0 Views

“ท่านว่าเขาสุดยอดใช่ใหม?”
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ได้ถามออกมาพร้อมกับยิ้มกว้าง
“สุดยอดอะไร? พวกกองทัพอ็อคนั้นโง่จะตาย”
เสียงที่ฟังดูสบายๆออกมาจากอีกข้าง
เจ้าของเสียงเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 20 ต้นๆ
ผิวที่ขาว ใบหน้าที่เข้ารูป และผมยาวสีดำ  ค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่น่ารัก
แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยความสนุกสนาน จึงทำให้เธอดูเหมือนเด็กๆ
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังออกมา
“ไม่ แจนพูดถูก การต่อสู้ในที่ราบสแลนนั้นสุดยอดมาก”
ชายที่นั่งด้านข้างต่อจากหญิงสาวเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีและมีวัยประมาณ 20 ต้นๆ
จากคำพูดนั้น หญิงวัยกลางคนเจนก็ได้เบิกตากว้างและพูดว่า
“ใช่ใหม? เรื่องจริงที่กองพลที่ 7 นั้นสุดยอด ท่านโอเวล”
“ข้าบอกท่านแล้วให้เรียกข้าว่าวอลเตอร์”
“ใช่? ใช่คุณ วอลเตอร์ ”
เจนลังเลและพยักหน้า
วอลเตอร์ โอเวล นั้นเป็นขุนนางและเธอไม่ต่างจากสามัญชน
เพราะแบบนั้นมันจึงกระอักกระอ่วนที่เรียกชื่อจริงของเขาแทนนามสกุลของเขา
“แล้วทหารของกองพลที่ 7ของเราสุดยอดจริงหรือ?”
หญิงสาวได้นำมือมาแตะที่ไหล่ของวอลเตอร์
วอลเตอร์เกาไปที่แก้มเบาๆ
“แมรี่ เราไม่เคยเห็นกลยุทธ์ใดที่ใช้ในพื้นที่สแลนมาก่อน พวกเขาทำป้อมปราการขึ้นโดยใช้เกวียนและถังใส่ของเหลว? เป็นกลยุทธ์ที่เราไม่สามารถจินตนาการได้เลย ”
“อ่า…”
จากที่เขาพูดออกทำให้หญิงวัยรุ่นแมรี่ยิ้มออกมาอย่างร่าเริงและซบไปที่อกของวอล์เตอร์
ดูท่าทางมีความสุข
หล่อนคือแมรี่ เทรต ลูกสาวของอารอน เทรต
‘วอลเตอร์ได้ชื่นชมกองทัพที่ 7’
เธอรู้สึกภูมิใจ
“จะบอกว่าเขาเป็นคนที่ทั้งแข็งแกร่งและอัจฉริยะคนนึง เราพูดถูกใหม?”
“แน่นอน”
เจนพูดแทรก
“หึมมม”
วอล์เตอร์เปล่งเสียงออกมาทางลำคอแก้เขิน
แต่ถึงอย่างนั้น ความภาคภูมิใจปรากฏที่ใบหน้าเขาราวกับว่าไม่คิดปิดซ่อนมัน
“อย่างไร เราต้องการที่จะพบกับคนที่คิดกลยุทธ์นี้และ….”
วอลเตอร์กลืนประโยคท้ายลงไป
‘เราต้องการที่จะพบกับทหารที่ได้ฆ่านักรบอ็อคที่บ้าคลั่งไวโอริน’
เป็นความรู้สึกที่อยู่ในอกลึกๆ
ความอยากแข่งขัน
เขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน
“นั้นคือเหตุผลที่ทำไมพวกเราจึงไปที่สนามรบ”
แมรี่ยื่นริมฝีปากออกไป
ก่อนที่เธอจะได้เข้าสู่ที่ราบสแลน เธอได้พบกับผู้ส่งสารที่อารอนได้ส่งมา
เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงรอเป็นเวลา 4วันในปราสาทที่ไกล้ที่สุดจนการต่อสู้ได้จบลง
และเมื่อสองวันก่อน เธอได้ยินมาว่าการต่อสู้ได้จบลงแล้วจากนักท่องเที่ยวและเหล่าพ่อค้า
ไม่ มันไม่ใช่แค่แจ้งถึงผลการต่อสู้เท่านั้นแต่พวกเขายังเล่าถึงการกระทำของเหล่ากองพลที่ 7อีกด้วย
กลยุทธ์ที่น่าเหลือเชื่อและการสั่งการที่น่าโดดเด่นรวมไปถึงกองทหารที่แข็งแกร่ง
ไม่มีสิ่งใดที่ไม่น่าเชื่อถือ
‘เรายังไม่ลืมท่าทางประหลาดใจของวอลเตอร์หลังจากนั้นได้เลย’
เธอรู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อย
แต่ที่จริง เธอรู้สึกผืดต่อวอลเตอร์
เธอได้มาจากพื้นที่รอบนอกอาณาจักร จากชายแดนด้านตะวันออก  และไม่มีชื่อเสียงหรือตระกูลให้แสดง
ถ้าเทียบกับเชา พ่อของวอลเตอร์นั้นเป็นคนที่มีอิทธิพลมาก เพราะพ่อของเขาเป็นหัวหน้าของอัศวินทั้งหมดและเป็นขุนนางด้วย
รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและทักษะที่น่าอัศจรรย์  เหนือสิ่งอื่นใด ครอบครัวของเขามีอนาคตที่สดใสมาก
วอลเตอร์นั้นได้โดดเด่นเหนือแมรี่ทุกอย่าง
‘แต่วอลเตอร์ได้รับความประหลาดใจจากการกระทำของกองพลที่ 7’
ริมฝีปากของเธอยกสูงขึ้นเล็กน้อย
เธอรู้สึกอยากจะจูบให้กับคนที่คิดยุทธศาสตร์และคนที่ฆ่าไวโอลินเดี๋ยวนี้ ถ้าเขาอยู่ตรงหน้าเธอ
ตอนนั้นเอง เสียงของวอลเตอร์ก็ดังออกมา
“ถึงจะเป็นเรื่องไร้สาระแต่ขอบใจที่รับฟังเรา”
แมรี่ได้ส่ายหัวกับคำพูดนั้น
“ไม่ ถ้าวอลเตอร์ต้องการจะเห็น พวกเราก็จะไปกัน”
วอลเตอร์ได้ยินเรื่องราวจากพ่อค้าและเหล่านักเดินทางจึงได้ขอร้องให้แมรี่ไปพาเขาไปพบกับทหารกองพลที่ 7
แมรี่พยักหน้าทันทีราวกับว่าเธออยากทำอะไรบางอย่างให้กับเขา
มันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้
เธอต้องการที่จะรับฟังในสิ่งที่วอลเตอร์ชื่นชอบ
ในดวงตาของแมรี่ ที่มองไปที่วอลเตอร์นั้นเต็มไปด้วยความรักเต็มๆ
เจนมองไปที่ภาพด้านหน้าและยิ้มออกมา
‘เด็กคนนี้โตขึ้นแล้ว’
มันเป็นเวลา 20 ปีแล้วที่เธอได้อยู่กับแมรี่
เธอไม่เคยออกจากแมรี่ตั้งแต่แมรี่เกิดจนแมรี่อายุ20 ปี
‘เธอตั้งใจที่จะจับคุณวอลเตอร์’
เจนมองไปที่วอลเตอร์
รูปลักษณ์และท่าทางที่ดูดีจริงๆ
โดยปากที่หน้าได้รูป คางที่หนาออกมาทำให้เขาดูสว่าวามมากขึ้น
‘ทางตระกูลของเขาก็ดูดี รูปลักษณ์ก็ดี และเขาก็เป็นศิษย์หัวแก้วหัวแหวนของสถาบันพาเวียร์ ความสามารถของเขาก็สุดยอดอีกด้วย….. ไม่มีใครที่จะเหมาะสมกับท่านผู้หญิงแมรี่ไปมากกว่านี้’
นอกจากนั้น วอลเตอร์ได้ดูแลแมรี่เป็นอย่างดี
และเขาเองที่ไปบอกให้เธอไปแสดงความยินดีในวันเกิดของอารอนเป็นคนแรก
‘ถึงบางครั้งเขาจะก้าวร้าวในตอนแข่งขันไปหน่อย แต่เพราะเว่าเขาเป็นผู้ชายจึงเป็นแบบนี้อยู่แล้ว’
แต่ถ้าเขาต้องการที่จะเป็นใหญ่ในอนาคต เขาต้องควบตุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้
‘บางที เขาอาจจะได้เป็นอัศวินแห่งราชวงศ์ ถ้าเขาได้เป็น…’
แมรี่จะได้ออกจากพื้นที่รอบนอกและไปที่เมืองหลวงมิลเลอร์ ตอนนี้พวกเขาได้แค่ฝันถึงเท่านั้น
‘นอกจากนั้น พวกเขาทั้งสองยังเหมาะสมกันเป็นอย่างมาก’
แจนและแมรี่ต่างมองไปที่วอลเตอร์และไม่ได้พูดอะไร

ตอนนั้นเอง การเคลื่อนที่ของรถม้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและม้าก็ร้องออกมาเบาๆ
จอร์นสัน ที่กำลังขับรถม้าอยู่ก็ได้ตะโกนออกมา
“เราไกล้ถึงค่ายทหารแล้ว!”
หลังเขาได้พูดเสร็จ ทั้งสามก็ได้มองออกไปทางหน้าต่าง
พวเกขาต่างมองเห็นทุ่งราบกว้างสุดสายตา
และพวกเขากเห็นค่ายวิหกดำและค่ายของกองกำลังโรสอยู่ด้านหน้า
ตอนนั้นเอง วอลเตอร์รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นรัว
‘พวกได้มาถึงแล้ว?’
ตรงโน้นมีทหารที่ได้คิดค้นกลยุทธ์ที่สุดยอดขึ้นและมีคนที่ฆ่าไวโอริน
‘เราต้องเรียนรู้ เราจะ….’
รอยยิ้มได้ปรากฏบนใบหน้าของเขา
‘เราจะสู้กับเข้าถ้าเป็นไปได้’
ภายในหัวใจลึกของเขา ต้องการต่อสู้กับคนนั้น
……………..
ถึงแม้ว่าการต่อสู้ครั้งนั้นจะใช้เวลาในการเตรียมการเป็นเวลา 4วัน  แต่การต่อสู้กันเองนั้นไม่ถึงวัน
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เหล่าทหารต่างเหนื่อยล้ากันทั้งสิ้น
พวกเขาต้องการพักผ่อนและหลับ แต่พวกเขายังมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย
อย่างแรก พวกเขาต้องจัดการกับไฟที่ลุกใหม้ที่ป่าริเท่น และรวบรวมศพของพวกอ็อคไว้ที่เดียว
และแน่นอนว่าพวกเขาต้องระมัดระวังในการรวบรวมศพของพรรคพวกตนเอง
พวกเขาได้จัดการเก็บกับดักที่ได้วางไว้และค่อยซ่อมแซมเกวียนและถังของชาวบ้านให้กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม
เพราะพวกเขาไม่ต้องการสร้างความเดือนร้อนให้แก่ชาวบ้านจากการสู้รบ
เพราะแบบนั้นเหล่าทหารจึงได้ทำงานกันไม่หยุด
และกองกำลังที่ 12 ก็เหมือนกัน
เพราะว่าเกลได้วางแผนการจัดการภายในค่ายเป็นอย่างดี
“กองมันไว้ตรงนั้น! ตรงนั้น!”
“เลื่อนออกไปตรงโน้น”
“เอามาให้ข้า”
เหล่าสมาชิกกองร้อย 12 และกองกำลังอื่นต่างเคลื่อนที่กันไม่หยุดและขนพวกอาหารและอุปกรณ์ต่างๆให้อยู่มรที่เดียว
ตอนนั้นเอง ก็มีบางคนแอบหลบไปอย่างเงียบๆ
ถึงจะไม่มีน้ำตาแห่งคาเรี่ยน อัสตินก็รู้ว่าพวกนั้นแอบหลบออกไปอู้
“เฮ้ย! เดี่ยว! เจ้ากำลังจะไปไหน?”
คำพูดที่ดังออกมาทำให้เขาสะดุดและทำให้ถูกคว้าข้อมือไว้
“ข้าจะไปฉี่”
“ชิ!รีบไป!”
หลังที่อัสตินพูดจบ เขาก็ได้พยักหน้าและรีบออกไป
หลังจากที่เขาออกมาจากแคมป์ เขาก็ปลดเข็มขัดออก
“อ่า สดชื่นจริงๆ”
เขาหลับตาลงและสั่นเล็กน้อย และตอนนั้นเองเขาก็ขมวดคิ้ว
‘เสียงอะไร?’
เสียงที่ดังออกมาจากที่ไกลๆแต่ดูคุ้นๆ
เขารีบจัดการกับกางเกงของตนและไปที่ทุ่งราบ
ตอนนั้นเอง เขาเห็นรถม้าที่เคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

“รถม้า?”
รถม้าที่ปรากฏในพื้นที่นี้หลังจากการต่อสู้ได้จบลง
เขาเอามือลูบไปที่กางเกงและวิ่งกลับเข้าไปในค่าย
“ท่านรองผู้บัญชาการ”
“อะไรอีก?”
อัสตินที่กำลังแยกสิ่งของอยู่ได้ถามกับด้วยท่าทางเหนื่อยเล็กน้อย
เสียงที่เบา ราวกลับว่าเขากระซิบ
“มีรถม้ากำลังมา”
“รถม้า?”
เป็นคำพูดที่เขาไม่ได้นึกถึงมาก่อน
อัสตินวางของลงและเดินไปที่ด้านหน้าทางเข้า
คนที่รายงานก็รีบตามหลังไป
เหล่าทหารที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าได้ยกรั้วขึ้นและเตรียมท่าพร้อม
อัสตินมองไปที่รถม้าที่กำลังวิ่งมาที่ทางเข้าอย่างรวดเร็วและขมวดคิ้ว
‘ทำไมรถม้าถึง…..’
ขณะที่เขาคิดอยู่นั้นรถม่ก็ได้เข้ามาไกล้กับทางเข้าแล้ว
“หือ?ธงนั้น….”
เมื่อรถม้าได้เข้ามาไกล้ พวกเขาเห็นธงเล็กๆที่ติดอยู่บนหลังคาได้
ดูเหมือนเป็นธงที่คุ้นตามาก
เขามองไปด้านหน้าและขมวดคิ้ว
“นั้นคือสัญลักษณ์ของท่านบารอน เทรต ? สัญลักษณ์ของผู้บัญชาการกองพล อารอน เทรต”
“น่าจะใช่”
อัสตินพยักหน้า
เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่รู้ถึงสัญลักษณ์ของทหารจากกองกำลังที่ 7
“บางที ท่านผู้บัญชาการ?”
อัสตินได้ส่ายหัว กับคำถามที่เอ่ยออกมา
‘ท่านผู้บัญชาการนั้นชอบนั่งบนหลังม้ามากกว่าบนรถม้า นอกจากนั้นไม่มีทางที่จะใช้รถม้าคันเดียวในการเดินทางของท่านผู้บัญชาการ’
และ มีเพียงอย่างเดียว
‘หมายความว่าตระกูล เทรตได้มาที่นี่…’
จากที่เห็น มันเป็นสถาณการณ์ที่ยากทำความเข้าใจ
‘มีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณหนู คุณนายมาที่นี่?’
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องนี้ได้
ขณะเดียวกันรถม้าได้มาจอดที่หน้าทางเข้า
ครืออ
รถม้าได้หยุดลงพร้อมกับเสียงครางของม้า
อัสตินได้มองไปที่ประตูรถม้าด้วยท่าทางสงสัย
ครืดด
ประตูได้เปิดออกมาพร้อมกับเสียงเสียดสีของไม้
คนแรกที่ปรากฏออกมาคือ เจน
เธอได้ยืนที่หน้าปะตูด้วยท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน
ต่อจากนั้น วอลเตอร์ก็ปรากฏตัวออกมา
เขายิ้มออกมาเล็กน้อยและเข้าไปในค่าย
‘ทัศนคติและสายตาของพวกยามนั้นดีเยี่ยม’
เขารู้สึกว่าทุกข่าวลือเกี่ยวกับการต่อสู้ในที่ราบนี้จะดังออกไปทั่ว
และตอนนั้นเอง แมรี่ก็ปรากฏตัวออกมาที่หน้าประตูรถม้า
วอลเตอร์รีบจับไปที่มือของแมรี่อย่างสุภาพแลค่อยๆพาลงมา
เป็นการเคลื่อนไหวที่สวยและสง่างาม
อัสตินและคนอื่น ที่ได้ดูต่างเบิกตากว้างและหุบปากแน่น
‘คุณหนู!’
‘คุณหนูแมรี่!’
ลูกสาวของบารอน เทรต ได้ปรากฏที่ค่ายทหาร
เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างไม่สบายใจที่คิดว่าบางสิ่งบางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว
ตอนนั้นเองแมรี่ได้ยิ้มและเข้ามาหา
“ยินดีที่ได้พบ คุณรู้หรือไม่ว่าเราเป็นใคร? ”
“ครับ คุณหนู”
อัสตินและคนรอบๆต่างก้มหัวลง
แมรี่ยิ้มออกมาและส่ายมือไปมา
“เรามาพบท่านลุงโรส”
“ท ท่านลุงโรส…?”
การประมววลผลของพวกเขาหยุดลงไปชั่วขณะ
แมรี่ยื่นริมฝีปากออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ผู้บัญชาการของที่นี่ เรากำลังพูดถึงท่านเกล”
“อ่า! ผู้บัญชาการ”
อัสติน และเหล่าทหารรอบๆต่างเข้าใจและได้พยักหน้า
ตอนนั้นเอง ด้านหลังของพวกเขาก็มีเสียงดังออกมา
“เกิดอะไรขึ้น?”
เจ้าของเสียงคือโรอัน
ขณะที่เขากำลังจัดการสิ่งของอยู่ภายในค่าย เขาพบว่ามีรถม้าได้เข้ามา
เขาถอดเสื้อออกและพันผ้าพันแผล เพื่อรักษาบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้กับไวโอรินบริเวณหน้าอก
นอกจากนั้น เขาเพิ่งทำความสะอาดร่างกายมาหมาดๆ ทำให้น้ำยังไม่แห้งออกไป
และเนื่องจากการฝึกฝน การซ้อมรวมถึงการต่อสู้ ทำให้ร่างกายของเขามีกล้ามเนื้อที่กำลังก่อตัวและผิวที่เข้มดูดี
เพราะว่าเขาได้ใช้วิธีการฝึกฝนที่ถูกคิดหลังจากนี้20ปี กระดูกและกล้ามเนื้อของเขาจึงได้รับการเติบโตอย่างเหมาะสมและเพราะแบบนั้นเขาจึงดูสูงขึ้นเล็กน้อยและร่างกายของเขาก็ดูสมส่วนขึ้นอีกด้วย
คำพูดสั้นๆ ร่างกายที่ดูดีเมื่อมองไปที่เขา ทำให้พวกเขาหมดคำพูด
นอกจากนั้นเส้นผมของเขายังมีหยดน้ำที่ยังไหลมาตามเส้นผมทำให้ดูป่าเถื่อนเล็กน้อย
‘เขาดูเท่’
รวมถึงอัสตินและเหล่าทหารรอบๆต่างเปิดปากค้าง
และเป็นเหมือนกับวอลเตอร์และแมรี่
‘มันเป็นความรู้สึกว่าเขาได้ครอบงำผู้คนทั่วไป’
วอลเตอร์คิด
‘มัน มันคืออะไร? ถึงเขาจะดูป่าเถื่อนแต่ทำไมในเวลาเดียวกันเรารู้สึกถึงความเศร้าจากเขาด้วย’
แมรี่คิด
‘พระเจ้า เขาช่างดูเท่จริงๆ’
สุดท้ายเป็นสิ่งที่เจนคิด

อันที่จริงโรอันนั้นเหน็ดเหนื่อยทั้งทางจิตใจและร่างกายเนื่องจากการต่อสู้กับไวโอรินและการเสียชีวิตของแลนเดอร์
และนั้นทำให้เขามีบรรยากาศแปลกๆออกมา
ความเศร้าโศกและความไม่สบายใจ
‘ราวกับว่าเขากำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ’
ดวงตาของแมรี่เปล่งประกายออกมา
แต่เธอไม่รู้เรื่องนี้
โรอันที่ยังเหน็ดเหนื่อยอยู่และดวงตาของเขาก็เผยอาการเหนื่อยล้าออกมา
โรอันได้เดินผ่านอัสตินและเหล่าทหารที่ยืนอยู่ด้านหน้าแมรี่และวอลเตอร์
“ผมคือผู้ช่วยทหารระดับ 5 ของกองกำลังโรส เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนนั้นเองแมรี่ก็ยิ้มและพูดกลับมาว่า
“เราคือ แมรี่ เทรต เรามาพบกับลุงเกล”
“อ่า…”
โรอันก้มหัวลง
‘งั้นคนนี้ คือลูกสาวของผู้บัญชาการอารอน’
เขารู้ถึงเหตุผลแล้วว่าทำไมอารอนจึงเป็นห่วงเธอมาก
‘เธอน่ารัก’
เขาให้สัญญาณมือแก่เหล่าทหาร
ครับ
รั้วไม้ที่กันทางเข้าได้ถูกเปืดออก
“ผมจะนำท่านไป”
จากคำพูดของโรอัน แมรี่พยักหน้า
“กรุณาด้วย”
เสียงที่ดูอ่อนโยนและนุ่มนวล
โรอันพยักหน้าเล็กน้อยและเดินนำหน้าพวกเขาไป
ด้านหลังของเขามี วอลเตอร์ แมรี่และเจนได้ตามออกไป
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาไปในค่ายทหาร เหล่าทหารได้วางสิ่งของลงและมารวมกันทันทีที่พวกเขาเห็นผู้หญิง
“หา? นั้น คุณหนู”
“นั้นคุณหนูแมรี่”
“เธอมาทำอะไรที่นี่?”
ทุกคนจำแมรี่ได้และโบกมือหรือก้มหัวลง
วอลเตอร์ที่เดินตามมาด้านหลัง ก็มองไปที่พวกเขาและยิ้มออกมา
‘ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นที่ชื่นนชอบของเหล่าทหาร’
หมายความว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่นิสัยไม่ดี
‘เราได้ตัดสินใจเลือกคนที่ดีจริงๆ’
ขณะที่วอลเตอร์ได้คิดอยู่ โรอันที่กำลังเดินนำหน้าก็หยุดเดิน
และในเวลาเดียวกันก็มีเสียงทุ้มๆดังออกมา
“คุณหนู!”
ชายวัยกลางคนได้เข้ามาและยิ้มออกมาอย่างสดใส
เกลนั้นเอง คนที่แมรี่ได้เรียกว่าลุง
“ท่านลุง!”
แมรี่ยิ้มออกมาและโบกมือไปมา
ทั้งสองได้จับมือกันและกล่าวทักทายกันชั่วครู่

หลังจากนั้น แมรี่ก็ชี้มาที่วอลเตอร์
“นี่คือวอลเตอร์ วอลเตอร์ โอเวล”
“เราคือผู้บังชาการกองกำลังโรส เกล จากกองพลที่ 7”
เกลก้มศรีษะลง
เขาเห็นแมรี่ตั้งแต่ยังเป็นทารกแรกเกิด เขาสามารถพูดคุยกับเธอได้โดยไม่ลังเลใจ แต่แตกต่างกับกรณีของวอลเตอร์
สถานะด้านหน้า อายุและระดับไม่สามารถเทียบได้เลย
“เราวอลเตอร์ โอเวล”
วอลเตอร์ยังเก่งในการแสดงความสุภาพ
หลังจากการแนะนำตัวสั้นๆจบลง เกลได้มองมาที่แมรี่
“แต่คุณหนูมาทำอะไรที่นี่?”
“อ่า….”
จากคำถามนั้น แมรี่มองไปที่วอลเตอร์ชั่วครู่และตอบกลับมาเบาๆ
“พวกเขาเล่าว่ามีใครบางคนที่ได้วางแผนกลยุทธ์สุดยอดมในการต่อสู้ในที่ราบสแลน เราต้องการจะพบกับคนๆนั้น เขาเป็นใคร? บางทีอาจจะเป็นท่านลุงกุหลาบ?หรือท่านลงนกดำ? บางทีอาจจะเป็นเหล่าผู้ช่วย?”
เธอได้พูดถึงผู้บัญชาการกองกำลัง เจฟเฟอร์สันเมื่อเธอพูดว่าท่านลุงนกดำ
แมรี่ไม่หยุดหายใจและหลังจากที่เธอได้พูดจบเธอมองไปที่ดวงตาของเกลอย่างจดจ่อ
คล้ายเป็นนัยว่า ต้องการคำตอบทันที
เกลยิ้มและตอบกลับ
“ถ้าเป็นคนนั้นคุณหนูได้เจอเขาแล้ว”
จากคำพูดนั้นแมรี่และวอลเตอร์ต่างแสดงท่าทางตกใจ
“หา? พวกเราได้พบเขาแล้ว?”
“ใช่”
เกลตอบสั้นๆและขี้ไปที่โรอันที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา
“เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ได้วางแผนกลยุทธ์นี้”
ตูม
ทันใดนั้นดวงตาของวอลเตอร์และแมรี่ก็เบิกกว้าง
ท่าทางของพวกเขาราวกับว่ามีใครมาตีที่ศรีษะของเขา
“ผมผู้ช่วยทหารระดับ5จากกองกำลังโรส”
โรอันก้มศรีษะลงด้วยท่าทางสุภาพ
‘นี่คือคนที่ได้คิดกลยุทธ์ที่สุดยอดออกมา?’
แมรี่มองจ้องไปที่ใบหน้าของโรอัน
ถึงอย่างไรเธอก็มองว่าเขาไม่ค่อยดูเหมือนคนใช้สมองเท่าไร
“โอ้ ใช่ๆ! มีอีกอย่างนึง”
แมรี่ตบมือตนเองและมองไปที่เกลอีกครั้ง
“มีอีกคนที่เราอยากพบ”
“บอกมา”
“พวกเขาบอกว่ามีทหารที่ได้กำจัดนักรบอ็อคหญิงคลั่งไวโอริน คนนั้นอยู่ไหน?”
เกลได้ยิ้มอีกครั้งและตอบกับมา
“ท่านได้พบกับคนๆนั้นแล้ว”
“หา?พวกเราเคยพบคนนั้นแล้ว?”
แมรี่แสดงท่าทางปนะหลาดใจและมองไปรอบๆ
วอลเตอร์ก็มองไปรอบๆเหมือนกัน

เกลวางมือบนใหล่ของโรอัน
“เพื่อนคนนี้ก็ได้บั่นหัวของไวโอรินอีกด้วย”
ตูม
สองตาของพวกเค้าเบิกกว้างอีกครั้ง
ไม่ ครั้งนี้เบิกกว้างกว่า
พวกเขาต่างเผยอปากโดยไม่รู้ตัว
อีกด้านโรอันพยักหน้าอย่างสุภาพอีกครั้ง
“ผมผู้ช่วยทหารระดับ5จากกองกำลังโรส”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/