราจะยืนอยู่ตรงนี้เป็นหิน”
“เดินทางปลอดภัย!”
ดวงตาของทุกคนต่างเร่าร้อนและรุนแรง
‘อย่าห่วงไปเลย เราจะกลับมาแน่ๆ ไม่ เราต้องกลับมา’
โรอันมองไปที่ใบหน้าของสมาชิกกองร้อย 12 ทุกคนและเริ่มเดินออกไป
‘ในอนาคตพื้นที่พอตเตอร์ จะเป็นฐานที่มั่น’
และเป็นเป้าหมายแรกของโรอันได้เลือก
‘เราจะได้ไปที่อาณาเขตพอตเตอร์แล้ว’
แผนการแรกที่เขาได้วางไว้ในมือหลังจากที่เขาได้ย้อนกลับมาที่อดีต
‘แต่ก่อนอื่น…’
เขามีที่ๆต้องไป
จุดมุ่งหมายแรกนั้นอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ออกไปเล็กน้อย
ขณะที่เขาเดินไปเกือบครึ่งค่อนวันเขาก็เห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ
โรอันผ่านทางเข้าหมู่บ้านและเดินไปที่บ้านที่อยู่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่
ก็อก ก็อก ก็อก
“ใครคะ?”
หลังจากที่เขาได้เคาะประตูไม้ที่ดูบอบบาง ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนผอมๆ ได้ปรากฏตัวออกมา
โรอันก้มหัวลง
“ผม ผู้ช่วยทหารระดับ 5 จากกองกำลังโรส ผมเป็นผู้บัญชาการของลูกคุณ”
“อ่า….”
ผู้หญิงคนนั้นอุทานออกมาเบาๆ
โรอันไม่เงยหัวขึ้น
“ผมไม่สามารถช่วยเหลือลูกของท่านได้ เพราะผมยังขาดประสพการณ์อีกมาก ผมขอโทษจริงๆ”
การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของเขา
สถานที่ที่เขามาเป็นบ้านเกิดของแลนเดอร์
“ฮึก”
ผู้หญิงคนนั้นร้องให้ออกมาโดยปราศจากเสียงและได้เช็ดน้ำตาบนใบหน้าด้วยหลังมือ
“เราคือแม่ของแลนเดอร์”
เสียงที่เธอพูดออกมานั้นสั่นเครือ
“ไม่ต้องก้มหัวหรอก”

เธอจับไปที่หน้าของโรอันด้วยมือทั้งสองข้างของเธอและยกหัวของโรอันขึ้น
“ตอนเขากลับมาพักร้อน แลนเดอร์ได้พูดเกี่ยวกับเจ้าด้วยล่ะ เขาบอกว่าเจ้าเป็นผู้ชายที่สุดยอดมาก แม่ยังสงสัยอยู่เลยว่าเขาเป็นใคร แต่เราต้องมาพบเจอกันในรูปแบบนี้…”
โรอันไม่ได้พูดอะไรออกไป
เขามองไปที่ใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ชั่วครู่และยื่นกระเป๋าเล็กๆออกมา
“นี่อาจจะช่วยให้ท่านน้าสบายขึ้นเล็กน้อย….”
“แม่ไม่ต้องการเงินหรอก แม่ได้รับมาเยอะแล้ว”
ผู้หญิงคนนั้นได้ดันกระเป๋าเล็กๆกลับไปให้โรอันและส่ายหัวไปมา
ในดวงตายังเหลือร่องรอยน้ำตาอยู่
“ดูเหมือนว่าแลนเดอร์จะมีเพื่อนๆและคนรอบข้างที่ดี มีผู้คนจำนวนมากมายได้มาหาจากปราสาทเบโน่”
“จากกองกำลังโรสหรอ?”
“ใช่ หัวหน้ากองกำลัง ได้มา และเหล่าสมาชิกกองร้อยที่ 12 ก็ได้มาพวกเขาบอกว่าเป็นเพื่อนของแลนเดอร์ โดยเฉพาะเหล่ากองร้อย 12 ได้มาทุกครั้งที่พวกเขามีเวลาว่างที่และมาช่วยทำนาทำไร่ ต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆ”
เขาเองก็รู้สึกขอบคุณต่อเกลและเหล่าสมาชิกกองร้อย 12
‘คนเหล่านี้เป็นคนที่เรา สามารถอยู่ร่วมได้ตลอดชีวิต’
ถึงความสามารถทีดีและพรสวรรค์ที่โดดเด่นนั้นเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป แต่เขาก็ยังต้องการคนดีหรือคนที่มีมารยาทที่ดีด้วย
โรอันยื่นมือไปจับมือของผู้หญิงคนนี้
“แลนเดอร์เป็นทหารที่ยอดเยี่ยมและเป็นพรรคพวกที่ดี คุณแม่มีลูกที่ดีจริงๆ”
จากคำพูดของเขา แม่ของแลนเดอร์ก็ยิ้มกว้างออกมา
“แลนเดอร์ได้รับการยอมรับจากผู้ช่วยทหารที่เขาคอยเฝ้าชื่นชม แลนเดอร์คงจะภาคภูมิใจมากแน่ๆ ฮึก”
สุดท้ายเธอก็ฝังใบหน้าของเธอลงบนมือของโรอันและร้องให้ออกมา
โรอันกัดฟันแน่นและเขารู้สึกถึงน้ำตาอุ่นๆที่อยู่บนมือของเขา
‘เราต้องแข็งแกร่งขึ้น เท่านั้น….’
ความเด็ดเดี่ยวปรากฏในดวงตาของเขา
‘อย่างน้อยถ้าเราเก่งขึ้น เราก็จะสามารถช่วยคนได้เพิ่มอีกคน’
หยดน้ำตาของแม่ที่สูญเสียลูกชายได้หยดใส่มือของเขา
หัวใจของเขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นเมื่อคิดว่าจะเดินทางไปทางใต้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
ในวันนี้โรอันรู้สึกอีกครั้งว่า
เขามีเรื่องมากมายที่ต้องทำ
……………….
โรอันเริ่มเดินทางอีกครั้งหลังจากได้รับการเยียวยาจากแม่ของแลนเดอร์
ตอนนี้เขาได้เดินทางไปที่หมู่บ้านชาวประมงเพอร์เร ที่อยู่ในเขตุทะเลสาบโพคคีนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่
ทะเลสาบโพคคีน
เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปนี้ ขนาดของมันมีขนาดเล็กกว่าอาณาจักรรินท์เล็กน้อย
รินท์ อิสเทล ดีอิส พันธมิตรไอมัส ได้จัดว่าทะเลสาบนี้เป็นจุดศุนย์กลางของทั้งหมด
‘แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถใช้ทะเลสาบนี้ได้อย่างถูกต้อง’
โรอันมองไปที่ทะเลสาบด้านหน้าที่แผ่ขยายไปไม่มีสิ้นสุดและก็ส่ายหน้า
‘ตอนนี้ มันเป็นเพียงสถานที่หาปลาของหมู่บ้านเล็กๆ’
ไม่ใช่แค่ในอาณาจักร รินท์ เท่านั้น อาณาจักรอื่น ๆ ที่อยู่ในเขตแดนนี้ก็ปล่อยทิ้งมันไว้
เนื่องจากทะเลสาบมีขนาดใหญ่โตและมีมอนสเตอร์ที่ไม่รู้จักอยู่มากมาย
สุดท้ายแล้ว ที่นี่ตอนนี้ก็เป็นเพียงที่หาปลาของหมู่บ้านชาวประมงเท่านั้น
‘แต่ 10 ปีต่อจากนี้ เลือดจำนวนมากจะหลั่งไหลมากมายเพื่อยึดทะเลสาบแห่งนี้’

รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของเขา
‘คนที่ได้ยึดครองทะเลสาบแห่งนี้คือราชาโจรสลัด เบร้ก ที่ใครๆต่างเรียกว่าฉลามเบร้ก’
เขามีต้นกำเนิดจากทหารเรือของอาณาจักรไอมัส แต่เขาทำให้ตัวเองเป็นอิสระและกลายมาเป็นโจรสลัด
เขาใช้ทักษะการเดินเรือที่โดดเด่นและพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเป็นพื้นหลังในการพิชิตทะเลสาบโพคคีน โรอันไม่พอใจกับการที่เขาโจมตีหมู่บ้านและเมืองต่างๆและทำการปล้นสะดม
‘กองทัพเรือของราชอาณาจักรทั้งสี่ได้มาเป็นพันธมิตรกัน เพื่อปราบปราม แต่ก็ไร้ความหมาย’
โรอันถอนหายใจออกมา
‘เราไม่สามารถยกทะเลสาบโพคคีนให้กับคนที่ดุร้ายเหมือนในชีวิตที่แล้ว’
เขาวางแผนจะทำการยึดทะเลสาบโพคคีนให้เร็วกว่าทุกคน
‘ทะเลสาบโพคคีนเป็นสถานที่สำคัญสำหรับแผนการของเรา’
แต่มันมีปัญหาใหญ่อยู่อย่างนึง
‘ยังไม่มีใครเหมาะสม’
ยังไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มีฝีมือเก่งๆในกองทัพเรือ ได้ปรากฏตัวในราชอาณาจักรรินท์
แม้แต่นักกลยุทธอัจฉริยะอย่าง เอียน ฟิลิปส์ก็ไม่สามารถเฟ้นหาและแต่งตั้งทหารเรือที่มีฝีมือและแข็งแกร่งได้
‘ในชีวิตนี้ เราจะทำด้วยตนเอง’
โรอันวางแผนที่จะทำบางอย่างที่เอียนเคยทำล้มเหลว
และแผนการแรก นั่นคือการเดินทางไปกับเรือแทนการเดินทางบนพื้นดิน
‘จนถึงขณะนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครได้ลอง’
การเดินทางบนเรือและการเดินทางไกลเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด
โรอัน กำลังวางแผนหาคนที่จะก้าวเข้ามาและท้าทายบางสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
ตอนนี้เขาไปที่หมู่บ้านบูดูซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านเพอร์เร
มีเรือประมงขนาดใหญ่และขนาดเล็กและชาวประมงมากมาย
โรแมนถามไปที่คนที่ดูน่าเกรงขามมากที่สุด
“คุณช่วยพาเราไปยังดินแดนพอตเตอร์ได้ไหม?”
เขาตอบกลับมาทันที
“อย่าพูดอะไรงี่เง่า”
ชายคนนั้นหันกับมาและตะโกนใส่
โรอันฝืนยิ้มและมองหาคนอื่น
แต่ชาวประมงทั้งหมดก็ได้แสดงปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน
“เจ้าเสียสติหรือไง?”
“อย่างี่เง่า พื้นดินนั่นเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ”
“เจ้าจะให้เงินเราเป็นจำนวนมาก?  หึ หึ หึ หมอนี้ถ้าเจ้ามีเงินจำนวนมากขนาดนี้ทำไมไม่อาศัยรถม้าไปล่ะ? ”
“เงินแค่นี้ไม่พอต่อชีวิตข้าหรอก”
ทุกๆคนพูดแดกดันใส่และต่างส่ายหัว
ในกรณีที่ร้ายแรงหน่อยก็ได้สาบแช่งเขาแบะทำท่าจะต่อยใส่เขา
“เจ้าบอกให้ข้าไปตายด้วยกันหรอ?”
“เจ้าไม่รู้หรือไรว่ามีมอนเตอร์มากมาย! ถ้าอยากตายก็ไปคนเดียว!”
เสียงจะโกนด่าทอทำให้หูของเขาชาสนิท
แต่ถึงอย่างนั้น โรอันก็ไม่ยอมแพ้
เขาเดินทางไปรอบ ๆ เมืองบูโด ตลาด และภายในเมืองเป็นเวลา 4 วันเพื่อมองหาใครสักคนที่จะพาเขาขึ้นเรือไปได้
ถึงแม้เขาจะใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องก็ไม่มีใครก้าวเข้ามา
‘เห้อ สุดท้ายแล้วเราก็ต้องไปทางพื้นดินหรือ?

โรนันนั่งอยู่ที่ชายแดนของหมู่บ้านวูดูและมองไปที่ทะเลสาบสีฟ้า
ทะเลสาบสงบและเงียบ
แสงแดดส่องลงไปในทะเลสาบ
จากนั้นไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ
“เฮ้ย”
โรอันหันหัวไปหาเสียงที่ดังออกมา
เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มที่มีอายุรุ่นคราวเดียวกับเขา
เพียง แต่ร่างกายของเขาดูเบาบางกว่ามาก ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มยิ้มอย่างงุ่มง่ามและพูดออกมาว่า
“เกี่ยวกับการเดินทางเขตุพอตเตอร์ ให้ข้าทำได้หรือไม่? ”
จากคำพูดของเขา โรอันลุกขึ้นยืนทันที
“แน่นอน”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ท่าทางของโรอัน ทำให้ท่าทางของชายหนุ่มมืดมนยิ่งขึ้น
เขาเกาไปที่หัวและเอ่ยออกมาเบาๆว่า
“แต่ ข้าเริ่มขับเรือมาเพียงเดือนเดียว…. เจ้าสนใจใหม?”
“แน่น….”
ขณะที่เขาพูดออกไปได้ไม่คิดอะไร ก็ชะงักทันที
‘เดือนเดียว?’
สายตาของเขาถูกมองไปยังทะเลสาบ โพคคีน
รู้สึกราวกับว่าทะเสสาบที่เงียบสงบได้มีพายุที่รุนแรงก่อตัวขึ้น

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/