0 Views

“นี่จะดีใช่ใหม?”
จากคำถามของเกล เคนนิสก็ยิ้มกระอักกระอ่วน
“น่าจะเป็นอย่างนั้น?”
แต่น้ำเสียงที่ออกมานั้นเต็มไปด้วยความกังวล
เกล เคนนิสและเหล่าผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างได้มองไปที่เหล่าทหาร
“เดินไปที่นั่น!ตรงโน้น!”
“อย่าเกาะกลุ่มกัน!”
“ทำให้ดูธรรมชาติ!”
เหล่าทหารได้เคลื่อนที่อยู่แถวบริเวณหมู่บ้านมิดิสและที่ราบลุ่ม
เกลยิ้มออกมาและมองไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังสั่งทหารด้วยกันอยู่
“ใช่ กลยุทธ์ที่โรอันได้เสนอมา จะไม่มีปัญหาอะไร”
เกราะที่ทหารหน้ายังเป็นเด็กหนุ่มได้ใส่นั้นมีป้ายสัญลักษณ์ระดับ 5 ของผู้ช่วยทหารติดอยู่  โรอันนั้นเอง
ตอนนั้นเองโรอันได้ปัดมือที่เต้มไปด้วยเศษดินก่อนที่จะเข้ามาหา
“ถึงเวลาที่กองทัพไวโอรินจะมาแล้ว”
หลังจากที่เขาพูดจบ เกลและเหล่าผู้ช่วยได้พยักหน้า
‘พวกเราไม่สามารถจัดตั้งรูปแบบได้อย่างปกติ’
พวกเขาไม่สามารถจัดรั้วไม้แหลมได้
เพราะพวกเขาไม่มีเวลาที่จะมาทำแบบนั้น
‘เราเพียงสงสัยว่าทำไมถึงทำการจัดทำป้อมในสถาณการ์ณแบบนี้’
เกลฝืนยิ้ม
‘ถึงอย่างนั้น พวกเราก็ทำสำเร็จตามแผนการของโรอัน’
ถ้ากองทัพของไวโอรินได้ตกลงไปในกับดัก  พวกเขาจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน
แต่ว่าถ้าผลลัพย์ออกมาไม่เป็นตามนั้นหรือ?
‘มันมีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะโจมตีที่ปราสาทเบโน่’
เกลกัดฟันแน่น
‘พวกเราต้องได้รับชัยชนะ’
เขาตั้งปณิธานแน่วแน่
“กองร้อยและกลุ่มอื่นๆจะถูกย้ายไปตามสถานที่ที่ได้รับมอบไว้”
โรอันกล่าวออกมา
เกลพยักหน้าและมอไปที่ด้านขวาของเขา
เขาเห็น เจฟเฟอร์สันนำกลุ่มกองร้อย วิหกดำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังของอารอน
‘งั้น พวกเราก็เคลื่อนที่กันเถอะ’
เขาพยักหน้าและเดินออกไป
เกลและกองกำลังโรสมีสิทธ์ในการออกคำสั่งในการสู้รบครั้งนี้
เจฟเฟอร์สันได้เดินออกไปตามกลยุทธ์และคำสั่งของพวดเขา
“พวกเราออกเดินได้! ทุกคนอยู่ในจุดที่ถูกมอบหมายไว้นะ!”
จากคำสั่งของเขา เหล่าผู้ช่วยของกองกำลังวิหกดำได้รีบออกคำสั่งต่อเหล่าทหาร
“พวกเราจะเริ่มเคลื่อนที่แล้ว!”
ต่อจากนั้น เกลก็ได้ออกคำสั่งออกมา
เหล่าทหารม้า พลธนู พลดาบฯลฯ ได้เริ่มเคลื่อนที่ไปทางป่าริเทน และหุบเขาเฟลม
กองกำลังโรสและกองกำลังวิหกดำ
จำนวนของทั้งสองกองรวมกันมีอยู่ ประมาณ2500

พวกเขามีจำนวนมากกว่าพวกไวโอริน 500
‘ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีจำนวนมากกว่าแต่ก็ยากที่จะชนะพวกมัน ’
โรอันกัดริมฝีปากและมองไปด้านหลัง
เหลือแค่พลหอกที่อยู่ในพื้นที่
โรอันยกหอกขึ้นและตะโกนออกมา
“ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการสู้รบที่ไม่ง่าย!แต่….”
เสียงของเขาดังขึ้นอีก
“พวกเราจะชนะ!แสดงให้พวกอ็อคงี่เง่าได้เห็นถึงพลังของมนุษย์!”
หลังจากที่เขาได้พูดจบ เหล่าพลหอกได้ยกหอกขึ้นสูงและกระแทกลงบนพื้นดิน
ตึง!
เสียงที่หนักแน่นและสั่นสะเทือนดังออกมาจากเท้าของพวกเขา
‘พวกเราจะชนะอย่างแน่นอน’
การต่อสู้ครั้งนี้มีความหมายกับโรอันมาก
เขาได้เผชิญหน้ากับการต่อสู้หลายครั้งตั้งแต่กลับมาสู่อดีต แต่การต่อสู้ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เคยผ่านมาแล้วในอดีต
เหมือนหรือคล้ายกัน
มันเป็นสงครามที่เขาเคยมีประสบการณ์หรือรู้มาก่อนแล้ว
แต่การต่อสู้ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาในชาติก่อนของเขา
ถึงจะเป็นโรอัน ก็ไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร
‘เราจะเชื่อมโยงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพทั้งหมด เป็นอันเดียว’
เขาได้ผสมกลยุทธ์ตามสถาณการณ์ต่างๆทั้งหมดรวมเป็นอันเดียว
‘เราต้องชนะ’
โรอันกัดฟันแน่น
มันเป็นการสู้รบที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน
เป็นการสู้รบครั้งแรกที่เขาจะได้เผชิญหน้าด้วยความสามารถของเขาเท่านั้น
ถ้าเขาได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เ ขจะได้รับประสบการณ์มากมายและความเชื่อมั่นมหาศาล
ดวงตาของโรอันเปล่งประกาย
‘เข้ามาหาข้านักรบอ็อคหญิงที่บ้าคลั่ง’
อกของเขาสั่นไหวรุนแรง
เขากำมือแน่น
‘ข้าจะส่งมันไปอยู่กับผัวที่รักมากของมัน’
ลมตะวันตกพัดผ่านมาอีกครั้ง
รังสีสังหารได้พัดผ่านมาด้วย
…………………………
ใบมีดที่ถูกลับคบและถูกสร้างมาจากกระดูกสัตว์
ความคมที่ปลายดาบได้ตัดผ่านแขน
ฉั่วะ!
เลือดได้กระจายออกมารอบๆ
“ฮึ่ม”
เจ้าของแขนนั้นได้เลียไปที่แผลด้วยลิ้นที่ยืดยาวออกมา
เลือดได้เริ่มหยุดไหลและเหลือไว้แต่บาดแผล
เป็นบาดแผลที่เปื้อนเลือด

และถัดจากตรงนั้น ก็มีรอยแผลเป็นให้เห็นตามร่าง
‘อย่าลืมความเจ็บปวดนี้ ก่อนที่จะได้แก้แค้นให้สามีข้า ข้าต้องให้พวกมันเจ็บปวดและทรมานเหมือนกัน’
ดวงตาของหล่อนเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
ผิวสีเทา หยาบและเส้นผมที่ดำรุงรังและเขี้ยว4ซี่ที่งอกออกมาจากปากของเธอ
เธอนำดาบเก็บเข้าไปที่เอวและยืนขึ้น
ร่างใหญ่โตที่ใครเห็นต่างก็คิดว่าไม่ใช่ผู้หญิง
และ แขนและขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่โผล่พ้นออกมาจากชุดเกราะ
รูปลักษณ์ที่ทำให้คนเห็นเข้าใจว่าทำไมหัวหน้าอ็อค ซีเดร้กจึงถูกตัดกระเจี้ยวตรงง่ามขาได้อย่างง่ายดาย
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากข้างๆเธอ
“ท่านแม่ทัพไวโอริน พวกเราได้เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
เจ้าของเสียงคือเคริ้กที่คอยรับใช้ไวโอริน อยู่ข้างๆ
“เจ้าได้ให้น้ำกับพวกลูปัสแล้วใช่ใหม?”
“ครับ พวกเรายังให้เนื้อหมูแก่พวกมันด้วย”
จากคำพูดของเขาไวโอรินได้พยักหน้า
“ไม่มีกองกำลังของมนุษย์ในเขต สแลน?”
ความกระหายเลือดออกมาจากน้ำเสียงที่เธอพูด
“จนถึงตอนนี้ พวกเราได้หลีกเลี่ยงสายตาของพวกขยะอย่างมนุษย์  แต่นับจากนี้จะไม่ต้องทำเช่นนั้น เราจะพุ่งทะลวงโดยไม่หยุดชะงัก พวกเราจะบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางพวกเราไว้ และพวกเราจะทำการโจมตีปราสาท เบโน่ ก่อนที่พวกมันจะได้เตรียมการอะไรได้!”
ราวกลับว่ามีเปลวไฟอยู่ในดวงตาของเขา
“ตวักดวงตาของพวกมันกองกำลังโรส และตัดลิ้นของพวกมัน ฉีกแขนขาของพวกมันเป็นชิ้นๆ และ………””
ไวโอรินกำมือสองข้างแน่น
“ข้าจะดูแลไอ้บัดซบโรอันเป็นอย่างดี”
จากคำพูดนั้นเคริ้กได้ก้มหัวลง
“ครับ ข้าจะทำให้เป็นอย่างนั้น”
สายตาของเขาดูจริงจัง
‘หลังจากที่ซีเดร้กได้เสียชีวิตลง อารมณ์ของเธอกลายเป็นบ้าคลั่ง’
ถ้ามีคนทำอะไรผิดสักเล็กน้อย คนนั้นจะถูกเธอบั่นหัวทันที
หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพไวโอรินได้เตรียมตัวที่จะพุ่งไปที่ปราสาทเบโน่
บู้ว! บู้ว!
เสียงร้องของลูปัสดังออกไปทั่ว
กองทัพของไวโอรินได้วื่งไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยจะหยุดก็ต่อเมื่อถึงทางเข้าที่ราบสแลนแล้ว
“หือ?”
ไวโอรินที่ได้นำทัพอยู่ด้านหน้า ขมวดคิ้วและมองไปที่ฉากด้านหน้าที่เธอไม่คาดคิด
“มนุษย์?”
เริ่มต้นจากชายแดนของภูเขา เฟรม และป่า ริเทน และได้แพร่กระจายออกไป
บริเวณทางเข้าป่าริเทน ทหารมนุษย์นั้นกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
‘ทำไมมีทหารมนุษย์อยู่ตรงนี้?’
เป็นสถาณการณ์ที่ไม่คาดคิด
ไวโอเรตเลียกเคริ้กโดยใช้ภาษามือ
“ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของพวกเราจะรั่วออกไป”
“ถึงกระนั้นก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”
เคริ้กหันไปมองที่ป่าริเทนด้วยสายดุร้าย

“เอาพวกเราไปและไปจัดการพวกมัน”
“ครับ ทราบแล้ว”
เคริ้กตอบกลับอย่างรวดเร็วและนำทหารอ็อค500ตนมุ่งไปที่ป่าริเทน
ดูเหมือนว่าทหารมนุษย์ไม่ได้สังเกตเห็นกลุ่มของไวโอลิน และพวกเขาก็ยังคงย้ายท่อนไม้ไปมาอยู่
กุบ กุบ กุบกุบ
พื้นดินได้สะเทือนและลูปัสได้พุ่งมาอย่างบ้าคลั่ง
“หือ?”
“นั้นคืออะไร?”
พวกทหารมองไปในทิศที่ได้ยินเสียงดังออกมาในขณะที่กำลังยกท่อนไม้
และตอนนั้นเองพวกเขาต่างเบิกตากว้าง
“เฮ้ย! แม่ง!พวกมันได้มาถึงแล้ว!”
“หนี!”
“หนี!”
พวกเขาหวาดกลัวและเริ่มวิ่งเข้าไปในป่าพร้อมกับโยนท่อนไม้ออก
พวกเขาหวาดกลัวต่อชีวิตของพวกเขา
“หึ!ไอ้พวกขี้ขลาด!”
เคริ้กมองไปที่พวกเขาก่อนจะจับบังเหียนแน่น
เคริ้กวางแผนที่จะล่าพวกเขาและบดขยี้หัวของพวกเขา
จากนั้นลูปัสที่ เคริ้กขี่อยู่ก็เริ่มส่ายศีรษะไปมาและร้องออกมา
“เอ๋งง! เอ๋งง!”
การเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้และร้องออกมา
เคริ้กรีบดึงบังเหียนหยุดลูปัสทันที
พวกอ็อคที่ตามมา500กว่าตัวก็ได้ลดความเร็วลงและหยุดอยู่ด้านหลังเคริ้ก
หงิง! หงิง! หงิง!
ลูปัสทั้งหมดได้เริ่มดมกลิ่นรอบๆพื้นในเวลาเดียวกันราวกับได้นัดกันไว้
เคริ้กขมวดคิ้วและให้สัญญาณมือ
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง ครวจสอบท่อนไม้ที่เหล่ามนุษย์ได้แบกมา”
“ครับ”
อ็อควัยรุ่นบางตัวได้ตอบกลับเสียงดังและวิ่งไปที่ท่อนไม้
กึง
พวกมันบดขยี้ท่อนไม้ด้วยขวานในมือและก็มีกลิ่นน่าเวียนหัวลอยออกมา
พวกเขาขมวดคิ้วและตะโกนใส่เคริ้ก
“สิ่งที่อยู่ด้านในมันคือน้ำมัน!”
“ไม่ใช่แค่ท่อนไม้ แต่พื้นที่นี้ทั้งหมดรวมถึงหญ้าพวกนี้ด้วย!”
เหล่าอ็อคได้ดึงหญ้าขึ้นด้วยมือของพวกเขา
น้ำมันเหนียวๆได้ติดมือพวกเขามา
‘ไอ้พวกมนุษย์น่าลังเกลียดนั้น พวกมันต้องการจะโจมตีพวกเราด้วยเปลวเพลิง’
ความกระหายเลือดปรากฏขึ้นในดวงตาของเตริ้ก
ในขณะเดียวกัน ไวโอรินได้มาถึงที่นี่พร้อมกับกองทัพหลัก
“เกิดอะไรขึ้น?”
คำถามสั้นๆ เคริ้กได้ยิ้มอย่างเยือกเย็นและตอบกลับมา
“ดูเหมือนว่าข้อมูลของพวกเราไปอยู่กับพวกมนุษย์แล้ว พวกมันเลยได้กระจายน้ำมันไปทั่วป่าริเทน”

“น้ำมัน?”
ไวโอรินขมวดคิ้วและมองไปที่ป่าริเทน
เคริ้กยังพูดต่อ
“แต่ดูเหมือนว่าความเร็วของเราเร็วกว่าที่คิด พวกเขาจึงไม่สามารถแพร่กระจายน้ำมันทั้งหมดได้และก็หนีไป ฮ่าๆ !”
เป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
เขารู้สึกว่าว่าเขากำลังสนุกอยู่
‘มองไปที่พวกมนุษย์งี่เง่าพวกนั้นที่กำลังสั่นกลัว ข้ารู้สึกดีจริงๆ’
ในอีกด้านนึง ไวโอรินรู้สึกว่าอารมณ์ที่กำลังเดือดอยู่ได้สงบลงบ้างเล็กน้อย
“ถ้าหากพวกมันทำไม่สำเร็จ พวกเขาก็จะไม่สามารถก่อตั้งกับดักนี้ได้”
เคริ้กพยักหน้าเล็กน้อย
ไวโอรินมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่แหลมคมและพูดว่า
“พวกเราต้องรีบฝ่าไปปราสาทเบโน่ก่อนที่มนุษย์พวกนั้นจะทำการเตรียมตัวเสร็จ”
“อ่า ได้!”
เคริ้กตอบด้วยเสียงอันดังและทำสัญลักษณ์มือไปให้พวกอ็อคที่อยู่ด้านหลัง
พวกอ็อคที่หยุดอยู่ชั่วขณะได้มุ่งต่อไปในป่าริเทน
ตอนนั้นเอง เสียงของไวโอรินก็ดังออกมาฅ
“เดี๋ยว!”
ทันใดนั้นอ็อคทั้งหมดก็หยุดเคลื่อนที่
ไวโอรินมองไปที่ป่าริเทนเงียบๆและไม่เห็นว่าด้านในนั้นจะมีมนุษย์อยู่อีก
‘พวกเราไม่เคยเจอกองกำลังของพวกมนษย์มาก่อนจนมาถึงตอนนี้ แต่….’
ทหารที่ปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ สแลน ซึ่งเดิมทีไม่มีกลุ่มทหารอยู่
‘ถ้าพวกมันที่หลบหนีเข้าไปในป่าเป็นเพียงการแสดง?’
บางทีอาจจะมีกับดักอยู่ในป่าริเทน
‘แต่จริงๆแล้วพวกมันอาจจะยังไม่เสร็จสิ้นในการเตรียมตัว’
ไวโอรินแตะไปที่เขี้ยวของตนเองก่อนจะส่ายหัว
พวกเขาไม่จำเป็นที่จะลดความเร็วลงเพื่อมาสำรวจป่า
เธอได้เลือกทางเลือกอื่น
“มุ่งไปที่หุบเขาเฟรมแทนป่าริเทน”
“หา? แต่พวกมนุษย์งี่เง่านั้นไม่ได้ราดน้ำมันเสร็จสิ้น”
เคริ้กส่ายมือราวกับว่าอธิบายให้ฟัง
แต่ไวโอรินไม่ได้วางแผนที่จะเปลี่ยนความคิดของเธอเอง
“เจ้าไม่รู้หรอก  นั่นอาจจะเป็นกับดักก็ได้ ถึงกระนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงอะไร พวกเราจะไปหุบเขาเฟรม”
“หุบเขานั้นเป็นสถาณที่ที่เหมาะสมให้พวกศัตรูซ่อนตัวได้”
เคริ้กพูดด้วยสีหน้ากังวล
แต่ไวโอรินได้ส่ายหัว
“ความยาวของหุบเขานั้นสั้น ๆ แม้ว่าจะถูกซุ่มโจมตีก็ตาม มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พวกเราจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
เธอได้ยกดาบขนาดใหญ่สู่ท้องฟ้า
“ออกเดินทาง!เป้าหมายของพวกเราคือปราสาทเบโน่!”
“ว้ากกกก!”
เหล่าอ็อคได้ตะโกนออกมาก่อนที่จะดีงไปที่สายบังเหียน
หลูปัสที่กำลังมองเข้าไปในป่าริเท่นได้หันไปทางหุบเขาเฟรม
กุบ กุบ กุบ

เสียงฝีเท้าทำให้พื่นดินสั่นสะเทือน
กองทัพไวโอรินได้ทิ้งไว้เหลือแต่เพียงฝุ่นและได้หายไปในทันที
ฟุบ
ตอนนั้นเองหญ้าที่อยู่ภายในป่าริเท่นก็ได้สั่นๆและพวกทหารที่ได้ขว้างท่อนไม้ก็ไดโผล่ออกมา
พวกที่ได้กรีดร้องและแสดงท่าทีหวาดกลัวในตอนแรก
แต่ตอนนี้พวกเขากำลังยิ้มอย่างแจ่มใส
“ตอนนี้ ทุกๆอย่างได้เป็นไปตามแผนการที่พวกได้วางไว้ใช่ใหม?”
จากคำพูดของทหารนายหนึ่ง ทหารคนอื่นก็ได้พงกหัว
“ใช่ จนถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านผู้ช่วยโรอันได้กล่าวไว้”
คำพูดที่ทำให้ทหารทุกคนประหลาดใจ
‘เขาเป็นคนที่น่าทึ่งจริงๆ’
‘นำพากองทัพอ็อคมากกว่า 2000 ตัว ด้วยคนที่เพียงไม่ถึง10คนเท่านั้นให้ไปตามที่เขาต้องการ’
‘เขาไม่ใช่คนที่จะมาหยุดอยู่กับแค่พลหอกธรรมดา’
สีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นให้เห็น
ตอนนั้นเองทหารคนนึงได้ตบมือขึ้นมา
แปะ!
“ตอนนี้! ไม่มีเวลาว่างที่จะมาคุยกันเช่นนี้ พวกเราต้องรีบไปทำสิ่งอื่นต่อ!”
“ใช่! รีบเร็ว”
“เร็วเข้า!”
เหล่าทหารได้พยักหน้าและเริ่มเดินทางออกไป
แผนของโรอันยังไม่จบ
ไม่ ถ้าจะให้พูดก็คือเพิ่งจะเริ่มต้น!

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/