0 Views

“โรอัน!”
อารอนตะโกนออกมา
ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดง
“ถ้าเพื่อลูกสาวของเรา เจ้าสามารถ…”
เมื่อเขาพูดออกมา
โรอันได้ส่ายศรีษะไปมา
“ไม่ใช่เรื่องนั้น”
เสียงที่ยังดูใจเย็น
อารอน เมนเดล และเกลต่างจ้องไปที่โรอัน
สายตาของพวกเขาราวกับจ้องอะไรแปลกประหลาด
โรอันยังพูดต่อด้วยท่าทางและน้ำเสียงใจเย็น
“ไวโอรินตอนนี้กำลังอารมณ์ร้อนและกำลังเดือดดาล ถ้าหล่อนได้พุ่งเข้ามาที่ปราสาทเบโน่โดยไม่มีการปล้นหรือทำลายหมู่บ้านที่ผ่านมาเลย ก็หมายความว่าเป้าหมายของหล่อนก็คือกองกำลังโรสอย่างเดียวเท่านั้น”
เขาไม่ได้เปิดเผยว่าตนเองเป็นเป้าหมายของการแก้แค้น
ทั้งสามต่างผงกหัว
โรอันพูดต่อว่า
“ถ้าในสถาณการณ์ ตอนที่ไวโอรินได้มาถึงแล้วและพบว่าประตูนั้นได้ถูกปิดและไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ รู้ใหมหล่อนจะทำอย่างไร?”
ทั้งสามต่างไม่รู้คำตอบ
โรอันได้วาดเส้นรอบๆปราสาทเบโน่
“ถ้าไวโอรินนั้นกำลังอารมณ์ร้อนและกำลังเดือดดาลอยู่ หล่อนก็จะทำลาย กวาดล้างหมู่บ้านที่อยู่รอบๆปราสาทเบโน่แทน”
ตูม
ทันใดนั้น ใบหน้าทั้งสามต่างแข็งค้าง
เป็นปัญหาที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
‘พวกเราคิดแต่จะป้องกันพวกมันที่โจมตีอย่างฉับพลันเท่านั้น
พวกเราคิดแต่ว่าจะไม่ให้ปราสาทเบโน่ไม่ตกอยู่ในอันตราย’
คิดแต่เรื่องเหล่านี้
แต่โรอันได้คิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น
‘ในสถาณการณ์นี้คล้ายๆกับที่เคยเจอในอดีต’
และในสถาณการณ์ที่เร่งด่วนแบบนี้ พวกเขาต่างลืมเรื่องที่มีคล้ายกันในอดีต
อารอนมองไปที่แผนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง
“ที่จริง มีความเป็นไปได้สูงที่นับรบหญิงบ้าคลั่งไวโอริน จะทำแบบนั้น”
เขาไม่อยากให้พื้นที่รอบๆปราสาทเบโน่เป็นที่รกร้าง
อารอนมองไปที่โรอัน
“งั้นเจ้าคิดว่าพวกเราต้องต่อสู้กันที่ทุ่งโล่ง?”
“ครับ”
คำตอบสั้นๆแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
อารอนมองไปที่โรอันด้วยสายตาอย่างพินิจพิเคราะห์
“แล้วบริเวณไหนล่ะที่จะเหมาะสม?”
จากคำถามนั้น โรอัน ตอบโดยไม่ลังเลใจ
“แน่นอนว่าต้องเป็นพื้นที่สแลน”
เขาชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทเบโน่
“บริเวณนี้เป็นจุดเริ่มในทิศตะวันตกเฉียงเหนือและมีหมู่บ้านรอบ ๆ ถ้าต้องการหยุดพวกของไวโอรินเราต้องใช้พื้นที่ สแลน เป็นจุดตั้งรับและต้องปิดล้อมไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทั้งสามคนต่างทบทวนสิ่งที่โรอันพูดและจ้องมองไปที่แผนที่
จากที่โรอันพูด มีหมู่บ้านอยู่มากมายที่อาศัยอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่แถบสแลน
‘พวกเราต้องปกป้องอาณาเขตสแลนและต้องช่วยเหลือชาวบ้าน’
‘พวกเราต้องสร้างเส้นทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของส่วนนั้น’
พวกเขาทั้งหมดต่างมองไปที่โรอันด้วยสีหน้าประหลาดใจ
‘หมอนี่สุดยอกมาก’
‘ถ้าเทียบกับคนอื่น เขามีความสามารถและการมองเข้าถึงสถาณการณ์ได้ดีกว่า’
‘ความสามารถของเขาจะไปถึงที่ใด?’
คำชื่นชมที่แสดงออกมาทางสีหน้าพวกเขา
โรอัน แสร้งทำเป็นว่าไม่สังเกตเห็นและชี้ไปที่แผนที่
“แต่พื้นที่ตรงนี้นั้นเป็นพื้นที่เปิด มันจะเป็นข้อได้เปรียบของพวกกองทัพอ็อคที่ได้ขี่ลูปัสมา”
“งั้นพวกเราจะทำอย่างไร?”
อารอน เมนเดล และเกลต่างมองไปที่โรอันและถามความคิดเห็น ซึ่งดูเหมือนพวกเขาทั้งหมดต่างลืมยศและระดับของพวกเขา
“ผมจะไปที่นั่นด้วยตนเอง ผมต้องการตรวจสอบภูมิประเทศของภูมิภาคด้วย ”
เขามีประสพการณ์มากมายจาก20ปี และเขายังมีข้อมูลและความรู้ แต่โชตร้ายที่เขาจำได้ไม่มากเกี่ยวกับพื้นที่แสลน
หลังจากที่โรอันพูด อารอนได้พยักหน้า
“ดี เราจะไปที่ศุนย์บัญชากองร้อยละจัดเตรียมม้าชั้นเยี่ยมให้”
“ผมขอไปพร้อมกับกองร้อยที่12ครับ”
“เอาเลย”
“ขอบคุณครับ”
โรอันก้มศรีษะลง
อารอน เกลและเมนเดลได้จ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาที่มั่นคง
“ในสถานการณ์เช่นนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะนำทหารจากภูมิภาคอื่นเข้ามาช่วย”
พวกเขาต้องการเวลาเตรียมตัวและเดินทางไปยังภูมิภาค สแลน
อารอนยังพูดต่อ
“เราจะส่งทหารจากกองบัญชาการไปช่วย ขับไล่ไวโอรินให้”
“ครับผม!รับทราบครับ!”
เกล เมนเดล และโรอันก้มศรีษะลง
โรอันหลับตาลงเบาๆ
‘ถ้าพวกเขาสามารถป้องกันพื้นที่สแลนได้….’
หมู่บ้านรอบๆก็จะปลอดภัยและยังจะช่วยให้แมรี่ปลอดภัยได้อีกด้วย
ยิงนัดเดียวได้นกสองตัว
เขามองไปที่โรอัน
‘โรอันข้าขอร้องเจ้าล่ะ’
ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับโรอัน
ตอนนี้โรอันมีบทบาทสำคัญในกองทหารแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่รู้ก็ตาม
……………………
“ครับ?ต่อสู้ในพื้นที่เปิด?”
“พวกเราจะสร้างแนวป้องกันทางตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่สแลน?”
เป็นท่าทางที่เขาคาดหวัง
เกลยิ้มอย่างขมขื่นจากปฏิกิริยาที่รุนแรงของเหล่าผู้ช่วย

เขาอธิบายทุกอย่างที่โรอันได้พูดออกมาด้วยเสียงใจเย็น
“อ่า…”
ตอนนั้นเองผู้ช่วยต่างก็อุทานออกมาเบาๆและถูกโน้มน้าว
“แต่กับการเผชิญหน้ากับพวกอ็อคที่ขี่ลูปัสในพื่นที่เปิด…..”
สถานการณ์ที่น่าหัวเราะ
เกลได้ชี้ไปที่โรอัน
“ตอนนี้ เราจะให้โรอันไปสำรวจพื้นที่สแลน”
หลังจากเกลพูดเหล่าผู้ช่วยและเคนนิสต่างหันไปมองโรอัน
โรอันที่กำลังดูแผนที่ ที่แผ่นอยู่ตรงกลางโต๊ะ
‘เขาจะมีความคิดดีๆหรือไม่?’
‘ถ้าเป็นโรอัน เขาจะมีกลยุทธ์ที่แปลกประหลาดเสมอ’
เคนิสและเหล่าผู้ช่วยต่างกลืนน้ำลายลงคอ
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
อย่างไรก็ตามโรอัน ไม่สามารถซ่อนความอ่อนเพลียของเขาขณะที่มองไปที่แผนที่ได้
แผนที่นี้ดูยุ่งเหยิงมาก
เมื่อเทียบกับแผนที่ 20 ปีนับจากนี้ ราวกลับว่านี้เป็นการเขียนลวก ๆ ของเด็ก
มีเพียงหมู่บ้าน ภูเขา ป่าและแม่น้ำเท่านั้นที่ถูก ทำเครื่องหมาย
มีสิ่งต่างๆมากมายที่ได้รับการเว้นไว้
นิ้วของ โรอัน ชี้ไปที่ด้านหนึ่งของแผนที่
ซึ่งเป็นส่วนสีขาวที่ไม่มีอะไร
‘พื้นที่สแลน…’
และนิ้วของเขาได้ย้ายไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
พื้นที่ที่พวกเขาจะต้องต่อสู้กับกองทัพอ็อค
‘มีหุบเขาสั้น ๆ ป่า และแม่น้ำ … ‘
เมื่อมองไปที่แผนที่ มันไม่ได้เป็นภูมิประเทศที่จะช่วยอะไรเขาได้
‘แน่นอนว่าเราจะต้องไปเอง’
โรอันหันศีรษะและมองไปที่ เกล
“ผู้บัญชาการกองกำลัง ผมและกองร้อยที่ 12 จะออกเดินทางตอนนี้ ”
หลังจากที่เขาพูดจบเกลได้พยักหน้า
“ใช่ เราได้เตรียมม้าไว้แล้ว ”
ม้าสงครามพิเศษจำนวน 20 ตัวที่อารอนได้เตรียมให้
โรอันทำความเคารพ เกลและผู้ช่วยเล็กน้อยและเดินตรงไปที่พักของกองร้อย12
“ท่านผู้ช่วย”
กองร้อยที่ 12 พร้อมแล้วสำหรับเดินทาง
มีท่าทางกังวลปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของพวกเขา
“ไม่จำเป็นต้องกังวลไป พวกเราแค่จะไปตรวจสอบว่าพื้นที่แถวนั้นเป็นอย่างไร ”
เสียงของเขาอ่อนโยน
เหล่าสมาชิกกองร้อยต่างพยักหน้าแบบไม่รู้ตัว
“เพื่อลดระยะเวลาลง พวกเราจะขี่ม้าไป ใครไม่เคยขี่ม้าจนถึงบัดนี้บ้าง? ”
ทันที่ที่พูดจบเกล็นและเพียร์สต่างยกมือขึ้น
บางทีอาจเป็นเพราะว่าสมาชิกในทีมคนอื่น ๆ ได้เผชิญหน้ากับการต่อสู้มามาก พวกเขาจึงมีประสบการณ์ในการขี่ม้ามาบ้าง
โรอันมอบหมายให้อัสตินและแลนเดอร์ที่มีประสบการณ์มากที่สุดดูแลทั้งสองคน
‘ต่อจากนี้ ถ้าพวกเขาได้เป็นแม่ทัพนำกองกองทัพ อย่างน้อยพวกเขาต้องขี่ม้าให้เป็น’
มีหลายสิ่งที่เราต้องสอนให้พวกเขาตั้งแต่บัดนี้
‘แต่แน่นอนว่าเขาก็ต้องเรียนรู้ด้วย’
ดวงตาของโรอันเปล่งประกาย
เป้าหมายของเขาได้เปลี่ยนจากเป็นแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นราชัน
มันเป็นเรื่องยากถ้าหากเขามีเพียงแค่ฝีมือหอก กลยุทธ์และยุทธวิธี
เขาได้เริ่มแล้ว เขาต้องการที่จะเป็นราชันย์ ราชันย์ที่เป็นราชันย์จริงๆ
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
‘เราสามารถทำได้ที่ละเล็กละน้อย แต่อย่างแรกเลย….’
อันตรายที่อยู่ข้างหน้า
เขาต้องมีสมาธิกับการขับไล่กองทัพไวโอรินออกไป
“ไปกันเถอะ”
“ครับ!รับทราบ!”
หลังจากที่พูดจบ กองกำลังที่12ก็ได้ตอบสั้นๆพร้อมกับทำท่าเคารพ
หลังจากนั้น ม้าสงครามหลายตัวได้ผ่านประตูทางเข้าสำนักบัญชาการใหญ่ออกไป
กุบ กุบ กุบ กุบ
เสียงย้ำเท้าของม้าได้ดังสะเทือนไปทั่ว
โรอันที่ขี่ม้าสงครามนำหน้าได้พุ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว
‘เราต้องคิดกลยุทธ์และยุทธวิธีให้ดี และมองว่าอะไรเป็นปัญหา’
มือของเขาได้จับไปที่บังเหียนและขาของเขาได้เตะไปที่ด้านข้างม้า
แต่หัวของเขากำลังคิดอย่างรวดเร็วเพื่อหากลยุทธและยุทธวิธีที่เหมาะสมจากอดีตที่เขาได้เรียนรู้หรือที่ได้ยินมา
ฟิ้วววว
ลมจากทางตะวันตกพัดมาอย่างรุนแรง
………………………
โรอันนั่งอยู่ที่อานม้าและขมวดคิ้ว
พื้นที่สแลนเป็นพื้นที่ว่างเปล่า เหมือนในแผนที่
ที่ๆเขาได้ขี่ม้าผ่านนั้นทั้งกว้างและมีแต่ที่ว่างเปล่า
‘ถึงอย่างนั้น สถานที่ตรงนี้ก็ดีที่สุด’
สถานที่ที่พวกเขาพบหลังจาก ได้ตรวจสอบบริเวณนี้อย่างละเอียด
หุบเขาสั้นๆ ป่าค่อนข้างเล็ก และแม่น้ำที่ลึก ที่พวกเขาได้ตรวจสอบแล้วที่ในแผนที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน มิดิส
“หุบเขาปาร์มนั้นสั้นเกินไป และป่าริเท็นที่ไม่ค่อยดี”
อัสตินพูดออกมาขณะที่เข้ามาหาเขา
โรอันพยักหน้าช้าๆ
‘เป็นเรื่องยากที่จะซุ่มโจมตีในหุบเขาหรือจะใช้แผนเผาป่า’
หากพวกเขาได้ฝ่าผ่านหุบเขาและป่าออกไปพวกเขาจะเห็นพื้นที่ว่างเปล่าด้านหน้า
‘ถึงแม้แม่น้ำ สเลียนจะไหลไปทางเหนือ แต่ขนาดของแม่น้ำนั้นแคบ’
โรอันมองไปที่ทิวทัศน์ รอบๆพร้อมกับดวงตาที่สุขุม
‘ที่สำคัญที่สุด มีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพไวโอรินจะผ่านเส้นทางนี้มา’
นี่เป็นระยะทางที่สั้นที่สุดที่จะไปยังปราสาท เบโน่
‘เราต้องคิดกลยุทธ์สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน แน่นอนว่าซุ่มโจมตี? หรือโจมตีด้วยไฟ? หรือจะใช้ยุทธวิธีน้ำท่วมอีกครั้ง’
ความคิดมากมายในหัวเต็มไปหมด
จากนั้นไม่นานเขาก็ได้ยินเสียง แลนเดอร์

“ท่านผู้ช่วย! คนนั้นมาอีกแล้ว!”
เลนเดอร์ ที่กำลังตรวจสอบภูมิประเทศบริเวณที่ใกล้เคียงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคน ที่ดูโทรม ๆ
“อ่า!”
โรอันอุทานออกมาเบาๆและลงจากม้า
“คริส!”
“ท่านผู้ช่วย”
คนหนุ่มที่ดูค้อนข้างอ่อนหล้า
คริสนั้นเองที่ได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพไวโอรินและเส้นทางของพวกมัน
โรอันจับมือของคริส
“เจ้าได้รับบาดเจ็บใหม?”
“ข้ายังสบายดี”
คริสยิ้มออกมาพร้อมกับตบไปที่อกของเขา
เขาดูเหมือนจะเหนื่อยล้า แต่ดูเหมือนจะค่อนข้างภูมิใจ
“กองทัพไวโอรินจะมาถึงที่นี้ภายในอีก4วัน”
“มันค่อนข้างไกล”
โรอันขมวดคิ้ว
พวกมันเคลื่อนที่โดยขี่ลูปัสมา
ลูปัสนั้นเร็วกว่าม้า
และพวกมันเคลื่อนไหวได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว
เพราะแบบนั้นโรอันจึงคิดว่าน่าจะมาถึงภายใน2 วัน
คริสยิ้มราวกับรู้ว่าโรอันคิดอะไรก่อนตอบกลับ.
“อย่างแรกการเดินทางของ พวกมันไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร พวกมันได้เคลื่อนที่พร้อมกับหลีกเลี่ยงสายตาของทหารและประชาชนในภูมิภาคนี้ นอกจากนั้นพวกมันต้องแยกออกจากกันเพราะไม่สามารถเคลื่อนที่ทั้ง2000ตนได้”
เป้าหมายของไวโอรินก็คือการโจมตีฉับพลัน
เพราะแบบนั้นหล่อนจึงไม่ต้องการเผชิญหน้ากับทหารหรือกองทัพจากอาณาเขตอื่นและต่อสู้อย่างไม่มีความหมาย
‘โง่เขลา การโจมตีฉับพลันนั้นขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว’
การกระทำพวกมันก็จะยิ่งยาวนานขึ้น ถึงพวกมันจะสามารถหลบเลี่ยงการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ได้ แต่ก็มีโอกาสมากที่การโจมตีฉับพลันจะล้มเหลว
คริสได้พูดต่อ
“และเพราะพวกมันได้เคลื่อนที่อย่างไม่หยุดยั้ง, ลูปัส และ อ็อค จึงเหนื่อยมาก. พวกมันจึงได้หยุดพักหลังจากที่ได้เดินทางมาเป็นเวลานาน”
โรอันยิ้มออกมาเบาๆและพยักหน้า
“เพราะแบบนั้น พวกเราจึงมีเวลามากขึ้น”
“นื่คือบันทึกของกองทัพพวกมันว่ามีอะไรบ้างและข้อมูลของพวกมัน”
คริสได้ยื่นกระดาษออกมา
โรอันรับมันอย่างระมัดระวังและถามเบาๆ
“เจ้าได้ไล่ตามพวกมันได้อย่างไร?”
มันจะไม่ง่ายเลยที่จะไล่ตามพวกอ็อคที่กำลังขี่ลูปัสและรวบรวมข้อมูลมา
จากคำถามของโรอัน คริสได้ส่ายหัว
“ข้าไม่ได้ตามพวกมัน ข้ารออยู่ด้านหน้า”
“หา?”
โรอันถามกลับขณะที่ดวงตาเขาเบิกกว้าง
คริสยิ้มและพูดต่อว่า

“ตอนแรก ข้าได้ตรวจสอบสถานที่ที่พวกมันได้ผ่านไปและหลังจากนั้นข้าก็ได้เรียบเรียงข้อมูล หลังจากที่ข้าทำอย่างนั้น ข้าก็เห็นรูปแบบการเคลื่อนที่ของพวกมัน
พวกมันมุ่งไปยังปราสาท เบโน่ ในขณะที่หลีกเลี่ยงสถานที่ที่กองทหารได้ถูกส่งไปประจำการหรือตามสถานที่ที่ผู้คนของอาณาจักรปรากฏตัวอยู่  “
“อ่า…”
นั่นหมายความว่าเขาได้คาดเดาเส้นทางของพวกมันไว้ก่อนด้วยข้อมูลที่เขามี
“เขาเป็นตัวตนที่เราต้องการจริงๆ”
เขาให้ผลลัพธ์ที่สำคัญโดยใช้ข้อมูลที่มีจำกัด
โรอัน กัดริมฝีปากล่างและมองไปที่ คริส
“แล้วเส้นทางการเคลื่อนที่คาดว่าจะเป็นอย่างไร?”
คริสยิ้มอย่างสดใสและชี้ไปที่เท้าของโรอัน
“เจ้าเลือกสถานที่ที่เหมาะสมจริงๆ พวกมันจะมาที่นี่เร็ว ๆ นี้. ”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
โรอัน ไม่ได้ถามอะไรอีก
‘ถ้าคริสพูดอย่างนั้น ก็คงจะเป็นเช่นนั้น’
ความเชื่อใจอย่างสมบูรณ์
“งั้นข้าจะจัดการพื้นที่บริเวณนี้เป็นกลุ่ม”
โรแมนยิ้มอย่างสดใสมองไปยังหุบเขาและป่า
คำพูดเหล่านั้นคริสแสดงท่าทางประหลาดใจ
‘เขาเชื่อคำพูดของเรา?’
‘ไม่มีแม้แต่คำถาม’
‘เขาเชื่อมั่นในตัวเรา ในทักษะของเรา’
มุมนึงในหัวใจเขารู้สึกภาคภูมิใจ
มันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆที่ได้รับการยอมรับจากใครบางคน
คริสบังคับตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาและมองไปที่ โรอัน
“แต่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ดีสำหรับการจัดกลุ่ม”
คำพูดเหล่านั้น โรอัน ยิ้มและส่ายหัว
“ถึงแม้จะเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด ในพื้นที่ของเรา”
เขายิ้มออกมา แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
‘ตอนนี้เรากำลังสับสนกับการซุ่มโจมตีหรือโจมตีด้วยเปลวเพลิง ปัญหาก็คือ…….’
หลังจากที่กองทัพไวโอรินได้ออกจากป่าหรือหุบเขาและไปที่ทุ่งโล่ง
ถึงพิ้นที่จะแคบเพราะแม่น้ำสเลียน แต่ที่ทุ่งโล่งก็ยังเป็นทุ่งโล่ง
มันเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับ ลูปัส
เมื่อเทียบกับที่กำลังทหารที่พวกเขามีอยู่นั้นไกล้เคียงกับธรรมดามาก
‘การจัดวางต่ำแหน่งตนเองเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อเทียบกับ อ็อคที่ขี่ลูปัสแล้ว ความคล่องตัวของเราตกอยู่ต่ำกว่า’
ถ้าในกรณีที่ไวโอรินไม่ได้เลือกที่จะต่อสู้ แต่จะเรียกฝ่าไปที่ปราสาทเบโน่ ปราสาทก็จะตกอยู่ในมือของศัตรู
‘ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดขึ้น …… ‘
ถ้าเขาได้ก้าวออกไปด้านหน้าและเปิดเผยตัวตนของเขา ทุกอย่างก็จบลงที่นี่
เนื่องจากวัตถุประสงค์ของไวโอริน ยังคงเป็นการแก้แค้นให้กับผัวของเธอ
‘อืม มีวิธีไหนที่ต้องเผชิญกับศัตรูที่มีความคล่องตัวสูงในพื้นที่เปิด …… .. ‘
หลายกลยุทธ์ของเอียนและกลยุทธ์ยอดเยี่ยมอื่น ๆ ได้ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
แต่ไม่มีกลยุทธ์ที่เหมาะกับเหตุการณ์นี้ปรากฏออกมา
แล้ว เลนเดอร์ ที่อยู่ข้างๆเขาและฟังการสนทนาอยู่ก็ได้ถอนหายใจและบ่นออกมา
“ชิ ถ้าพวกอ็อคโง่เง่าได้มาช้ากว่านี้สักนิดพวกเราจะสามารถสร้างป้อมไม้หรือจากดินได้ ”
ถึงแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ก็เถอะ
ถ้าพวกเขาสร้างกำแพงที่ยาวและแข็งแกร่งขึ้น อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำได้ แม้แต่พวกอ็อคที่ขี่ลูปัสมาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“โง่จริง พวกเราจะทำป้อมปราการเสร็จภายใน 4 วันได้อย่างไร? ถ้าเราสามารถจัดตั้งกองกำลังขึ้นได้ก็ถือว่าโชคดีแล้ว”
อัสตินเดาะลิ้นของเขาพร้อมกับกล่าวตำหนิ
เลนเดอร์ พยักหน้าด้วยท่าทางเศร้าหมอง
“มันเป็นแค่ความคิดของข้า ความคิดของข้า อะแฮ่ม.”
เขาสะสางความคิดนี้ออกและมองไปที่พื้นที่ด้านหน้า
“จะไม่มีป้อมปราการที่ตกลงมาจากท้องฟ้าหรือ?”
เขากำลังคิดถึงเรื่องนี้
ดวงตาของโรอันที่กำลังขบคิดอยู่ ก็เริ่มเปร่งประกาย
สายตาของเขาผ่าน เลนเดอร์ และมองไปที่ที่ราบ
เป็นทิวทัศน์อันเงียบสงบ
‘นั้นไง’
รอยยิ้มที่จาง ๆ ปรากฏขึ้นบนปากของ โรอัน
“เลนเดอร์”
“ครับ?”
เลนเดอร์รู้สึกกลัวไปชั่วขณะ
โรอันจับไปที่ไหล่ของเขาก่อนจะพยักหน้า
“เป็นความคิดที่ดีจริงๆ”
“ครับ? อะไรหรอครับ?”
เลนเดอร์ถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย
โรอันยิ้มเบา ๆ และตอบกลับ
“พวกเราจะยกป้อมปราการขึ้นมาที่นี่”

ติดตามต่อได้ที่

https://web.facebook.com/monarch.novel/