0 Views

เสียงดังไปทั่วผืนป่า
สำหรับโรอันและหล่าสมาชิกกองร้อนที่12 นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก
เพราะว่าทุกคนในกองร้อยนั้นมีค่ากับเขามาก
“ไวโอริน!ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีชวิตอยู่อีก!”
โรอันลุกขึ้นยืน
เหล่าทหารได้ตามมาถึงทีหลัง
“แลนเดอร์!”
“อ่า…..”
“ปะ เป็นไปได้อย่างไร….”
พวกเขาจ้องมองและพูดอะไรไม่ออก
บางคนที่จิตใจอ่อนไหวเช่นเกล็นได้หลั่งน้ำตาออกมา
โรอันมอบศรีษะของแลนเดอร์ให้กับอัสตินอย่างระมัดระวัง
“อัสติน นำกลับไปพร้อมกับสมาชิกกองร้อย”
จากคำพูดของโรอัน อัสติอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“ท่านจะทำอะไร?”
โรอันตอบสั้นๆและหันหน้าไปด้านหน้า
“เราจะตัดหัวของไวโอรินเพื่อมอบความยุติธรรมให้แก่แลนดกอร์”
เขาหันไปมองที่ไวโอรินที่หลบอยู่ในหมอกควันสีขาว
หล่อนได้หลงทิศทางเพราะว่าหมอกได้ปิดวิสัยทัศและกำลังเดินไปที่ไฟลุกใหม้
ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่รู้ว่าใครที่ได้ฟาดดาบลงไป
‘สุนักตัวเมีย!เราจะตัดหัวมันเพื่อสังเวยให้แลนเดอร์’
โรอันกำลังเข้าไปภายในกลุ่มควัน
“อย่าไป! พวกเราอยู่ไกล้เปลวไฟแล้ว มันอันตรายเกินไป!”
“ท่านผู้ช่วย!อันตรายเกินไป!”
เหล่าทหารกองร้อย 12 พยามหยุดโรอันและเรียกโรอัน
แต่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงของโรอันตอบกลับมาอีก
“โธ่ เว้ย!”
อัสตินเตะไปที่พื้นอย่างแรง
ถ้าเขาสามารถมองเห็นได้ดี เขาคงจะเคลื่อนไหวได้ตามใจ
สุดท้ายแล้ว เขาทำได้เพียงทำตามคำสั่งของโรอัน
เขามองไปที่ศพของแลนเดอร์ที่อยู่บนพื้น
“อ่า….”
เสียงอุทานดังออกมาเบาๆจากปากของเขา
เป็นเวลา8ปีที่ได้ร่วมรบกลับเขา
ในเวลานั้นมีเพื่อนร่วมรบมากมายที่เสียชีวิตไป
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเสียใจหนักขนาดนี้
“ไอ้งี่เง่าเอ้ย”
อัสตินคุกเข่าที่ด้านหน้าศพของแลนเดอร์
“จะมีไอ้บ้าที่ไหนที่ตะโกนไปทั่วแบบนี้ในสนามรบ หา? ใครจะบ้าตะโกนแบบนี้?”
เขาตีไปที่หน้าอกของแลนเดอร์และร้องให้ออกมา
“ไอ้บ้า! เจ้าบอกว่าจะรับเหรียญตราผู้ช่วย!และเจ้าต้องการให้ข้าหุบปากหลังจากที่ได้เป็นแล้ว!”

อัสตินทนไม่ได้ที่จะมาจบแบบนี้ และน้ำตาก็หลั่งออกมา
“ฮึก”
“กรอด”
เหล่าสมาชิกคนอื่นๆก็กัดฟันตนเองและดวงตาของพวกเขาก็กลายเป็นสีแดง
พียร์ส ที่ไม่ค่อยได้แสดงอารมณ์ออกมา ก็เช็ดน้ำตาและพึมพำออกมา
“แม่ง เพราะควันพวกนี้….ฮึก”
แต่เขาไม่สามารถซ่อนเสียงร้องให้ที่ดังออกมาจากปากเขาได้
“ฮึก ฮึก”
“ฮืออ”
เกล็นและคนอื่นไม่สามารถที่จะทนได้อีกและร้องให้ออกมาเสียงดัง
พวกเขาจำได้ถึงสิ่งที่เกล็นได้บอกกับพวกเขาพร้อมรอยยิ้ม
<หลังจากการต่อสู้จบลง มากินเลี้ยงกัน>
คำพูดที่เขาพูดก่อนจะต่อสู้
เพียร์สกลืนน้ำลายลงและสะอื้นและส่ายหัวไปมา
“ความสนุกในการกินอาหารโดยไม่มีแลนเดอร์….”
ความเศร้าโศกได้ปกคลุมไปทั่วป่า
วันนี้เป็นวันที่ได้สูญเสียเพื่อนไปและส่วนนึงของหัวใจพวกเขา
…………..
เปรี้ยะ เปรี้ยะ
เสียงเปลวไฟได้ลามไปตามต้นไม้ดังออกมา
เปลวไฟสีแดง
ในตรงกลางนัน ไวโอรินยืนอยู่ตรงนั้น
“ตอนนี้เห็นได้ชัดเจนขึ้นแล้ว”
หล่อนมองไปที่ด้านหน้าของเธอและยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยว
ขณะที่หล่อนวิ่งหลบหนีควันไฟ หล่อนได้มาอยู่ตรงกลางกลุ่มเปลวไฟ
บางทีเพราะว่าเปลวเพลิง ทำให้กลุ่มควันที่ปกคลุมไปทั่วได้เลือนหายออกไป
“ข้าจะตัดหัวของเจ้า”
เจ้าของเสียงที่เย็นเยียบคือโรอันนั่นเอง
เขาค่อยๆหายใจออกและสงบสติตนเองลง
“คนที่ตายไปเป็นลูกน้องของเจ้า?”
“แลนเดอร์ คือชื่อของเขา”
โรอันพูดออกมาอย่างเย็นเยียบ
ไวโอรินยิ้มและพยักหน้า
“ข้ามองไม่เห็นด้านหน้า ข้าจึงตัดหัวของคนที่พูดเสียงดังออกมา ข้าสงสัยว่าจะทำอย่างไรดีถ้าเป็นเจ้า เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าได้ตายอย่างง่ายๆ”
เธอได้ชี้ไปที่เปลวไฟที่ถูกแพร่กระจายด้วยแรงลม
“มันเป็นที่ๆดีที่จะตายด้วยกันใช่ใหม?”
ไวโอรินคิดถึงการตายของสามีอีกครั้งและบ้าคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง
“ด้วยกัน?อีนี่มันบ้า”
โรอันนำหอกไปชี้ที่ไวโอริน
ไฟลามไปที่ต้นไม้อื่นๆทั้งสองข้างทาง
ถึงอย่างนั้น โรอันและไวโอรินต่างไม่สนใจเลย
‘ครั้งนี้ เราก็ได้ความสามารถของแหวนแห่งเบร็นคุ้มครอง’

ขอบคุณสำหรับความสามารถแหวน  ในการควบคุมอุณหภูมิร่างกายของเขาให้รู้สึกอบอุ่นแม้ในขณะที่เขาอยู่ในท่ามกลางของเปลวไฟล้อมรอบ
“แต่แน่นอนว่า ผิวหนังของเราไม่ได้ดีไปด้วย”
แหวนเบร็นจะช่วยแค่รักษาอุณหภูมิในร่างกาย  แต่ไม่ได้ช่วยกันความร้อนที่เข้ามาทั้งหมด
ถ้าหากเปลวไฟรุนแรงกว่าตอนนี้ จะมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะถูกเผาไหม้ไปด้วย
อีกด้านนึง ไวโอรินไม่ได้รับรู้ถึงความร้อนเพราะว่าตอนนี้หล่อนเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
เพียประโยคเดียว หล่อนกลายเป็นบ้าคลั่งไปเลย
“คิคิ! ข้าจะฆ่าเจ้าก่อนและตามเจ้าไป”
ฉิ้ง!
ไวโอรินหัวเราะแปลกๆและดึงดาบออกมา
เป๊าะ! แกรบ!
ตอนนั้นเอง มีแค่เสียงของไม้ที่ปลิแตกดังออกมา
เปรี้ยะ
ทันใดนั้นประกายไฟได้เกิดขึ้นระหว่างโรอันและไวโอริน
ประกายไฟด้ปรากฏขึ้นตรงระหว่างพวกเขา
ฟุบ!
ทั้งสองได้พุ่งเข้าหากันราวกับว่าพวกเขาได้นัดกันมาก่อน
เคล้ง! เฉ้ง! เกล้ง!
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มขึ้นท่ามกลางเปลวไฟล้อมรอบและมีเสียงโลหะกระทบกันดังออกไปรอบๆ
“อั๊ค!”
“ว้าก!”
โรอันและไวโอรินต่างโจมตีต่อเนื่องโดยไม่หยุด
เมื่อการสู้รบได้เริ่มขึ้น ไฟที่อยู่รอบตัวไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อพวกเขาเลย
ทั้งสองต่างสนใจค่ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น
พวกเขาไม่สนใจประกายไฟที่ได้ตกลงเสื้อเกาะหรือรอบๆตัวเขา
ฉั่ว!
ดาบของไวโอรินได้เฉือนไปที่ไหล่ของโรอัน
‘มันเป็นปิศาจหรือไง’
โรอันมองไปที่ไวโอรินและกัดฟันแน่น
ร่างกายของหล่อนเต็มไปด้วยสีแดงเนื่องจากการแทงหอกของเขา
หล่อนได้สูญเสียเลือกไปมาก
แต่ถึงอย่างนั้น การเคลื่อนไหวของหล่อนไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม
ใม่ ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของหล่อนได้เร็วและแข็งแกร่งขึ้นอีก
เมื่อเขาได้เผชิญหน้ ากับหล่อน เขารู้สึกว่าหล่อนคล้ายกับนักรบที่บ้าคลั่ง
‘เราไม่สามารถสู้รบเช่นนี้’
โรอันรีบหมุนตัวและแทงหอกไป
“ฮึ่ม!”
ไวโอรินเปล่งเสียงทางจมูกและแกว่งดาบของเธอ
จากนั้นหอกก็ขยับไปมา ราวกับว่าเต้นรำและวิถีของมันก็เปลี่ยนไป
“กรอด!”
ไวโอรินกัดฟันแน่นและดีงดาบกลับ แต่ว่ามันสายไป
ฉึก
หอกได้แทงไปที่ไหล่ซ้ายของเธอ

“อั๊ค!”
อย่างไรก็ตามมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ไวโอรินได้จับหอกด้วยมือซ้าย
โรอันแทงหอกเข้าไปอีกด้วยกำลังทั้งหมดของเขา แต่มันไม่ขยับแม้เพียงนิ้วเดียว
พละกำลังของไวโอรินนั่นน่าตะลึงมาก
การโจมตีของโรอันและไวโอรินยังต่อเนื่องโดยไม่มีการยอมกันแม้แต่นิดเดียว
เคล้ง! เช้ง! กึก!
เสียงโลหะกระทบกันอย่างต่อเนิ่อง
เปรี้ยะ ตึง
ต้นไม้ร่วงลงมาเนื่องจากไฟได้กัดกิน
ความร้อนจากการต่อสู้ได้ร้อนกว่าอากาศโดยรอบมากมาย
“ตาย!”
“ตาย!”
ดาบและหอกต่างได้แกว่งด้วยกำลังทั้งหมดของพวกเขา
เคล้ง!
ประกายไฟแลบออกมาเมื่อเกิดการปะทะกันของโลหะ
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
โรอันหายใจตามไม่ทัน
ไหล่ อก หน้าท้องและต้นขาของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลขนาดเล็กและใหญ่
“แฮ่ก แฮ่ก”
ไวโอรินก็หมดแรงเหมือนกัน
มันเป็นเวลาสักพักที่ความบ้าคลั่งทำให้เธอลืมสันดานนิสัยอันเดิมของเธอ
นอกจากนั้นอาการเจ็บนั้นมากกว่าของโรอันมาก
โดยจะสามารถเห็นแผลลึกมากมาย
พวกเขาแรกเปลี่ยนสายตากัน
‘มาจบกันเถอะ’
‘นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย’
ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้พูดอะไร แต่ต่างเข้าใจที่อีกฝั่งคิด
เปรี้ยะ เปรี้ยะ
เปลวไฟได้ลามมาไกล้พวกเขา
ถึงแม้พวกเขาต้องการที่จะสู้ต่อแต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
โรอันและไวโอรินต่างหายใจเข้าลึกๆและพุ่งไปด้านหน้า
ฉั้ว!
หอกของโรอันได้เฉือนไปที่ไหล่ของไวโอริน
“โฮกกก”
การเคลื่อนไหวของไวโอรินได้เชื่องช้าลงเนื่องจากอาการเหนื่อยล้าของเธอ
เธอได้เผชิญหน้าโรอันและเหวี่ยงดาบออกไป
โรอันกัดฟันแน่นและบิดตัวหลบ
ฉั่วะ!
เกราะอันเก่าของเขาได้ถูกเฉือนออก
ไม่เพียงแค่นั้น เสื้อผ้าด้านในและเนื้อของเขาถูกเฉือนออกไปค่อนข้างลึก
‘กรอด’
โรอันกัดฟันแน่น
จุดที่โดนโจมตีนั้นเป็นจุดที่สำคัญ
เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็วและเหวี่ยงหอกของเขาออกไป
ไวโอรินดึงดาบกลับโดยไม่แม้แต่จะหลบและนำดาบมาป้องกันหอกที่เหวี่ยงมา
เคล้ง!
หอกอาศัยแรงปะทะเหวียงไปอีกด้านนึง
‘มาจบกันเถอะ’
โรอันตั้งใจจะใช้ท่าที่ 7 ของเพียร์ส ไม่ ท่วงท่าโรอัน
มันเป็นท่าที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาสามารถใช้ได้ตอนนี้
‘ฮึบ!’
เขาหายใจเข้าลึกๆ
กล้ามเนื้อบริเวณแขนได้เปล่งขึ้น
เฟี้ยว!
หอกได้คัดอากาศออกไป
ด้ามหอกได้ส่ายไปมา
‘โธ่เว้ย!’
ไวโอรินมองไปที่หอกที่เคลื่อนไหวไปมาและทำให้เธอรู้สึกวิงเวียน
เพราะหอกได้แกว่งกว้างเกินไปเธอไม่แน่ใจว่าจะเล็งไปทางด้านขวาหรือด้านซ้ายดี
“ย้ากก!”
ไวโอรินร้องตะโกนออกมาและเหวี่ยงดาบออกไป
ตอนนั้นเอง
เฟี้ยว!
หอกได้ฟาดผ่านอากาศอย่างรุนแรง ราวกับได้ตัดอากาศบริเวณนั้นออกไป
หอกได้หลบการเคลื่อนไหวของดาบและตัดไปที่ด้านข้างของหล่อน
‘เฟี้ยว!’
การเคลื่อนที่คาดเดาไม่ได้ของเธอ
ไวโอรินได้บิดตนเองและแกว่งดาบออกไป
แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวของหอกนั้นรวดเร็วกว่าที่หล่อนคิดไว้มาก
ฉึก
ใบหอกได้แทงไปที่ด้านข้างของเธอ
‘มันจบแล้ว’
โรอันรู้สึกว่าแรงกดดันที่อยู่ในมือได้ถูกปลดปล่อยแล้ว
ตอนนั้นเองไวโอรินได้กวาดดาบเข้ามาตัดปลายหอกออก
เคล้ง
หอกอันที่แข็งแกร่งถูกตัดออกเป็นสองท่อน
‘เฮ้ย!’
โรอันถอยไปด้านหลังด้วยท่าทางตกใจ
‘ตอนที่พวกเราได้ต่อสู้ตรงที่ราบ มันเกิดรอยปริบริเวณด้ามหอกแล้ว’
ส่วนที่ปริออกได้แตกหักออกเมื่อได้ปะทะกับดาบ
ไวโอรินมองไปที่ถูกแทงทันที
“ย้ากก”
หล่อนหยิบหอกที่แทงไปที่ด้านข้างออกเดินโซเซ
แน่นอนว่าต้องเจ็บปวดอย่างแน่นอน แต่ก็ยังมีรอยยิ้มบนใบหน้าของหล่อน
“ดูเหมือนว่าข้าจะชนะศึกครั้งนี้นะ เจ้าไม่มีอาวุธในมือแล้วแต่ข้ายังมีดาบอยู่”
ไวโอรินแกว่งหอกไปมา
โรอันขว้างหอกในมือที่เหลือเพียงด้ามทิ้งไปและส่ายหัว
“ข้าสงสัยว่าเจ้ายังไม่เห็นสิ่งนี้”
เขานำมือไปที่เอว
เขาแตะไปที่แท่งเหล็กยาวด้วยปลายมือของเขา
‘หอกแห่งทราเวียส’
หอกที่เขาไม่ได้ใช้เลยในการต่อสู้ที่ราบพีเดี่ยน เพราะว่าเขายังไม่มีมานา
แต่ในสถาณการณ์ตอนนี้ นี่เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยได้
ไวโอรินมองมาที่แท่งเหล็กและหัวเราะเยาะออกมา
“ฮ่า ฮ่า! เจ้าจะสู้กับข้าโดยใช้แท่งเหล็กเล็กนั้น?”
หล่อนส่ายหัวไปมาและเดินไปหาโรอัน
“ไปลงนรกด้วยกันเถอะ”
ไวโอรินกัดฟันก่อนที่จะเหวี่ยงดาบในมือ
ตอนนี้หล่อนยังมีรอยแทงจากหอกที่ด้านข้าง ทำให้การเคลื่อนไหวโซเซและช้าลงไปมาก
ฟุบ
โรอันหลบดาบที่ฟาดมาและแทงหอกแห่งทราเวียสไปที่คอของหล่อน
“ฮึ่ม!”
ไวโอรินหายใจออกมาแรงๆและจับไปที่แท่งเหล็กด้วยมือซ้าย
โรอันพยามแทงเข้าไปด้วยแรงทั้งหมดของเขา แต่มันไม่ขยับเลย
“เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าด้วยแท่งเหล็กแต่นี้นะ?”
ปลายหอกได้แตะไปที่คางของไวโอริน
โรอันยิ้มและพยักหน้า
“มัน เพียงพอ ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้อย่างแน่นอน”
“อะไรนะ?”
ไวโอรินขมวดคิ้ว
แค่ชิ้นส่วนโลหะเล็กๆที่มีปลายทู่ๆ จะใช้ฆ่าข้า!
คอนนั้นเสียงของโรอันก็ดังออกมา
“จับให้แน่นนะ”
“เจ้าพูดอะไร?”
ไวโอรินขมวดคิ้วจากคำพูดที่หล่อนไม่รู้ความหมาย
ตอนนั้นเอง โรอันหมุนข้อมืออย่างรุนแรง
คลิก กึก กึก
เสียงที่แปลกประหลาด
ด้านปลายของหอกได้กางออกเป็นรูปกากบาทออกไปด้านข้างพร้อมกับเสียงของโลหะเสียดสีกัน
“หา?”
ไวโอรินเบิกตากว้างและมองไปที่โลหะในมือที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
“ฝากทักทายซีเดร้กให้ข้าด้วยนะ”
โรอันเอ่ยคำลา
ในเวลาเดียวกัน
คลิ้ก
ปลายหอกได้แยกออกมา
เคล้ง
คมหอกได้ยื่นออกมาด้วยเสียงโลหะกังวาล
ฉึก
คมหอกได้ยืดและแทงไปที่คางของไวโอรินและทะลุหัวออกไป
“ก๊าซซซ”
ท่าทางของไวโอรินราวกับไม่เชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
หล่อนล้มลงนพื้น
“วิ้ว….”
โรอันถอนหายใจออกมา
ราวกับว่าเขาหมดแรง
‘เธอเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริงๆ’
หล่อนเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยเผชิญมา
‘เราต้องรีบเรียนการใช้มานา’
ถ้าเขาไม่ทำเช่นนั้นสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกผู้บัญชาการของพวกอ็อคแบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีก
เปรี้ยะ เปรี้ยะ โครม
ตอนนั้นเองเสียงต้นไม้ที่โดนไฟลามใส่ได้ล้มลง
‘เราต้องออกจากที่นี่ตอนนี้’
โรอันดึงหอกทราเวียสออกและตัดคอของไวโอริน
ดวงตาของหล่อนยังเปิดค้างอยู่
‘เราจะมอบหัวนี้ให้แก่เลนเดอร์’
โรอันกัดฟันแน่น
ในเวลาเดียวกันเขาได้เดินออกไปพร้อมกับบมองไปที่เปลวไฟที่ลุกใหม้
คึก พรึบพรึบ
หลังจากนั้นที่ๆเขาได้ออกมา ก็ปกคลุมไปด้วยเปลวไฟ
………………….
การต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้น
กองทัพของไวโอรินถูกกวาดล้าง และผู้เสียชีวิตจากกองกำลังโรสและกองกำลังวิหกดำนั้นมีน้อยมาก
แต่สีหน้าของเกลและเหล่าผู้ช่วยรวมถึงเหล่าทหารต่างไม่ได้แสดงสีหน้าปิติกับชัยชนะครั้งนี้
พวกเขามองไปที่ป่าริเท่นด้วยท่าทางกังวล
ตูม กึงง
ต้นไม้ต่างล้มลงเพราะไฟได้ลามออกไป
และกลุ่มควันได้กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง
“อ่า….”
ท่านผู้ช่วยโรอัน”
“ขอให้ท่านปลอดภัย….”
พวกเขาได้รอโรอันออกจากป่านั้นจนถึงตอนนี้
ตอนนี้ป่าริเท่านได้ถูกกลืนกินโดยเปลวไฟอย่างสมบูรณ์
ตอนนั้นเอง เพียร์สได้เดินไปด้านหน้า
“ข้าไม่สามารถทนได้อีกแล้ว ข้าจะเข้าไป”
จากคำพูดของเพียร์ส อัสตินตกใจและรีบจับตัวเขาไว้
“เจ้าจะทำอะไร?”
“ท่านจะบอกให้ข้ารอและคอยเฝ้าดูหรือ! ข้าจะไปนำตัวท่านผู้ช่วยโรอันกลับมา!”
เพียร์สตะโกนออกมา
จากคำพูดนั้น เหล่าสมาชิกกองร้อย12 ต่างกัดฟันแน่น
“จะดีใหมถ้าพวกเราลาดน้ำใส่ตนเอง?”
“พวกเราก็จะเข้าไปด้วย”
เหล่าสมาชิกกองร้อย 12ต่างนำหน้าออกไปและพูดคุยถึงการที่จะเข้าไปด้านใน
จากที่เขาเห็น เกล เหล่าผู้ช่วยและพวกทหารต่างอุทานออกมาเบาๆ
‘ความสามัคีของกองร้อยที่ 12 นั้นน่าตะลึง’
‘เขาเป็นผู้นำที่ดีจริงๆ’
ตอนนั้นเอง อัสตินที่คอยหยุดเหล่าทหารก็ได้ชี้ไปที่ป่าริเท่น
“อ่า….”
เสียงอุทานออกมาจากปากของทุกคน
เป็นที่ๆทุกคนได้มองไป
เด็กหนุ่มที่ได้หายไปนานได้แสดงตัวที่ทางเข้า
เด็กหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
“ท่านผู้ช่วยโรอัน”
“ท่าน!”
เหล่ากองร้อย 12 ต่างวิ่งไปที่โรอัน
โรอันยกศรีษะไวโอรินไปที่พวกเขา
“ข้าได้นำกลับมาให้แลนเดอร์”
เขาดูท่าทางเหนื่อยล้าแต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง
เหล่าสมาชิกต่างมองไปที่เขาและทำท่าทางราวกับร้องให้ได้ทุกขณะ
พวกเขาไม่ได้พูดอะไรอีก
พวกเขาต่างรู้สึกว่าหัวใจของพวเขาได้รับการโอบกอด

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/